ตอนที่14ความลับ

2363 Words
“ถุ้ย..ไอ้หมาหวงก้าง” พงศกรถุยน้ำลายดูถูกกฤติธีด้วยความไม่พอใจ “มึงกับพั้นซ์แต่งงานกับเพราะสมบัติและมึงก็เพิ่งไปกกเมียเก่ามึงมาไม่ใช่เหรอวะ กูไม่แปลกใจเลยที่พั้นซ์ไม่เอามึงน่ะ” “เรื่องของกูกับพั้นซ์มันเป็นเรื่องส่วนตัว แต่สิ่งที่มึงทำเขาเรียกว่าเลว กล้าทำร้ายคนที่นับถือมึงเป็นพี่ชายได้มันก็ไม่ใชคนแล้วว่ะ” กฤติธีพยายามข่มอารมณ์เพราะไม่อยากทำให้เป็นเรื่องใหญ่แต่พงศกรไม่สำนึกเลยสักนิด “ถ้ากูเลว มึงก็เลวกว่ากูสิไอ้เทมส์ ทั้งมึงพ่อมึงลุงเข้มต่างก็ฮุบเอาบริษัทของกูไปแล้วมึงบอกว่าเป็นคนดีงั้นเหรอ น่าขำว่ะ ฮ่าๆๆ..” “ถ้ามึงมีฝีมือบริหารก็ทำให้กูดูหน่อยสิวะ แต่ถ้าทำไม่ได้ก็ไม่ต้องมาเห่า อ้อ กูกับพ่อและลุงเข้มไม่คิดจะฮุบบริษัทของใครเพราะถ้ากูจะทำงานเกี่ยวกับสื่อโทรทัศน์กูลงทุนเองไม่ดีกว่าหรือไง ทำไมกูต้องมาช่วยบริษัทของมึง เพราะอะไรรู้มั้ย ก็เพราะพ่อแม่ของมึงไม่ไว้ใจมึงไงล่ะ” ธารณ์พูดแล้วเว้นวรรคมองพงศกรที่โกรธเขาจนหน้าแดงก่ำ "ไอ้เทมส์.." “จริงเหรอวะไอ้กรที่บริษัทมึงถูกไอ้เทมส์ฮุบเอาไป” “ทำไมมึงไม่บอกกูวะ กูพร้อมจะช่วยมึงนะเว้ยอ้กร” “มึงไม่ต้องทำมาเป็นพูดเอาดีเข้าตัว ถ้ามึงกับพ่อของมึงไม่ฮุบบริษัทของกูก็ออกไปแล้วให้กูบริหารสิวะ” เพื่อนทุกคนของพงศกรรู้แต่ว่าพ่อของเพื่อนไม่สบายจึงขอให้กฤติธีมาช่วยงานเพราะพงศกรไม่ถนัดงานบริหารตามที่คุณพิมพ์ผกาได้แถลงต่อสื่อเพื่อจะได้ไ่มีใครเข้าใจผิด “งั้นมึงก็เอาเงินพันกว่าล้านมาคืนพ่อกูกับลุงเข้มก่อนสิแล้วกูจะปล่อยมือให้มึงบริหาร” ที่เขาทำก็เพื่อช่วยเพื่อนของพ่อและต้องการเงินทุนที่ยืมไปคืนเท่านั้นแค่นี้พงศกรก็คิดไม่ได้ "กูไม่คิดจะซ้ำเติมเพื่อนและถ้ากูมีโอกาสกูก็จะช่วยเหลือ แต่มึงคงไม่ใช่เพราะมึงเห็นแก่ตัวทำได้ทุกอย่าง" “พันกว่าล้านเลยเหรอวะไอ้กร” ธงชัยถามเพื่อนเพราะทุกคนก็เพิ่งรู้เรื่องนี้ในวันนี้แหละ “เอ่อ..” พงศกรชะงักแล้วมองเพื่อนในกลุ่มที่ไม่มีใครรู้ว่าบริษัทของเขาเป็นหนี้มากถึงพันล้านทุกคนคิดแค่ว่ากฤติธีมาบริหารตอนที่พ่อของเขาไม่สบายและจ้องฮุบบริษัทของเขาเท่านั้น “ว่าไงล่ะไอ้กร ถ้ามึงรับปากจะไม่เข้าใกล้หรือยุ่งกับพั้นซ์อีกกูจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก และที่กูทำแบบนี้เพราะกูเห็นแก่ลุงชิตกับป้าพิม แค่นี้ท่านก็ทุกข์ใจมากพอแล้วถ้ามึงยังพอมีจิตสำนึกอยู่บ้างก็หยุดทำเรื่องที่มึงคิดเถอะ อย่างน้อยก็เพื่อนพ่อแม่ของมึงเองและถ้ามึงตั้งใจทำงานจริงๆเมื่อถึงเวลานั้นดูจะไม่ยุ่งกับบริษัทของมึง” เขาไม่อยากปล่อยมันไปแต่ยังเห็นแก่พ่อแม่ของพงศกรและเท่าที่รู้จักมันมามันก็เป็นคนดีแค่มันรักสบายขึ้นเกียจทำงานถนัดแต่กินเที่ยวและตอนนี้ยังเข้ากลุ่มกับเพื่อนสมัยมัธยมและแต่ละคนก็ร้ายไม่ใช่เล่น “ก็ได้ กูจะไม่ยุ่งกับพั้นซ์อีก พอใจหรือยัง” “กูหวังว่ามึงจะทำตามที่พูดนะ” “กูไปได้หรือยัง” “เชิญ อ้อ แต่อย่าลืมว่ากูมีหลักฐานจากแก้วน้ำส้มด้วยนะ” เสียงห้าวเตือนพงศกรว่าเขามีหลักฐานแน่นหนาพอที่จะเอาผิดหากพงศกรไม่ทำตามที่พูด พงศกรมองกฤติธีด้วยความเกลียดชังเพราะเขาแพ้มันทุกอย่างและตอนนี้เพื่อนๆก็รู้ว่าครอบครัวของเขาไม่เหลืออะไรแล้วพวกมันจะคิดยังไง จะคบหาเขาต่อหรือไม่ก่อนจะเดินออกไปจากห้องรับรอง “กระเป๋าของคุณกรอยู่ที่ประชาสัมพันธ์นะครับ” ภานุเดินตามพงศกรกับเพื่อนออกไปจากห้องรับรองเพราะเจ้านายหนุ่มสั่งให้แม่บ้านเก็บของให้พงศกร “มันต้องมีวันของกูสักวัน” พงศกรพูดใส่หน้าภานุแล้วลากกระเป๋าออกไปพร้อมกับเพื่อนๆ “แล้วมึงจะทำยังไงต่อวะกร” นฤมิตรถามเพื่อนที่ลากกระเป๋าเดินทางใบเล็กเดินออกจากโรงแรมหรู “กูจะกลับกรุงเทพ พวกมึงจะเที่ยวต่อก็ตามสบายนะ” ตอนนี้เขาต้องกลับไปตั้งหลักก่อนเพราะพลาดเรื่องวธูแต่วันพระไม่ได้มีหนเดียว “งั้นเจอกันที่กรุงเทพนะกร มึงมีอะไรให้กูช่วยก็บอกนะ” นรุมต์บอกเพื่อนแต่จะให้ช่วยหลักร้อยล้านพันล้านคงไม่ไหวเขาจะช่วยได้เท่าที่กำลังของตัวเองเท่านั้น “ถ้ามึงต้องการเงินหลักพันล้านก็ต้องติดต่อนายทุนจีนนะกร แต่มันจะเสี่ยงต่อการฟอกเงินหน่อย” เขาเองก็ทำงานกับนายทุนจีนแต่เขาไม่ได้นำเงินเข้ามาเขาใช้วิธีขายสินค้าและขยายไปเรื่อยๆจนตอนนี้มีโกดังอยู่เกือบทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย “หากมันทำเงินให้กูได้เร็วกูอยากทำ มึงช่วยกูหน่อยสิหนุ่ม” “ใจเย็นๆสิวะไอ้กร มึงอย่าทำอะไรวู่วามมันจะได้ไม่คุ้มเสีย” นฤมิตรบอกพงศกรเพราะอยู่ในอารมณ์แบบนี้มันจะทำให้เกิดความโลภแล้วมันจะทำให้เกมเร็วขึ้นและมันจะกระทบมาถึงพวกเขา “กูเข้าใจ ยังไงก็ฝากพวกมึงช่วยด้วยนะ กูไปนะแล้วเจอกันที่กรุงเทพ” พงศกรมองเห็นทางออกอยู่ข้างหน้าแล้วทำไมเขาจะไม่คว้าเอาไว้ล่ะ ทั้งสามมองตามหลังพงศกรเดินไปขึ้นรถแท็กซี่แล้วถอนหายใจก่อนจะมองหน้ากันว่าจะช่วยยังไงและในการช่วยเหลือมันก็ต้องมีผลประโยชน์ด้วย “มึงว่าไงหนุ่ม” “ก็ช่วยมันหน่อยเถอะ ตอนนี้ทางนายทุนอยากขยายงานและถ้าได้ถือหุ้นสื่อมันจะดีกว่ามั้ยวะ” ธงชัยพูดกับเพื่อนทั้งสองเพราะพวกเขาลงเรือลำเดียวกันแต่เป็นมือที่สี่ห้าหกหากมีปัญหาก็จะสืบสาวมาถึงเขายากและเขาไใ่ยุ่งกับการพนันออนไลน์เพราะมันเกมเร็วจึงทำหน้าที่หลังบ้านฟอกเงินอย่างเดียว “ไอ้ดีมันก็ดีอยู่หรอกนะ แต่มึงต้องคิดดูว่าถ้าเอาเงินหลักรัอยล้านพันล้านเข้ามาเราจะถูกจับตามองนะ กูไม่อยากให้สิ่งที่พวกเราทำมามันสูญนะและพวกมึงก็รู้ว่าจุดจบมันจะเป็นยังไง” กว่าเขาจะมีวันนี้มันไม่ง่ายแม้จะมีนายทุนหนุนแต่จะทำอะไรโจ่งแจ้งไม่ได้และโชคดีที่ฐานะทางบ้านรวยอยู่แล้วแต่มันเป็นระบบกงสีกว่าจะได้เงินก็ต้องรอจะซื้อของทีก็ต้องรอและพอเขามาทำธุรกิจเองมันก็ทำให้เขามีทุกอย่างเทียมหน้าเทียมตาเพื่อรฝูงในสังคม “นั่นสิ กูกลัวไอ้กรมันจะโลภมากแล้วทำให้พวกเราฉิบหายกันน่ะสิ” “งั้นเราก็จัดการให้มันดีมั้ย หากปล่อยมันคุยกับนายทุนเองกูว่าเขาจะต้องปล่อยเงินแน่ให้มันเข้าธุรกิจการพนันออนไลน์ดีมั้ยวะ” นฤมิตรเสนอเพื่อนทั้งสองเพราะยังไงเขาก็ไม่ไว้ใจพงศกรหากเกิดอะไรขึ้นเขาเชื่อว่ามันทิ้งเพื่อนแน่ๆ ดูได้จากที่มันทำกับกฤติธี “จะดีเหรอวะ” “งั้นเราให้มันเลือกดีมั้ยวะ” “สาวๆมาโน่นแล้วเอาไว้ค่อนคุยกับมันที่กรุงเทพละกัน” นรุมต์เห็นสาวสวยทั้งสามเดินมาก็หยุดคุยเรื่องงานของพวกเขาที่แอบทำกันลับๆมากว่าสามปีทำรายได้ให้พวกเขาหลักร้อยล้านทุกปี ส่วนกฤติธีกับวธูเมื่อทุกคนออกไปจากห้องรับรองแล้วก็คุยกับผู้จัดการใหญ่เรื่องความปลอดภัยของลูกค้าที่ต้องเข้มงวดมากขึ้นเพราะไม่อยากให้มีปัญหาเหมือนวธูก่อนจะกลับกรุงเทพ เวลาผ่านไปหนึ่งอาทิตย์ หลังจากกลับมาถึงกรุงเทพกฤติธีก็คุยเรื่องที่เกิดขึ้นให้พ่อของเขากับพ่อของวธูฟังทำให้พวกท่านไม่พอใจโดยเฉพาะลุงเข้มที่เรียกภานุมาคุยและขอให้ช่วยดูแลลูกสาวอย่าให้คลาดสายตา “ตู้ดดๆๆ..” เสียงโทรศัพท์ของวธุดังขึ้นขณะหญิงสาวกลับมาถึงบ้านและกำลังจะอาบน้ำเพื่อไปตามนัดของเพื่อนๆที่นัดทานอาหารด้วยกันพร้อมหน้า “ว่าไงรุ่ง” เสียงหวานถามเพื่อนไปตามสายเพราะเธอกำลังจะอาบน้ำ “พั้นซ์อยู่ไหนให้รุ่งไปรับมั้ย” รุ่งคุณถามเพื่อนเพื่อจะไปรับและเขากับเพื่อนในกลุ่มอีกสามคนรู้เรื่องของวธูกับกฤติธีทุกคนเพราะหญิงสาวไม่ปิดบังเพื่อนและทุกคนก็ไม่มีใครเอาเรื่องของวธูกับกฤติธีไปพูดต่อ “ไม่เป็นไรจ้ะรุ่ง เดี๋ยวพั้นซ์ไปเอง แค่นี้นะรุ่ง พั้นซ์ไปอาบน้ำก่อนเดี๋ยวจะไปช้าแล้วพั้นซ์จะโทษรุ่งนะ” วธูบอกเพื่อเมื่อเห็นสายตาของสามีมองเธอมองอยู่ “โอเคครับพั้นซ์ เดี๋ยวเจอกันนะ” รุ่งคุณพูดกับเพื่อนแล้ววางสาย วธูวางสายจากเพื่อนแล้วเดินผ่านห้องรับแขกตรงขึ้นไปชั้นสองของบ้านแล้วแยกไปห้องนอนของเธอเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนชุดไปทานอาหารกับเพื่อน “จะไปข้างนอกเหรอพั้นซ์” กฤติธีเลิกงานมาเพราะอยากรู้ว่าวธูมีเรื่องอะไรจะคุยกับเขาแต่เธอจะออกไปข้างนอก “พันซ์นัดทานข้าวกับเพื่อนไว้ค่ะ พี่เทมส์มีอะไรหรือเปล่าคะ” ปกติเขาจะกลับบ้านค่ำแต่วันนี้กลับไล่หลังเธอมาคงจะมีนัดเหมือนกัน “ไม่มีอะไร พันซ์ไปเถอะระวังตัวด้วยละกัน” “ค่ะ” วธูพูดจบก็เดินเข้าไปในห้องนอนของเธอที่แยกห้องกันตั้งแต่แต่งงานและเธอก็ระวังตัวมากขึ้น กฤติธีก็เข้าห้องของตัวเองที่อยู่ถัดไปอีกฝั่งเรียกว่าแบ่งเขตกันก็ได้ก่อนจะโทรหาภานุเพื่อบอกให้ดูแลภรรยาของเขาให้ดีอย่าให้เกิดเรื่องและเธอนัดกับใครก็ให้ไลน์มาบอกเขาด้วยก่อนจะโทรนัดเพื่อนๆไปดื่ม เมื่อไปถึงร้านอาหารกึ่งผับริมแม่น้ำเจ้าพระยาตามที่นัดกับเพื่อนๆไว้วธูก็ลงจากรถพร้อมด้วยภานุที่ตามเจ้านายไปติดๆเพราะเป็นห่วงความปลอดภัย “เฮ้พั้นซ์ทางนี้” เสียงห้าวของเชอรี่สาวลูกครึ่งไทยฝรั่งเศสดังขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนรักเดินเข้ามาในร้านเพราะพวกเธอเลือกที่นั่งชั้นลอยที่มองเห็นเวทีและวิวแม่น้ำเจ้าพระยา “ผมไปนั่งตรงโน้นนะครับ” ภานุบอกเจ้านายสาวว่าเขาไปนั่งที่บาร์รอเธอ “ค่ะพี่นุ” วธูยิ้มให้คนติดตามแล้วเดินไปหาเพื่อนที่ชั้นลอย “แหมคุณนายพั้นซ์กว่าจะมาได้นะแก หรือว่าต้องของอนุญาตปั๋วก่อนยะถึงจะมาได้” เมทกาแซวเพื่อนขำๆ “แกก็เห็นว่าฉันงานเยอะ ใครจะเหมือนพวกแกล่ะทำงานสบายจะตาย” “งั้นแกก็ลาออกแล้วมาทำกับฉันสิจะได้สบายเหมือนกัน คิกกๆๆ..” เธอทำงานสบายจริงก็แค่ตามสืบเรื่องของชาวบ้านแลส่วนมากก็เมียหลวงให้สืบเรื่องสามีกับเมียน้อยและสุนัขหายแมวหายบ้างเคสใหญ่ก็เรื่องคดโกงและบริษัทของเธอมีเพื่อนๆทุกคนร่วมหุ้นกันและเธอเป็นผู้บริหารและไม่มีใครรู้ว่าเพื่อนๆของเธอมีหุ้นในบริษัท “ได้ยังไงล่ะ พวกแกก็รู้ว่าตอนนี้มีไฮยีน่าจ้องฮุบพี่เทมส์อยู่นะ” กาญธิดาพูดถึงทิชาภรณ์กับครอบครัวที่จ้องฮุบพี่ชายและทรัพย์สินของครอบครัวเธอ หากไม่มีวธูก็เข้าทางคนพวกนั้นน่ะสิ “ฉันได้ข่าวมาว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ได้มีพี่ชายแกคนเดียวนะแทมมี่” เชอรี่พูดกับเพื่อนตามที่ได้ข่าวมาจากเพื่อนรุ่นน้องที่อยู่ปารีสเล่าให้ฟังว่าเห็นแฟนของกฤติธีไปเที่ยวกับผู้ชายแต่เธอไม่มีหลักฐาน “เพื่อนของเขามั้งแก” วธูพูดแก้ต่างให้แฟนสาวของกฤติธี “เพื่อนที่ไหนจะโอบเอวแล้วจูบกันล่ะแก แต่ฉันไม่มีหลักฐานเท่านั้น” “งั้นแกให้รุ่นน้องของแกถ่ายรูปไว้สิเชอรี่ เดี๋ยวฉันจ่ายเงินจ้างให้เอง” กาญธิดาบอกเพื่ออย่างใจป้ำเธออยากให้พี่ชายหลุดพ้นจากผู้หญิงคนนั้น “เอาจริงเหรอแก” เมทกาถามเพื่อนและเชอรี่ก็มีเพื่อนอยู่ฝรั่งเศสเยอะโดยเฉพาะปารีสเพราะเป็นบ้านเกิดพ่อของเพื่อน “จริงสิเมเม่ พี่เทมส์จะได้รู้ว่าผู้หญิงที่เขาเลือกไม่ได้เป็นคนดีและซื่อสัตย์กับเขา” “พี่เทมส์ฉลาดปานนั้นนะแก วันหนึ่งถ้าผู้หญิงคนนั้นมีผู้ชายคนใหม่จริงก็ต้องรู้อยู่ดียกเว้นเธอจะแอบคบเท่านั้นแหละ” เชอรี่คิดว่าไม่ช้าก็เร็วพี่ชายของเพื่อนก็รู้ “มันก็ไม่แน่นะแก เพราะความรักมันบังหูบังตาทุกอย่าง” อนิภาสาวสวยเจ้าของร้านล้านนาผ้าไหมชื่อดังเมืองลำพูนและมีรีสอร์ทมีพี่ชายกับพี่สะใภ้ช่วยกันบริหารดูแล
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD