หลังพูดจบคิรินก็หมุนตัวเดินจากไป ขนมไม่มีเวลามาสนใจคนใจร้าย เธอก้มหน้างุดขณะถูกพาขึ้นมายังชั้นสองของคฤหาสน์ ห้องพักของเธออยู่เกือบสุดทางเดิน เป็นห้องที่ตกแต่งด้วยโทนสีขาวสะอาดตา ตัดกับเฟอร์นิเจอร์ไม้สีอ่อนซึ่งดูอบอุ่นที่สุดเท่าที่บ้านหลังนี้จะเอื้ออำนวย เคนหยุดยืนอยู่ที่หน้าประตู ก่อนจะหันมามองเด็กสาวที่ยังคงทำหน้าเหมือนจะร้องไห้อยู่ตลอดเวลา
“กฎของนายมีไม่มากครับคุณหนูขนม แต่ทุกข้อ ต้องทำตามอย่างเคร่งครัด” เคนเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจังขึ้นกว่าเดิม
“ข้อแรก นายรักความสงบมาก โดยเฉพาะหลังเวลาเที่ยงคืนเป็นต้นไป ห้ามส่งเสียงดังรบกวนเด็ดขาด ข้อสอง พื้นที่ชั้นสามทั้งหมดคือเขตหวงห้าม โดยเฉพาะห้องทำงานที่อยู่ริมสุดขววามือ ห้ามคุณหนูขึ้นไปเหยียบหรือเข้าไปวุ่นวายโดยไม่ได้รับอนุญาต และข้อสุดท้าย...อย่าพยายามทำความรู้จักหรือตั้งคำถามเรื่องส่วนตัวของนายเด็ดขาดครับ”
ขนมพยักหน้ารับช้าๆ คำว่าเขตหวงห้ามฟังดูน่ากลัวเหมือนเธอกำลังอยู่ในหนังสยองขวัญอะไรสักอย่าง
“ขนมเข้าใจแล้วค่ะพี่...เอ่อ พี่ชื่ออะไรเหรอคะ?”
“เคนครับ”
“ค่ะพี่เคน ขนมจะพยายามอยู่เงียบๆ เหมือนไม่มีตัวตนเลยค่ะ”
“ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ แค่ทำตามกฎนายก็ไม่ยุ่งกับใครแล้ว” เคนยิ้มให้เล็กน้อยก่อนจะขอตัวลา ทิ้งให้ขนมจมอยู่กับความเงียบเพียงลำพัง
เด็กสาวใช้เวลาจัดข้าวของอยู่เกือบสองชั่วโมง เสื้อผ้าชุดนักศึกษาถูกแขวนเข้าตู้ ตุ๊กตาหมีตัวเก่าที่หิ้วมาจากบ้านถูกวางไว้บนหัวเตียงเพื่อเป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจเพียงชิ้นเดียว ทว่ายิ่งเวลาผ่านไป ความเงียบของคฤหาสน์ก็ยิ่งบีบคั้นหัวใจคนขี้เหงาอย่างเธอให้กระวนกระวาย ขนมเดินไปเดินมาในห้อง ก่อนจะตัดสินใจเปิดประตูออกมาดูสถานการณ์ภายนอก
เธอตั้งใจจะลงไปขอน้ำดื่มในห้องครัว แต่ด้วยความที่ไม่คุ้นชินกับโครงสร้างบ้านที่ซับซ้อนและการวางผังบันไดที่ดูคล้ายกันไปหมด ขนมที่เดินเหม่อลอยกลับก้าวเท้าเดินขึ้นบันไดไปยังชั้นสามโดยไม่รู้ตัว
อากาศบนชั้นสามดูจะเย็นจัดกว่าชั้นอื่นๆ แสงไฟตามโถงทางเดินสลัวราง ขนมเดินลัดเลาะไปตามทางเดินพรมหนานุ่มที่ช่วยเก็บเสียงฝีเท้าของเธอไว้จนเงียบกริบ จนกระทั่งสายตาไปหยุดอยู่ที่ประตูไม้โอ๊กบานยักษ์ที่มีแสงไฟลอดออกมาจากช่องว่างด้านล่าง
‘นั่นห้องครัวหรือเปล่านะ?’
ความหิวและประสาทสัมผัสที่เริ่มเบลอทำให้เธอลืมคำเตือนของเคนไปชั่วขณะ มือเล็กเอื้อมไปผลักบานประตูที่ไม่ได้ล็อกไว้ช้าๆ
ภาพที่ปรากฏต่อสายตาไม่ใช่ห้องครัวอย่างที่คิด แต่มันคือห้องทำงานขนาดใหญ่ที่อัดแน่นไปด้วยชั้นหนังสือสูงจรดเพดาน กลิ่นควันบุหรี่จางๆ และกลิ่นกระดาษเก่าหอมอบอวลไปทั่วห้อง กลางห้องนั้นมีโต๊ะทำงานตัวใหญ่ที่มีเพียงโคมไฟตั้งโต๊ะส่องสว่าง ขนมกวาดสายตามองด้วยความทึ่ง เธอเผลอก้าวเข้าไปในห้องอย่างลืมตัว สายตาไปสะดุดเข้ากับกรอบรูปไม้ขนาดเล็กที่วางอยู่บนมุมโต๊ะ มันเป็นรูปเก่าที่มีรอยยับตรงมุม
ด้วยความสงสัย ขนมจึงเอื้อมมือไปหมายจะหยิบขึ้นมาดูให้ชัดๆ
“ฉันบอกว่ายังไง...”
เสียงทุ้มต่ำที่ดังขึ้นจากมุมมืดหลังเก้าอี้ทำงานทำให้ขนมสะดุ้งสุดตัวจนเผลอปัดแจกันดินเผาขนาดเล็กบนโต๊ะร่วงลงพื้น
เพล้ง!
เศษดินเผากระจายเต็มพื้นหินอ่อน พร้อมๆ กับร่างสูงของคิรินที่หมุนเก้าอี้กลับมาเผชิญหน้า เขาอยู่ในชุดเสื้อคลุมผ้าไหมสีน้ำเงินเข้ม ดวงตาคมกริบจ้องมองแขกที่ไม่ได้รับเชิญด้วยแววตาที่ดุดันจนขนมรู้สึกเหมือนเลือดในกายจับตัวเป็นน้ำแข็ง
“ขะ...ขนมขอโทษค่ะ! ขนมไม่ได้ตั้งใจ ขนมหลงทาง...” เธอละล่ำละลักบอก ตัวสั่นงันงกจนแทบจะยืนไม่อยู่
คิรินลุกขึ้นยืนช้าๆ เงาของเขาพาดทับร่างเล็กจนเธอดูจ้อยร่อยลงไปอีก เขาเดินข้ามเศษแจกันที่แตกกระจายมาหยุดอยู่ตรงหน้าเด็กสาว ระยะห่างที่ใกล้เกินไปทำให้ขนมต้องแหงนหน้ามองเขาด้วยแววตาตื่นตระหนก หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้เริ่มเอ่อคลออีกครั้ง
“เคนไม่ได้บอกกฎให้เธอฟังงั้นเหรอ?” เขาถามด้วยน้ำเสียงกดต่ำที่ฟังดูเยือกเย็นยิ่งกว่าน้ำแข็งขั้วโลก
“บะ...บอกค่ะ แต่ขนมหลงทางจริงๆ ขนมหาห้องครัวไม่เจอ...”
“ชั้นสามไม่มีห้องครัว และห้องนี้คือที่ของฉัน” คิรินขยับเข้าไปใกล้ขึ้นอีกนิดจนปลายเท้าชนกัน สายตาของเขาจ้องลึกลงไปในดวงตากลมโตที่สั่นระริกเหมือนลูกนกปีกหัก
“เธอเข้ามาทำลายความสงบของฉัน...แถมยังมาทำลายข้าวของในห้องฉันด้วย”
เขามองแจกันที่แตกกระจาย มันไม่ใช่ของราคาแพง แต่มันคือของที่เขาสั่งห้ามใครแตะต้อง ขนมก้มหน้าลงจนคางชิดอก ไหล่บางสั่นเทาตามแรงสะอื้นที่เริ่มกั้นไม่อยู่
“ขนมจะชดใช้ให้ค่ะ...ฮึก...ขนมขอโทษจริงๆ ค่ะคุณคิริน”
คิรินมองเด็กสาวตรงหน้าที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาร้องไห้ ความรู้สึกหงุดหงิดที่เขามักจะมีต่อคนอ่อนแอพลันเลือนหายไปชั่ววูบ กลับกลายเป็นความรู้สึกแปลกประหลาดที่อธิบายไม่ได้เมื่อเห็นหยาดน้ำตาใสๆ หยดลงบนพรม มือแกร่งเผลอขยับคล้ายจะเอื้อมไปหา แต่แล้วเขาก็ชะงักมันไว้และกำหมัดแน่น
“ออกไป” เขาออกคำสั่งสั้นๆ
ขนมเงยหน้ามองเขาด้วยแววตาสับสน
“คะ...?”
“ฉันบอกให้เธอออกไป และห้ามขึ้นมาที่นี่อีกเป็นครั้งที่สอง” เขาหันหลังให้เธอทันทีเพื่อซ่อนอารมณ์บางอย่าง
“ถ้ามีครั้งหน้า...ฉันจะไม่สนว่าเธอเป็นลูกใคร ฉันจะส่งเธอกลับไปทันที”
ขนมไม่รอให้เขาสั่งซ้ำ เธอรีบหันหลังวิ่งออกจากห้องไปโดยไม่คิดชีวิต ทิ้งให้ความเงียบปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง คิรินยืนนิ่งอยู่ในความมืด เขามองไปยังตำแหน่งที่เด็กสาวเคยยืนอยู่ กลิ่นกายสาวอ่อนๆ ที่ยังหลงเหลืออยู่ในอากาศรบกวนประสาทสัมผัสของเขาอย่างรุนแรง
เขาก้มลงมองเศษแจกันบนพื้น ก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ