ความเงียบในห้องนอนตอนนี้ดังจนหูอื้อ
ญาดานั่งจ้องการ์ดสีดำบนเตียงเหมือนจ้องศัตรู
มันวางสงบนิ่ง เยาะเย้ยเธอด้วยความหรูหราเกินเบอร์
"โต๊ะนี้จองไว้ให้คุณ..."
"เหอะ..."
เธอแค่นหัวเราะในลำคอ เสียงแหบพร่า
"อยากเจอหนักใช่ไหม... ได้"
ญาดาลุกพรวด เดินกระแทกเท้าไปที่ตู้เสื้อผ้า กระชากบานประตูเปิดออก
สายตาไล่ผ่านชุดสูททำงานที่แสนน่าเบื่อ... ไม่ใช่คืนนี้
คืนนี้เธอจะไม่ใช่ เลขาญาดา ที่ก้มหัวให้ใคร
มือเรียวคว้าไม้แขวนเสื้อตัวในสุดออกมา
เดรสสายเดี่ยวผ้าซาตินสีน้ำเงินกรมท่า... ชุดที่ซื้อมาตอนเมาแล้วไม่เคยกล้าใส่
"โป๊ไปไหมวะ..."
เธอมองกระจก ทาบชุดกับตัว ผ้าซาตินแนบเนื้อโชว์สัดส่วนชัดเจน
"ช่างแม่ง... ไม่มีอะไรจะเสียแล้วนี่"
เธอสลัดความคิดฟุ้งซ่าน ถอดชุดนอนทิ้ง แล้วสวมเดรสตัวนั้นทันที
ซิปรูดขึ้นตามแนวแผ่นหลัง ความเย็นของผ้าทำเอาขนลุกซู่
แต่พอมองในกระจก... ผู้หญิงที่จ้องกลับมาไม่ใช่คนขี้แพ้
ริมฝีปากทาลิปสติกสีนู้ดน้ำตาล ไม่แดงฉูดฉาด แต่ดูแพงและดุ
"ถ้าจะไป... ก็ต้องไปให้คนจำ"
เธอหยิบกระเป๋าคลัทช์ใบเล็ก ยัดการ์ดเชิญลงไปเหมือนยัดขยะ
สูดหายใจลึกจนสุดปอด แล้วเดินออกจากห้องโดยไม่หันกลับมามองเตียงนอนแสนปลอดภัยนั่นอีก
หน้าคอนโดมิเนียม
ลมกลางคืนพัดแรงจนผมลอนคลายปลิวไสว
แท็กซี่สีเทาติดฟิล์มดำสนิทคันหนึ่งจอดเทียบฟุตบาทรออยู่แล้ว... ราวกับรู้จังหวะ
ญาดาชะงักเท้า กำลังจะยกมือโบกเรียกคันอื่น
แต่กระจกรถฝั่งคนขับเลื่อนลง
โชเฟอร์วัยกลางคนสวมหมวกแก๊ป หันมามองเธอด้วยสายตาเรียบนิ่ง
"ขึ้นเลยครับคุณญาดา... เดี๋ยวจะไม่ทันเวลา"
ญาดาชาวาบไปทั้งตัว มือที่กำกระเป๋าเกร็งจนสั่น
"คุณรู้ชื่อฉันได้ไง?"
"LUNA TOWER รออยู่ครับ"
เขาไม่ตอบคำถาม แต่เป็นการย้ำคำสั่งกลายๆ
ญาดาเม้มปากแน่น มองไปรอบๆ ถนนที่เริ่มเปลี่ยว
จะหนีตอนนี้ก็คงไม่ทัน... นี่มันเครือข่ายบ้าอะไรกันแน่
"เออ... ไปก็ไป"
เธอกัดฟัน กระชากประตูรถเปิดแล้วก้าวเข้าไปนั่ง
"ขับดีๆ ล่ะ อย่าพาไปฆ่าหมกป่าก็พอ"
เธอพูดประชดเสียงแข็ง แต่ในใจเต้นโครมครามจนแทบทะลุอก
คนขับไม่ตอบ แค่พยักหน้าแล้วหมุนพวงมาลัยพารถพุ่งทะยานออกไปในความมืด
ทิ้งไว้แค่ความสงสัยว่า... ชีวิตเธอหลุดเข้ามาอยู่ในกำมือใครตั้งแต่นาทีไหน
รถเลี้ยวเข้าจอดเทียบท่าหน้าอาคาร LUNA TOWER
ไม่ใช่ล็อบบี้หลักที่มีคนพลุกพล่าน แต่เป็นทางเข้าโซนไพรเวทด้านหลังที่เงียบสงัด
ตึกสูงตระหง่านเสียดฟ้า ไฟประดับระยิบระยับเหมือนเพชรบนกำมะหยี่สีดำ
ทันทีที่ก้าวลงจากรถ ความเย็นยะเยือกของแอร์ล็อบบี้ก็ปะทะผิว
ชายร่างยักษ์ในชุดสูทดำยืนประสานมือรออยู่หน้าประตูลิฟต์
ไร้รอยยิ้ม ไร้คำทักทาย
"ทางนี้ครับ"
เขากล่าวสั้นๆ แล้วผายมือ
ญาดาเชิดหน้าขึ้น เดินผ่านเขาไปอย่างไม่ยอมก้มหัว
เสียงส้นสูงกระทบพื้นหินอ่อนดัง ตึก... ตึก... ตึก... ก้องไปทั่วโถงทางเดินที่เงียบกริบ
ลิฟต์ตัวในสุดเปิดออก
ข้างในบุด้วยกำมะหยี่สีดำสนิท ไม่มีปุ่มกดชั้น มีแค่ปุ่มเดียวตรงกลางที่ส่องแสงสีทอง
ชายชุดดำกดปุ่มนั้น แล้วถอยออกไป
"ขอให้เจริญอาหารนะครับ"
ประตูปิดลง ครืดดด...
ตัดขาดเธอจากโลกภายนอกโดยสมบูรณ์
ทันใดนั้น... เสียงเพลงก็ดังขึ้น
เปียโน...
ทำนองเดียวกับที่ได้ยินในโทรศัพท์เมื่อเช้า
เพลงช้า... หวาน... แต่น่าขนลุก
ญาดายืนกอดอกพิงผนังลิฟต์ หลับตาลงข่มอารมณ์
"เล่นสงครามประสาทกันชัดๆ"
"คอยดูเถอะ... ถ้าเจอหน้าเมื่อไหร่ จะด่าให้ลืมชื่อเลย"
ตัวเลขดิจิทัลเหนือประตูวิ่งขึ้นรวดเร็ว
40... 50... 60...
หัวใจเธอกระตุกตามแรงโน้มถ่วง
ความกลัวเริ่มจางหายไป... แทนที่ด้วยความบ้าดีเดือด
เธอไม่ได้มาเพื่อเป็นเหยื่อ... เธอมาเพื่อทวงคืนชีวิตปกติของเธอ
ชั้นดาดฟ้า (Rooftop)
ประตูลิฟต์เปิดออกช้าๆ
แสงไฟสีส้มสลัวสาดส่องเข้ามา เผยให้เห็นห้องอาหารส่วนตัวที่ล้อมรอบด้วยกระจกใส 360 องศา
วิวกรุงเทพฯ ยามค่ำคืนอยู่แทบเท้าเธอ
และตรงกลางห้อง... มีโต๊ะอาหารยาวปูผ้าสีขาวสะอาดตา
ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีเข้ม ยืนหันหลังให้เธออยู่ที่ระเบียงกระจก
มือข้างหนึ่งล้วงกระเป๋า อีกข้างถือแก้วไวน์
เขาดูสงบนิ่ง... เหมือนพายุที่รอเวลาระเบิด
เวหาหมุนตัวกลับมา
สายตาคมกริบกวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า
เดรสสีน้ำเงินเข้มที่ขับผิวขาวจัด... ผมลอนที่ดูยุ่งนิดๆ... และแววตาที่ไม่ยอมคน
มุมปากเขาหยักยิ้ม แต่เป็นยิ้มของคนที่เพิ่งชนะเดิมพัน
"มาช้าไปสามนาทีนะ..."
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ
"แต่ก็คุ้มค่าที่รอ"
เขาวางแก้วไวน์ลง แล้วเดินล้วงกระเป๋าตรงเข้ามาหาเธอ
ก้าวต่อก้าว... กดดันจนอากาศรอบตัวเหมือนจะหนักอึ้ง