บทนำ

1273 Words
09:25 น. “ขอบคุณนะคะที่อุตสาห์มาเช้า” ฉันเอ่ยประชดพลางปัดฝุ่นบนม้านั่งหินอ่อน แสงแดดยามเช้าของมหาวิทยาลัย เริ่มทำงานของมันอย่างเต็มที่พอ ๆ กับความง่วงที่เกาะกินใบหน้าของคนข้างตัว “ไอ้ห่า กูง่วง... งานคณะห่าไรหนักหนาวะ” ถ่านไม้บ่นอุบอิบ เสียงทุ้มต่ำของมันแหบพร่าเพราะเพิ่งตื่น ผมเผ้ายุ่งเหยิงเหมือนรังนกแต่มันก็ยังดูดีจนน่าหงุดหงิด “งานของคณะก็ทำ ๆ ไปเถอะ ดีซะอีก ได้คะแนนกิจกรรมเพิ่มนะมึง” “ก็มึงมันเด็กเรียนนี่หว่า” “ก็ดีแล้วไหมล่ะ? เกรดเทอมนี้แม่มึงคาดหวังอยู่นะ” ฉันหมุนแปรงในมือพลางปรายตาไปมองคนตัวสูงที่ยืนทำหน้ามุ่ย “ห่า... ขู่กูอยู่นั่นแหละ เป็นแม่ไง?” “อีกนิดก็จะเป็นได้ละ กูอยู่กับมึงมาตั้งเจ็ดปีแล้วนะถ่าน ช่วยทำเกรดให้มันดี ๆ หน่อย กูสงสารแม่มึง” “ครับ ๆ แม่ครับ เข้าใจแล้วครับ แล้วนี่ต้องทาตรงไหนเพิ่มบ้าง?” มันยอมจำนนพลางหยิบพู่กันขึ้นมาถือไว้ “ไประบายเงาตรงนั้นให้หน่อยสิ” ฉันชี้ปลายนิ้วไปที่ส่วนโค้งของภาพวาดบนกำแพงคณะ “โอเค เดี๋ยวมา” “โอเค ๆ” ฉันมองตามแผ่นหลังกว้างที่เดินดุ่ม ๆ ไปทำตามคำสั่งอย่างว่าง่าย มุมปากของฉันแอบยกยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว ฉันชื่อ บทกลอน ส่วนไอ้ผู้ชายร่างสูงที่ยืนเกาหัวอยู่นั้นคือเพื่อนสนิทของฉันชื่อ ถ่านไม้ เราเป็นเพื่อนกันมาเจ็ดปี และฉันก็รักมันข้างเดียวมาตลอดเจ็ดปีเต็ม ความลับที่ฉันซ่อนมันไว้ภายใต้คำว่าเพื่อน มันหนักอึ้งพอ ๆ กับถังสีที่วางอยู่ตรงนี้เลยล่ะ “เฮ้อ... สีแดงอยู่ไหนวะ?” “อยู่นี่” ฉันยื่นกระป๋องสีให้ “อ้าว อยู่ที่มึงเหรอ?” มันชะงัก “เออ แต่จะว่าไป สีแม่งเหมือนสีชุดมึงเลยว่ะ” มันหัวเราะร่วนพลางมองสลับระหว่างกระป๋องสีแดงในมือกับเสื้อช็อปสีแดงที่ฉันใส่มาวันนี้ “อะไรของมึง ว่าแต่กู... ไม่ดูสีที่มึงถืออยู่เลยนะ” ฉันบุ้ยปากไปทางมืออีกข้างของมัน “เออว่ะ” มันก้มมองสีเขียวสดที่ตัวเองเลือกถือค้างไว้แล้วหัวเราะแห้ง ๆ ท่าทางเด๋อด่าของมันทำให้ฉันหลุดขำออกมาได้เสมอ ไม่ว่าวันนี้จะเหนื่อยแค่ไหนก็ตาม “เออ ๆ ขอบคุณที่เอามาให้” “ไม่เป็นไร” ฉันยืนจ้องหน้ามันนิ่ง ๆ จนความเงียบเริ่มทำงาน ถ่านไม้ขมวดคิ้วสบตาฉันด้วยความสงสัย “อะไร? มองหน้ากูทำไม” “เปล่า... แค่รู้สึกมึงนี่ขี้เกียจดีเนาะ” ฉันแกล้งแขวะแก้เขิน “ถึงจะขี้เกียจทำงาน แต่ไม่ขี้เกียจรักมึงนะเว้ย” มันลากเสียงยาวพลางยักคิ้วกวนประสาท “เลี่ยนมาก! ไปทำงานเลยไป กูจะทำส่วนของกูต่อแล้ว” ฉันรีบหันหลังกลับ ทิ้งระยะห่างออกมาทันที “โห่ไรวะ แค่นี้ก็ไม่เขินให้กูหน่อยเลย” เสียงมันไล่หลังมาอย่างอารมณ์ดี บ้าเอ๊ย! ไม่เขินอะไรล่ะ หัวใจฉันเต้นโครมครามจนกลัวว่ามันจะได้ยินอยู่แล้ว! “ชิ ไปละ” ฉันลอบมองแผ่นหลังของถ่านไม้ขณะที่เขาก้าวเดินไปยังผนังอีกฝั่ง ท่วงท่าการเดินที่แสนมั่นใจแต่ก็มีความขี้เล่นปนอยู่ สายตาของฉันมักจะโฟกัสที่แผ่นหลังนั้นเสมอ แผ่นหลังที่ฉันอยากจะซบหน้าลงไปใจจัะขาด ถ่านไม้เป็นผู้ชายที่แปลก เขาขี้งอนขี้โมโห แต่แค่ฉันอ้อนนิดอ้อนหน่อยเขาก็หายเป็นปลิดทิ้ง เขาเป็นคนรักเพื่อน ใครมีปัญหาก็พร้อมพุ่งเข้าหาเป็นคนแรก นิสัยเท่ ๆ แบบนั่นแหละที่ทำให้ฉันถอนตัวไม่ขึ้น เสียดายอย่างเดียว... มันโง่ โง่ที่ดูไม่ออกสักทีว่าใจฉันคิดยังไง “เวร!” เสียงสบทดังลั่นทำให้ฉันสะดุ้ง “กลอน! กูขอโทษ!” “อะไร? มึงทำอะไรของมึงเนี่ย!!!” ฉันรีบวิ่งไปดู และภาพที่เห็นก็คือ... “ฮือ... เค้าขอโทษ” สีเขียวสดใสสีเดียวกับเสื้อที่มันใส่บัดนี้ป้ายเด่นหราอยู่บนรูป กล้องถ่ายรูป ในภาพวาดที่ควรจะเป็นสีดำ “กูเข้าใจนะว่ามึงชอบสีเขียว แต่มึงจะเพลินจนระบายสีตามใจตัวเองแบบนี้ไม่ได้ กล้องห่าอะไรสีเขียววะถ่าน!” “ก็กูชอบนี่หว่า...” มันพึมพำเสียงเบา “รีบระบายสีดำทับไปเลยนะ เดี๋ยวแห้งจะแก้ยาก” “ครับแม่... เออแต่มึง กูเบื่อว่ะ” มันเปลี่ยนสีหน้ากะทันหัน จากที่เล่นตลกเมื่อกี้ กลายเป็นแววตาดูจริงจังขึ้นมา “เบื่อไร? ทำงานได้แป๊ปเดียวเองนะ” “เปล่า ไม่ใช่เบื่อแบบนั้น...” มันถอนหายใจยาว “เบื่อแบบเหงา ๆ อ่ะ อยากมีความสุขแบบคนอื่นเขาบ้าง” ใจฉันกระตุกวูบ “บอกแบบนี้... แสดงว่าอยากมีแฟน?” “คงงั้นแหละ” ฉันเงียบเสียงลง ความรู้สึกโหวงเหวงแล่นริ้วขึ้นมาในอกทันที “เออ! มึงรู้จักรุ่นพี่ผู้หญิงเยอะนี่นา มีรุ่นพี่คนไหนชอบกูบ้างไหมวะ?” “คนอย่างมึงเนี่ยนะจะมีคนชอบ...” ฉันพยายามคุมโทนเสียงให้ปกติที่สุด ทั้งที่ความจริงคำตอบมันจุกอยู่ที่ลำคอ กูไง... กูที่ชอบมึงอยู่ตรงนี้ “โห่ เห็นแบบนี้ กูก็หล่อนะครับ” มันวางมาดพลางจัดทรงผมกวน ๆ แต่มันคือความจริงที่เจ็บปวด เพราะมันหล่อจริง ๆ หล่อจนสาว ๆ หลายคณะชอบมองตาม “เออ ๆ หาให้ก็ได้ว่ะ” ฉันรับคำแบบขอไปที “เย่!” “แต่... มึงต้องทำงานให้เสร็จ หนึ่งที่เท่ากับหนึ่งคอนแทคสาว โอเคไหม?” ฉันยื่นข้อเสนอที่คิดว่าคนอย่างมันต้องปฏิเสธแน่ ๆ “ได้!” ถ่านไม้ตอบทันควันโดยไม่เสียเวลาคิดสักวินาที ความเงียงปกคลุมฉันทันที หัวใจฉันชาวาบเมื่อเห็นท่าทางกระตือรือร้นของมัน “เชิญคุณหนูบทกลอนไปนั่งพักเลยครับ ภาพนี้ผมจัดการเอง” มันคว้าแปรงไปจากมือฉัน “ขอสักห้าคอนแทคนะมึง” “เดี๋ยวสิ... คือมึงอยากมีแฟนขนาดนั้นเลย?” “จริงสิ หาแฟนตอนปีหนึ่งไว้ก็ไม่เสียหายนะมึง มีเวลาดูใจกันอีกสี่ปีจนจบเลย” คำพูดของมันเหมือนค้อนปอนด์ที่ทุบลงบนความหวังของฉันเจ็ดปีที่ผ่านมามันไม่มีความหมายเลยเหรอ? หรือ สี่ปีที่กำลังจะถึงนี้ มึงอยากจะใช้มันร่วมกับคนอื่นที่ไม่ใช่กู... “เป็นอะไรหน้าเครียดเชียวมึง?” “เปล่า... แค่เสียดายคนในสต็อก” ฉันแสร้งบ่นพลางเบือนหน้าหนี จริง ๆ คือฉันเสียดาย มึง มากกว่า “โถ่! ที่แท้ก็ไม่อยากให้คอนแทคเพราะจะเก็บไว้กินเองล่ะสิ” “กินเองบ้านมึงสิ!” ฉันรีบโพล่งอกไปพลางก้าวถอยหลัง “ทำให้เสร็จแล้วกัน เดี๋ยวกูไปซื้อข้าวซื้อน้ำมาให้” “เออ ๆ ขอบใจนะมึง” “อืม... เจอกัน” ฉันเดินออกมาโดยไม่หันกลับไปมอง ทิ้งให้คนตัวสูงยืนระบายสีอย่างมีความสุขอยู่เบื้องหลัง ท้องฟ้ามหาวิทยาลัยวันนี้ดูหมองลงถนัดตา ฉันต้องกลายเป็นคนหาทางให้ผู้หญิงคนอื่นเดินเข้ามาในชีวิตมันจริง ๆ เหรอ... ทั้งที่ที่ตรงนั้น ฉันจองมานานถึงเจ็ดปีแล้ว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD