ตอนที่2

2466 Words
“ให้ไอ้เล็กมันไปก่อนได้มั้ย เดี๋ยวเสร็จงานวันเกิดแด๊ดแล้วกูจะไป” “ได้ๆ ไม่มีปัญหา กูได้จะให้มึงมาเลยตอนนี้กูก็ไปๆมาๆได้อยู่แต่กูพูดเผื่อไว้น่ะ กูให้คนเอาของขวัญไปให้แด๊ดแล้วนะ เอาไว้นัทคลอดลูกแล้วกูจะพาหลานไปกราบนะ” จอร์แดนพูดกับเพื่อนเพราะพวกเขาไม่ได้สนิทกันแค่ในกลุ่มลูกๆแต่พ่อแม่ก็รู้จักสนิทสนมกันด้วย “ได้ เดี๋ยวกูบอกแด๊ดไห้ อีกสองวันกูเข้าไปเคลียร์งานที่กรุงเทพแล้วจะไปช่วยมึงละกัน” ธารณ์ตอบเพื่อนเพราะเขาไปช่วยงานมันบ่อยๆ “ขอบใจมากว่ะธารณ์ จะมาเมื่อไหรก็บอกกูด้วยละกันเดี๋ยวจะให้เด็กไปรับ” สองหนุ่มคุยกันต่ออีกเล็กน้อยก็วางสายเพราะจอร์แดนต้องไปดูแลภรรยาที่ท้องโตใกล้คลอดและเป็นลูกชายคนแรกของเขาด้วยจึงดูแลประคบประหงมภรรยามากเป็นพิเศษ “มีอะไรหรือเปล่าพี่ธารณ์” เธียร์ถามพี่ชายเมื่อคุยกับเพื่อนเสร็จ “พอดีเมียจอร์แดนใกล้คลอดก็เลยให้พี่ไปช่วยดูงาน เดี๋ยวพี่จะได้ดูงานของเราด้วย” คนเป็นพี่ตอบน้องชายเพราะเขาไม่มีอะไรปิดบังคนในครอบครัวจะพูดคุยปรึกษากันตลอด “เผลอแป๊บเดียวพี่จอร์แดนจะมีลูกแล้วเนาะ เร็วจริงๆแล้วเมื่อไหร่พี่ธารณ์จะมีเมียมีลูกกับเขาล่ะครับ” เธียร์ถามพี่ชายแล้วยิ้มก่อนจะถอดเสื้อเชิ้ตสีขาวออกจากตัวโยนไปกองบนเก้าอี้อาบแดด “แฟนยังไม่มีแล้วแกจะให้พี่มีเมียมีลูกเลยมันไม่ข้ามขั้นตอนไปเหรอวะน้องชาย” ธารณ์พูดกับน้องชายขำๆเพราะเรื่องครอบครัวไม่อยู่ในหัวของเขาเลย “จะไปยากอะไรเล่าพี่ชาย แค่ไปร่วมงานเลี้ยงของคุณตาคุณยายพี่ก็ชี้นิ้วได้เลยว่าจะเลือกคนไหนเป็นแฟนเป็นเมีย หึหึๆๆ..” “ขอบายว่ะ แกก็เห็นว่าแต่ละคนที่ตายายเลือกก็มีแต่ลูกท่านหลานเธอเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อทั้งนั้นและฉันก็ไม่มีเงินถุงเงินถังให้พวกเธอถลุงเล่นด้วย” ธารณ์ไม่ได้สนใจลูกหลานของเพื่อนตายายเพราะรู้ๆกันอยู่ว่าพวกเขาต่างก็หวังผลประโยชน์จากกันและกัน “ก็จริงของพี่ธารณ์นะ ว่าแต่พี่จะไปลาวเมื่อไหร่ล่ะ” “น่าจะเข้าไปเคลียร์งานที่กรุงเทพเสร็จนะ มีอะไรหรือแกจะไปด้วย” “เปล่าหรอกก็แค่ถามเฉยๆน่ะ” จากนั้นสองพี่น้องก็ว่ายน้ำออกกำลังกายกินลมชมวิวอย่างสบายอารมณ์เพราะที่นี่คือบ้านของพวกเขาที่สามารถทำอะไรก็ได้มีความเป็นส่วนตัวสูงและไม่ปล่อยให้ใครเข้ามาได้ง่ายๆจนกว่าจะได้รับอนุญาติจากพ่อแม่ของเขา เช้าวันถัดมา ตรงกับวันที1ตุลาคม ซึ่งตรงกับวันเกิดของแอสตัน นีลล์ ที่จัดงานวันเกิดทุกปีแต่เขาไม่ได้จัดงานเอิกเกริกจะทำเป็นการส่วนตัวในครอบครัวมีภรรยาสุดที่รักและลูกทั้งสอง ส่วนงานเลี้ยงเขาก็ไปแจกทุนการศึกษาให้เด็กๆและเลี้ยงอาหารกลางวันเท่านั้น “ขอบคุณคุณแอสตันมากนะครับ ที่มามอบทุนการศึกษาให้เด็กๆทุกปี” ผู้อำนวยการของโรงเรียนที่ได้รับการอุปถัมภ์จากแอสตัน นีลล์กับภรรยามาตลอดสิบกว่าปีที่สองสามีภรรยามาปลูกบ้านอยู่ที่นี่และเพิ่งมาอยู่ประจำได้สามปีก่อนและก่อนหน้านั้นพวกเขาจะไปๆมาๆ “ด้วยความยินดีครับผู้อำนวยการ หามีอะไรให้ผมช่วยก็บอกได้เลยนะครับ” เขายินดีช่วยเหลือสังคมและช่วยเหลือเด็กให้มีโอกาสได้มีหน้าที่การงานที่ดี “ตอนนี้โรงเรียนของเราไม่มีอะไรขาดเหลืออีกแล้วครับ แต่โรงเรียนอื่นน่าจะยังไม่มีเหมือนที่รงเรียนของผมครับ” ผู้อำนวยการโรงเรียนตอบแอสตันเพราะได้รับการช่วยเหลือทุกอย่างเรียบร้อย แต่เขาคิดว่าโรงเรียนอื่นใกล้ๆก็น่าจะต้องการความช่วยเหลือเช่นกันและเขาไม่คิดจะให้แอสตัวช่วยเหลือที่โรงเรียนของเขาโรงเรียนเดียว “งั้นผู้อำนวยการช่วยบอกให้ทางโรงเรียนที่ต้องการความช่วยเหลือให้หน่อยนะครับ ให้ติดต่อคาเรนได้เลยครับ” แอสตันบอกผู้อำนวยการให้ติดต่อคนสนิทของเขา “ผมต้องขอบคุณคุณแอสตันแทนโรงเรียนที่จะได้รับความช่วยเหลือด้วยนะครับ เชิญรับประทานอาหารครับ” ผู้อำนวยการขอบคุณนักธุรกิจชื่อดังผู้ใจบุญและเชิญครอบครัวของแอสตันไปทานอาหารที่เตรียมไว้ซึ่งไม่ใช่อาหารที่สั่งมาเลี้ยงเด็กๆแต่เป็นอาหารฝีมือแม่ครัวของโรงเรียน เมื่อจบการมอบทุนการศึกษาให้เด็กนักเรียนที่เรียนดีและรับประทานอาหารกลางวันอิ่มแล้วพักครอบครัวนีลล์ก็กลับบ้านบนเขาเพื่อพักผ่อนและตอนเย็นก็มีงานเลี้ยงภายในครอบครัวและบริวารในบ้านที่มีกว่ายี่สิบชีวิตและมีการมอบโบนัสให้ทุกคนเหมือนทุกปีทำให้มีคนอยากมาทำงานที่บ้านของตระกูลนีลล์ และวันถัดมาสองพี่น้องก็กลับกรุงเทพมาทำงานซึ่งพวกเขามีบ้านอีกหลังอยู่กรุงเทพมีแม่บ้านดูแลและสองหนุ่มก็ยังมีคอนโดและเพนท์เฮ้าส์อีกหลายแห่งและถ้าไม่มีนัดสาวๆหรือไปงานดึกๆพวกเขาก็จะกลับมานอนบ้าน "ดูแลตัวเองด้วยนะลูก" คุณกุลจิราพูดกับลูกชายที่จะไปช่วยงานเพื่อนที่ประเทศลาวแม้มันจะถูกกฎหมายที่ลาวแต่เมืองไทยการพนันเป็นเรื่องผิดกฎหมายและเธอก็ไม่อยากให้ลูกชายทำแต่ลูกชายยืนยันว่าจะไม่ทำเรื่องผิดกฎหมายในเมืองไทยเพราะที่ลาวมีจอร์แดนเป็นเจ้าของและผู้บริหาร "ครับแม่" ธารณ์ยิ้มให้แม่และเข้าใจดีว่าท่านเป็นห่วงเขา "ไม่ต้องห่วงหรอกที่รัก ลูกเรามันเก่งเหมือนพ่อครับ อ้อ และที่ห่วงคือเมื่อไหร่จะมีเมียเหมือนจอร์แดนล่ะดูสิตอนนี้จะมีลูกแล้ว" นีลล์พูดกับภรรยาและว่าลูกชายที่ไม่ยอมมีเมียมีแฟนทั้งที่เพื่อนกำลังจะมีลูกชายคนแรก "ผมไปดีกว่าครับแม่ ไปนะครับแด๊ด เรื่องลูกเมียของผมเอาไว้คุยกันทีหลังละกัน" ธารณ์พูดกับแม่และบอกพ่อที่ถามเขาเรื่องลูกเมียไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากมีแต่มันยังไม่ถึงเวลาและเขายังไม่คิดจะมีเมียตอนนี้ "เชอะ พอพูดเรื่องนี้ทีไรก็หนีตลอดนะเจ้าลูกชาย" "ไม่ได้หนีครับแด๊ด เอาไว้ผมมีเมียเมื่อไหร่จะบอกแด๊ดกับแม่เป็นคนแรกเลยครับ" "หาแฟนให้ได้ก่อนเถอะพี่ชาย" "แกก็เหมือนกันแหละนายเธียร์ ไปกันได้แล้ว สวัสดีครังแด๊ดแท่" ธารณ์กอดคอน้องชายแล้วเดินออกไปจากห้องรับแขก "ดูลูกชายคุณสิที่รัก" "ก็ลูกชายของคุณเหมือนกันแหละค่ะ" คุณกุลจิราพูดแล้วค้อสามีอย่างหมั่นไส้ "ลูกของเราครับที่รัก หึหึๆๆ.." แอสตันยิ้มให้ภรรยาแล้วโอบร่างอวบอิ่มไว้อย่างแสนรักเพราะกุลจิราเป็นผู้หญิงคนเดียวและคนแรกที่คบเขาด้วยความจริงใจไม่ได้สนใจเรื่องฐานะของเขาและยอมแต่งงานกับเขาแม้จะถูกครอบครัวตัดขาดทำให้เขารักและเทิดทูนหัวใจของภรรยา สองสามียิ้มให้กันอย่างมีความสุขเพราะลูกชายทั้งสองคนเป็นลูกที่ดีและเก่งทุกด้สนไม่ว่าเรื่องเรียนเรื่องการต่อสู้และเป็นนักธุรกิจหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรงสูงเป็นลูกไม้ตกใต้ต้น สองพี่น้องกลับกรุงเทพพร้อมกันแล้วแยกย้ายกันไปทำงานของตัวเองและธารณ์ก็ต้องรีบเคลียร์งานเพื่อจะไปช่วยงานเพื่อนที่ประเทศลาว "ตู้ดดๆๆ.." "ว่าไงวะเล็ก" "มึงไปลาวคนเดียวได้มั้ยวะ พอดีกูจะไปงานแต่งงานลูกชายลุงน่ะ แม่งทำผู้หญิงท้องก็เลยแต่งงานเร่งด่วนพรุ่งนี้กูกต้องไปจีนน่ะน่ะ" เลปกรบอกเพื่อนเพราะต้องไปจีนพรุ่งนี้ "ไม่เป็นไร กูจัดการได้" "ขอบใจเพื่อน เดี๋ยวกูหิ้วสาวจีนมาฝากนะ หึหึๆๆ.." เอาตัวมึงให้รอดก่อนเถอะเพื่อน" "เออ แค่นี้แหละกูต้องไปจัดการเรื่องเดินทางก่อน" "เดินทางปลอดภัยนะเว้ย" "ขอบใจ แล้วเจอกันเพื่อน" เลปกรพูดกับเพื่อนก่อนจะวางสายแล้วไปจัดการเรื่อ การเดินทางเร่งด่วนซุ่งไม่ใช่เรื่องยากเพราะพ่อของเขามีเส้นสายและเดินทางด้วยการเช่าเหมาลำเครื่องบินไปกันทั้งครอบครัวทั้งตายายลุงป้า หลังจากเลิกงานธารณ์ก็กลับไปนอนบ้านเพราะพรุ่งนี้เย็นเขาจะเดินทางไปเชียงรายแล้วเดินทางต่อไปเชียงแสนข้ามไปฝั่งประเทศลาว และเช้าวันนี้ชายหนุ่มก็ตื่นแต่เช้าเพื่ออาบน้ำไปทำงานพอลงไปถึงชั้นล่างก็เจอหลานสาวของแม่บ้านจอมจุ้นหากไม่เป็นแก่แม่บ้านกับสามีของนางที่เป็นคนเก่าแก่ของพ่อแม่ละก็ เขาไล่ไปนานแล้ว “คุณธารจะรับกาแฟเลยมั้ยคะ” เบญจาถามเจ้านายหนุ่มที่เธอหลงรักเขาแต่ธารณ์ไม่สนใจเด็กในบ้านอย่างเธอและเธอไม่ยอมแพ้แน่ๆ “ป้าสายบอกให้แก้วจัดเสื้อผ้าให้ผมไปต่างจังหวัดสักสี่ห้าวันนะครับ เดี๋ยวบ่ายๆผมจะให้พี่สืบมาเอานะครับ” เจ้านายหนุ่มหล่อเดินผ่านเบญจาไปที่โต้ะอาหารและบอกแม่บ้านเก่าแก่ที่อยู่มานานและแม่ของเขาไว้ใจนางสายบัวกับนายคะนองสองสามีภรรยาดูแลบ้านที่กรุงเทพส่วนลูกชายลูกสะใภ้และหลานชายคนเล็กอยู่ดูแลบ้านที่เขาใหญ่ ส่วนลูกสาวคนโตอยู่กับปู่ย่าเพราะเรียนมหาวิทยาลัยในกรุงเทพ “ได้ค่ะคุณธารณ์” นางสายบัวรับคำสั่งเจ้านายหนุ่มที่ใจดีกับทุกคนในบ้างไม่ต่างจากพ่อแม่ แต่ยกเว้นกับหลานสาวของเธอที่บอกไม่ฟังว่าอย่าไปยุ่งกับเจ้านายหนุ่มเพราะเขาไม่ชอบให้ใครมาบุ่งวุ่นวายเรื่องส่วนตัว “เดี๋ยวเบญจะจัดกระเป๋าให้คุณธารณ์แล้วเอาไปให้ที่บริษัทก็ได้ค่ะ” “ถ้าอยากอยู่บ้านนี้ก็ทำหน้าที่ของเธอไม่ต้องก้าวก่ายหน้าที่ของคนอื่น ฉันสั่งใครคนนั้นต้องทำและถ้าฉันรู้ทีหลังฉันไม่เอาไว้แน่ ไปเถอะพี่สืบ พี่เดช” ชายหนุ่มพูดจบก็ลุกขึ้นหยิบเสื้อสูทแล้วไปทำงานและรู้ดีว่าแม่บ้านไม่ฝ่าฝืนคำสั่งของเขาแน่นอนและหมดอารมณ์จะดื่มกาแฟ “ย่าบอกกี่ครั้งแล้วยัยเบญว่าไม่ต้องมายุ่งเรื่องของเจ้านาย ถ้าคุณธารณ์ไม่พอใจขึ้นมาสั่งห้ามไม่ให้ขึ้นมาตึกใหญ่อีกย่าก็ช่วยไม่ได้นะ ไปเรียนได้แล้ว” นางสายบัวพูดกับหลานสาวที่ชอบมาเสนหน้ากับเจ้านายหนุ่มทั้งที่รู้ว่าเขาไม่ชอบ “ก็เบญอยากรับใช้คุณธารณ์นี่คะย่า ไปก็ได้ค่ะ” เบญจาพูดแล้วเดินกระฟัดกระเฟียดออกไปจากบ้านเพื่อไปเปลี่ยนชุดไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเอกชนชื่อดังเพื่อยกระดับตัวเองให้อยู่ในสังคมลูกหลานคนมีเงินและที่ได้เรียนมหาวิทยาลัยเอกชนก็เพราะแอสตันให้ทุนการศึกษาเพราะเห็นว่าเป็นหลานสาวของแม่บ้านและพ่อแม่ขอเบญจาก็ดูแลบ้านของแอสตันที่เขาใหญ่และยังส่งเสียลูกชายคนเล็กเรียนที่โรงเรียนในอำเภอปากช่อง ณ.บริษัท KJR อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด และบริษัท ATN เนชั่นแนลไทยแลนด์ จำกัด ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าเจ้าพระยาฝั่งพระนครเป็นตึกสูงยี่สิบชั้นและเป็นโรงแรมมาก่อนที่แอสตัน นีลล์จะซื้อและปรับปรุงเป็นบริษัทและเป็นช้อปใหญ่ของแบรนด์เนมทั้งหลายในกรุงเทพที่สาวกทั้งหลายรู้จักดีว่าเป็นรจุดศูนย์รวมแบรนด์เนมจากทั่วโลกมารวมไว้ที่นี่เรียกได้ว่ามีพร้อมทุกอย่างโดยไม่ต้องไปไกลถึงต่างประเทศ และแบ่งแยกเป็นสองบริษัทที่นำชื่อของแอสตันกับกุลจิรามาตั้งชื่อใช้ตัวย่อภาษาอังกฤษเพราะ เคเจอาร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด เป็นตัวแทนนำเข้าเสื้อผ้ากระเป๋ารองเท้าแบรนด์เนมชื่อดังระดับโลกมาจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียว ส่วน เอทีเอ็น เนชั่นแนลไทยแลนด์ จำกัด เป็นตัวแทนนำเข้านาฬิกาและเครื่องประดับแบรนด์ดังระดับโลกแต่เพียงผู้เดียวเช่นกันและได้จดลิขสิทธิ์ไว้เรียบร้อยและมีช้อปใหญ่ของแต่ละแบรนด์อยู่ตั้งแต่ชั้นสามถึงชั้นเจ็ด ชั้นแปดและเก้าเป็นร้านอาหารชื่อดังทั้งไทยจีนฝรั่งและเป็นพื้นที่ให้เช่าเพื่อจะได้ดึงดูดลูกค้า ส่วนชั้นสิบถึงสิบสี่เป็นสต๊อกสินค้าทั้งหมด ชั้นสิบห้าเป็นออฟฟิศของบริษัทเอทีเอ็น ชั้นสิบหกเป็นออฟฟิศของบริษัทเคเจอาร์ ชั้นสิบเจ็ดเป็นห้องทำงานของประธานบริษัททั้งสอง ส่วนชั้นสิบแปดเป็นที่พักของคนสนิทของประธานบริษัทและชั้นสิบเก้าเป็นเพนท์เฮ้าส์ของเธียร์ ชั้นยี่สิบเป็นเพนท์เฮ้าส์ของธารณ์ และบริษัทของพวกเขายังมีช้อบเล็กอยู่ในห้างสรรพสินค้าหรูในเมืองใหญ่และเมืองท่องเที่ยวทั่วประเทศไทยและยังมีที่ลาวอีกทำให้ธารณ์กับน้องชายต้องเดินทางบ่อยๆ “เธียร์มาหรือยัง” ชายหนุ่มถามถึงน้องชายที่เมื่อคืนไปงานเลี้ยงขอบคุณลูกค้ากระเป๋าหนักที่อุดหนุนนาฬิกาแบนรด์ดังที่โรงแรมหรูเพราะทำยอดขายได้เกินเป้าที่ตั้งไว้ “ยังไม่มาค่ะท่านประธาน” ประชาสัมพันธ์สาวตอบเจ้านายผู้เข้มงวดและใครอย่าได้อ่อยเลยเชียว พ่อคุณจะเชิญออกทันทีทำให้ทุกคนตั้งฉายาให้ท่านประธานหนุ่มสุดหล่อว่า ผู้ชายต้องห้าม “พี่สืบโทรหาเธียร์บอกว่ามาถึงแล้วให้มาหาผมด้วย” “ครับคุณธารณ์” สืบศักดิ์รับคำสั่งของเจ้านายแล้วโทรหาคนสนิทของเธียร์ทันทีและบอกตามที่เจ้านายสั่ง “สวัสดีครับ/ค่ะคุณธารณ์” เลขาหนุ่มและผู้ช่วยเลขาสาวยกมือไหว้เจ้านายหนุ่มหล่อกับคนสนิททั้งสอง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD