ตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมาจางเข่อซินลอบเข้ามานอนที่จวนสกุลหลัวทุกวัน ทั้งสองนอนกอดและหลับไปพร้อมกันราวกับคู่สามีภรรยา ทว่าวันนี้ชายหนุ่มกลับตื่นสายกว่าปกติ
“นายท่านตื่นได้แล้วเจ้าค่ะ” หลัวไป๋เย่ที่ตื่นขึ้นมาแล้วยังเห็นคนที่นอนร่วมเตียงกันทั้งคืนยังนอนอยู่ที่เดิมก็รีบปลุกเขาด้วยความลนลาน ตอนนี้ฟ้าสว่างแล้วหากมีคนมาเห็นเข้าชีวิตน้อย ๆ ของนางต้องจบลงแน่
“ทำไมกลัวคนมาเห็นหรืออย่างไร” เขาเอ่ยขณะที่ยังหลับตา ตอนนี้เขาไม่อยากลุกไปที่ใดเลย อยากนอนกอดนางอยู่แบบนี้ไปนาน ๆ
“หากมีคนมาเห็นเข้าชื่อเสียงที่ดีงามของเย่เอ๋อร์จะเป็นอย่างไรเล่าเจ้าคะ” หญิงสาวตีหน้าเศร้า ไม่ว่าจะตอนนี้หรือตอนไหนก็ให้ผู้ใดรู้เรื่องนี้ไม่ได้
“คุณหนูคนสกุลป๋อมาเจ้าค่ะ” หลิงหลิงร้องรายงานเจ้านาย ตอนนี้หากไม่ได้รับอนุญาตไม่ว่าผู้ใดก็ไม่สามารถเข้าไปในห้องของเจ้านายนางได้ นางจึงทำได้เพียงร้องบอกเจ้านายเสียงดัง
“มาทำไม” ยังไม่ทันที่หญิงสาวจะได้ตอบสาวใช้ คนที่นอนอยู่บนเตียงด้วยกันก็ถามขึ้นเสียงแข็ง
“รู้แล้ว อีกเดี๋ยวเจ้าค่อยเข้ามา” นางเลือกที่จะพูดกับสาวใช้ก่อน แล้วค่อยหันมาสนใจคนที่ยังนอนอยู่ข้างกัน “ท่านกลับไปก่อนเดี๋ยวคนจะมาเห็น”
“เจ้าไปเถิดเดี๋ยวข้าหาทางลอบออกไปเอง” เขายังคงนอนอยู่ที่เดิมไม่ขยับลุกขึ้นไปไหน
“เช่นนั้นท่านก็อยู่ในนี้เงียบ ๆ” นางลุกขึ้นแล้วเดินไปเอาม่านปิดเตียงเอาไว้ ก่อนจะเดินไปเปิดประตูให้หลิงหลิงเข้ามาช่วยเตรียมตัว
สองนายบ่าวช่วยกันแต่งตัวได้ไม่นานก็ออกไปที่โถงรับรองเพื่อต้อนรับแขกที่มาเยือนถึงที่จวน นางมีลางสังหรณ์ไม่ดี เรื่องนี้ต้องเกี่ยวข้องกับการแต่งงานเป็นแน่
เมื่อมาถึงโถงรับรองหญิงสาวก็ทำความเคารพผู้อาวุโสแล้วเดินนั่งลงยังที่ของตนเอง มองดูแล้วก็คงจะเป็นเช่นที่นางคิดเอาไว้ ตระกูลป๋อมาหารือเรื่องแต่งงาน และก็เป็นไปตามคาดคนที่ป๋อเหวินจ้งต้องการแต่งงานด้วยก็คือนาง
หลัวซูอิงที่รู้เช่นนั้นก็โมโหมาก เพราะคิดว่าอย่างไรคนที่ป๋อเหวินจ้งต้องการแต่งงานด้วยคือตนเอง ทว่าวันนี้เขากลับไม่ชายตาแลนางเลยแม้แต่น้อย หญิงสาวได้แต่เก็บความขมขื่นเอาไว้ในใจ
ส่วนหลัวไป๋เย่ก็กลับมาที่เรือนด้วยอารมณ์ขุ่นมัว นางจะไม่ยอมให้ผู้ใดมาจูงจมูกแน่นอน งานแต่งนี้นางไม่มีวันยอม
“หลิงหลิง ไปเรียกไป่ซูมา แล้วเจ้าก็ออกไปก่อน” ทางออกในตอนนี้ก็มีเพียงทางเดียวคือให้จางเข่อซินช่วย เดิมที่นางอยากจะไปขอความช่วยเหลือจากตระกูลฟาง แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้นางมีตัวช่วยที่ดีกว่าตระกูลฟางแล้ว เรื่องไม่ดีคนเช่นเขาคงทำมาไม่น้อย
“เจ้าไปแจ้งเจ้านายของเจ้า ให้มาหาข้าที่เรือน ตระกูลป๋อต้องการแต่งงานกับข้าโดยเร็วที่สุด” ไป่ซูผู้นี้จางเข่อซินส่งมาอยู่ข้างกายของนางเพื่อที่จะได้จัดการเรื่องต่าง ๆ ง่ายขึ้น และก็ถือว่าเป็นเรื่องดีกับนาง เพราะหากมีเรื่องอันใดจะได้ติดต่อเขาง่ายขึ้น
“เจ้าค่ะ” ไป่ซูรีบออกไปแจ้งเจ้านายของตนเอง เพราะเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องด่วน หากเกิดเรื่องผิดพลาดขึ้นไม่รู้ว่านางจะรับผิดชอบไหวหรือไม่
จางเข่อซินที่ได้รับข่าวจากสาวใช้ก็ไม่รีรอรีบลอบเข้าจวนสกุลหลัวทันที เรื่องนี้จะรอช้าไม่ได้ เขาจะต้องรีบจัดการคนที่หมายตากกระต่ายน้อยของเขา มันผู้นั้นกล้ามากที่คิดจะแต่งงานกับนาง
“เจ้าคิดผิดข้อตกลงกับข้าหรือ” เมื่อเข้ามาในเรือนของหลัวไป๋เย่ จางเข่อซินก็รั่วคำถามทันที แม้จะรู้อยู่แล้วว่านางไม่ได้เต็มใจแต่งงานแต่ก็อดโมโหไม่ได้ ผู้ใดใช่ให้นางงดงามจนผู้อื่นหมายตาเล่า
“หากเย่เอ๋อร์คิดผิดข้อตกลง จะให้ไป่ซูไปตามนายท่านทำไมเล่าเจ้าคะ” หญิงสาวยิ้มหวานเดินเข้าไปกอดคนที่เพิ่งมาอย่างเอาใจ นางต้องการให้เขาช่วยก็คงต้องทำตัวดี ๆ เสียหน่อย
“ไม่ต้องมาทำเป็นพูดดี ว่าเรื่องของเจ้ามาเถิด” เขาอยากรู้ว่านางจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร
“นายท่านช่วยเย่เอ๋อร์หน่อยได้หรือไม่ เย่เอ๋อร์ไม่อยากแต่งงานกับคนสกุลป๋อ” นางถูหน้าไปมากับอกแกร่งอย่างออดอ้อน ไม่เท่านั้นยังยื่นหน้าไปจูบคางของเขาหมายทำให้ใบหน้าที่ตึงเครียดของเขาคลายลง และมันก็ได้ผล สีหน้าที่เรียบตึงของเขาดูดีขึ้นมาก
“ช่วยอย่างไร” เขายังคงเอ่ยอย่างไว้ท่า จะให้นางรู้ไม่ได้ว่าเพียงแค่นางออดอ้อนเขาเพียงนิดเดียวหัวใจของเขาก็อ่อนยวบเสียแล้ว
“ตอนนี้เย่เอ๋อร์คิดไม่ออกเลยเจ้าค่ะ นายท่านช่วยคิดแผนการให้ได้หรือไม่” เรื่องมาเร็วเกินกว่าที่นางจะตั้งมือรับทัน นางจึงจะต้องพึ่งพาเขา “แต่น้องสาวของข้าชอบเขา พอจะหาทางเปลี่ยนตัวเจ้าสาวได้หรือไม่”
“น้องสาวเจ้าชอบป๋อเหวินจ้งหรือ” คู่หมายของพี่สาว น้องสาวจะไปชอบพอได้อย่างไร
“เจ้าป๋อเหวินจ้งผู้นั้นชอบหว่านเสน่ห์ไปทั่ว ขนาดน้องสาวต่างมารดาข้าก็ยังไม่เว้น จนน้องสาวของข้าคิดว่าอย่างไรป๋อเหวินจ้งก็ต้องเลือกแต่งงานกับตนเอง พอเจอแบบนี้ก็คงเสียใจอยู่ไม่น้อย” น้องสาวผู้นั้นเดิมทีก็ไม่ชอบนางอยู่แล้ว ยิ่งมาเจอเรื่องของป๋อเหวินจ้งเข้าไปอีกก็ยิ่งไม่ชอบเข้าไปใหญ่
“เช่นนั้นเรื่องนี้เดี๋ยวข้าจะจัดการให้เจ้าเอง” พอรู้ว่านางไม่ชอบหน้าป๋อเหวินจ้งถึงเข้าขั้นเกลียด ความโมโหก่อนหน้านี้ก็มลายหายไปทันที เขารู้ว่าเรื่องนี้ไม่ได้เป็นความผิดของนาง แต่เขาก็ไม่สามารถข่มความไม่พอใจเอาไว้ได้ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะเหตุใดเรื่องของนางจึงส่งผลกระทบรุนแรงกับเขาเช่นนี้
“ขอบคุณนายท่านเจ้าค่ะ” หลัวไป๋เย่ที่ได้ตามความต้องการของตนเองก็ยิ้มร่า ทว่าในประโยคต่อมาของคนร่างโตก็ทำให้รอยยิ้มนั้นแข็งค้างไปทันที
“ไม่ต้องขอบคุณ เพราะเจ้าก็ต้องการค่าตอบแทนที่คุ้มค่าเหมือนกัน” เขาไม่ได้คิดทำงานให้นางโดยไร้ค่าตอบแทน และเขาจะเรียกคืนให้คุ้มกับสิ่งที่เขาทำไป
“หากนายท่านทำสำเร็จ เย่เอ๋อร์ผู้นี้จะตอบแทนเป็นอย่างดีเลยเจ้าค่ะ” พูดจบก็ยื่นหน้าไปจูบลงที่ปลายคางของเขาอีกครั้ง และอีกครั้ง
“แล้วนี่นายท่านจะกลับเลยหรือไม่” นางถามเพราะเห็นว่าตอนนี้ท้องฟ้ายังคงสว่างอยู่ กลัวผู้คนผ่านมาเห็นเข้า
“นี่เจ้าถึงกลับกล้าไล่ข้า?” เรียกใช้งานเขาเสร็จก็คิดไล่เขาไปเลยหรือ นางช่างใจกล้าเสียจริง
“เย่เอ๋อร์เปล่านะเจ้าคะ เพียงแค่กลัวว่าจะมีคนมาเห็นเท่านั้น” หลัวไป๋เย่รีบแก้ตัวเพราะกลัวว่าคนตัวโตจะเข้าใจผิด แล้วจะโมโหไปมากกว่านี้
“ไม่ต้องกลัว ข้าให้ไป่ซูจัดการเรื่องนี้แล้ว” ไม่ว่าเปล่ายังเดินไปนั่งลงที่เตียงของเจ้าของเรือนอย่างถือวิสาสะ เพราะอย่างไรที่ผ่านมาเขาก็มานอนที่นี่เหมือนเป็นเจ้าของเรือนอีกคนอยู่แล้ว
“เจ้าค่ะ เช่นนั้นนายท่านดื่มชาเสียหน่อยนะเจ้าคะ” หญิงสาวที่ไม่สามารถทำอะไรได้ก็เดินไปชงชามาให้อีกฝ่าย พร้อมกับเดินเอาไปให้ถึงที่เตียงนอน
“ข้าคิดแผนการดี ๆ ออกแล้ว” เขารับน้ำชาไปวางไว้ที่โต๊ะข้างหัวเตียง แล้วดึงคนตัวเล็กให้มานั่งลงที่ตักแกร่งของตนเอง หลังจากรู้เรื่องที่นางเป็นคู่หมายของป๋อเหวินจ้งเขาก็ให้ตามสืบเรื่องของอีกฝ่ายมาตลอด จึงได้รู้ว่าอีกฝ่ายมีชีวิตประจำวันเช่นไร
“เร็วเพียงนี่เชียว” นางไปชงชาเพียงครู่เดียวเขาก็คิดแผนการออกแล้ว คิดไม่ผิดจริง ๆ ที่ร้องขอให้เขาช่วยเหลือ
จางเข่อซินทำเพียงหัวเราะในลำคอเบา ๆ ก่อนจะเล่าแผนการของตนเองให้หญิงสาวฟังอย่างละเอียด หญิงสาวที่ได้รู้แผนการทั้งหมดก็ยกยิ้มอย่างพอใจ สองแม่ลูกที่หาแต่เรื่องรังแกนางต้องทำให้อับอายขายหน้าเสียบ้าง
เจ็ดวันต่อมาแผนการทุกอย่างก็เริ่มขึ้น ป๋อเหวินจ้งเป็นบุรุษเจ้าสำราญ แม้ตอนนี้จะได้ทำงานในกรมโยธาตามบิดา แต่เขาก็ยังเที่ยวเล่นดื่มสุราเป็นว่าเล่น ในหนึ่งเดือนเขาจะออกไปเมาหัวราน้ำสักเจ็ดแปดวัน แม้จะถูกบิดาดุด่าเรื่องนี้อยู่ประจำแต่เขาก็ไม่คิดจะปรับเปลี่ยนตนเอง ยังใช้ชีวิตตามความต้องการของตนเอง
“เขาอยู่ในห้องแล้ว” จางเข่อซินที่ดูสถานการณ์อยู่ เมื่อเห็นหลัวไป๋เย่เข้ามาในห้องก็รายงานทันที เดิมทีเรื่องนี้นางไม่จำเป็นต้องมาก็ได้ แต่เพราะว่านางต้องการมาเห็นด้วยตาของตัวเองจึงได้ตามมาด้วย
“แล้วน้องสาวสุดที่รักของข้ามาหรือยัง” น้องสาวอยากแต่งงานกับคนที่รัก พี่สาวแสนดีอย่างนางก็ต้องช่วยส่งเสริม
“ยังไม่มา” เขารินสุรายื่นไปให้นาง ชมละครสนุก ๆ เช่นนี้จะดื่มเพียงน้ำชาได้อย่างไร
“แผนการนี้จะสำเร็จหรือไม่” หลัวไป๋เย่ถามขึ้นอย่างกังวลใจ แผนการนี้เป็นแผนการที่ดี แต่ก็กลัวว่ามันจะไม่ราบรื่นเช่นที่วางแผนเอาไว้
“เมื่ออยู่ในมือของข้าทุกแผนการล้วนสำเร็จ” เขาพูดอย่างถือดี ยามที่เขาวางแผนไม่มีแผนการใดไม่สำเร็จ แผนการนี้นับว่าเป็นเพียงเรื่องเด็กเล่นสำหรับเขา
“ดี เช่นนั้นก็ดี” เมื่อได้ยินคำยืนยันจากเขาเช่นนี้นางก็วางใจมากขึ้น เพราะหากครั้งนี้ไม่สำเร็จเกรงว่าจะไม่มีครั้งที่สองแล้ว
รอได้ไม่นานคนที่รอก็มาถึง หลัวซูอิงเข้าไปในห้องตามที่ได้รับจดหมาย ก็พบเข้ากลับคนที่นางเฝ้าคิดถึงมาหลายวัน นางคิดว่าเขาจะทอดทิ้งนางเสียแล้ว ที่เขาทำเช่นนั้นคงเพราะต้องทำตามความต้องการของบิดามารดาเป็นแน่
หลัวซูอิงได้แต่คิดเข้าตนเอง เพราะที่ผ่านมาเขาดีต่อนางมาโดยตลอด ตั้งแต่ที่นางเข้ามาในตระกูลหลัว เขาก็เอาใจใส่เพียงนาง ไม่ได้สนใจพี่สาวของนางอีก แล้วเช่นนี้เขาจะอยากแต่งงานกับหลัวไป๋เย่ได้อย่างไร