บทที่ 8/1

1559 Words
แต่งงาน ป๋อเหวินจ้งที่ดื่มสุราจนเมามาย บวกกับฤทธิ์ของกำยานปลุกกำหนัดอ่อน ๆ ทำให้ยามที่เขาเห็นสตรีมาปรากฏตัวตรงหน้าก็ไม่อาจห้ามใจได้ รีบโผล่เข้าไปกอดอีกฝ่ายทันที เพราะคิดว่าเป็นนางโลมที่ตนเองเรียกมา หลัวไป๋เย่ที่ถูกจู่โจมโดยไม่ทันตั้งตัวก็ตกใจในคราแรก ทว่าเมื่อเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความต้องการของเขา นางก็ปล่อยตัวปล่อยใจไปกับเขา ปล่อยให้เขาทำตามใจตนเอง และคิดใช้เรื่องนี้บีบบังคับให้เขารับผิดชอบตนเอง ระหว่างที่ทั้งหลัวซูอิงและป๋อเหวินจ้งเสพสุขร่วมกันอยู่นั้น สองหนุ่มสาวในห้องก็โต้เถียงกันไม่หยุดเพราะความคิดเห็นไม่ตรงกัน “ท่านจะมานั่งฟังผู้อื่นร่วมเตียงกันเช่นนี้หรือ” หลัวไป๋เย่พูดเสียงดุ ทว่าใบหน้านั้นกลับแดงระเรื่อไม่สอดคล้องกับน้ำเสียงที่เปล่งออกมาเลยสักนิด “ทำไม อายหรือ?” เขามองใบหน้าที่แดงระเรื่อด้วยความเขินอายนั้นอย่างพอใจ น้อยครั้งนักที่จะเห็นนางเขินอายจริง ๆ จัง ๆ เช่นนี้ “เจ้าอย่าลืมว่าเรื่องเช่นนี้เจ้าก็ผ่านมาไม่น้อย” “ถึงเคยผ่านเรื่องพรรค์นี้มาไม่น้อย แต่ก็ใช่ว่าข้าจะหน้าหนามานั่งฟังผู้อื่นร่วมรักกันเช่นนี้” หญิงสาวยู่หน้าตอบ นางไม่ได้หน้าหนามานั่งดื่มสุราฟังคนอื่นทำเรื่องอย่างว่ากันเช่นเขานี่ “เร้าอารมณ์ออก หรือเจ้าไม่ได้คิดเช่นเดียวกับข้า” เขาหัวเราะเบา ๆ ที่สามารถกวนอารมณ์ของคนตัวเล็กได้ นี่อาจจะแค่ครั้งเดียวที่จะสามารถเห็นท่าทางเช่นนี้ของนาง จึงอยากจะแกล้งนางให้มากเสียหน่อย “โรคจิต” หญิงสาวพูดเพียงเท่านั้นก่อนจะเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ปล่อยให้เขาดื่มด่ำไปกับเสียงพวกนั้นไปคนเดียว ไม่นานเสียงที่ไม่พึงประสงค์จากห้องข้าง ๆ ก็เงียบลง และในเวลาต่อมาความวุ่นวายเล็ก ๆ ก็เกิดขึ้นเมื่อฮูหยินใหญ่ตระกูลหลัวออกมาตามหาบุตรสาวที่ออกมาดื่มเหล้าเมามายที่โรงสุรา ฮูหยินใหญ่ได้รับจดหมายบอกว่าบุตรสาวออกมาดื่มเหล้าเมามายที่โรงสุราไม่มีผู้ใดห้ามปรามได้ นางจึงได้ออกมาตามด้วยตนเอง ทว่าทุกอย่างก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิดเมื่อเปิดประตูออกมาแล้วเห็นบุตรสาวนอนกอดกายกับบุรุษอยู่บนเตียง จึงทำให้ผู้เป็นมารดาสติหลุดไปในทันที สาวใช้คนสนิทจึงได้ไล่เสี่ยวเอ้อออกไปแทนเจ้านายที่สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว “อิงเอ๋อร์ เจ้าทำอันใดลงไป” ถังเจี่ยหมิงแผดเสียงออกมาอย่างไม่สามารถควบคุมตนเองได้ บุตรสาวที่นางเลี้ยงดูมาอย่างดีกลับมานอนทอดกายให้บุรุษเช่นนี้ช่างน่าผิดหวังเสียจริง “ทะ ท่านแม่” หลัวซูอิงมองมารดาด้วยความตกใจ มารดาของนางมาที่นี่ได้อย่างไร แล้วยังมาเห็นนางในสภาพนี้อีก “อะ อิงเอ๋อร์” ชายหนุ่มที่ถูกก่อกวนการนอนก็ตื่นขึ้นมาด้วยความสะลึมสะลือ นางมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ทว่ายังไม่ได้เอ่ยถามอันใดก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น “คุณชายใหญ่ป๋อท่านทำเช่นนี้กับบุตรสาวของข้าได้อย่างไร” “ฮูหยินหลัว” ป๋อเหวินจ้งตัวแข็งทื่อ นี่มันเกิดเรื่องบ้าอันใดขึ้นกันแน่ เขาจำได้ว่ามาดื่มสุราเพียงคนเดียว แล้วสองแม่ลูกนี่มาได้อย่างไร “กลับไปคุยกันที่จวน ข้าจะให้คนไปตามบิดามารดาของเจ้ามาที่จวนสกุลหลัว” พูดจบก็หันไปมองบุตรสาวด้วยสายตาแข็งกร้าว “เจ้าลุกขึ้นแต่งตัวแล้วกลับจวนพร้อมข้า” “อยู่ไหน ๆ กล้ามากที่ทำเช่นนี้กับข้า กล้านัดพบสตรีอื่น ดูเถิดว่าข้าจะจัดการเช่นไรกับสามีเฮงซวยเช่นเจ้า” จู่ ๆ ก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นหน้าห้อง ทำให้คนในห้องต่างก็มองหน้ากันไปมาด้วยสีหน้าเลิ่กลั่ก หากมีคนมาเห็นทั้งสองในสภาพเช่นนี้คงไม่ดีแน่ “ห้องนี่ใช่หรือไม่” สตรีนางนั้นยังคงโวยวายหน้าห้อง แม้จะมีเสี่ยวเอ้อคอยห้ามเอาไว้แต่ก็ไม่สามารถสู้แรงคนที่มีมากกว่า คนทั้งหมดพากันกรูเข้ามาในห้องทว่าภาพตรงหน้ากลับทำให้คนที่เข้ามาใหม่ต่างก็ตกตะลึง เพราะคนที่อยู่บนเตียงตอนนี้มิใช่คนที่พวกเขาตามหา “นะ นี่มิใช่คุณชายใหญ่ป๋อหรอกหรือ” คนที่เข้ามาต่างก็พากันซุบซิบเสียงดัง การเจอป๋อเหวินจ้งที่โรงสุรามิใช่เรื่องผิดปกติ แต่กับสตรีอีกคน… “ส่วนสตรีก็คือคุณหนูสกุลหลัว แต่จะเป็นคนพี่หรือคนน้องเล่า” คนสกุลหลัวอยู่ที่นี่ แน่นอนว่าสตรีต้องมาจากสกุลหลัว และหากให้พวกนางเดาคนที่เอาผ้าปิดหน้าเอาไว้ก็คงหนีไม่พ้นคุณหนูรอง เพราะมิเช่นนั้นคงไม่เห็นฮูหยินสกุลหลัวมาออกหน้าเช่นนี้ “หากมิใช่คนที่ตามหาก็เชิญออกไปเถิดขอรับ อย่าได้รบกวนผู้อื่นเลย” เสี่ยวเอ้อเป็นฝ่ายที่ออกรับหน้าแทนผู้ที่ถูกพูดถึง ตอนนี้สติเหมือนหลุดลอยออกไปจากร่างแล้ว คนที่บุกรุกเข้ามาในห้องต่างก็พากันทยอยเดินออกจากห้องทีละคนสองคน แต่ก็ยังคงสนใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นในห้องอยู่ เมื่อประตูห้องถูกปิดลงอีกครั้งฮูหยินหลัวก็แทบเป็นลมล้มลงกับพื้น หากไม่เพราะสาวใช้ประคองไว้ นางก็คงล้มลงตั้งแต่คนพวกนั้นเข้ามาแล้ว แล้วเช่นนี้ต่อไปนางยังจะมีหน้าออกนอกจวนอีกหรือ “กลับจวน” นางสั่งให้สาวใช้เข้าไปช่วยแต่งตัวให้บุตรสาวแล้วพากันออกไปทันที นี่เป็นเรื่องอับอายที่สุดในชีวิตของนาง ขนาดนางถูกเลี้ยงเป็นอนุไว้นอกจวนยังไม่น่าอับอายเท่านี้มาก่อน สองหนุ่มสาวยังไม่ทันได้เอ่ยอันใดก็ถูกจับแยก ตอนนี้ป๋อเหวินจ้งยังจับต้นชนปลายไม่ถูกเลยว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้น “ชุ่นเหอ!!” เมื่อตั้งสติได้ก็ร้องเรียกคนสนิทด้วยความหัวเสีย สรุปแล้วเกิดเรื่องอันใดขึ้นกันแน่ มีเพียงคนสนิทของเขาเท่านั้นที่จะให้คำตอบเรื่องนี้กับเขาได้ “คนของข้าไปที่ใด!!” เมื่อสองแม่ลูกออกไปแล้ว ป๋อเหวินจ้งก็เริ่มโวยวายทันที แต่ก็ไม่เห็นคนของตนเองออกมาสักที มีเพียงเสี่ยวเอ้อที่ออกมารับหน้าแทนเท่านั้น “ไม่รู้ว่าไปที่ใดขอรับ” “ชุ่นเหอ เจ้ากล้ามากที่ทิ้งข้าไปเช่นนี้” เขาพูดด้วยความโมโห ไม่รู้ว่าเจ้าคนไร้ประโยชน์ผู้นั้นหายไปไหน “ข้าคงต้องขอตัวก่อน” เมื่อเสียงในห้องนั้นสงบลงหลัวไป๋เย่ก็ขอตัวกลับจวน หากไม่มีคนเห็นนางอยู่ที่จวนจะเป็นเรื่องเอาได้ “ใช้งานเสร็จก็ทิ้งข้าเลยหรือ” เรื่องทุกอย่างเป็นไปตามที่เขาวางแผนเอาไว้ เท่านี้ป๋อเหวินจ้งก็คงไม่มีหน้ามาเอ่ยเรื่องแต่งงานกับนางอีก ถึงอยากจะแต่งงานกับนางใจแทบขาด คนสกุลหลัวก็ไม่มีทางยอมให้แต่งกับหลัวไป๋เย่ตามที่ต้องการ “หากมีคนเห็นว่าเย่เอ๋อร์ไม่อยู่ที่เรือน เย่เอ๋อร์เดือดร้อนแน่เจ้าค่ะ” นางเดินไปนั่งลงที่ตักของเขาซบหน้าลงที่บ่าแกร่ง หากเขาไม่ปล่อยนางไปตอนนี้นางเดือดร้อนจริง ๆ แน่ “ไปเถิด” นางยังคงทำตัวออดอ้อนเช่นนี้เขากลัวว่านางจะไม่ได้กลับจวนจริง ๆ เมื่อได้รับอนุญาตหลัวไป๋เย่ก็วิ่งแจ้นออกไปจากห้องทันที เพราะกลัวว่าคนตัวโตจะกักขังตัวเองเอาไว้ไม่ให้ออกจากที่นี่ หญิงสาวลอบเข้าเรือนจากด้านหลัง เมื่อเข้ามาในเรือนก็เห็นว่าในเรือนทุกคนกำลังวิ่งวุ่นเพราะตามหาตัวของนางอยู่ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับนางโดยตรงย่อมต้องการความคิดเห็นจากนาง “คุณหนูรีบเลยเจ้าค่ะ เกิดเรื่องใหญ่แล้ว” หลิงหลิงที่ไม่รู้เรื่องอันใดเอ่ยขึ้นอย่างตื่นเต้น นางได้ข่าวว่าคุณหนูรองไปแอบได้เสียกับคุณชายใหญ่ป๋อ “เกิดเรื่องอันใดขึ้นหรือ” นางแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ “ก็คุณหนูรองและคุณชายใหญ่ป๋อแอบลอบพบกันที่โรงสุราเจ้าค่ะ” “มีเรื่องเช่นนี้ด้วยหรือ” หญิงสาวเลิกคิ้วถาม ทว่าไม่ได้รับคำตอบจากสาวใช้กลับเป็นคำเร่งรัดให้ออกไปที่โถงรับรอง “อย่าเพิ่งพูดเรื่องนี้เลยเจ้าค่ะ พวกเราออกไปที่โถงรับรองเถิด ทุกคนคงรอกันหมดแล้ว” หลิงหลิงเร่งเจ้านาย แล้วเดินเข้ามาประคองเจ้านายให้เดินออกไปจากเรือนด้วยกัน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD