“แหมคุณศรา ดาราก็มีหัวใจเหมือนกันค่ะ ทำงานมาเหนื่อยๆก็อยากรีเล็กซ์บ้างไม่ใช่ว่าทำงานเสร็จแล้วกลับบ้านเลยก็ไม่ไหวนะคะ คุณศราเองก็ยังมาเที่ยวโดยไม่กลัวข่าวเหมือนกันนี่คะ” แพรวพนิตตอบโต้ไฮโซสาวและรู้ว่าศรีศราตามตื้อธารณ์อยู่และเรื่องแบบนี้ใครดีใครได้สิ
“เอ่อ คุณแพรวกับคุณเกรซจะดื่มอะไรดีครับ” กันดิศถามสาวสวยที่มาใหม่ก่อนที่พวกเธอจะลับฝีปากกันมากกว่านี้เดี๋ยวจะกลายเป็นทะเลาะกัน
“แพรวขอไวน์แดงค่ะ”
“เกรซขอน้ำส้มค่ะ” ปกติมาคลับก็ต้องดื่มแต่ตอนนี้ต่อหน้าของไฮโซหนุ่มที่กำลังคบหากันเธอจึงวางตัวดีไม่เที่ยวกลางคืนแต่ดื่มบ้างเป็นพิธี ต่างจากเมื่อก่อนหากไม่ไปดื่มกับเพื่อนเธอก็จะนัดเพื่อนๆมาดื่มที่บ้านเพื่อรักษาภาพลักษณ์ของตัวเอง
“คุณเกรซไม่ชอบดื่มเหรอคะ” ศรีศราถามนางเอกสาวที่ต่อหน้าสื่อหรือผู้คนทั่วไปก็สวยใสน่ารักเรียบร้อยเป็นกุลสตรีแต่ลับหลังก็เป็นเหมือนผู้หญิงทั่วไปที่เที่ยวดื่มกินปาร์ตี้และเกศรินเคยคบหากับเพื่อนของเธอแต่ไปไม่ถึงไหนก็เลิกกันเพราะฝ่ายหญิงไม่อยากเป็นข่าวแต่กลับคบหาพงษ์พิชย์อย่างเปิดเผย
“พรุ่งนี้เกรซมีงานเช้าค่ะ เชิญคุณศราตามสบายเถอะค่ะ” เกศรินยิ้มให้ไฮโซสาวที่มักจะเจอกันตามงานเลี้ยงและเธอยังเคยคบหากับเพื่อนในกลุ่มของศรีศราอย่างลับๆมาก่อน
“เสียดายจังเลยค่ะ ยังดีที่มีคุณแพรวเป็นเพื่อนดื่มอีกคน” ศรีศราพูดแล้งยิ้มให้ดาราสาวทั้งสองอย่างรู้ทัน
“งั้นชนแก้วกันครับ” พงษ์พิชย์ยกแก้วขึ้นชนกับเพื่อนและสาวๆที่ปะทะฝีปากกันและไม่ใช่ว่าเขาไม่รู้เรื่องเกศรินคบหากับเพื่อนในกลุ่มของศรีศราแต่เขาไม่แคร์ว่าเกศรินจะคบใครมาก่อนเพราะยังไม่ได้คิดถึงเรื่องแต่งงานและทุกคนก็เป็นเพื่อนกันหมดแต่ถ้าไปกันได้ดีก็อาจจะไปถึงขั้นแต่งงาน
จากนั้นสามหนุ่มหล่อสามสาวสวยก็ดื่มกินคุยกันไปแต่สาวๆก็มีพูดแขวะกันบ้างเพราะแย่งจีบหนุ่มหล่อคนเดียวกันซึ่งเจ้าตัวก็นั่งดื่มเงียบๆถามคำตอบคำ
“เสน่ห์แรงนะมึง หึหึๆๆ..” กันดิศพูดกับเพื่อนเบาๆแล้วหัวเราะขำ
“น่าเบื่อน่ะสิ” ธารณ์ยกแก้วไวน์ขึ้นดื่มแล้วตอบเพื่อนเบาๆ
“อ้อ เสืออย่างมึงมันชอบล่ามากกว่าถูกล่านี่หว่า แต่กูว่ามันสนุกดีออก”
“สนุกตรงไหนที่ต้องมานั่งฟังเรื่องไร้สาระแบบนี้” ขนาดมีสียงเพลงดังกระหื่มเร้าใจก็ยังกลบเสียงของสาวๆไม่ได้เลย
“มึงไม่คิดเหรอว่าตัวเองมีค่ามากพอที่สาวๆแย่งกัน”
“กูมีค่าหรือพวกเธอมีค่ากันแน่วะ” เพราะเขาไม่เคยเอาเปรียบผู้หญิงแต่ไม่ใช่ว่าซื้อด้วยเงินเพราะทุกคนเต็มใจมีความสัมพันธ์กับเขาโดยไม่เรียกร้อง แต่เขาเต็มใจให้พวกเธอ
“ก็จริงว่ะ ดื่มดีกว่า”
“แล้วเด็กมึงล่ะ”
“เห็นว่าผู้ใหญ่ขอไว้ไม่ให้เป็นข่าวช่วงนี้ก็เลยไม่ออกเที่ยวกลางคืนน่ะ” กันดิศพูดกับเพื่อนเพราะเขาก็คบหาทุกคนฉันเพื่อนและตกลงกันไว้ว่าแค่เพื่อนแต่ไม่มีขอบเขตว่าเพื่อนระดับไหน
ทั้งหมดคุณกันดื่มกินกันไปจนกระทั่งเที่ยงคืนก็ได้เวลาแยกย้ายกันกลับบ้านส่วนพงษ์พิชย์ไปส่งนางเอกสาวที่บ้านและขอให้ธารณ์ไปส่งแพรวพนิตที่แกล้งเจ็บเท้า ทำให้กันดิศต้องไปส่งศรีศราที่ให้คนขับรถมาส่งและให้กลับไปแล้วเพราะเธอจะให้ธารณ์ไปส่งแต่สู้มายาของดาราสาวไม่ได้และรู้ว่าแพวพนิตไม่ได้เจ็บเท้า
“รบกวนคุณธารณ์ด้วยนะคะ” แพรวพนิตพูดเสียงหวานและคิดว่าจะต้องให้ธารณ์ไปส่งเธอถึงห้องและหลังจากนั้นก็หว่านเสน่ห์ใส่เขา แค่คิดเธอก็มีความสุขแล้ว
“ไม่เป็นไรครับ แล้วคอนโดของคุณแพรวอยู่แถวไหนครับ” ธารณ์ถามดาราสาวแล้วหยุดรอรถหน้าคลับเพราะเขาส่งไลน์ไปให้คนสนิทกับภรรยามารับดาราสาวไปส่งที่คอนโดของเธอ
“อยู่พระรามเก้าค่ะ แล้วคุณธารณ์จอดรถตรงไหนคะ” แพรวพนิตคิดว่าจะได้นั่งรถซุปเปอร์คาร์สุดหรูของเเขา
“มาโน่นไงครับ” ธารณ์มองไปที่รถเอสยูวีสีดำสนิทของเขาที่คนสนิทเอามารับดาราสาวไปส่งที่คอนโด
“เอ่อ..” แพรวพนิตมองตามไฮโซหนุ่มหล่อแล้วแอบเซ็งเมื่อเห็นรถเอสยูวีคันใหญ่สีดำแล่นเข้ามาจอดเพราะคิดว่าจะได้อยู่สองต่อสองกับไฮโซหนุ่ม
“เชิญครับ เดี๋ยวคนของผมจะไปส่งคุณแพรวที่คอนโดครับ พี่เดชไปส่งคุณแพรวด้วยนะครับ” ธารณ์บอกคนสนิทที่มากับภรรยาให้ไปส่งดาราสาวแล้วภรรยาของสุรดชก็ลงมาช่วยประคองดาราสาวขึ้นรถ
“ครับคุณธารณ์” สุรเดชรับคำสั่งของเจ้านาย เมื่อภรรยาขึ้นรถแล้วเขาก็ขับออกไปจากคลับหรู
สืบศักดิ์เห็นเพื่อนคู่ขับรถออกไปแล้วก็ขับรถซุปเปอร์คาร์ของเจ้านายเข้ามาจอดหน้าคลับเมื่อเจ้านายหนุ่มขึ้นรถแล้วก็ขับออกไป
“กลับบ้านหรือเพนท์เฮ้าส์ครับ”
“กลับบ้านครับ แล้วหลานป้าสายไปหรือยังครับพี่สืบ”
“ไปตอนสายแล้วครับ เห็นพี่สายบอกว่าได้ห้องแถวมหาลัยครับ”
“ผมให้โอกาสหลายครั้งมากแต่ยัยนั่นไม่ฟังคงคิดว่าผมไม่กล้าทำอะไร ถ้าผมไม่เห็นแก่ปู่ย่าพ่อแม่ของเธอผมไล่ตะเพิดไปนานแล้วครับ” เพราะทุกครั้งเบญจาไม่ได้ล่วงล้ำมาหาเขาถึงห้องแบบนี้จึงปล่อยไปและต่อให้แก้ผ้าเปลือยต่อหน้าเขาก็ไม่เอา
“คงจำไปนานแหละครับ”
“ขอให้จริงเถอะครับพี่สืบ”
“แล้วนักศึกษาฝึกงานล่ะครับ”
“ไม่ใช่พนักของบริษัทผมนี่ครับ”
“อ้อ จะไม่ให้ผมสืบประวัติให้จริงเหรอครับ” สืบศักดิ์ถามเจ้านายเพราะผู้หญิงแต่ละคนของเจ้านายเขาจะเป็นคนคัดกรองให้ก่อนเพื่อจะได้ไม่มีปัญหาหากผู้หญิงคนนั้นมีแฟนหรือมีคนเลี้ยง
“ตอนนี้ยังไม่ต้องครับ เอาไว้เดี๋ยวผมจัดการเองครับ” เขายังไม่รู้ว่าเธออยู่กรุงเทพมีใครอีกหรือเปล่าแต่ก็มั่นใจเสน่ห์ของตัวเองขนาดพนักงานสาวคนอื่นยังไม่กล้ามองเขาตรงๆยิ่งยิ้มให้เขาก็ยิ่งเป็นไปไม่ได้ แต่ยัยเด็กเสี่ยนั่นยิ้มให้เขา ช่างมั่นหน้าจริงๆแม่คุณ
“อ้อ พี่สืบดูให้หน่อยว่าเธอมาทำงานยังไง”
“ได้ครับ” สืบศักดิ์รับคำสั่งของเจ้านายและคิดว่าเขาต้องหาข้อมูลของนักศึกษาฝึกงานคนนี้ซะแล้วเพราะเจ้านายสนใจจริง
จากนั้นทั้งสองก็คุยกันจนถึงบ้านแล้วธารณ์ก็แยกไปพักผ่อนซึ่งบางวันมีงานดึกเขาก็จะให้สืบศักดิ์ไปด้วยเพราะสืบศักดิ์เลิกกับภรรยานานแล้ว แต่มีลูกชายวัยกำลังเรียนหนึ่งคนและอยู่กับปู่ย่าซึ่งธารณ์ก็ช่วยเหลือเรื่องค่าเล่าเรียนให้เรียนโรงเรียนชายล้วนและลูกสาวลูกชายของสุรเดชเขาก็ช่วยเหลือเหมือนกัน ส่วนภรรยาสุรเดชก็ออกทุนให้ขายขนมไทยอยู่หน้าบ้านเพราะอรพรรณมีฝีมือทำขนมและอยู่ใกล้ตลาดถ้าไม่มีงานด่วนหรือเดินทางไปต่างจังหวัดสุรเดชก็ไปนอนที่บ้านของตัวเอง
“ฉันดีใจจริงๆค่ะที่ได้เจอคุณแพรว ฉันเป็นแฟนคลับของคุณแพรวด้วยค่ะ” อรพรรณพูดกับดาราสาวอย่างชื่นชมเพราะดูในทีวีที่แฟนคลับพูดถึงแพรวพนิตทั้งสวยน่ารักนิสัยดี
“ขอบคุณค่ะ พี่ เอ่อ แพรวยังไม่รู้จักพี่เลยค่ะ”
“ฉันชื่ออรพรรณค่ะ”
“งั้นแพรวเรียกพี่อรพรรณนะคะ”
“อุ้ย จะดีเหรอคะ”
“ก็พี่อรพรรณอายุเยอะกว่าแพรวนี่คะ” แพรวพนิตทำตัวสนิทสนมกับภรรยาของสุรเดชเพื่อผลประโยชน์ของตัวเอง
“ขอบคุณค่ะคุณแพรวที่ให้เกียรติพี่” อรพรรณชื่นชอบดาราสาวเพิ่มขึ้นอีกเพราะความน่ารักเป็นกันเอง “เดี๋ยวพี่ขอถ่ายรูปด้วยได้มั้ยคะ”
“ได้ค่ะ แต่แพรวว่าสภาพของแพรวไม่โอเคเลยค่ะ”
“ไม่เป็นไรค่ะ คุณแพรวสวยอยู่แล้วค่ะ”
"งั้นได้เลยค่ะ"
จากนั้นทั้งสองสาวก็คุยกันไปตลอดทางซึ่งดาราสาวเป็นฝ่ายชวนอรพรรณคุยเพื่อหวังจะใช้อรพรรณ์เป็นสะพานไปหาธารณ์จนกระทั่งถึงคอนโดของดาราสาว
“ถึงแล้วครับคุณแพรว” สุรเดชจอดรถหน้าคอนโดของดาราสาวชื่อดัง
“เดี๋ยวพันไปส่งคุณแพรวก่อนะพี่เดช” อรพรรณบอกสามีก่อนจะลงจากรถเพื่อไปส่งดาราสาวที่ห้อง
แพรวพนิตแกล้งเจ็บเท้าก็ต้องเลยตามเลยก่อนจะลงรถแล้วให้อรพรรณไปส่งที่ห้องและแอบถามข้อมูลของไฮโซหนุ่มที่เธอชอบเพราะเขาหล่อรวยชาติตระกูลดี
“พี่พันทำงานกับคุณธารณ์นานแล้วเหรอคะ”
“สามีพี่ทำงานกับคุณธารณ์ค่ะ ก็เกือบสิบปีแล้วค่ะ ส่วนพี่เป็นแม่บ้านและทำขนมขายค่ะ”
“แพรวเห็นพี่พันมาด้วยก็คิดว่าทำงานกับคุณธารณ์”
“อ่อ พอดีวันนี้คุณธารณ์บอกงว่าคุณแพรวเจ็บเท้าก็ขอให้พี่มาช่วยพากลับบ้านค่ะ คุณธารณ์ไม่อยากมีข่าวกลัวจะทำให้คุณแพรวเสียหายค่ะ” อรพรรณพูดตามที่สามีบอกเธอตอนที่ขอให้ออกมาช่วงพาดาราสาวไปส่งบ้าน
งั้นเหรอคะ คุณธารณ์นี่น่ารักจังเลยค่ะ” แพรวพนิตพูดแล้วยิ้มถึงเขาไม่มาส่งเธอด้วยตัวเองแต่เขาก็ให้คนของเขามาและยังรู้ทันเธออีก
“ถึงแล้วค่ะ ขอบคุณพี่พันมากนะคะที่มาส่งแพรว” แพรวพนิตหยุดหน้าห้องแล้วยกมือไหว้ขอบคุณอรพรรณ
“ไม่เป็นไรค่ะ ว่าแต่คุณแพวเดินไปได้นะคะ”
“ได้ค่ะ ขอบคุณอีกครั้งนะคะ อ้อ พี่พันมีเบอร์โทรมั้ยคะ เผื่อแพรวไปแถวนั้นจะได้แวะอุดหนุนขนมร้านของพี่พันค่ะ”
“มีค่ะ”
จากนั้นสองสาวก็แลกเบอร์โทรกันก่อนอรพรรณจะกลับลงไปหาสามีที่รถเพื่อกลับบ้านเพราะตอนนี้ก็แล้ว หากไม่จำเป็นเจ้านายของสามีไม่รบกวนเธอ
“คุณแพรวเธอน่ารักดีนะพี่เดช” อรพรรณชมดาราสาวที่พูดจาอัธศัยดี
“ดูคนอย่าดูแต่ภายนอกนะพัน เราไม่ได้รู้จักเขาดีพอ" เขาดูออกว่าแพรวพนิตตีสนิทกับภรรยาเพราะเจ้านายหนุ่ม
“ทำไมล่ะพี่”
“ก็เรารู้จักเขาผิวเผินไม่ได้สนิทกัน บางคนก็คบหากันเพราะผลประโยชน์ก็มีเยอะแยะไป” สุรเดชพูดกับภรรยาเพราะเขาทำงานกับธารณ์มานานและเจอผู้คนมากมายที่เข้ามาหาเจ้านายเพื่อผลประโยชน์
“ก็จริงค่ะ แต่คุณแพรวไม่น่าจะเป็นมั้งพี่ และเธอมีแฟนคลับเยอะเลยนะ” สามีพูดก็ถูกว่ามันจะเป็นไปได้ยังไงที่ดาราสาวอยากคบหาเพราะเธอเป็นแค่แม่ค้าธรรมดา
“ไม่รู้สิ ก็รอดูต่อไปละกัน แต่ถ้าเกี่ยวข้องกับคุณธารณ์ละก็พันอย่าไปพูดเรื่องของเจ้านายละกัน” สุรเดชบอกภรรยาและเรื่องงานของเขาก็ไม่เคยบอกภรรยาเช่นกันยกเว้นจะกลับดึกหรือค้างที่บ้านหรือคอนโดหรือไม่ก็ไปต่างจังหวัดเท่านั้น
“รู้แล้วน่าพี่ แต่คุณแพรวก็เหมาะสมกับคุณธารณ์นะพี่”
“พี่เพิ่งพูดไปแม็บๆก็จับคู่ให้เจ้านายของพี่แล้วหรือไง”
“แหมพี่เดช พันแค่พูดเฉยๆค่ะไม่กล้าไปพูดกับคุณธารณ์และคุณแพรวเธอหรอกจ้ะ” สองสามีภรรยาคุยกันไปตลอดทางจนถึงบ้านแล้วก็ไปพักผ่อนเพราะพรุ่งนี้ต่างก็มีหน้าที่ของตัวเองที่ทำเป็นประจำทุกวัน
เวลาผ่านไปหนึ่งอาทิตย์
ที่บุศราคัมมาฝึกงานที่บริษัทเอทีเอ็น
เนชั่นแนลไทยแลนด์จำกัด.และหญิงสาวเข้ากับพี่ๆที่แผนกได้เกือบทุกคนมีแค่รุ่นพี่สองคนที่ไม่ค่อยคุยกับเธอแต่บุศราคัมเป็นแค่เด็กฝึกงานก็ไม่ได้คิดอะไรเมื่อพี่ๆใช้งานก็ทำตามอย่างไม่เกลียดคร้าน
“แตงเอาเอกสารไปส่งให้เลขาของท่านประธานหน่อยสิ” ปภาดาบอกพนักงานในแผนกให้เอาเอกสารไปส่งเลขาหน้าห้องของท่านประธาน
“แตงติดงานอยู่ค่ะผู้ช่วย ให้น้องใหม่ไปแทนได้มั้ยคะ”
“งานด่วนมั้ยล่ะ เดียร์ไปถ่ายเอกสารยังไม่เสร็จเลย” ปภาดามองเด็กฝึกงานที่ยืนถ่ายเอกสารในที่หน้าห้องส่วนรวมที่มีเครื่องถ่ายเอกสารเรียงกันกว่าห้าเครื่องเพื่อให้ทันต่อการทำงาน
“แค่แป๊บเดียวเองนะคะผู้ช่วย หรือว่าเด็กของผู้ช่วยใช้ไม่ได้คะ”
“งั้นไม่เป็นไร เดี๋ยวพี่ให้เดียร์ไปก็ได้ แต่ที่พี่ไม่ใช้เดียร์เพราะยังไม่รู้ว่าต้องขึ้นไปติดต่อตรงไหนและต่อไปงานของใครคนนั้นก็ต้องทำไม่ใช่โยนให้เด็กฝึกงานทำให้ เพราะถ้าผิดพลาดขึ้นมาเจ้าของงานต้องรับผิดชอบ” ปภาดาพูดเสียงเฉียบขาดเพราะรู้ว่าแตงใช้ให้เด็กฝึกงานทำงานของตัวเอง
ทุกคนเงียบกริบเพราะในแผนกก็มีผู้จัดการและผู้ช่วยที่เข้มงวดไม่แพ้กันและปภาดาถอดแบบผู้จัดการที่สอนผู้ช่วยมากับมือสามารถทำงานแทนได้อย่างเรียบร้อย ก่อนจะเดินไปหารุ่นน้องและอธิบายให้ฟังว่าต้องขึ้นลิฟต์ของผู้บริหารไปอีกสองชั้นก็ถึงห้องของท่านประธานบริษัทเอทีเอ็น เนชั่นแนลไทยแลนด์จำกัด.