EP. 3 อยากรู้อยากเห็น

1540 Words
แสงอาทิตย์อ่อนๆ ยามเช้าที่สาดส่องผ่านรอยแยกของผ้าม่านหนาหนักปลุกให้ขนมตื่นขึ้นจากนิทรา...ที่ไม่ได้ฝันดีเท่าไหร่ เธอฝันถึงสายตาคมกริบของคิรินและคำพูดของเขาที่บ่นถึงความผิดพลาดที่ชั้นสามวนเวียนไปมาจนเกือบเช้า เด็กสาวลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดเดรสผ้าฝ้ายสีขาวสะอาดตา ความรู้สึกผิดยังคงตกตะกอนอยู่ในใจ การมาขออาศัยอยู่บ้านคนอื่นแต่กลับทำแจกันเขาแตกตั้งแต่วันแรกไม่ใช่เรื่องที่น่าให้อภัยง่ายๆ เลยในความคิดของเธอ ขนมตัดสินใจลงมาที่ห้องครัวชั้นล่างตั้งแต่เช้าตรู่ เธอสำรวจตู้เย็นที่อัดแน่นไปด้วยวัตถุดิบชั้นดี จัดการถือวิสาสะหยิบพวกมันมาปรุงเป็นมื้ออาหารอุ่นๆ เด็กสาวจัดการเตรียมผ้ากันเปื้อนสีครีมที่พกมาจากบ้าน แล้วเริ่มลงมือทำ ออมเล็ตชีส และ ซุปข้าวโพด เมนูง่ายๆ ที่เธอทำบ่อยที่สุดเวลาที่รู้สึกว่าจิตใจฟุ้งซ่าน กลิ่นหอมของเนยแท้และไข่ที่สุกกำลังดีเริ่มกระจายตัวออกไปทั่วบริเวณห้องครัว ขนมฮัมเพลงเบาๆ เธอตั้งใจจัดโต๊ะอย่างประณีต หวังลึกๆ ว่าความตั้งใจนี้จะช่วยเจือจางความโกรธของเจ้าของบ้านลงได้บ้าง “เธอทำอะไร” เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นจากด้านหลังทำเอาขนมสะดุ้งสุดตัว มือเล็กที่กำลังถือทัพพีเกือบทำหลุดมือ เธอหันกลับไปมองที่ประตูครัว เห็นคิรินยืนกอดอกพิงกรอบประตูอยู่ วันนี้เขาไม่ได้สวมเชิ้ตสีดำเหมือนวันก่อน แต่กลับเป็นเสื้อยืดสีขาวเรียบๆ ที่ขับให้ไหล่กว้างและแผงอกหนาดูเด่นชัดขึ้น ทว่านัยน์ตาคมนิ่งนั้นยังคงความดุและเย็นชาไว้อย่างเคย “ขะ...ขนมทำอาหารเช้าค่ะ” เธอพึมพำตอบ พลางขยับนิ้วมือที่เปื้อนคราบเนยไปมา “อยากจะไถ่โทษเรื่องเมื่อคืนค่ะ ขนมตั้งใจทำมากเลยนะคะ คุณ...คุณกินหน่อยได้ไหมคะ?” คิรินขมวดคิ้วจางๆ เขามองอาหารสีเหลืองทองน่าทานบนโต๊ะสลับกับใบหน้ากลมมนที่มองเขาอย่างคาดหวัง ดวงตากลมโตคู่นั้นดูใสซื่อเสียจนคนใจแข็งอย่างเขาเผลอหยุดหายใจไปจังหวะหนึ่ง ปกติมื้อเช้าของเขาคือกาแฟดำรสขมเพียงแก้วเดียวที่จบลงในเวลาไม่ถึงสิบนาที แต่สายตาออดอ้อนของเธอทำเอาเขากระแอม หันสายตาไปมองทางอื่นอย่างผิดวิสัย “ฉันไม่กินมื้อเช้า” เขาเอ่ยเสียงเรียบ เตรียมจะหมุนตัวเดินออกไป ขนมรีบรั้งไว้ “กินหน่อยนะคะ...ขนมชิมแล้วอร่อยจริงๆ นะ” ไม่พูดเปล่า เด็กสาวกลับทำสิ่งที่ทำให้คิรินชะงักยิ่งกว่าเดิม ขนมก้าวเข้าไปหาเขาอย่างลืมตัว เธอเอื้อมมือไปจับชายเสื้อยืดของเขาแล้วกระตุกเบาๆ แววตาที่มองมานั้นเต็มไปด้วยความเว้าวอนแบบเด็กๆ ที่ไม่รู้ความ “แค่สามคำก็ได้ค่ะ ขนมจะได้ไม่รู้สึกผิดจนเรียนไม่รู้เรื่อง” คิรินก้มลงมองมือเล็กที่กำชายเสื้อเขาไว้ ความร้อนจากปลายนิ้วของเธอแผ่ผ่านเนื้อผ้าเข้ามาถึงผิว เขาควรจะสะบัดออกและดุเธอเรื่องการก้าวล้ำเส้นความเป็นส่วนตัว แต่ร่างกายกลับทรยศความรู้สึก เขาทรุดกายนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับที่ว่างเปล่าอย่างเงียบเชียบ กระทั่งตัวเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าทำไมทำแบบนี้ เขาตักออมเลตเข้าปาก ตั้งใจจะละเลียดอาหาร แต่จู่ๆ จมูกก็ได้กลิ่นบางสิ่งที่ไม่ใช่กลิ่นหอมนมและข้าวโพด กลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ลอยมาจากตัวเด็กสาวที่ขยับเข้ามานั่งใกล้เขาเพื่อรอดูท่าที มันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมฉุนกึกเหมือนผู้หญิงที่คลับ แต่มันคือกลิ่นหอมสะอาดเหมือนแป้งเด็กผสมกับกลิ่นดอกไม้ป่าจางๆ และความหอมจากผิวกายเจ้าหล่อน กลิ่นนั้นกำซาบเข้ามาในจมูกจนเขารู้สึกอึดอัดที่ช่องท้อง “คุณ...อร่อยไหมคะ?” ขนมถามพลางขยับเก้าอี้เข้าไปใกล้อีกนิดเพื่อลุ้นคำตอบ คิรินไม่ตอบ เขารีบจัดการออมเลตจนหมด ก่อนจะผุดลุกเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ ทิ้งให้ขนมนั่งหน้ามุ่ยอยู่ในห้องทานอาหารคนเดียว บ่นอุบอิบว่าแค่ชมกันสักนิดก็ไม่ได้เชียวหรือ คนใจร้าย หลังจากวันนั้น ชีวิตของขนมในคฤหาสน์หลังใหญ่ก็ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ อย่างเงียบเหงา เธอเริ่มกลัวคฤหาสน์หลังนี้น้อยลง รวมถึงกลัวเจ้าบ้านหน้าดุคนนั้นน้อยลงด้วย กลายเป็นว่าเริ่มสนอกสนใจในตัวของอีกฝ่ายแทน เธอสนใจว่าเขาทำอาชีพอะไรกันแน่ ทำไมต้องออกจากบ้านเวลาดึกๆ ดื่นๆ ด้วย กระทั่งกลับก็ไม่เป็นเวลา บางคืนเธอนอนหลับไปนานแล้วแต่กลับต้องตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะเสียงเครื่องยนต์รถยุโรปที่คำรามแผ่วเบาเข้ามาในเขตรั้วบ้าน บางวันเธอตื่นเช้าลงมาก็พบเพียงจานเปล่าที่เขาทิ้งไว้ หรือบางครั้งก็เป็นเพียงกลิ่นบุหรี่จางๆ ที่ติดอยู่ตามโถงทางเดิน เป็นหลักฐานชิ้นเดียวว่าเขาได้กลับมาเยือนบ้านของตัวเองแล้ว “พี่เคนคะ...” ขนมเอ่ยถามขณะที่เห็นลูกน้องคนสนิทของคิรินกำลังเดินตรวจความเรียบร้อยอยู่ที่สวนหินข้างบ้าน “คุณคิรินเขาทำงานยุ่งมากเลยเหรอคะ ทำไมขนมแทบไม่เห็นเขาอยู่บ้านเลย” เคนชะงักฝีเท้า หันมามองเด็กสาวที่สวมชุดอยู่บ้านสบายๆ แววตากลับเต็มไปด้วยความสงสัยใคร่รู้ “นายมีธุรกิจที่ต้องดูแลเยอะครับคุณหนูขนม ทั้งสถานบันเทิง อสังหาริมทรัพย์ แล้วก็...งานทางฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ช่วงนี้มีปัญหาเรื่องการขนส่งนิดหน่อย นายเลยต้องออกไปคุมเองครับ” “งานที่ต้องทำตอนกลางคืน...มันอันตรายมากไหมคะ?” เคนนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะคลี่ยิ้มจางๆ โกหกโดยที่ตาไม่กะพริบ “ไม่หรอกครับ เป็นงานดูแลคลับทั่วๆ ไปนี่แหละ ไม่ต้องห่วงนะครับคุณหนู” แทนที่คำตอบนั้นจะทำให้หญิงสาวคลายความสงสัย แต่เธอกลับไม่เชื่อ เพราะเห็นได้ชัดว่าเคนเป็นลูกน้องคนสนิท บางทีอาจจะช่วยผู้เป็นนายปิดบังก็ได้ คืนนั้น ขนมอาศัยความตัวเล็กและจังหวะที่บอดี้การ์ดสลับเวรหน้าประตู แอบเดินลัดเลาะไปตามสวนหินมุ่งหน้าสู่ประตูรั้วเล็กด้านข้าง เธอเรียกแท็กซี่ผ่านแอปพลิเคชันอย่างใจจดใจจ่อ โดยระบุปลายทางเป็นชื่อคลับหรูใจกลางย่านทองหล่อที่พี่เคนเคยหลุดปากบอกตำแหน่งไว้ เพียงไม่นาน รถแท็กซี่ก็พาเธอมาหยุดอยู่หน้าอาคารทรงโมเดิร์นที่ประดับประดาด้วยไฟนีออนสลับสีดูหรูหราและลึกลับ ขนมก้าวลงจากรถพร้อมกับดึงเสื้อคลุมคาร์ดิแกนตัวยาวมาห่อหุ้มร่างกายไว้ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตัวประหลาดท่ามกลางผู้หญิงในชุดราตรีสั้นกุดและชายหนุ่มในชุดภูมิฐานที่กำลังต่อแถวรอเข้าสถานบันเทิงแห่งนี้ “ขะ...ขอโทษนะคะ มาหาคุณคิรินค่ะ” เธอเอ่ยกับชายชุดดำหน้าประตูด้วยเสียงสั่นๆ “นายไม่ได้สั่งไว้ครับ ห้ามคนนอกเข้า” บอดี้การ์ดตอบเสียงเข้ม สายตามองเด็กสาวท่าทางซื่อๆ ด้วยความไม่ไว้ใจ “ขนมเป็น...เป็นหลานเขาค่ะ! ให้ขนมเข้าไปเถอะนะ ขนมมีธุระด่วนจริงๆ” เธอเริ่มโป้ปดคำโต มือก็ยื่นเอาบัตรเครดิตที่ก่อนหน้านี้คิรินเคยมอบให้ บอกว่าเป็นค่าขนมรายเดือน ลวดลายบนบัตรดูคุ้นตาทำให้บอดี้การ์ดยอมปล่อยเธอเข้ามาอย่างง่ายดาย ภายในคลับ แตกต่างจากคฤหาสน์อย่างสุดขั้ว เสียงเพลงแนว EDM ดังกระหึ่มจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ แสงสีวูบวาบและกลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นแอลกอฮอล์อบอวลไปทั่ว ขนมพยายามเดินเบียดเสียดผ่านฝูงชนที่กำลังโยกย้ายร่างกายไปตามเสียงเพลง เธอรู้สึกเวียนหัวและอึดอัดจนอยากจะหมุนตัวกลับ แต่เพราะอยากเห็นอาคิรินตอนทำงาน จึงได้ฝืนเดินต่อ เด็กสาวเดินหลงมาจนถึงโซนวีไอพีที่ชั้นลอย ซึ่งมีแสงไฟสลัวและบรรยากาศดูเป็นส่วนตัวกว่าด้านล่าง เธอเห็นร่างสูงที่คุ้นตาของคิรินนั่งอยู่บนโซฟาหนังสีดำท่ามกลางชายฉกรรจ์หลายคน เขากำลังถือแก้วบรั่นดีและฟังบทสนทนาด้วยสีหน้าเรียบเฉย ท่าทางเข้มขรึมและทรงอำนาจของเขาในตอนนี้ทำให้ขนมรู้สึกใจสั่น “มาคนเดียวเหรอจ๊ะหนู...” เสียงแหบพร่าที่ดังขึ้นข้างหูทำให้ขนมสะดุ้งสุดตัว เธอหันไปพบกับชายวัยกลางคนท่าทางภูมิฐานแต่แววตาหยาบโลน เขากำลังถือแก้วเหล้าและขยับเข้ามาใกล้จนเธอได้กลิ่นลมหายใจที่เต็มไปด้วยกลิ่นแอลกอฮอล์ เขาเริ่มพูดจาล่อลวงเธอ เมื่อเธอจะผละตัวหนีก็ถูกดึงตัวไว้ มือหยาบวางลงบนเอวบางอย่างถือวิสาสะจนเด็กสาวตื่นตระหนก รีบร้องเรียกหาคิรินที่อยู่ไม่ไกลทันที “คุณคิรินคะ ช่วยด้วย!”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD