EP. 4 แหกกฎ

1229 Words
สัมผัสที่บีบลงบนเอวทำเอาขนมชาวาบไปทั้งตัว ความกลัวพุ่งขึ้นสมองจนเผลอหลุดปากเรียกชื่อเจ้าของบ้านออกไปเสียงหลง หัวใจเธอเต้นรัวจนเจ็บหน้าอก มองผ่านไหล่ชายแปลกหน้าไปเห็นแผ่นหลังกว้างของคิรินที่ชะงักกึก ก่อนที่เขาจะค่อยๆ หันกลับมา วินาทีที่สบตากัน ขนมรู้สึกเหมือนถูกจับจ้องโดยมัจจุราช ดวงตาคู่ที่เคยเฉยชาเป็นปกติของคิรินบัดนี้วาวโรจน์ด้วยความโกรธ รังสีบางอย่างที่แผ่ออกมาทำให้ชายที่กำลังลวนลามเธอถึงกับชะงักและยอมปล่อยมือออกโดยสัญชาตญาณ เขาถูกลูกน้องของคิรินพาเดินไปอีกทาง “ขนม...” น้ำเสียงของเขานิ่งเรียบ แต่มันต่ำลึกจนคนฟังใจหายวาบ คิรินก้าวเข้ามาเพียงไม่กี่ก้าวแต่กลับดูคุกคามจนคนรอบข้างต้องถอยร่น เขาไม่ได้สนใจชายคนนั้นแม้แต่น้อย สายตาคมกริบจ้องเขม็งมาที่ใบหน้าซีดเผือดของเด็กสาว ก่อนจะคว้าเข้าที่ต้นแขนของเธอแล้วดึงให้เดินตาม แรงบีบจากฝ่ามือหนานั้นหนักจนขนมต้องเม้มปากตัวเองเพราะความเจ็บ “คุณคิริน...ขนมเจ็บค่ะ” เขาไม่ฟังเสียงทักท้วงเลยสักนิด คิรินลากเธอผ่านฝูงชนในคลับมุ่งหน้าไปยังลิฟต์ส่วนตัวโดยไม่หันกลับมามอง ขนมต้องกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามแรงฉุดกระชาก หัวสมองขาวโพลนด้วยความกลัวไปหมด เธอเพิ่งรู้ว่าเวลาที่ผู้ชายคนนี้โกรธจริงๆ บรรยากาศรอบตัวที่กดดันอยู่แล้วก็ยิ่งทวีความกดดันจนแทบหายใจไม่ออก เมื่อมาถึงรถยุโรปที่จอดรออยู่ด้านหน้า คิรินดันร่างเล็กเข้าไปที่เบาะหลังก่อนจะตามเข้ามาประกบติด ประตูรถปิดดังปังจนขนมสะดุ้งสุดตัว รถเคลื่อนตัวออกไปอย่างรวดเร็ว บรรยากาศภายในรถเงียบสนิทจนได้ยินเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศที่ดังเป็นระยะ “ฉันสั่งว่ายังไง” คิรินเอ่ยขึ้นท่ามกลางความมืด น้ำเสียงนั้นเย็นเยียบ “ห้ามมายุ่งเรื่องส่วนตัว ห้ามมาที่นี่...แต่เธอก็ยังมา” “ขนม...ขนมแค่อยากรู้ว่าคุณทำงานยังไง” เธอตอบเสียงแผ่ว ก้มหน้างุดไม่กล้าสบตาเขา “อยากรู้จนเอาตัวเองมาเสี่ยงในที่แบบนี้เนี่ยนะ?” คิรินหันมาจ้องหน้าเธอ ดวงตาเขาดุจัด “ถ้าฉันไม่เห็นเข้า อะไรจะเกิดขึ้นกับเธอรู้บ้างไหม ขนม” ขนมเม้มปากแน่น หยาดน้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ร่วงเผาะๆ ลงบนตัก เธอสูดน้ำมูกพลางยกมือปาดน้ำตากับตัวเอง ไม่กล้าเถียงต่อ คิรินไม่ได้หันมามองความอ่อนแอของเธอ เขานั่งนิ่งกอดอกมองออกไปนอกหน้าต่างตลอดทาง ทันทีที่รถจอดสนิทหน้าคฤหาสน์ คิรินพาเธอลงจากรถแล้วกึ่งจูงกึ่งลากขึ้นไปยังชั้นสอง ไปในทิศทางที่ไม่ใช่ห้องนอนของเธอ แต่เป็นห้องพักแขกที่อยู่ลึกเข้าไปจากโถงบันได เขาพาเธอเข้าไปในห้องนั้น ขนมรีบหันกลับมาหาเขาด้วยแววตาตระหนก แต่คิรินกลับยืนกั้นประตูไว้ ท่าทางเขาเด็ดขาดจนเธอใจไม่ดี “ในเมื่อกฎที่มีมันใช้กับเธอไม่ได้ผล ก็อยู่ทบทวนตัวเองในนี้ไปก่อน” คนฟังเบิกตากว้าง ละล่ำละลั่กบอก “คุณคิรินจะทำอะไรคะ...ขนมขอโทษ อย่าขังขนมเลยนะ” “ฉันต้องดัดนิสัยเธอให้รู้ว่าอะไรควรไม่ควร” เขาตอบสั้นๆ ก่อนจะก้าวถอยหลังออกไปที่ประตู “คืนนี้ไม่ต้องออกไปไหนทั้งนั้น” “ไม่นะคะ! คุณคิริน!” ขนมรีบถลาเข้าไปหาแต่ไม่ทัน คิรินปิดประตูก่อนจะล็อกกลอนจากด้านนอกทันที เสียงล็อกดังกริ๊กทำเอาขนมขาอ่อน ทรุดตัวลงพิงบานประตู ปล่อยโฮออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ ด้านนอกห้อง คิรินยืนนิ่งอยู่หน้าบานประตู มือแกร่งกำหมัดแน่น เขาได้ยินเสียงสะอื้นที่ดังลอดออกมาเบาๆ แม้จะรู้สึกวูบในอก แต่ความโกรธแบบแปลกๆ ในอกมันยังมีมากกว่า “เคน...” เขาเอ่ยเสียงเรียบกับลูกน้องที่ยืนคุมเชิงอยู่ไม่ไกล “เฝ้าไว้ อย่าให้ใครมาเปิดประตูจนกว่าจะเช้า” เขาสั่งแล้วก็เดินจากไป ผ่านไปนานนับชั่วโมง ในห้องพักแขกยังคงเต็มไปด้วยเสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของเด็กสาวที่หมอบฟุบอยู่กับเตียงกว้าง ความมืดสลัวภายในห้องบวกกับความเงียบงัดของคฤหาสน์ทำให้อดีตที่พยายามจะลืมไหลย้อนกลับมา ความรู้สึกเหมือนถูกทิ้งให้อยู่ในห้องเก็บของแคบๆ ตอนเด็กเพียงลำพังเมื่อครั้งพ่อต้องออกไปทำงานไกลบ้าน กลายเป็นปมฝังใจที่ทำให้ขนมหวาดกลัวการถูกขังและการอยู่ท่ามกลางความมืด น้ำตาหยดแล้วหยดเล่าไหลอาบแก้มจนหมอนเริ่มชื้นเป็นดวง ร่างกายที่บอบบางเริ่มประท้วงต่ออารมณ์ที่เปลี่ยนไปมาเร็วเกินไป ลมหายใจของเธอเริ่มติดขัดพร้อมกับอุณหภูมิในกายที่พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว พิษไข้จากการตากลมในคืนที่ผ่านมาและความเครียดจัดทำให้เด็กสาวอ่อนแอหมดสติไปทั้งน้ำตา ทางด้านนอก คิรินเดินกลับลงมาจากชั้นสามหลังจากสงบสติอารมณ์ได้บ้างแล้ว เขายืนนิ่งอยู่หน้าห้องพักแขกที่ปิดสนิท เสียงสะอื้นที่เคยได้ยินแผ่วเบาหายไปนานแล้วจนผิดสังเกต มาเฟียหนุ่มขมวดคิ้ว มือที่กำลังจะหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบชะงักค้าง “นายครับ...คุณหนูขนมเงียบไปพักใหญ่แล้วครับ” เคนที่ยืนเฝ้าอยู่รายงานด้วยสีหน้ากังวล คิรินไม่ได้ตอบอะไร เขาหยิบกุญแจสำรองออกมาไขเปิดประตูห้องทันที ท่าทางของเขาดูนิ่งขรึมตามปกติ ทว่าแววตาคู่นั้นกลับจับจ้องไปยังร่างที่นอนแน่นิ่งอยู่บนเตียง เมื่อก้าวเข้าไปใกล้และลองแตะที่ต้นแขน ความร้อนระอุที่ปะทะฝ่ามือทำเอาเขาต้องนิ่วหน้า “ตัวร้อนขนาดนี้เลยเหรอ” เขาพึมพำกับตัวเอง สายตามองดูใบหน้าซีดเผือดที่ยังมีคราบน้ำตาติดอยู่ คิรินหันไปสั่งเคนด้วยเสียงเรียบ ก่อนจะโน้มตัวลงไปช้อนร่างของขนมขึ้นมาแนบอกอย่างเบามือ เขาอุ้มเธอออกจากห้องพักแขก เดินผ่านโถงทางเดินไปยังห้องนอนเดิมของเธอที่อยู่ถัดไป น้ำหนักตัวที่เบากว่าที่คิดทำให้เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย เมื่อมาถึงห้องนอนของขนม คิรินวางร่างเล็กลงบนเตียงจัดแจงดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมถึงหน้าอก “ไปเรียกแม่บ้านมาเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอ” เขาหันไปสั่งเคนที่ยืนรอรับคำสั่งอยู่หน้าประตู “เสร็จแล้วรายงานฉันด้วยว่าหมอว่ายังไง” “ครับนาย” เคนรับคำรีบจัดการตามสั่งทันที คิรินหันไปมองคนป่วยบนเตียงเป็นครั้งสุดท้าย สายตาของเขาอ่อนลงเพียงวูบเดียวจนแทบสังเกตไม่เห็น ก่อนจะกลับมาเย็นชาดังเดิม เขาหมุนตัวเดินออกจากห้องไปโดยไม่คิดจะแตะต้องหรือพูดปลอบโยนใดๆ ทิ้งหน้าที่ดูแลให้เป็นของคนงานในบ้านตามความเหมาะสม
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD