ตอนที่ 10 ซื้อทาส

2069 Words
วันต่อมาซูหนี่ก็ไปที่โรงค้าทาสพร้อมกับคนของท่านตา เมื่อมาถึงก็เห็นเจ้าของกิจการ วัยกลางคนที่มีรูปร่างอ้วนพุงพลุ้ยหน้าตาท่าทางเจ้าเล่ห์ออกมาต้อนรับแม้จะยิ้มแย้มอัธยาศัยดี แต่ซูหนี่ว์มองออกว่าผู้ชายคนนี้ไว้ใจไม่ได้เลยแม้แต่น้อย “ยินดีต้อนรับขอรับคุณหนู ไม่ทราบว่าวันนี้ท่านต้องการทาสแบบใด”? “ขอข้าเดินดูก่อนได้หรือไม่?” “ได้ๆเชิญๆขอรับ” ซูหนี่ว์เดินดูห้องที่ขังทาสเอาไว้ก็สลดใจ ยุคนี้ยังมีการค้าขายทาสกันอยู่ น่าสงสารคนเหล่านี้ที่ต้องมาเป็นทาส ชายเจ้าของกิจการที่เดินอยู่ด้านหลัง ยังคงเอ่ยอธิบายสรรพคุณของทาสแต่ห้องที่ใช้ขังทาสไว้ ซึ่งมีแบบเป็นทาสทั้งครอบครัว ทาสเดี่ยวชายหญิง และแบบพิการและน่าตาอัปลักษณ์ ซึ่งอย่างหลังไม่มีใครอยากซื้อไปเป็นทาส แต่ละคนนั่งอย่างสงบเสงี่ยมมองคน ที่มาซื้อทาสอย่างมีความหวัง ซูหนี่ว์รู้สึกเศร้าใจและเจ็บปวดใจเป็นที่สุด นางไม่สามารถซื้อคนเหล่านี้ได้ทั้งหมด หากเป็นไปได้นางอยากให้แคว้นเป่ยเซียง ยกเลิกการค้าขายทาสนี่ไปเสีย “ข้าอยากได้เด็กสาวคนนั้น!”เสียงวางอำนาจของหญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งเอ่ยขึ้น เสื้อผ้าการแต่งกายสีสันฉูดฉาดที่ดูก็รู้ว่ามาจากที่ใด “คนไหนหรือขอรับ”?ชายผู้เป็นผู้ช่วยงานของโรงค้าทาสรีบกุลีกุจอเข้ามาเอ่ยถาม “เด็กสาวที่อยู่ในกลุ่มของครอบครัว ข้าอยากซื้อแยกได้หรือไม่?” “แม่นางถ้าซื้อทั้งครอบครัวจะตกคนละ10ตำลึง แต่ถ้าหากซื้อแยก ราคาจะแพงขึ้นอีกเท่าตัวขอรับ” “ไม่เป็นไรข้าเต็มใจจ่าย”แม่เล้าชื่อดังเอ่ยขึ้น นางเห็นแววความสวยเมื่อนางเติบโตขึ้น คงทำเงินให้นางได้ไม่น้อย ชายผู้ดูแลรีบวิ่งไปเอากุญแจมาไขประตู เด็กสาวที่รู้ตัวว่าถูกขายก็ร้องไห้โฮออกมา “ท่านพ่อท่านแม่ ฮือๆๆข้ากลัวข้าไม่อยากไป”เด็กสาวกอดขามารดาแน่น นำ้ตาของผู้เป็นมารดา ไหลออกมาด้วยความเจ็บปวด เพียงจะเอ่ยปลอบบุตรสาว ก็ไม่รู้ว่าจะต้องใช้คำพูดใด เกิดมาลำบากยากจน การที่อยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไป ก็ต้องยอมรับชะตากรรมนี้เท่านั้น จึงเพียงได้แต่กอดร่ำลาบุตรสาวเป็นครั้งสุดท้าย ซูหนี่ว์มองภาพนั้นด้วยความสงสารจับใจ ก่อนจะเอ่ยออกไป “ข้าต้องการซื้อครอบครัวนั้น! แล้วก็ครอบครัวนั้นด้วย” “ได้ๆขอรับ แต่ว่าเด็กคนนั้นมีคนขอซื้อแยกออกไปก่อนแล้วขอรับ ครอบครัวนั้นคงเหลือเพียง3คน”ชายเจ้าของกิจการค้าทาสเอ่ยท้วงขึ้น “ข้าต้องการซื้อทั้งครอบครัว ท่านไม่เข้าใจความหมายที่ข้าพูดหรือ”? “แต่ว่าข้าขายแยกได้ราคามากกว่าตั้งอีกหนึ่งเท่า” พ่อค้าหน้าเลือดเริ่มออกลาย “งั้นวันนี้ข้าก็คงไม่ขอซื้อทาสของท่านที่นี่ก็แล้วกัน”ในเมื่อเขากล้าเล่นแง่ นางก็จะเล่นเช่นกัน “โอ้ะคุณหนู อย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจ เดี๋ยวขอข้าไปคุยกับแม่นางคนนั้นสักเล็กน้อย ท่านรอสักประเดี๋ยวเถิด” พ่อค้าหน้าเลือดรีบเดินไปเจรจา กับแม่เล้าเจ้าของหอนางโลม แต่ดูท่าทางนางคงจะไม่ยอมง่ายๆ ก่อนจะหันมามองไป่ซูหนี่ว์อย่างเอาเรื่อง ก่อนจะเดินตรงมาหาไป่ซูหนี่ว์แล้วหยุดตรงหน้ามองพิจารณาเล็กน้อย ก่อนจะจีบปากจีบคอเอ่ยขึ้น “คุณหนูท่านเป็นคนของสกุลใด เด็กคนนั้นข้าตกลงซื้อไปก่อนท่านแล้วในราคายี่สิบตำลึง หากท่านไม่ยอมให้ค่าเสียเวลา ข้าไม่ยอมแน่!!” “ท่านไม่ยอมก็เรื่องของท่าน ข้าไม่สนใจอยู่แล้ว”ซูหนี่ว์เชิดหน้าเถียงกลับ แม่เล้าที่มีนิสัยก้าวร้าวเป็นทุนเดิม รีบปรี่เข้ามาแล้วยกมือหมายจะตบสั่งสอน แต่หานตงผู้ช่วยไป๋เฉิงเข้ามาขวางเสียก่อน “เจ้าคิดจะทำอะไร!! นางเป็นหลานสาวของท่านไป๋เฉิงไม่รู้รึ?”หานตงตะคอกออกไปสุดแรง “หะ..ท่านว่าอะไรนะ!!”ยามนี้แม่เล้าหน้าซีดเผือด ใครจะไปคิดว่าหลานสาวสกุลไป๋ จะมาซื้อทาสรับใช้ด้วยตัวเอง เกิดมาก็เพิ่งเคยเห็น แต่นิสัยแม่เล้าผู้ร้ายกาจก่อนจากไปก็ต้องเอ่ยคำพูดให้ร้ายผู้อื่นเสียก่อน “อ่อคุณหนูไป๋ที่ซื้อจวนผีสิงนี่เอง มิน่าละถึงต้องมาซื้อทาสไปเป็นบ่าว คนปกติดีๆที่ไหนจะยอมไปเป็นบ่าวที่จวน ที่มีข่าวล่ำลือกันว่ามีวิญญาณร้ายอาศัยอยู่ พวกเจ้าหากถูกนางซื้อไปก็โชคดีด้วยแล้วกัน”กล่าวจบนางสะบัดก้นเดินหนีไปทันที บรรดาทาสที่อยู่ในห้องขังก็มองหน้ากันด้วยความหวาดกลัวกับสิ่งที่นางพูด “พวกเจ้าไม่ต้องกลัว แต่ถ้าหากกลัวก็บอกข้าตรงๆว่าไม่อยากถูกข้าซื้อ เพราะว่าข้าจะซื้อเฉพาะคนที่เต็มใจจะไปอยู่กับข้าเท่านั้น”ซูหนี่ว์กวาดสายตามองดูทาสแต่คนอย่างพิจารณา “คุณหนูไป๋ ข้าได้จัดการตามที่ท่านต้องการแล้วขอรับ ” “ดี คนพิการกับคนอัปลักษณ์ท่านคิดราคาเช่นไร” “ถ้าคุณหนูสนใจ ข้าคิดคนละสองตำลึงเลยขอรับ”พ่อค้าหน้าเลือดตัดสินใจโละสินค้า ที่ไม่มีใครอยากได้ทันที เขาเสียค่าใช้จ่ายดูแลทาสเหล่านี้ แต่ดูท่าจะไร้ประโยชน์ เก็บเอาไว้ก็สิ้นเปลืองเงินทองเปล่าๆ ซูหนี่ว์ที่ได้ยินก็แอบเบ้หน้าด้วยความรังเกียจ “ฮึ!! งั้นข้าซื้อทั้งหมด ท่านลุงหานจัดการให้ข้าทีเจ้าค่ะนี่ตั๋วเงินเจ้าคะ เดี๋ยวข้าจะไปคุยกับพวกเขาซักหน่อย ฝากด้วยนะเจ้าค่ะ” “ขอรับ” ซูหนี่ว์เดินมาหากลุ่มทาสที่ยืนรออยู่ พอกลุ่มทาสเห็นคนที่ซื้อตัว ก็ถึงกับน้ำตาไหลคุกเขาคำนับทันที ซูหนี่ว์ที่ไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้ก็ตกใจ รีบเข้าไปพยุงให้ลุกขึ้น “ลุกขึ้นเถิดไม่ต้องคุกเขาให้ข้าหรอกเจ้าค่ะ ลุกขึ้นมาคุยกันดีๆ หากไม่ลุกข้าจะขายกลับคืน”ได้ผลทันตา เหล่าคนทาสพากันลุกพึบพับ จนซูหนี่ว์หลุดขำออกมา “ขอบคุณคุณหนูขอรับที่ตัดสินใจซื้อพวกเรา หากไม่ได้คุณหนู ชาตินี้ข้าคงไม่ได้พบเจอบุตรสาวเป็นแน่”มารดาของเด็กคนนั้นเอ่ยขึ้น ด้วยความซาบซึ้งใจในบุญคุณครั้งนี้ “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ว่าแต่ท่านลุงขาขาดเช่นนี้มีสิ่ง ที่ช่วยพยุงท่านเดินหรือไม่?”ซูหนี่ห์หันไปมองชายขาขาดที่นั่งอยู่กับพื้น ก็นึกเป็นห่วงว่าจะเดินเหินเช่นไร “มีขอรับ ข้าทำขึ้นมาใช้แบบง่ายๆขอรับ”ชายพิการขาขาดสองคนรีบยื่นไม้ค้ำมาให้นางดู ส่วนอีกสองคนแขนขาดและอีกคนตาบอดหนึ่งข้าง พวกเขามองนางอย่างซาบซึ้งเช่นเดียวกัน พวกเขาเป็นทาสที่ไม่มีใครต้องการ แต่นางกลับซื้อ บุญคุณครั้งนี้พวกเขาจะไม่มีวันลืม ซูหนี่ว์เห็นไม้ค้ำก็ได้แต่ถอนใจ คงต้องหาช่างไม้และออกแบบ เหมือนที่ใช้ในยุคปัจุบันให้พวกเขาใช้จะได้เดินสะดวกขึ้น “เอาละข้าชื่อไป๋ซูหนี่ว์ ต่อไปทุกคนก็ไม่ต้องเป็นกังวลและหวาดกลัว ข้าจะดูแลทุกคนเป็นอย่างดี ขอเพียงแค่ทุกคนจงรักภักดีและซื่อสัตย์ ข้าจะไม่ให้ทุกคนต้องลำบากอย่างแน่นอน” “ขอบคุณ คุณหนูไป๋”ทุกคนเอ่ยออกมาอย่างพร้อมเพรียง “คุณหนูทุกอย่างเรียบร้อยแล้วขอรับ”หานตงเข้ามารายงาน หลังจากจ่ายเงินและรับใบสัญญาทาสมาครบทุกคน “ขอบคุณท่านลุงมากเจ้าค่ะ สองคนนี้นั่งรถม้าด้านหน้ากับคนขับส่วนที่เหลือเดินตามท่านลุงหาน” ซูหนี่ว์กล่าวเสร็จก็เดินกลับไปขึ้นรถม้าที่จอดรออยู่ กลุ่มทาสก็เริ่มเดินเมื่อเห็นรถม้าเริ่มขยับ ซูหนี่ว์ยกยิ้มวันนี้ได้ช่วยเหลือคนที่ต้องลำบากมาเป็นทาส ก็รู้สึกดีใจและภูมิใจในตัวเองอยู่ไม่น้อย นางเกิดมาโชคดีที่ทะลุมิติมามีครอบครัวที่ดีและรำ่รวย หากแบ่งปันได้นางก็ยินดีทำ อีกอย่างท่านอาวุโสได้กล่าวไว้ ทุกสิ่งทุกอย่างที่นางทำจะมีผลกับดวงวิญญาณทุกดวงของสกุลจ้าว ซูหนี่ว์ตัดสินใจนอนที่จวนหลังใหม่ เพราะนางไม่อยากให้ทุกคนหวาดกลัว กับข่าวลือก่อนหน้านี้ หากนางจะหนีไปนอนที่อื่น ทุกคนอาจขวัญเสียเอาได้ ซูเจียวเองก็วิ่งวุ่นทั้งวันเช่นเดียวกัน ของที่สั่งมามากมาย ถูกนำมาวางรวมกันที่ห้องโถง ซูเจียวและซูหนี่ว์ให้แต่ละคนมาลงชื่อว่าใครเป็นใคร ก่อนจะแจกเสื้อผ้าและเครื่องนอน ซูเจียวให้ทุกคนนอนรวมกันไปก่อน พรุ่งนี้ค่อยว่ากันอีกที ซูหนี่ว์ตั้งใจทำอาหารง่ายๆ เพราะทุกอย่างยังไม่เข้าที่เข้าทาง พอทำเสร็จก็ให้ถิงถิงและซิวอิง นำอาหารบางส่วนไปส่งที่จวนอ๋อง ก่อนจะเรียกทุกคนมากินอาหาร ซูหนี่ว์มองทาสที่ซื้อมาวันนี้ ที่แต่ละคนกินอาหารเสมือน มื้อนี้เป็นมื้อสุดท้ายของชีวิต ก็รู้สึกเจ็บปวดใจ พวกเขาคงลำบากมาไม่น้อย นางไม่เสียใจเลยที่ตัดสินซื้อพวกเขามา การให้โอกาสคนนั้นเป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ และเป็นสิ่งที่นางควรทำ ยุคนี้แบ่งแยกชนชั้นชัดเจน นางมาจากยุคที่ทุกคนเท่าเทียมกัน พอมาเห็นแบบนี้ก็ยิ่งอยากให้ความช่วยเหลือ ซูหนี่ว์มองท่านพ่อ ท่านปู่ ท่านย่า ที่มองดูทาสเหล่านั้นด้วยแววตาเวทนาสงสาร ก่อนจะหันมามองซูหนี่ว์ ด้วยสายตาขอบคุณ ซูหนี่ว์ยิ้มตอบกลับไป หลังจากรับอาหารกันเรียบร้อย ทุกคนก็ช่วยกันเก็บล้างอย่างรู้หน้าที่ ก่อนซูหนี่ว์จะบอกทุกคนให้ทะยอยไปชำระล้างร่างกาย โชคดีที่จวนนี้ยังคงมีบ่อนำ้และยังคงมีนำ้ไว้ใช้ตลอดเวลา ไม่อย่างนั้นคงลำบากเหมือนกัน จากนั้นจึงบอกให้ทุกคนแยกย้ายกันเข้านอน ณห้องทรงอักษร ฮ่องเต้เฉินหลงนั่งจิบชาอ่านตำรารอ ฟังข่าวจากด้านนอกวัง เขายอมรับว่าให้ความสนใจกับข่าวสองแม่ลูกสกุลไป๋ หากเรื่องนี้เป็นความจริง สองแม่ลูกสกุลไป๋ก็ใจกล้าน่าดู จวนสกุลจ้าวร้างรามานานถึง15ปี ไม่เคยมีผู้ใดสามารถเข้าไปอาศัยอยู่ได้สักคน เรื่องนี้แปลกเกินไป หากจะบอกว่ามีคนสร้างข่าวลือ ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้ “ฝ่าบาท!!!”หลิวกงกงเมื่อได้รับรายงานข่าว ก็รีบซอยเท้าเข้ามารายงานต่อองค์เหนือหัวทันที “ข่าวที่ว่าสองแม่ลูกสกุลไป๋ ซื้อจวนสกุลจ้าวเป็นความจริงพ่ะย่ะค่ะ แต่ว่าวันนี้มีข่าวใหม่ สายข่าวเล่าว่าคุณหนูไป๋หลานสาวคหบดีไป๋เฉิง ได้ไปซื้อทาสที่โรงค้าทาสด้วยตัวเอง และได้ซื้อทาสไปเป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังซื้อทาสที่พิการและทาสที่มีหน้าตาอัปลักษณ์ไปด้วยพ่ะย่ะค่ะ” “อะไรนะ!!หลานสาวสกุลไป๋คนนี้ เหตุใดทำอะไรแปลกประหลาดเสียจริง ซื้อจวนผีสิงก็ว่าแปลกแล้ว วันนี้แปลกไปกว่าเดิมอีก นางช่างทำอะไรแตกต่างจากคุณหนูท่านอื่นเขาทำกันนัก แต่ว่านางคิดจะทำอะไรกันแน่ เหตุใดต้องซื้อคนพิการและคนอัปลักษณ์ไปเป็นบ่าว หลิวกงกงคอยให้คนไปสืบข่าว” “พ่ะย่ะค่ะ”หลิวกงกงแอบยกยิ้มกับความอยากรู้ และความสนใจของฮ่องเต้ ปัญหาบ้านเมืองพักไว้ก่อนเผือกเรื่องชาวบ้านสำคัญกว่า
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD