ยื่นข้อเสนอ
หลัวไป๋เย่นอนหลับสบายโดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้มีคนบุกรุกเข้ามาในห้องของตนเอง ส่วนคนที่บุกรุกห้องคนอื่นก็เดินมานั่งลงที่เตียงด้วยฝีเท้าที่แผ่วเบา ทำให้คนที่นอนอยู่ไม่รู้ตัวเลยสักนิด
เขานั่งมองใบหน้าที่หลับอย่างสบายใจอยู่นาน เข้ามาสร้างความปั่นป่วนให้เขา แล้วคิดจะใช้ชีวิตอย่างสุขสงบหรือ ไม่มีทางเสียหรอก
มือหนายกขึ้นไปลูบหน้าเรียวเล็กแผ่วเบา จนคนที่นอนอยู่ครางออกมาอย่างรำคาญพร้อมกับปัดมือที่ก่อกวนออก
“หึ” ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ กับท่าทีขัดใจนั้น แต่ก็ยังคงลูบไล้ใบหน้าเรียวเล็กต่อ ทำให้หญิงสาวตื่นขึ้นมาด้วยความรำคาญ ทว่าเมื่อตื่นขึ้นมาก็ต้องตกใจเพราะมีคนตัวโตนั่งเป็นยักษ์ปักหลั่นอยู่ข้างตัวเอง
“ชะ...” นางกำลังจะร้องขอความช่วยเหลือแต่ถูกปิดปากเอาไว้ก่อน
“หากไม่เงียบเจ้าจะไม่ได้เอ่ยปากอีกตลอดชีวิต” เมื่อได้ยินเช่นนั้นหญิงสาวก็หุบปากทันที เพราะกลัวว่าเขาจะทำตามที่พูดจริง ๆ
เมื่อตั้งสติได้หลัวไป๋เย่เพ่งมองคนที่บุกรุกเข้ามาในเรือนของตนท่ามกลางความมืด ก็พบว่าเป็นคนที่นางเพิ่งร่วมเตียงไปเมื่อหลายวันก่อน แล้วเขามาทำไม มิใช่ตกลงกันแล้วหรือว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีก
“ท่านมาทำไม”
“ข้ามาหาเจ้า” เขาตอบด้วยสีหน้าที่เรียบนิ่ง ไม่ได้สนใจสีหน้าที่งงงวยของคนที่ยังคงนอนอยู่บนเตียง เขาจะมาหานางไม่ได้หรืออย่างไร
“มาหาข้าทำไม มิใช่ว่าพวกเราตกลงกันแล้วหรือว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีก” หรือว่านางเข้าใจอันใดผิดไป วันนั้นก็ตกลงกันอย่างชัดเจนแล้ว แล้วเขาจะมาวุ่นวายกับนางอีกทำไม
“เจ้าลุกขึ้นมานั่งคุยกันดี ๆ” เขาดึงนางให้ลุกขึ้นมานั่งคุยกันดี ๆ ทว่าตอนที่เขาดึงนางให้ลุกขึ้นนั่ง ผ้าห่มที่คลุมตัวของนางอยู่ก็ร่นลงไปกองอยู่ที่เอว ทำให้ตอนนี้เขาสามารถเห็นไปถึงไหนต่อไหน เพราะว่าคนตัวเล็กใส่เพียงแค่เสื้อตัวบางเท่านั้น ทำให้อกอวบอิ่มชูชันต่อตาล่อใจคนมองยิ่งนัก
“มีอันใดก็ว่ามาเถิด” ตอนนี้นางง่วงมาก เหนื่อยก็เหนื่อย เดินทางมาทั้งวันยังมีคนตามมาก่อกวนอีก อยากจะนอนพักผ่อนต่ออีกหน่อย
เขาเบือนหน้าไปทางอื่น ไม่อยากมองสิ่งล่อตาล่อใจตรงหน้า เขาไม่อยากจะคิดเลยว่าภายใต้ผ้าห่มนั้นมีอะไรซ่อนอยู่ สิ่งที่ทำให้เขาหลงมันจนแทบจะโงหัวไม่ขึ้น
“ข้ามีเรื่องจะคุยกับเจ้า” เขาพยายามควบคุมไม่ให้เสียงสั่น ตอนนี้เขาอยากคุยกับนางให้รู้เรื่องเสียก่อน
“เอาไว้พูดกันพรุ่งนี้มิได้หรือ ตอนนี้ข้าอยากนอนเต็มทีแล้ว” หญิงสาวตาจะปิดแหล่มิปิดแหล่ นางไม่มีสติมากพอที่จะพูดกับเขาหรอก ถึงพูดกันไปตอนนี้ก็คุยกันไม่รู้เรื่อง
“ไม่ได้ เราต้องคุยกันตอนนี้” เขาไม่อยากเสียเวลาไปมากกว่านี้อีกแล้ว
“แต่ข้าไม่ไหวแล้ว ข้าจะนอน” หญิงสาวพูดเสียงแข็ง ล้มตัวลงนอนหันหลังให้คนตัวโต นางจะไม่พูดกับเขาตอนนี้เด็ดขาด ตอนนี้นางต้องการนอน
จางเข่อซินที่เห็นเช่นนั้นก็ได้แต่นิ่งทำอันใดไม่ถูก เพราะที่ผ่านมาไม่เคยมีผู้ใดทำเช่นนี้กับเขา ที่ผ่านมาทุกคนล้วนอยากเข้าหาเขา ไม่ว่าจะในฐานะใด แต่วันนี้สตรีผู้นี้กลับนอนหันหลังให้เขา
กล้ามาก นางกล้ามากที่ทำเช่นนี้กับเขา
“เฮ้อ” เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วชายหนุ่มก็ได้แต่ถอนหายใจออกมาแล้วล้มตัวลงนอนข้าง ๆ สตรีนางนั้น ในเมื่อนางบอกว่าจะสนทนากันพรุ่งนี้ เขาก็จะสนทนากับนางพรุ่งนี้
กลิ่นกายหอมหวานของนางทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายอย่างประหลาด เขาจึงขยับตัวเขาไปใกล้นางเพื่อให้ได้กลิ่นตัวของนางมากขึ้น เขานอนใกล้ตัวของนางจนสัมผัสได้ถึงเนื้อตัวที่นุ่มนิ่มของนาง จนอยากจะดึงนางเข้ามากกกอดเอาไว้ในอ้อมแขนของตนเอง
ในเมื่ออดใจไม่ไหวเขาจึงได้ดึงคนตัวเล็กเข้ามาไว้ในอ้อมกอด หญิงสาวที่ถูกก่อกวนก็ได้แต่ร้องครางอย่างรำคาญ แต่ก็เพียงครู่เดียวก็สงบลง เพราะอีกฝ่ายเพียงดึงเข้าไปกอดเพียงเท่านั้นไม่ได้ทำอะไรมากกว่านั้น
สองหนุ่มสาวนอนกอดกันหลับไปในท้ายที่สุด เพราะทั้งสองต่างก็เหนื่อยล้าจากการเดินทาง
จางเข่อซินนอนหลับสนิทในรอบหลายคืน ทั้งยังหลับสนิทกว่าในทุก ๆ คืนที่ผ่านมา ไม่อยากจะเชื่อว่ากลิ่นกายของนางจะทำให้เขาหลับสบายมากกว่ากำยานสงบใจพวกนั้นอีก
ชายหนุ่มตื่นขึ้นมาในตอนเช้าด้วยความสดชื่น ทว่าเขายังไม่ยอมลุกขึ้นไปที่ใด เอาแต่จ้องมองใบหน้างดงามนั้นอย่างไม่ละสายตา ไม่คิดว่าการที่อยู่ใกล้ชิดนางเช่นนี้จะทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายเพียงนี้ ยิ่งได้อยู่ใกล้ ก็ยิ่งรู้สึกว่าขาดไม่ได้ แล้วเช่นนี้จะไม่เป็นอันตรายต่อเขาใช่หรือไม่
ไม่ เขาคิดว่าเขาสามารถควบคุมทุกอย่างได้ อย่างมากก็แค่สามสี่เดือนที่เขาลุ่มหลงนาง เขาเป็นคนขี้เบื่อ สตรีส่วนมากก็ได้ขึ้นเตียงกับเขาเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ถือว่านางเก่งมากที่ทำให้เขาติดในนางได้ขนาดนี้
“เจ้าตื่นขึ้นมาได้แล้ว” เมื่อเห็นว่านางยังคงนอนขี้เซาอยู่ก็ปลุกให้ตื่นขึ้นมา เพราะเขามีเรื่องต้องการสนทนากับนาง
“ท่านยังอยู่อีกหรือ” หญิงสาวพูดขึ้นทั้งที่ยังไม่ลืมตา นางคิดว่าเขาไม่อยากให้คนอื่นรู้เรื่องนี้เสียอีก แล้วฟ้าสว่างเช่นนี้เขาก็ยังไม่ยอมออกไปอีก แล้วพวกคนที่ติดตามนางมาจะไม่เห็นหรือ แล้วเช่นนี้นางจะทำอย่างไร
“เรายังไม่ได้ตกลงกันเลย” เขาจะไม่ยอมจากไปเด็ดขาด วันนี้เขาต้องได้คุยกับนางเสียก่อน
“คุณหนูตื่นแล้วหรือเจ้าคะ” หลิงหลิงที่ได้ยินเสียงเคลื่อนไหวภายในห้องก็เตรียมที่จะเข้ามาปรนนิบัติเจ้านาย แต่ถูกห้ามเอาไว้ก่อน
“อย่าเพิ่งเข้ามา เจ้าไปจัดเตรียมเรื่องที่จะทำวันนี้ให้ดี เดี๋ยวข้าจะจัดการตนเอง”
“เจ้าค่ะ”
“ท่านรีบกลับไปเลย คืนนี้พวกเราค่อยมาหารือกันดีหรือไม่” แม้จะไม่รู้ว่าเขาต้องการสนทนาเรื่องอันใด แต่นางคิดว่าเขาคงมีเรื่องสำคัญจะสนทนากับนาง มิเช่นนั้นคงไม่แหกข้อตกลงของตนเองเช่นนี้
“ได้ คืนนี้ข้าจะมาหาเจ้าใหม่” เขาได้แต่ถอนหายใจออกมา ใจเย็นเข้าไว้ แค่วันเดียวเขาจะทนไม่ได้เลยหรือ รอดูเถิดว่าเขาจะทำอย่างไร เขาจะเอาคืนนางให้สาสมกับที่เขาอดทนมาหลายวัน
“เช่นนั้นท่านก็ออกไปเถิด” หากช้ากว่านี้นางเกรงว่าจะมีคนเข้ามาเห็นแล้วจะเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งนางไม่ต้องการให้เป็นเช่นนั้น นางยังอยากรักษาชื่อเสียงที่ดีงามเอาไว้
หลัวไป๋เย่จัดการกับตัวเองเสร็จก็ออกไปด้านนอกเพื่อไปหาน้องชาย วันนี้นางจะพาเขาออกมาเดินเล่นในตลาดแล้วก็วัดตัวเพื่อตัดเสื้อให้เขา
“พี่หญิง” หลัวกวางเฉินที่รู้ว่าพี่สาวมาก็วิ่งออกมาหาอย่างดีใจ ตั้งแต่มารดาสิ้นไปก็ไม่มีผู้ใดมาหาเขาที่สำนักศึกษาอีกเลย และเขาก็รู้สถานการณ์ที่จวนดีกว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น ยังดีหน่อยที่เขาอยู่ที่สำนักศึกษา แต่พี่สาวของเขาต้องเผชิญเรื่องยากลำบากอยู่ในจวนเพียงผู้เดียว
“เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง สบายดีหรือไม่” เมื่อเห็นน้องชายเดินออกมาก็จับตัวน้องชายหมุนไปมาด้วยความเป็นห่วง
“ข้าสบายดี แล้วพี่หญิงเล่าสบายดีหรือไม่” เขาเองก็ลอบมองพี่สาวด้วยความเป็นห่วงเช่นกัน นางต้องอยู่ที่นั่นเพียงลำพังเขาเองก็ไม่วางใจ แต่เขายังไม่สามารถทำอันใดได้ในตอนนี้ แต่ในอนาคตเขาสาบานว่าจะดูแลพี่สาวคนนี้อย่างสุดความสามารถ
“พี่สาวของเจ้าก็สบายดี ไม่ต้องเป็นห่วง” หญิงสาวยิ้มน้อย ๆ “วันนี้พี่จะพาเจ้าออกไปเที่ยว เจ้าอยากได้อันใดก็สามารถซื้อได้เลย ท่านพ่อให้เงินข้ามาเยอะเชียว”