ตอนที่ 9 เดินสำรวจไร่ดอกไม้
เช้าวันต่อมา
ดาหวันตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่ยังค้างคาอยู่ในใจ
ภาพกรอบรูปใบนั้นยังติดอยู่ในความคิดของเธอ
หญิงสาวในรูป
รอยยิ้มอ่อนโยน
ช่อดอกคอสมอสสีขาว
และน้ำเสียงของคีตะที่พูดว่า
"คนที่เคยเป็นทุกอย่างของผม"
ประโยคนั้นวนซ้ำอยู่ในหัวตั้งแต่เมื่อคืน
แม้ดาหวันจะพยายามบอกตัวเองว่าเรื่องนั้นไม่เกี่ยวกับเธอ
อดีตของคีตะเป็นเรื่องของคีตะ
เธอไม่มีสิทธิ์เข้าไปก้าวก่าย
แต่บางอย่างในแววตาของเขาตอนจับกรอบรูปนั้น
กลับทำให้เธอลืมไม่ลง
มันไม่ใช่แค่ความเศร้า
แต่มันเหมือนบาดแผลที่ยังไม่เคยหายสนิท
บาดแผลที่ถูกปิดไว้ด้วยความเงียบ
และรอยยิ้มบาง ๆ ที่เขาแทบไม่เคยใช้
"วันนี้ตื่นเช้านะลูก"
เสียงยายคำเอื้อมดังขึ้นจากหน้าประตูห้อง
ดาหวันสะดุ้งเล็กน้อย
ก่อนรีบหันไปยิ้ม
"ค่ะยาย นอนไม่ค่อยหลับ"
ยายมองหน้าเธออย่างจับสังเกต
"คิดเรื่องอะไรอยู่หรือเปล่า"
หญิงสาวเงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนส่ายหน้า
"แค่อากาศแปลกที่น่ะค่ะ"
ยายยิ้มบาง ๆ
เหมือนรู้ว่าเธอไม่ได้พูดความจริงทั้งหมด
แต่ก็ไม่ถามต่อ
"ถ้านอนไม่หลับ ก็ออกไปเดินเล่นสิ"
"ไร่ดอกไม้ตอนเช้าสวยมาก"
ดาหวันชะงัก
ไร่ดอกไม้
สถานที่ที่เธอตั้งใจจะหลีกเลี่ยงหลังจากเหตุการณ์เมื่อวาน
แต่ยิ่งพยายามไม่คิดถึง
กลับเหมือนหัวใจยิ่งอยากรู้
อยากเห็น
อยากเข้าใจ
เธอถอนหายใจเบา ๆ
ก่อนพยักหน้า
"งั้นหนูออกไปเดินสักพักนะคะ"
...
ทางขึ้นไร่ในยามเช้าเงียบกว่าปกติ
แสงแดดเพิ่งเริ่มแตะยอดเขา
หมอกสีขาวลอยต่ำอยู่เหนือแปลงดอกไม้
หยดน้ำค้างเกาะบนกลีบดอกคอสมอสจนเป็นประกายเล็ก ๆ
เหมือนมีใครโรยแก้วใสไว้ทั่วทั้งเนิน
ดาหวันเดินช้า ๆ
ไม่รีบร้อน
รองเท้าผ้าใบสัมผัสกับดินชื้น
กลิ่นดิน กลิ่นหญ้า และกลิ่นดอกไม้ลอยเข้ามาปะปนกัน
เป็นกลิ่นที่เมืองใหญ่ไม่มีวันให้เธอได้
เธอยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายภาพ
แต่ถ่ายไปได้ไม่กี่รูปก็ลดมือลง
บางความงาม
อาจไม่จำเป็นต้องเก็บไว้ในภาพ
แค่มองด้วยตา
และจำไว้ด้วยใจก็พอ
...
"มาเช้ากว่าที่คิด"
เสียงทุ้มคุ้นหูดังขึ้นจากด้านหลัง
ดาหวันหันไป
คีตะยืนอยู่ไม่ไกล
ในมือเขาถือกรรไกรตัดแต่งกิ่ง
เสื้อเชิ้ตสีเข้มพับแขนเหมือนทุกครั้ง
ปลายผมชื้นเล็กน้อยจากหมอกยามเช้า
ชายหนุ่มมองเธอนิ่ง ๆ
สีหน้ากลับมาเรียบเฉยเหมือนเดิม
ราวกับเหตุการณ์เมื่อวานไม่เคยเกิดขึ้น
ดาหวันรู้สึกเก้อขึ้นมาเล็กน้อย
"ฉันแค่เดินเล่น"
"ไร่ยังไม่เปิด"
"ฉันไม่ได้จะมาซื้อกาแฟ"
"แล้วมาทำไม"
คำถามตรงไปตรงมาทำให้เธอถอนหายใจ
"คุณนี่ถามเหมือนตำรวจเลยนะ"
คีตะเลิกคิ้วนิดเดียว
"ผมแค่ถาม"
"ฉันนอนไม่หลับ ยายเลยให้มาเดิน"
เขามองเธออยู่ครู่หนึ่ง
ก่อนพยักหน้า
"งั้นเดินดี ๆ"
พูดจบก็หันหลังจะเดินไปอีกทาง
แต่ดาหวันกลับเรียกไว้
"เดี๋ยวค่ะ"
คีตะหยุด
"อะไร"
หญิงสาวลังเลเล็กน้อย
ก่อนถามออกไป
"ถ้าไม่รบกวน คุณช่วยพาเดินดูไร่ได้ไหม"
คีตะหันกลับมามองเธอเต็มตา
เหมือนกำลังพิจารณาว่าคำขอนี้แปลกแค่ไหน
ดาหวันรีบพูดต่อ
"ฉันไม่ได้หมายถึงมุมส่วนตัวนะ"
"แค่อยากรู้ว่าไร่นี้แบ่งเป็นอะไรบ้าง"
"เมื่อก่อนฉันเคยทำคาเฟ่ เลยสนใจการจัดพื้นที่"
คีตะนิ่งไปครู่หนึ่ง
ก่อนตอบสั้น ๆ
"ตามมา"
ดาหวันกะพริบตา
"ง่าย ๆ แบบนี้เลยเหรอ"
"แล้วต้องยาก?"
เธอเม้มปาก
ก่อนเดินตามเขาไปเงียบ ๆ
...
คีตะพาเธอเดินผ่านแปลงดอกคอสมอสด้านหน้า
ก่อนชี้ไปยังเนินด้านซ้าย
"ตรงนั้นเป็นแปลงไฮเดรนเยีย"
"ต้องดูแลน้ำมากกว่าดอกอื่น"
"ถ้าฝนทิ้งช่วงนาน ต้องคุมระบบน้ำดี ๆ"
ดาหวันมองตาม
เห็นดอกไฮเดรนเยียสีฟ้าอมม่วงเรียงเป็นแนวยาว
งดงามเหมือนภาพในโปสต์การ์ด
"สวยมาก"
เธอพึมพำ
"แต่ดูแลยาก"
คีตะตอบ
"ของสวยส่วนใหญ่ดูแลยาก"
ดาหวันหันไปมองเขา
"พูดเหมือนคนมีประสบการณ์"
คีตะไม่ตอบ
เพียงเดินต่อไป
ทำให้เธอรู้ตัวว่าตัวเองอาจพูดแตะบางอย่างโดยไม่ตั้งใจ
หญิงสาวจึงเงียบลง
...
พวกเขาเดินไปจนถึงโรงเรือนเพาะกล้า
ภายในเต็มไปด้วยกระถางเล็ก ๆ เรียงเป็นระเบียบ
ต้นอ่อนนับพันต้นกำลังงอกขึ้นจากดิน
บางต้นยังเล็กมาก
บางต้นเริ่มมีใบอ่อนสีเขียวสด
ดาหวันมองด้วยความสนใจ
"ทั้งหมดนี่ปลูกเองเหรอคะ"
"บางส่วน"
"บางพันธุ์ต้องสั่งเมล็ดมา"
"บางพันธุ์ขยายเอง"
เขาหยิบกระถางเล็กใบหนึ่งขึ้นมา
"ต้นนี้คอสมอสขาว"
ดาหวันชะงักเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำว่าคอสมอสขาว
ภาพหญิงสาวในกรอบรูปผุดขึ้นมาอีกครั้ง
แต่เธอไม่กล้าถาม
คีตะเหมือนรู้
เพราะมือของเขาชะงักไปเพียงเสี้ยววินาที
ก่อนวางกระถางกลับที่เดิม
"พันธุ์นี้บอบบาง"
"ถ้าแดดแรงเกินไปก็เฉา"
"ถ้าน้ำมากเกินไปก็เน่า"
ดาหวันมองต้นอ่อนเล็ก ๆ ตรงหน้า
"แล้วต้องทำยังไง"
"คอยดู"
"ทุกวัน"
คำตอบเรียบง่าย
แต่กลับทำให้เธอนิ่งไป
คอยดูทุกวัน
คำนี้เหมือนพูดถึงดอกไม้
แต่ในใจเธอกลับรู้สึกเหมือนเขาพูดถึงความรัก
หรือบางที
พูดถึงคนที่เคยสูญเสียไป
...
เมื่อออกจากโรงเรือน
คีตะพาเธอเดินต่อไปยังคาเฟ่
ตอนนั้นพนักงานเริ่มทยอยมาเตรียมร้าน
ป้าจันทร์ยกมือทักทายจากด้านใน
"วันนี้มาแต่เช้าเลยนะดาหวัน"
"ค่ะ แค่เดินเล่น"
ป้าจันทร์มองคีตะสลับกับเธอ
ก่อนยิ้มอย่างมีเลศนัย
"เดินเล่นหรือเดินสำรวจจ๊ะ"
ดาหวันหน้าอุ่นขึ้นทันที
"สำรวจไร่ค่ะ"
คีตะไม่พูดอะไร
แต่เดินไปช่วยพนักงานยกลังผลไม้เข้าหลังร้าน
ดาหวันมองตามโดยไม่รู้ตัว
ท่าทางของเขาไม่ได้เหมือนเจ้าของกิจการที่ออกคำสั่งจากไกล ๆ
แต่เหมือนคนที่พร้อมทำทุกอย่าง
ไม่ว่างานนั้นจะเล็กแค่ไหน
...
หลังจากนั้น
เขาพาเธอไปยังมุมถ่ายรูปที่นักท่องเที่ยวชอบที่สุด
เป็นสะพานไม้เล็ก ๆ ที่ทอดผ่านกลางทุ่งดอกไม้
ด้านหลังเห็นภูเขาซ้อนกันเป็นชั้น ๆ
และถ้าเป็นช่วงเย็น
แสงอาทิตย์จะตกตรงปลายสะพานพอดี
"ตรงนี้คือจุดขายของไร่"
คีตะพูด
"คนมาถ่ายรูปกันเยอะ"
ดาหวันพยักหน้า
ก่อนมองไปรอบ ๆ อย่างนักธุรกิจโดยไม่รู้ตัว
"ถ้าจัดป้ายบอกทางเพิ่มอีกหน่อย น่าจะช่วยให้ลูกค้าเดินวนครบทุกโซนนะคะ"
คีตะหันมามอง
"ยังไง"
ดาหวันชะงัก
ก่อนยิ้มเก้อ ๆ
"ขอโทษค่ะ ฉันเผลอคิดแบบคนทำคาเฟ่"
"พูดต่อสิ"
คำตอบนั้นทำให้เธอแปลกใจ
"คุณอยากฟังเหรอ"
"ถ้ามันช่วยให้ไร่ดีขึ้น"
"ผมก็อยากฟัง"
ดาหวันเงียบไปครู่หนึ่ง
หัวใจรู้สึกอุ่นขึ้นอย่างประหลาด
เพราะที่ผ่านมา
ตอนเธอเสนอความคิดเห็นในบริษัท
ธีธัชมักพูดว่าเธอคิดมากเกินไป
พิชญามักบอกว่าเธอเข้มงวดเกินไป
แต่คีตะ
กลับฟัง
เธอจึงเริ่มอธิบายอย่างระมัดระวัง
"ถ้ามีเส้นทางเดินเป็นวงกลม ลูกค้าจะไม่เดินย้อนกลับทางเดิม"
"แล้วระหว่างทางอาจมีจุดแวะเล็ก ๆ"
"เช่น มุมขายน้ำสมุนไพร มุมดอกไม้แห้ง หรือมุมเขียนโปสต์การ์ด"
"ลูกค้าจะรู้สึกว่ามีประสบการณ์มากกว่าแค่มาถ่ายรูป"
คีตะฟังเงียบ ๆ
แต่สายตาของเขาจริงจัง
"คุณเคยทำแบบนี้มาก่อน?"
ดาหวันยิ้มจาง ๆ
"เคยค่ะ"
"เมื่อก่อนฉันชอบคิดอะไรพวกนี้มาก"
"แล้วตอนนี้ล่ะ"
คำถามนั้นทำให้รอยยิ้มของเธอจางลง
ตอนนี้?
ตอนนี้เธอไม่เหลือคาเฟ่ของตัวเองแล้ว
ไม่เหลือบริษัท
ไม่เหลือพื้นที่ให้ความฝันนั้นเติบโต
"ตอนนี้..."
เธอก้มมองมือของตัวเอง
"คงยังไม่รู้ค่ะ"
คีตะไม่ได้พูดปลอบ
แต่พูดเพียงว่า
"ถ้ารู้เมื่อไร ก็บอก"
ดาหวันเงยหน้าขึ้น
"บอกทำไม"
"เผื่อไร่นี้มีพื้นที่พอให้คุณลองอีกครั้ง"
ประโยคนั้นทำให้เธอนิ่งไปนาน
นานจนสายลมพัดกลีบดอกไม้ปลิวผ่านระหว่างทั้งคู่
...
ช่วงสายมากขึ้น
นักท่องเที่ยวเริ่มทยอยเข้ามา
คีตะจึงต้องแยกไปดูงาน
ดาหวันยืนอยู่บนสะพานไม้คนเดียว
มองผู้คนที่กำลังยิ้มและถ่ายรูปท่ามกลางดอกไม้
ในใจของเธอค่อย ๆ เกิดความรู้สึกบางอย่าง
ไม่ใช่ความสุขเต็มร้อย
แต่เป็นประกายเล็ก ๆ
เหมือนมีใครจุดไฟดวงเล็กขึ้นในห้องมืด
เธอเคยคิดว่าชีวิตตัวเองจบลงแล้ว
แต่บางที
มันอาจไม่ได้จบ
มันแค่พาเธอมาถึงที่ใหม่
ที่ที่เธอยังไม่รู้จัก
แต่เริ่มอยากลองเดินต่อ
...
ก่อนกลับ
ดาหวันแวะเข้าห้องน้ำด้านหลังคาเฟ่
ระหว่างเดินผ่านทางเดินเล็ก ๆ ข้างอาคาร
เธอได้ยินเสียงผู้ชายสองคนคุยกันอยู่หลังพุ่มไม้
ตอนแรกเธอไม่ได้ตั้งใจฟัง
แต่เมื่อได้ยินชื่อคีตะ
ฝีเท้าของเธอก็หยุดลงโดยอัตโนมัติ
"เจ้าของไร่นี่ยังไม่ยอมขายอีกเหรอ"
เสียงหนึ่งพูดขึ้น
"ยัง"
อีกเสียงตอบ
"แต่ไม่นานหรอก เดี๋ยวก็ต้องยอม"
ดาหวันขมวดคิ้ว
ขาย?
ขายอะไร
"ที่ตรงนี้ราคาขึ้นทุกปี"
"ถ้าเจ้านายได้ทั้งหุบเขา โครงการใหญ่เริ่มได้ทันที"
"แล้วถ้ามันไม่ยอม?"
เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้น
"คนเรามีจุดอ่อนทุกคน"
"แค่ต้องหาให้เจอ"
หัวใจของดาหวันเต้นแรงขึ้นทันที
เธอค่อย ๆ ถอยหลัง
แต่เผลอเหยียบกิ่งไม้แห้งบนพื้น
เสียงดังกรอบแกรบทำให้บทสนทนาหยุดลงทันที
"ใครน่ะ!"
ดาหวันตัวแข็ง
เธอรีบหันหลังจะเดินออกไป
แต่ยังไม่ทันก้าว
มือแข็งแรงของใครบางคนก็คว้าข้อมือเธอไว้
หญิงสาวสะดุ้ง
เกือบร้องออกมา
แต่เมื่อหันไปเห็นใบหน้าของคนที่จับมือเธอไว้
เสียงทั้งหมดก็หายไปในลำคอ
คีตะ
เขามองเธอด้วยแววตาคมเข้ม
ก่อนยกนิ้วขึ้นแตะริมฝีปากเป็นสัญญาณให้เงียบ
ด้านหลัง
เสียงฝีเท้าของผู้ชายสองคนกำลังเดินเข้ามาใกล้
ดาหวันกลั้นหายใจ
ส่วนคีตะดึงเธอหลบเข้าไปหลังผนังไม้แคบ ๆ
ร่างของทั้งคู่ใกล้กันจนเธอได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองชัดเจน
และในเสี้ยววินาทีนั้น
ดาหวันเพิ่งรู้ว่า
ไร่ดอกไม้แสนสวยแห่งนี้
อาจมีความลับบางอย่างซ่อนอยู่มากกว่าที่เธอคิด
โปรดติดตามตอนต่อไป