ดวงตาคมมองสำรวจใบหน้าหวานอีกครั้ง ใบหน้าอมชมพูระเรื่อ หน้าผากกลมนูน คิ้วเรียวเล็กได้รูป ดวงตากลมโต แก้มแดงระเรื่อจากฤทธิ์ของสุรา จมูกโด่งเรียวเล็ก ริมฝีปากอวบอิ่ม ทุกอย่างยามที่อยู่บนใบหน้าของนางช่างดูลงตัวยิ่งนัก
สายตาของเขาหยุดอยู่ที่ริมฝีปากอวบอิ่ม มันช่างดึงดูดเขายิ่งนัก เขาชกชิมริมฝีปากที่ถูกใจเขาอีกครั้ง ครั้งนี้ยิ่งทวีความร้อนแรงมากขึ้น ก่อนจะเลื่อนใบหน้าลงมาซุกซอกคอขาวผ่องแล้วสูดดมความหอมอย่างพอใจ ยิ่งได้กลิ่นหอมยั่วยวนของนางความต้องการของเขาก็ยิ่งทวีความรุนแรงมากขึ้น
เขาเงยหน้าขึ้นมามองใบหน้าอ่อนหวานที่บัดนี้กลับเต็มไปด้วยความเย้ายวน เสื้อผ้าของทั้งสองถูกถอดออกไปด้วยความรีบร้อน เขาก้มหน้าลงไปดูดดึงหน้าอกอวบอิ่มอย่างเอาแต่ใจ มือหน้าก็ชักรูดแก่นกายของตนเองเพื่อเตรียมความพร้อม ทั้ง ๆ ที่มันก็พร้อมใช้งานเต็มที่แล้ว โดยที่ไม่คิดเล้าโลมสตรีด้านล่างเลยแม้แต่น้อย เพราะคิดว่านางเตรียมตัวเองมาพร้อมแล้ว สตรีเหล่านี้รู้ดีว่าต้องทำอย่างไรยามที่ต้องปรนนิบัติเขา
เมื่อพร้อมแล้วเขาก็จ่อแก่นกายไปที่บุปผางามและค่อย ๆ ดันเข้าไปช้า ๆ แต่รู้สึกว่ามันคับแน่นยิ่งนัก
“อื้ออ จะ เจ็บ พอก่อนได้หรือไม่” หญิงสาวได้แต่ครางเสียงหวาน แทนที่จะทำให้เขาเห็นใจ ทว่ามันกลับกระตุ้นความต้องการของเขาให้เพิ่มมากขึ้น
“ไม่ได้ มิเช่นนั้นข้าขาดใจตายเป็นแน่ อ่าาา” พูดจบเขาก็ดันแก่นกายเขาไปจนสุดลำ ทำให้หญิงสาวกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด แต่ก็ไม่ได้เรียกความเห็นใจจากเขาได้เลยแม้แต่น้อย
หลังจากที่หญิงสาวปรับตัวได้ บทรักร้อนแรงดำเนินไปอย่างต่อเนื่องแบบไม่มีใครยอมใคร สองร่างแทบจะหลอมร่วมกันเป็นหนึ่งเดียว กว่าภายในห้องนั้นจะสงบลงก็เกือบฟ้าสาง ทั้งสองนอนกอดก่ายสลบไสลอยู่บนเตียง
เป็นจางเข่อซินที่เป็นฝ่ายตื่นขึ้นมาก่อน เขาลุกขึ้นใส่เสื้อผ้าเพื่อออกไปจากห้องนี้ ทว่ากลับไปเหยียบป้ายหยกยืนยันตัวตนที่ตกอยู่บนพื้นจึงได้หยิบขึ้นมาดู
หลัว
“ใช่หลัวเดียวกับเสนาบดีกรมขุนนางหรือไม่นะ” เขาได้แต่พึมพำกับตนเองแล้วเดินออกไปนอกห้อง “เฝ้าเอาไว้ให้ดี อย่าให้นางหนีไปได้”
ก่อนจะรู้เรื่องทุกอย่างเขาไม่มีทางปล่อยให้นางออกไปจากที่นี่ได้ เขาอยากจะรู้นักว่าสตรีผู้นี้แท้จริงแล้วคือผู้ใดกันแน่ และนางมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร
“ขอรับ” องครักษ์สองคนมายืนเฝ้าที่หน้าประตูห้องตามคำสั่งของเจ้านาย
“เจ้าไปตามสืบมาว่าสตรีที่อยู่ในห้องคือผู้ใด และนางมีจุดประสงค์ใดกันแน่” เขายื่นป้ายหยกยืนยันตัวตนไปให้องครักษ์คนสนิท เขามั่นใจว่านางเป็นหนึ่งในบุตรสาวของเสนาบดีกรมขุนนาง แต่ที่เขาแปลกใจคือคุณหนูในห้องหอเช่นนางจะมาอยู่ในสถานที่เช่นนี้ได้อย่างไร ไหนจะแผ่นหลังที่เต็มไปด้วยรอยแผลนั่นอีก สรุปแล้วเกิดเรื่องอันใดขึ้นกับนางกันแน่
ไม่นานซีห่าวที่ออกไปสืบเรื่องของคนตระกูลหลัวก็กลับมา พร้อมกับรายงานเรื่องที่สืบมาได้ให้เจ้านายฟัง
“สตรีผู้นี้น่าจะเป็นคุณหนูใหญ่หลัว หลัวไป๋เย่ นางบอกคนที่จวนว่าจะออกไปถือศีลที่อาราม ข้าน้อยตามไปที่อารามก็พบเพียงสาวใช้ของนางขอรับ ดูเหมือนว่านางจะใช้ข้ออ้างเรื่องการถือศีลเพื่อหลบหนีออกมาท่องเที่ยวขอรับ” เรื่องที่นางต้องไปถือศีลที่อารามเขาก็ไม่ได้ถามมาให้แน่ชัด เพราะเกรงว่าจะล่าช้า
ชายหนุ่มพยักหน้ารับรู้ไม่ได้ถามอันใดต่อ เพราะเขาต้องการรู้เพียงว่าสตรีผู้นี้คือใคร ส่วนเรื่องอื่น ๆ นั้นเขาไม่ได้สนใจ
หลัวไป๋เย่ที่สลบไสลไปตั้งแต่เมื่อใดไม่รู้ ตื่นขึ้นมาด้วยความเมื่อยขบตามร่างกาย และรู้สึกเจ็บที่กลางกาย
“โอ๊ยย เกิดอันใดขึ้นกับข้า” หญิงสาวลุกขึ้นพร้อมกับร้องครางอย่างเจ็บปวด ภาพความเร่าร้อนที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไหลเข้ามาไม่ขาดสาย นางจึงได้ยกมือขึ้นกุมขมับอย่างสิ้นหวัง “หลัวไป๋เย่เอ๋ยหลัวไป๋เย่ นี่เจ้าทำอันใดของเจ้ากัน หากมีคนรู้เรื่องนี้เจ้าตายแน่ ๆ”
หญิงสาวเดินไปหยิบเสื้อผ้าขึ้นมาใส่อย่างลวก ๆ พยายามคิดถึงใบหน้าของคนที่นางเพิ่งจะร่วมเตียงไปด้วยเมื่อคืน แต่ในความทรงจำนี้ของนางไม่มีเขาอยู่ในหัวเลยแม้แต่น้อย ซึ่งนั่นถือว่าเป็นเรื่องที่ดีต่อนางไม่น้อย หากรู้จักขึ้นมาความซวยมาเยือนแน่ ๆ
ในขณะที่นางกำลังหยิบเสื้อคลุมตัวสุดท้ายขึ้นมาสวม ประตูห้องก็ถูกเปิดออกพร้อมกับคนร่างโตที่ปรากฏตัวขึ้น หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมองคนที่เข้ามาใหม่ด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจ ก่อนจะม่านตาค่อย ๆ ขยายใหญ่ขึ้นเมื่อจำได้ว่าคนตรงหน้าคือผู้ใด
“ท่านมาทำไม” หญิงสาวถามด้วยสีหน้าที่ไม่ไว้วางใจ คนผู้นี้จะกลับมาอีกทำไม
“ลุกขึ้นมานั่งคุยกันดี ๆ” เขาเดินเข้าไปนั่งที่โต๊ะแล้วรินน้ำชาให้ตนเอง วันนี้อย่างไรก็ต้องตกลงกับนางให้รู้เรื่อง จะได้ไม่ต้องวุ่นวายในภายหลัง
“ท่านมีอะไรก็ว่ามาเถิด” หญิงสาวเดินไปนั่งเก้าอี้ตรงข้ามเขาด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย คุยกันให้รู้เรื่องวันนี้ก็ดี วันหน้าจะได้ไม่มีอะไรติดค้างกันอีก เพราะนางก็ไม่อยากให้คนอื่นรู้ความลับนี้เหมือนกัน
ชายหนุ่มไม่ได้เอ่ยอันใด เพียงยื่นป้ายหยกยืนยันตัวตนกลับคืนไปให้ผู้เป็นเจ้าของ หญิงสาวที่เห็นป้ายหยกของตนเองก็หน้าซีดเผือด ท่าทางของเขาดูไม่ใช่คนธรรมดา ต้องสืบเรื่องของนางมาแล้วแน่ ๆ
“ว่ามาเถิดท่านต้องการสิ่งใด”
“หนึ่งพันตำลึงแลกกับการจบเรื่องทุกอย่าง แล้วอย่าได้มายุ่งเกี่ยวกันอีก” เขายื่นตั๋วเงินไปให้หนึ่งพันตำลึงตามที่ได้เอ่ยไปเมื่อครู่ เขาก็ได้แต่หวังว่านางจะยอมรับข้อตกลงนี้โดยดี
หลัวไป๋เย่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง นางเสียความบริสุทธิ์ให้เขาแล้ว เท่านี้จะไปพอได้อย่างไร “ท่านคือผู้ใดกันแน่ หากท่านไม่ยอมบอกความจริง ข้าจะไปฟ้องบิดา ดูสิว่าเรื่องราวจะง่ายดายเช่นนี้หรือไม่”
นางอยากรู้ว่าเขาคือผู้ใด เผื่อว่านางจะสามารถเรียกร้องได้มากกว่านี้ เงินเพียงเท่านี้นางใช้ได้ไม่กี่ปีเท่านั้น
“หอนี่คือของข้า” เขายอมตอบแต่โดยดี เขาก็อยากจะรู้ หากนางรู้แล้วว่าเขาคือผู้ใดนางจะทำเช่นไร
หญิงสาวที่ได้ยินเช่นนั้นก็ตกตะลึง นางไม่คิดว่าจะไปเผลอมีอะไรกับเจ้าของหอที่ยิ่งใหญ่ที่สุด แล้วเช่นนี้เงินหนึ่งพันตำลึงจะไปพออันใด
“ห้าพันตำลึงแล้วเรื่องทุกอย่างจะจบ” นางยกยิ้มน้อย ๆ หลังจากพูดจบ เงินเพียงเท่านี้ไม่ทำให้เขาล่มจมหรอก นางได้เงิน เขาจบเรื่อง ล้วนได้ประโยชน์ด้วยกันทั้งสิ้น
“หึ” ชายหนุ่มหัวเราะเบา ๆ เขาคิดว่านางจะเรียกร้องความรับผิดชอบเสียอีก เป็นเช่นนี้ก็ดี เพียงแค่จ่ายเงินทุกอย่างก็จบ ไม่ต้องมายุ่งเกี่ยวกันอีก
“ตงหยางนำตั๋วเงินมาห้าพันตำลึง”
หญิงสาวที่ได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มร่า ห้าพันตำลึงพอให้นางใช้ไปได้หลายปี และอาจจะทำให้นางสามารถต่อยอดต่อไปได้ แต่นางจะต้องวางแผนดี ๆ ก่อนจะลงมือทำ เพราะมิเช่นนั้นเงินที่ลงทุนไปก็จะสูญเปล่า
“ขอตัวก่อน” เมื่อได้รับเงินตามที่ต้องการแล้วหญิงสาวก็เดินออกไปอย่างอารมณ์ดี ทำให้คนที่อยู่ในห้องมองตามด้วยสายตาไม่เข้าใจ
สตรีต้องรักษาความบริสุทธิ์เยี่ยงชีวิตมิใช่หรือ เหตุใดนางจึงดูไม่ได้เคร่งเครียดกับเรื่องนี้เลยเล่า นางออกจะดูอารมณ์ดีเสียด้วยซ้ำ หากเป็นคุณหนูในห้องหอคนอื่นคงร้องไห้โวยวายให้เขารับผิดชอบไปแล้ว แต่นี่นางไม่แม้แต่จะเอ่ยถึงเรื่องนั้นเลยด้วยซ้ำ
“หึ เป็นสตรีที่แปลกประหลาดเสียจริง” เขายกถ้วยช้าขึ้นดื่มก่อนจะเดินออกจากห้องไป
“เจ้าไปจับตาดูจวนสกุลหลัวเอาไว้ให้ดี ข้าอยากรู้ว่าที่จวนนั้นเกิดเรื่องอันใดขึ้น” นางเป็นเช่นนี้ต้องมีเหตุผล นางไม่สนใจความบริสุทธิ์ของตนเอง ตีค่าพรหมจรรย์ของตนเองเป็นเงินเพียงห้าพันตำลึง แสดงว่าที่จวนของนางต้องเกิดเรื่องขึ้นแน่นอน นางจึงได้ใช้ข้ออ้างออกมาถือศีลที่อาราม เพื่อหลีกหนีเรื่องในจวน
“ขอรับ” ซีห่าวตอบรับแล้วรีบออกไปสืบเรื่องที่เจ้านายต้องการ นี่เป็นครั้งแรกที่เจ้านายของเขาให้ตามสืบเรื่องของสตรี หรือว่านี่จะเป็นว่าที่นายหญิง