หญิงสาวลูบหัวน้องชายอย่างเอ็นดู พร้อมกับเดินจูงมือกันออกไปที่ตลาด สองพี่น้องเดินเล่นกันอย่างมีความสุข หลัวกวางเฉินเล่าเรื่องในสำนักศึกษาให้พี่สาวฟังอย่างตั้งใจ ก่อนสองพี่น้องจะไปหยุดอยู่ที่หน้าร้านขายตำราขนาดใหญ่
“เจ้าอยากได้เล่มไหนก็เลือกได้เลย พี่สาวคนนี้จะซื้อให้เอง” หลัวไป๋เย่พาน้องชายเข้าไปในร้าน แล้วปล่อยให้น้องชายเลือกซื้อได้ตามใจ
“เท่านี้พอหรือ” เมื่อเห็นว่าน้องชายหยิบตำรามาเพียงสามเล่มก็ถามขึ้น
“พอขอรับ” เขาไม่อยากรบกวนพี่สาวมากเกินไป อยากให้พี่สาวเก็บเงินที่ได้มาเอาไว้ใช้จ่ายส่วนตัวบ้าง พี่สาวของเขาคงมีเรื่องให้ใช้เงินมากกว่า
“เช่นนั้นก็ไปกันเถิด พี่จะพาเจ้าไปกินของอร่อย ๆ มิใช่สิ เป็นเจ้าที่ต้องพาพี่ไปร้านอร่อย ๆ เพราะเจ้าเป็นคนอยู่ที่นี่”
สองพี่น้องเดินเล่นด้วยกันเกือบครึ่งวันก็พากันกลับมาจวนที่เช่า เพราะจะต้องวัดตัวของหลัวกวางเฉินเพื่อตัดเสื้อผ้า
“พี่จะตัดชุดให้เจ้ามากหน่อย ไม่รู้ว่าอีกนานเท่าใดกว่าจะได้มาหาเจ้าอีก” หญิงสาวพูดขณะที่กำลังลูบศีรษะของน้องชาย ใจจริงนางก็อยากจะหลบมาอยู่ที่นี่เพื่อหลีกหนีความวุ่นวาย แต่นางก็รู้ดีว่าไม่มีทางเป็นไปได้
“ท่านพี่ อีกไม่นานข้าก็กลับไปพักที่จวนแล้ว” พี่สาวพูดเหมือนว่าเขาจะไม่ได้กลับไปที่จวน
“เป็นพี่ที่คิดมากไป” หญิงสาวได้แต่หัวเราะกลบเกลื่อน “เอาล่ะ ๆ นี่ก็ถึงเวลาแล้ว ข้าจะให้หลิงหลิงไปส่งเจ้าที่สำนักศึกษา พรุ่งนี้หลังจากเลิกเรียนเจ้าก็ออกมารอที่หน้าสำนักศึกษา หลิงหลิงจะไปรอรับเจ้าที่นั่น”
“ได้ขอรับ” หลัวกวางเฉินตอบรับอย่างง่ายดาย
หลัวไป๋เย่จัดการเรื่องตัดชุดให้น้องชายต่ออีกหน่อย เมื่อเห็นว่าท้องฟ้าเริ่มมืดก็แยกย้ายกันกลับไปพักผ่อน หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ไล่ให้หลิงหลิงออกไปพักผ่อน
“เจ้าไม่ต้องมาเฝ้าข้า ไปนอนพักผ่อนเถิด” ไม่รู้ว่าคืนนี้ต้องเจอกับเรื่องอะไรบ้าง บุรุษผู้นั้นจะสร้างความลำบากให้นางหรือไม่ ยิ่งเดาความคิดเขาไม่ออกด้วย
“เจ้าค่ะ”
หญิงสาวนั่งรอแล้วรอเล่าก็ไม่เห็นว่าคนนัดหมายจะโผล่หัวมา นางจึงตัดสินใจนอนโดยที่ไม่รอเขา เพราะไม่รู้ว่าเขาจะมาตอนไหน ส่วนคนที่เป็นฝ่ายนัดหมายก็กำลังรอให้ลูกน้องจัดการคนในจวนให้เรียบร้อย
“นายท่าน เรียบร้อยแล้วขอรับ” จางเข่อซินเดินเข้าไปในเรือนของหญิงสาวด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง วันนี้แหละเขาจะคุยกับนางให้รู้เรื่อง และวันนี้เขาต้องได้ทำตามที่ใจปรารถนา
“เจ้าว่านายท่านคิดจริงจังกับนางหรือไม่” ตงหยางถามขึ้นอย่างสงสัย หากเจ้านายของเขาสนใจคุณหนูใหญ่หลัวจริง ๆ แล้วเหตุใดจึงได้แต่ลอบมาพบยามค่ำคืนเช่นนี้
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน” ตอนนี้เขาเดาไม่ถูกแล้วว่าเจ้านายคิดจะทำอันใดกันแน่ เพราะดูแล้วเจ้านายของเขาก็สนใจอีกฝ่ายจริง ๆ แต่เหตุใดต้องทำเช่นนี้ก็ไม่รู้
จางเข่อซินเข้ามาถึงก็พบว่าคนที่เขาต้องการพบได้หลับหนีเขาไปอีกแล้ว แต่เขาก็ไม่ได้ปลุกนางให้ลุกขึ้นในทันที เขานั่งมองหน้านางอยู่อย่างนั้น ใบหน้างามของนางช่างดึงดูดเขาได้ยิ่งนัก ขนาดยามที่หลับนางยังทำให้เขาหลงใหลได้เพียงนี้
หญิงสาวที่กำลังนอนหลับอย่างสบายใจก็รู้สึกว่ามีคนกำลังมองตนเองอยู่ก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เพราะรู้อยู่แล้วว่าวันนี้จะมีคนมาหา นางจึงไม่ได้ตกใจอะไรมากนัก เพราะนางเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเขามีเรื่องอะไรจะสนทนากับนางกันแน่
“ท่านมาแล้วหรือ” หญิงสาวถามด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา
ชายหนุ่มไม่ได้ตอบคำถามเอาแต่มองคนที่นอนทำตาปรือ เขารู้ดีว่าเป็นช่วงที่นางเพิ่งตื่นนอน แต่ไฉนดูไปดูมาแล้วเหมือนตั้งใจยั่วยวนเขา
“ท่าน...อื้ออ” ไวกว่าความคิดเขาก็ก้มหน้าลงไปงับริมฝีปากอวบอิ่มที่ดึงดูดสายตาของเขาอยู่นานแล้ว ส่วนคนที่โดนฉกชิงอากาศหายใจก็ได้แต่ร้องครางในลำคอ ก่อนจะเผยปากรับจุมพิตแสนร้อนแรงที่เขามอบให้
คนตัวโตเมื่อเห็นว่านางหายใจไม่ทันจึงได้ผละออกจากริมฝีปากอวบอิ่มอย่างอ้อยอิ่ง แม้จะอยากทำมากกว่านี้แต่ก็พยายามห้ามใจเอาไว้ เพราะเขายังมีเรื่องสำคัญต้องสนทนากับนาง
“ลุกขึ้นมาคุยกันดี ๆ” เขาประคองนางให้ลุกขึ้นมาคุยกัน เพราะหากนางยังนอนอยู่เช่นนั้นไม่มีทางได้สนทนากันแน่
“ท่านมาว่าเถิดมีเรื่องอันใด” หลัวไป๋เย่พยายามเรียกสติกลับมา ไม่รู้ว่าเขาเป็นอันใดจึงได้เข้ามาจูบนางเช่นนั้น
ไม่ได้ จะให้เกิดเรื่องเช่นนั้นเกิดขึ้นอีกไม่ได้เด็ดขาด
“ข้าต้องการให้เจ้ามาอุ่นเตียงให้ข้า” เขามองนางด้วยสีหน้าจริงจัง เพื่อให้นางรู้ว่าเรื่องที่เขาพูดไปนั้นคือเรื่องจริง
“ท่าน ท่านว่าอันใดนะ” หญิงสาวถามย้ำอีกครั้ง ไม่คิดว่าเขาจะเอ่ยประโยคนี้ออกมา อุ่นเตียงเช่นนั้นหรือ เขากล้าเอ่ยเช่นนั้นออกมาได้อย่างไร
“มาอุ่นเตียงให้ข้า” เขาเอ่ยย้ำความต้องการของตนเอง มองดูท่าทีของนางว่าจากนี้นางจะทำอันใดต่อ นางจะยอมตกลงหรือปฏิเสธ หากนางปฏิเสธเขาก็จะทำให้นางยอมตกลงให้ได้
“นี่ท่าน” ตอนนี้สมองของนางยังประมวลผลไม่ถูก เขาถึงกลับกล้ามาเอ่ยปากขอบุตรสาวขุนนางเช่นนางให้ไปเป็นคนอุ่นเตียง นี่มันไม่เกินไปหน่อยหรือ
“เจ้าอยากได้อันใดแลกเปลี่ยนว่ามาได้เลย” เขารู้ว่านางไม่ยอมเสียเปรียบแน่ และเขาก็คิดว่านางคงจะเรียกร้องเกินที่นางสมควรได้ด้วยซ้ำ
หลัวไป๋เย่ที่ได้ยินเช่นนั้นก็หยุดคิดอยู่ครู่หนึ่ง “ท่านว่านี่ไม่เกินไปหน่อยหรือ อย่างไรข้าก็ได้ชื่อว่าเป็นสตรีชนชั้นสูง จะให้ไปทำเรื่องเช่นนั้นได้อย่างไร”
หญิงสาวพูดอย่างเย่อหยิ่งพลางเชิดหน้าขึ้นอย่างคิดไม่สนใจขอเสนอของเขา ทั้งที่ในใจของนางตอนนี้นั้นคำนวณทุกอย่างเอาไว้หมดแล้ว เขาเป็นถึงเจ้าของหอกุ้ยโยวจะต้องร่ำรวยเป็นอย่างมาก นางไม่คิดว่าเขาจะมีที่เป็นกิจการเพียงที่เดียวหรอก
“เจ้าลองคิดดูดี ๆ อีกที หากเจ้ายอมรับข้อเสนอ ข้าจะตอบแทนเจ้าอย่างงาม” เขาเสนอนางอีกครั้ง เขาไม่เชื่อหรอกว่าคนเห็นแก่เงินเช่นนางจะไม่ยอมรับขอเสนอของเขา มีแต่นางจะหาทางรีดไถเขาน่ะสิไม่ว่า
“ข้าน่ะเป็นบุตรสาวของเสนาบดี จะไปอุ่นเตียงให้บุรุษอื่นได้เช่นไร ท่านไม่คิดว่าเรื่องนี้จะน่าขายหน้าเกินไปหรือไม่” หญิงสาวตีหน้าเศร้า นางอยากจะรู้ว่าเขาอยากได้นางมากแค่ไหน “สตรีอื่นก็มีมากมาย ท่านอย่าได้มาทำให้ข้าลำบากใจเลย”
“ข้าต้องการแค่เจ้า” เขาไม่คิดไขว้เขวกับคำพูดของนาง เขาอยากได้นาง ก็ต้องเป็นนาง จะให้เขาไปหาสตรีอื่นได้อย่างไร “ครั้งละสองพันตำลึง”
สองพันตำลึง หากเดือนหนึ่งเขามาห้าครั้ง นางก็จะได้เพียงหนึ่งหมื่นตำลึง ไม่คุ้ม ๆ เช่นนี้ไม่คุ้มเอาเสียเลย
“นายท่าน ข้าเป็นถึงบุตรสาวเสนาบดี มิใช่สตรีในหอนางโลมนะเจ้าคะ” หญิงสาวยังคงเชิดหน้าอย่างถือดี นางต้องใช้ความอยากของเขาให้เป็นประโยชน์ นางคิดว่านางสามารถเรียกได้มากกว่าที่เขาเสนอ
“เช่นนั้นเจ้าต้องการอันใดก็ว่ามาเถิด” เขาเริ่มจะหมดความอดทนกับนางแล้ว ดูก็รู้ว่านางกำลังปั่นประสาทเขา และดูเหมือนว่านางจะทำสำเร็จเสียด้วย
“ห้าหมื่นตำลึงต่อเดือน หากไม่ได้ตามนี้ข้าก็ไม่สนใจ” นางเรียกค่าตัวสูงลิ่ว หากเขาอยากได้นางไปอุ่นเตียงจริง ๆ เขาก็ต้องยอมจ่าย หากไม่ยอมก็ไม่ต้องมาสนทนากันอีก
“ได้” เขาตอบตกลงอย่างไม่ลังเล เงินห้าหมื่นตำลึงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขา และที่สำคัญเขาก็ไม่คิดว่าจะอยู่กับนางไปนานขนาดนั้น อย่างมากก็สองสามเดือนเท่านั้น เงินเพียงเท่านี้ไม่มีประโยชน์สำหรับเขา
“เช่นนั้นก็ดี แต่เราทั้งสองต้องมีข้าตกลงกัน” นางไม่คิดเลยว่าเขาจะยอมจ่ายเงินมากมายเพียงนี้เพื่อนาง นางคิดว่าเขาจะปฏิเสธหรือโวยวายออกมาเสียอีก
“เช่นนั้นเจ้าก็ร่างสัญญามาเถิด” สตรีผู้นี้ช่างมากเล่ห์ยิ่งนัก รีดไถเงินเขาไปมากมายเพียงนี้ยังมีข้อตกลงอีก เขาอยากจะรู้นักว่าข้อตกลงของนางคืออันใด ช่างไม่ยอมเสียเปรียบผู้ใดจริง ๆ