อุ่นเตียง
หลัวไป๋เย่ออกไปร่างสัญญาอยู่นานสองนานก็กลับมา นางจะต้องมั่นใจว่านางจะไม่เสียเปรียบ โลกที่นางจากมาก็มีเช่นนี้ เลี้ยงดูสตรีแบบไม่เปิดเผย ไม่คิดว่าวันหนึ่งนางจะมีโอกาสดี ๆ เช่นนี้ มีเงินใช้ไม่ขาดมือ โดยที่ไม่ต้องทำงาน ช่างสบายเสียจริง
“ก่อนอื่น ข้าขอถามท่านสักคำ” นางลืมถามเรื่องสำคัญกับเขาไปเลย
“ว่ามาเถิด” ตอนนี้นางอยากรู้อันใดเขาก็ยอมบอกทุกอย่าง
“ท่านมีภรรยาหรือยัง” เรื่องนี้สำคัญมาก หากเขามีภรรยาอยู่แล้ว นางก็จะไม่ยุ่งเกี่ยวด้วยเด็ดขาด นางไม่อยากเป็นเมียน้อยของผู้ใด เพราะหลัวไป๋เย่คนเก่าด่าสองแม่ลูกนั้นเอาไว้เจ็บแสบมาก นางไม่อยากกลืนน้ำลายตนเองโดยการเป็นเมียน้อยของผู้อื่น แม้ว่ามันจะได้เงินเยอะมากก็เถอะ
“ไม่มี” เขาไม่คิดว่านางจะสนใจเรื่องนี้ด้วย ถึงแม้เขาจะมีภรรยาอยู่แล้วก็ไม่เห็นจะเกี่ยวอันใดกับนาง เพราะเขาก็ไม่คิดจะรับนางเข้าจวนอยู่แล้ว
“เช่นนั้นก็ดี ท่านก็อ่านข้อตกลงพวกนี้เถิด” นางยื่นข้อเสนอไปให้เขาอ่าน หากเขายอมตกลงตามที่นางเสนอ ทุกอย่างก็เป็นอันจบ
จางเข่อซินยื่นมือไปรับข้อตกลงของนางมาอ่าน พอได้อ่านก็รู้สึกทึ่งกับความคิดของนางไม่ได้ ไม่คิดว่าสตรีเช่นนางจะกล้ายื่นข้อเสนอเช่นนี้ให้เขา
หนึ่งระหว่างพวกเราทั้งสองจะไม่มีข้อผูกมัดระหว่างกัน ทำงานเท่าที่ได้รับเงิน
สองระหว่างที่ทั้งสองอยู่ให้ข้อสัญญาห้ามมิให้ยุ่งเกี่ยวกับบุคคลอื่น หากผิดข้อตกลงยกเลิกสัญญาทันที
สามห้ามยุ่งเกี่ยวเรื่องส่วนตัวของกันและกัน ห้ามให้ผู้ใดรู้ว่ารู้จักกัน
สี่ไม่มีสิทธิ์หึงหวง
“เป็นอย่างไรบ้าง” เมื่อเห็นว่าเขาอ่านจบแล้วก็ถามความคิดเห็น นางคิดว่าเขาจะต้องพอใจกับข้อเสนอนี้ของนางเป็นแน่ เพราะเขาก็ไม่ได้ต้องการให้คนอื่นรู้เรื่องนี้อยู่แล้ว
“ก็ดี จะได้ไม่เป็นปัญหาในภายหลัง” แม้ปากจะบอกว่าไม่เป็นไร แต่เขากลับรู้สึกตะขิดตะขวงในใจ นี่นางไม่อยากให้คนรู้ถึงเพียงนี้เลยหรือว่ารู้จักกับเขา
“เช่นนั้นพวกเรามาลงลายมือชื่อกันเถิด” หญิงสาวยิ้มร่า ลงลายมือชื่อของตนเองอย่างกระตือรือร้น จากนี้นางก็จะมีเงินใช้โดยไม่ต้องกังวล หากเขาใช้บริการนางสองสามเดือนนางก็จะมีเงินใช้ไปตลอดชาติ โชคช่างเข้าข้างนางเสียจริง
ขอบคุณสวรรค์ ขอบคุณสวรรค์
“ในเมื่อทำสัญญากันแล้ว เช่นนั้นเราก็สามารถอุ่นเตียงกันได้แล้วใช่หรือไม่” เมื่อทุกอย่างเป็นไปตามที่นางต้องการแล้ว นางก็คงจะเริ่มทำหน้าที่ของตนเองได้แล้วกระมัง
“ยังเจ้าค่ะ สัญญาจะเสร็จสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อข้าน้อยได้เงินแล้ว” หญิงสาวได้แต่ยิ้มหวาน นางจะไม่ยอมเสียเปรียบเขาเด็ดขาด เงินมาผ้าหลุดเท่านั้น
“เดี๋ยวพรุ่งนี้ข้าจะให้คนนำเงินมาให้” หากวันนี้เขาไม่ได้ร่วมเตียงกับนาง เขาต้องขาดใจตายเป็นแน่
“ไม่ได้เจ้าค่ะ เช่นนั้นข้าน้อยก็เสียเปรียบสิเจ้าคะ” หญิงสาวไม่ยอม นางต้องได้เงินก่อนเท่านั้นจึงจะยอมร่วมเตียงกับเขา
“ผู้ใดจะพกเงินมาเยอะมากมายเพียงนั้น” เขาบอกอย่างหัวเสีย ไม่คิดว่านางจะหัวหมอเช่นนี้ นางเป็นคนที่ไม่ยอมเสียเปรียบผู้ใดจริง ๆ
“เช่นนั้นท่านก็กลับไปเถิด” พูดจบก็เดินไปนอนลงที่เตียงด้วยใบหน้าเจ้าเล่ห์ “พรุ่งนี้นายท่านค่อยมาอีกครั้งนะเจ้าคะ”
“ได้ ๆ” ในเมื่อนางอยากลองดีกับเขา เขาก็จะจัดให้ เงินห้าหมื่นตำลึงเขาจะหามาตอนนี้ไม่ได้เชียวหรือ
หลัวไป๋เย่มองคนที่เดินออกไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ไม่คิดว่าโชคจะหล่นทับเช่นนี้ จู่ ๆ ก็มีเงินให้ใช้โดยไม่ทำอันใด แล้วเช่นนี้จะไม่ให้นางตอบตกลงได้อย่างไร ไม่เพียงเท่านั้นลีลารักของเขาก็ถูกใจนางไม่น้อยเช่นกัน
เมื่อคิดได้เช่นนั้นก็หลับไปอย่างสบายใจ เพราะคิดว่าอย่างไรวันนี้เขาก็ไม่มีทางหาเงินห้าหมื่นตำลึงมาให้นางได้แน่ ๆ
สองสหายมองหน้ากันอย่างงุนงงเมื่อเห็นเจ้านายของตนเองเดินออกมาก่อนฟ้าสาง แต่วันนี้เข้าไปได้มานานก็ออกมาเสียแล้ว
“พวกเจ้าไปหาเงินมาให้ข้าห้าหมื่นตำลึง” จางเข่อซินบอกเสียงเข้ม เขาเป็นคหบดีอันดับหนึ่งจะไม่สามารถหาเงินเพียงเท่านี้มาได้จริง ๆ หรือ เช่นนั้นจะไม่เสียชื่อของเขาหรอกหรือ
“นายท่านเงินห้าหมื่นตำลึงในตอนนี้เกรงว่าจะยากเกินไปนะขอรับ” ตงหยางตอบไม่เต็มเสียงนัก ที่นี่เป็นเพียงเมืองเล็ก ๆ ที่ไม่ได้มีการค้าใหญ่โตนัก ที่นี่มีเพียงร้านตำราและร้านอาหารไม่กี่ร้าน แล้วเขาจะหาเงินห้าหมื่นตำลึงมาจากไหนกัน
“ไปหามาให้ได้ หากไม่ได้ก็ไปรับโทษเสีย” เขาไม่ได้สนใจว่าเมื่อครู่ลูกน้องน้องจะตอบเช่นไร ตอนนี้รู้เพียงแค่ว่าเขาต้องการเงินห้าหมื่นตำลึง และจะไม่มีคำว่าไม่ได้
“ขอรับ”
ตงหยางและซีห่าวออกไปหาเงินมาให้เจ้านายตามคำสั่ง ตอนนี้พวกเขายังไม่รู้เลยว่าเจ้านายต้องการเงินมากมายเช่นนั้นไปเพื่ออันใด
“เจ้าว่านายท่านต้องการเงินมากมายเช่นนั้นไปทำไม” ตงหยางไม่อาจเก็บความสงสัยเอาไว้ได้จึงถามออกมา เงินมากมายเพียงนั้นสามารถใช้ทั้งชีวิตยังได้เลย
“ไม่รู้ แต่ที่แน่ ๆ เกี่ยวกับคุณหนูใหญ่หลัว” ซีห่าวเดา แต่ไม่รู้ว่าไปคุยกันยังไงถึงต้องหาเงินไปให้ตั้งห้าหมื่นตำลึง
“นายท่านคงไม่ได้ทำเรื่องบ้า ๆ ลงไปหรอกนะ” เจ้านายของเขายิ่งเป็นคนชอบทำอันใดแปลก ๆ อยู่ด้วย
“ข้าเกรงว่าคงไม่ทันเสียแล้วล่ะ” หาเงินไปให้มากมายเช่นนี้เขาว่าทั้งสองต้องมีข้อตกลงกันแน่ ๆ
“อย่าเพิ่งไปคิดถึงเรื่องพวกนั้นเลย มาคิดดีกว่าว่าพวกเราจะหาเงินห้าหมื่นตำลึงมาจากที่ใด” ตงหยางได้แต่ถอนหายใจออกมา ก่อนจะเดินไปร้านค้าในเครือข่ายที่ใหญ่ที่สุดของเจ้านาย
“เงินที่พวกเรารวบรวมได้ในตอนนี้มีเพียงสามหมื่นตำลึงขอรับ” ฟ่านเฉิงที่ได้รับรับหน้าที่ไปรวบรวมเงินตามร้านค้าในเครือ ตอนนี้รวบรวมมาทั้งหมดแล้วก็ยังไม่ได้ตามเจ้านายต้องการ
“หากตอนนี้พวกเราต้องการเงินอีกสองหมื่นตำลึงจะหาได้จากที่ใด” ซีห่าวถาม หากเงินพวกนี้ยังไม่พอก็คงต้องหยิบยืมมา มิเช่นนั้นพวกเขาจะเป็นฝ่ายที่ถูกลงโทษเสียเอง
“มีร้านกู้เงินอยู่ขอรับ แต่ไม่รู้ว่าตอนนี้จะยังเปิดอยู่หรือไม่” ฟ่านเฉิงบอก ตอนนี้ก็ดึกมากแล้วไม่รู้ว่าร้านจะยังเปิดอยู่หรือไม่
“เจ้าไปจัดการเอาเงินสองหมื่นมาให้ได้ ไม่ว่าจะต้องใช้วิธีการใด หรือดอกจะแพงเพียงใดก็ไม่ต้องสนใจ” ตงหยางรีบบอก ดูเหมือนว่านี่จะเป็นทางออกเดียวของพวกเขา จะต้องจ่ายดอกเบี้ยมากเพียงใดก็ต้องยอมจ่าย
“พวกข้าต้องการเร็วที่สุด” ตงหยางรีบบอก ตอนนี้ก็ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วยาม(หนึ่งชั่วโมง)แล้ว หากช้ากว่านี้เกรงว่าพวกเขาจะเก็บหัวเอาไว้ไม่ได้แล้ว
“ขอรับ” ฟ่านเฉิงรีบออกไปจัดการตามที่ทั้งสองบอก ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะร้ายแรงมากนายท่านจึงได้ต้องการเงินมากมายเพียงนี้
ทางด้านจางเข่อซินนั่งจิบสุรารออย่างใจเย็น เงินเพียงเท่านี้เขามั่นใจว่าอย่างไรลูกน้องของเขาจะสามารถหามาได้แน่นอน อย่างไรวันนี้เขาก็ต้องได้ทำตามใจปรารถนา เขาอดทนมาหลายวันแล้ว และเขาจะไม่อดทนรออีกต่อไป
“นายท่านได้เงินห้าหมื่นตำลึงมาแล้วขอรับ” ตงหยางนำเงินที่รวบรวมมาได้ส่งให้ผู้เป็นนาย “แต่ว่าเงินของพวกเรามีไม่พอจึงต้องไปขอกู้เงินมาขอรับ”
เขาก็ไม่รู้ว่าฟ่านเฉิงไปใช้วิธีการใดจึงได้เงินที่เหลือมา แต่เขาก็หาได้สนใจไม่ ขอเพียงได้เงินมาครบตามจำนวนก็พอ
“ดีมาก” จางเข่อซินที่ได้ยินเช่นนั้นก็ยกยิ้มอย่างพอใจ
“แต่ดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายไม่น้อยเลยขอรับ” ซีห่าวแย้งขึ้น เจ้าของร้านกู้เงินเห็นว่าพวกเขารีบร้อนใช้เงินจึงได้เรียกดอกเบี้ยในจำนวนที่สูง
“ช่างเถิด พรุ่งนี้พวกเจ้าก็จัดการเรื่องนี้ด้วยแล้วกัน” พูดจบก็เร่งออกไปทันที เพราะตอนนี้เขามีเรื่องสำคัญที่ต้องจัดการ “พวกเจ้ายกเงินพวกนี้ตามข้ามา”