เสียงเครื่องปรับอากาศภายในห้องประชุมดังแผ่วเบา
แต่สำหรับดาหวัน
มันกลับกลายเป็นเสียงที่น่าอึดอัดที่สุดในชีวิต
หญิงสาวนั่งนิ่งอยู่หัวโต๊ะประชุม
สายตาจับจ้องเอกสารตรงหน้า
ตัวเลขและข้อความมากมายเรียงรายอยู่บนกระดาษ
แต่สิ่งที่สะดุดตาเธอที่สุด
คือชื่อของตัวเอง
ชื่อที่เคยเป็นเจ้าของบริษัทแห่งนี้
กำลังถูกลดบทบาทลงเหลือเพียงผู้ถือหุ้นส่วนน้อย
"คุณดาหวันครับ"
ทนายของบริษัทเอ่ยขึ้นอย่างระมัดระวัง
"ผมอยากให้คุณใจเย็นก่อน"
หญิงสาวเงยหน้าขึ้น
ดวงตาแดงก่ำจากการอดนอนหลายคืน
หลังจากวันที่จับได้ว่าธีธัชและพิชญาแอบคบกัน
เธอแทบไม่ได้พักเลย
เพราะยังเชื่อว่าอย่างน้อย
บริษัทแห่งนี้ยังเป็นของเธอ
ยังเป็นสิ่งสุดท้ายที่เหลืออยู่
แต่ตอนนี้
ความหวังนั้นกำลังพังลงต่อหน้าต่อตา
"อธิบายมา"
เสียงของเธอแหบพร่า
ทนายถอนหายใจเบา ๆ
ก่อนเปิดเอกสารอีกชุด
"หุ้นของบริษัทถูกโอนให้กับนักลงทุนภายนอกหลายราย"
"โดยใช้สิทธิ์จากผู้ถือหุ้นเดิม"
ดาหวันขมวดคิ้ว
"ฉันไม่เคยเซ็นอนุมัติ"
ห้องทั้งห้องเงียบลงทันที
ก่อนทนายจะเลื่อนเอกสารมาให้
"ลายเซ็นนี้เป็นของคุณไหมครับ"
ดาหวันมอง
หัวใจหล่นวูบ
มันคือลายเซ็นของเธอจริง
แต่เป็นเอกสารที่เธอเคยเซ็นกองใหญ่เมื่อหลายเดือนก่อน
ตอนที่บริษัทกำลังขยายสาขา
ตอนนั้นเธอไว้ใจธีธัช
ไว้ใจพิชญา
จนแทบไม่อ่านรายละเอียด
น้ำตาค่อย ๆ เอ่อขึ้นมาอีกครั้ง
"พวกเขาหลอกฉัน..."
เสียงนั้นเบาจนแทบไม่ได้ยิน
ทนายไม่ตอบ
เพราะทุกคนในห้องรู้ความจริงดี
...
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
การประชุมเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ
ดาหวันนั่งอยู่ปลายโต๊ะ
ขณะที่ธีธัชนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
สายตาของเขาหลบเธออยู่ตลอดเวลา
ส่วนพิชญา
ยังคงนั่งข้างเขาอย่างเปิดเผย
ราวกับไม่คิดปิดบังอะไรอีกแล้ว
ประธานบอร์ดลุกขึ้น
"จากมติผู้ถือหุ้น"
"บริษัทจะมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างบริหาร"
คำพูดทุกคำ
เหมือนมีดค่อย ๆ กรีดหัวใจดาหวัน
"ตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ"
"จะถูกโอนให้คุณพิชญาดำรงตำแหน่งแทน"
มือของหญิงสาวกำแน่น
เล็บจิกลงบนฝ่ามือจนเจ็บ
แต่ความเจ็บนั้น
ยังน้อยกว่าความรู้สึกในใจ
บริษัทนี้
เธอเริ่มจากร้านกาแฟเล็ก ๆ เพียงร้านเดียว
ใช้เวลาสิบปี
อดนอน
กู้เงิน
ทำงานทุกวัน
จนขยายเป็นธุรกิจที่มีหลายสาขา
แต่วันนี้
ทุกอย่างถูกแย่งไปต่อหน้าต่อตา
โดยคนที่เธอรักและไว้ใจที่สุด
...
หลังประชุมจบ
ดาหวันเดินออกจากห้องคนเดียว
พนักงานหลายคนมองตาม
บางคนอยากเข้ามาปลอบ
แต่ไม่มีใครกล้าพอ
เพราะทุกคนรู้ดีว่า
สิ่งที่เกิดขึ้น
มันโหดร้ายเกินกว่าคำปลอบใจใด ๆ
เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก
เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง
"ดาหวัน"
เธอหยุดเดิน
ไม่ต้องหันกลับไปก็รู้ว่าใคร
"ผมขอโทษ"
ธีธัชพูด
น้ำเสียงเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
ดาหวันหัวเราะออกมาเบา ๆ
"ขอโทษ?"
เธอหันกลับไปมองเขา
ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความรัก
ตอนนี้เหลือเพียงความว่างเปล่า
"นายเอาทั้งคนรักและบริษัทของฉันไป"
"แล้วคำเดียวที่มีคือขอโทษ?"
ธีธัชนิ่งเงียบ
ไม่อาจตอบอะไรได้
เพราะไม่มีคำแก้ตัวไหนเพียงพอ
ดาหวันมองเขาอยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนพยักหน้าเบา ๆ
"ไม่เป็นไร"
"เพราะหลังจากวันนี้"
"นายจะไม่มีความหมายอะไรกับชีวิตฉันอีก"
คำพูดนั้น
ทำให้ธีธัชหน้าซีดลงทันที
แต่ดาหวันไม่สนใจอีกแล้ว
เธอเดินจากไป
โดยไม่หันกลับมามอง
...
คืนนั้น
หญิงสาวกลับมาที่คอนโด
ห้องเดิม
วิวเดิม
ทุกอย่างเหมือนเดิม
ยกเว้นชีวิตของเธอ
เธอนั่งอยู่บนพื้นห้อง
มองกล่องเอกสารที่เกี่ยวกับบริษัท
ทีละแฟ้ม
ทีละความทรงจำ
ทีละความฝัน
น้ำตาค่อย ๆ ไหลลงมาอย่างเงียบงัน
ครั้งนี้ไม่มีใครเห็น
ไม่มีใครได้ยิน
ไม่มีใครรู้ว่า
ผู้หญิงคนหนึ่งกำลังสูญเสียทั้งชีวิตที่สร้างมา
ในเวลาไม่กี่วัน
เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นอีกครั้ง
ชื่อที่ปรากฏบนหน้าจอคือ
"ยาย"
ดาหวันกดรับสาย
ก่อนจะได้ยินเสียงอบอุ่นคุ้นเคย
"เป็นยังไงบ้างลูก"
เพียงคำถามเดียว
น้ำตาที่พยายามกลั้นไว้ก็ไหลออกมาอีกครั้ง
และในค่ำคืนนั้น
เธอตัดสินใจแล้วว่า
บางที...
ถึงเวลาที่ต้องกลับบ้าน
กลับไปยังสถานที่ที่หัวใจจะได้พักเสียที
และเช้าวันรุ่งขึ้น
ดาหวันจองตั๋วเดินทางเที่ยวแรก
มุ่งหน้าสู่หุบเขาที่จากมานานหลายปี
โดยไม่รู้เลยว่า
การกลับบ้านครั้งนี้
จะเปลี่ยนชีวิตของเธอไปตลอดกาล...