แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องผ่านรอยแยกของผ้าม่านทำให้คิรินรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาด้วยอาการหนักอึ้งที่ศีรษะ เขากะพริบตาเพื่อปรับโฟกัส ก่อนจะขยับกายแล้วพบว่าความรู้สึกอุ่นวาบและนุ่มหยุ่นที่แนบชิดอยู่นั้นไม่ใช่หมอนข้าง ทันทีที่ก้มลงมอง ร่างสูงก็แทบหยุดหายใจ เมื่อเห็นแผ่นหลังเนียนละเอียดของคนในอ้อมกอดที่อยู่ในสภาพเปลือยเปล่าไม่ต่างจากเขา
ความทรงจำจากฤทธิ์สุราเมื่อคืนไหลย้อนกลับมาเป็นฉากๆ ทั้งสัมผัสรุนแรง เสียงครางกระเส่า และพฤติกรรมที่ขาดการยับยั้งชั่งใจ คิรินนิ่วหน้าด้วยความรู้สึกสับสน เขาในฐานะผู้ใหญ่ที่ขนมให้ความเคารพกลับเป็นฝ่ายทำลายความน่าเชื่อถือนั้นลงด้วยน้ำมือตัวเอง
ในจังหวะที่เขาพยายามจะถอนแกนกายที่ยังคงเชื่อมติดกันอยู่ออกอย่างแผ่วเบา ร่างเล็กกลับขยับตัวประท้วงก่อนจะลืมตาขึ้นมาช้าๆ ทั้งคู่สบตากันในระยะประชิด ความเงียบที่น่าอึดอัดเข้าปกคลุมห้องนอนทันที ขนมเบิกตากว้าง ใบหน้าหวานขึ้นสีจัดไล่ไปจนถึงใบหูเมื่อสัมผัสได้ถึงสภาพของตัวเองในตอนนี้
คิรินรีบถอนตัวออกมาแล้วพลิกหลังให้เธอทันที เช่นเดียวกับขนมที่รีบคว้าผ้าห่มมาพันกายแล้วหันไปอีกทาง หัวใจของเด็กสาวเต้นแรงจนแทบจะกระดอนออกมาข้างนอก
“ขะ...ขนมขอตัวไปอาบน้ำนะคะ” เธอเอ่ยเสียงเบาหวิวขยาดจนไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับมามอง
“อืม” คิรินตอบสั้นๆ น้ำเสียงฟังดูเย็นชาเหมือนปกติ แต่หากตั้งใจสังเกตจะจับได้ว่าปลายเสียงแอบสั่นน้อยๆ
เขาได้ยินเสียงฝีเท้าเล็กๆ วิ่งหนีเข้าห้องน้ำไปอย่างรวดเร็ว ชายหนุ่มถอนหายใจยาวพลางสบถกับตัวเองเบาๆ เขาขยี้ผมที่ยุ่งเหยิงด้วยความหงุดหงิดในความผิดพลาดของตนเอง ก่อนจะรีบหยิบเสื้อผ้ามาสวมใส่ส่งๆ แล้วเดินออกจากห้องนอนไปอาบน้ำที่ห้องพักแขกอีกฝั่งเพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้ากับหญิงสาว
วันทั้งวันในคฤหาสน์เต็มไปด้วยบรรยากาศกระอักกระอ่วนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เมื่อครั้นเดินมาเจอกันที่โถงทางเดิน ขนมที่ปกติจะเป็นฝ่ายเอ่ยทักทาย วันนี้กลับก้มหน้างุดชิดอก ส่วนคิรินที่ปกติมักจะจ้องมองเธอด้วยสายตาดุๆ บัดนี้กลับเลือกที่จะปัดสายตาหนีไปทางอื่น ท่าทางเคร่งขรึมของเขาทวีความเย็นชาขึ้นหลายเท่าตัว เพื่อใช้มันเป็นเกราะปิดบังความรู้สึกละอายใจที่กำลังกัดกินเขาอยู่
คิรินเริ่มสั่งตัวเองให้ถอยห่าง เขาตัดสินใจออกไปทำงานที่คลับถี่ขึ้น และเลือกที่จะกลับบ้านในเวลาที่มั่นใจว่าขนมหลับไปแล้วเท่านั้น พยายามดัดนิสัยตัวเองที่เผลอไปหวงหญิงสาวจนลืมตัว และดัดนิสัยความใจอ่อนที่มีต่อเด็กสาวคนนี้
ทุกครั้งที่เดินผ่านกันในบ้าน คิรินจะทำเหมือนเธอเป็นเพียงอากาศธาตุ เขาเมินเฉยต่อสายตาออดอ้อนและท่าทางอึกอักที่คล้ายจะอยากพูดอะไรบางอย่าง ขนมได้แต่ยืนมองแผ่นหลังกว้างที่เดินผ่านไปอย่างอ้างว้าง ความสัมพันธ์ที่เหมือนจะขยับเข้ามาใกล้กลับถูกกำแพงน้ำแข็งที่คิรินสร้างขึ้นกั้นเอาไว้อีกครั้ง
มาเฟียหนุ่มรู้ดีว่าหากยังอยู่ใกล้เธอในตอนนี้ เขาอาจจะควบคุมตัวเองไม่ได้อีกเป็นครั้งที่สอง และคนที่ทำอาชีพอย่างเขาไม่ควรมีความรู้สึกอ่อนแอแบบนี้กับเด็กสาวที่เพื่อนสนิทพ่อส่งมาให้ดูแลเพียงชั่วคราวเลย...
แต่ถึงแม้คิรินจะพยายามสร้างกำแพงน้ำแข็งและทำตัวเหินห่างเพื่อดัดนิสัยตัวเอง แต่ลึกๆ แล้วเขากลับพบว่าการไม่ได้เห็นหน้าหรือรับรู้ความเป็นไปของขนมเลยนั้นเป็นเรื่องที่ทนได้ยากกว่า ความเย็นชาที่แสดงออกมาจึงเป็นเพียงเปลือกนอกเท่านั้น ในขณะที่เบื้องหลังเขากลับสั่งให้ลูกน้องฝีมือดีตามประกบเธอทุกฝีก้าวที่มหาวิทยาลัย เพื่อรายงานความเคลื่อนไหวให้เขาทราบทุกระยะ
ในช่วงวันแรกๆ ขนมเพียงแค่รู้สึกเหมือนมีสายตาคู่หนึ่งจ้องมองมาจากมุมต่างๆ แต่เธอก็สลัดความคิดนั้นทิ้งเพราะคิดว่าตัวเองคงระแวงไปเอง ทว่าเมื่อเวลาผ่านไป ความรู้สึกเหล่านั้นเริ่มเด่นชัดจนกลายเป็นความอึดอัด เธอเริ่มเห็นใบหน้าคุ้นตาของบอดี้การ์ดในบ้านโผล่มาตามจุดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโรงอาหาร หน้าคณะ หรือแม้กระทั่งห้องสมุดที่ไม่ควรมีคนนอกเข้ามาได้
"ทำขนาดนี้เลยเหรอ..." ขนมพึมพำกับตัวเองด้วยความน้อยใจ เธอคิดไปว่าที่เขาทำแบบนี้เพราะไม่ไว้ใจ คิดว่าเธอจะทำตัวออกนอกลู่นอกทางหรือเกเรกับเพื่อนฝูงจนเสียเรื่อง ทั้งที่ความจริงคนที่เถลไถลไปผับทุกคืนกลับบ้านดึกดื่นก็คืออาคิรินต่างหาก ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งขุ่นมัวในใจ หน้าสวยๆบูดบึ้งจนแก้มป่อง
จนกระทั่งวันหนึ่งหลังเลิกคลาสบ่าย ขนมเดินไปซื้อขนมปังเจ้าอร่อยและน้ำหวานหวังจะมานั่งทานรับลมเย็นๆ ที่ม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ข้างสระน้ำของมหาวิทยาลัย เธอพยายามทำตัวให้ผ่อนคลาย แต่พอกวาดสายตามองไปรอบๆ ก็พลันนิ่งค้าง
ม้านั่งตัวรอบๆ ที่ควรจะมีนักศึกษามานั่งเล่น กลับถูกจับจองโดยชายฉกรรจ์ในชุดลำลองที่พยายามทำตัวให้กลมกลืนที่สุด แม้คนนอกจะดูไม่ออก แต่สำหรับขนมที่เห็นคนพวกนี้เดินตรวจตราอยู่ในบ้านทุกวัน เธอย่อมจำใบหน้าที่นิ่งสนิทและบุคลิกแข็งกระด้างเหล่านั้นได้ดี
ชายชุดดำสามสี่คนกระจายตัวอยู่ไม่ไกล บางคนแสร้งทำเป็นอ่านหนังสือ บางคนกดโทรศัพท์ แต่สายตาทุกคู่กลับลอบมองมาที่เธอเป็นระยะเหมือนนัดกันไว้
ขนมวางถุงขนมลงบนม้านั่งอย่างแรง ใบหน้าหวานมุ่ยลงด้วยความหงุดหงิดถึงขีดสุด ความอดทนที่พยายามประคับประคองมาตลอดหลายวันพังทลายลง เธอไม่เข้าใจว่าทำไมเขาต้องทำถึงขนาดนี้ ถ้าจะเมินกันก็เมินให้ตลอด ไม่ใช่มาใช้อำนาจกดขี่คุกคามพื้นที่ส่วนตัวของเธอจนน่ารำคาญแบบนี้
เด็กสาวรวบกระเป๋าขึ้นสะพายไหล่ ลุกขึ้นยืนแล้วจ้องมองไปยังบอดี้การ์ดเหล่านั้นด้วยท่าทางปั้นปึ่ง ก่อนจะเดินกระแทกเท้าตรงไปยังรถตู้ที่จอดรอรับอยู่หน้าคณะ
"กลับบ้านค่ะพี่เคน ขนมมีธุระต้องคุยกับนายของพี่ให้รู้เรื่อง!" น้ำเสียงเด็ดขาดของคนตัวเล็กทำเอาเคนถึงกับชะงักไปเล็กน้อย ขนมนั่งนิ่งตลอดทางกลับบ้าน มือเล็กกำสายกระเป๋าแน่นด้วยความตั้งใจอันแรงกล้า เธอจะไม่ยอมให้เขาทำเหมือนเธอเป็นนักโทษในเรือนจำแบบนี้อีกต่อไป ไม่ว่าอาคิรินจะเย็นชาแค่ไหน วันนี้เขาต้องฟังเธอพูดให้จบ และเธอจะพูดๆๆๆ จนกว่าเขาจะฟังด้วย!