ท่ามกลางกลิ่นเหม็นเน่าและเสียงดูดกลืน อาจารย์พีระกำหนดจิตนึกถึงคุณของพระรัตนตรัย และพระโพธิสัตว์เจ้า ท่องบทสวดอันศักดิ์สิทธิ์ตามที่ครูบาอาจารย์ได้สั่งสอน ลำพังบารมีตัวเขาเองไม่มีแสงสว่างมากพอที่จะส่งกระแสบุญไปยังสัมภเวสีผู้ทนทุกข์ตนนี้ได้ จำเป็นต้องน้อมนำพลังบุญของผู้บำเพ็ญเพียรบารมีมาอย่างยาวไกล เฉกเช่นพระโพธิสัตว์เจ้า ซึ่งมีกำลังและแสงสว่างมากพอที่จะส่งให้วิญญาณผู้หิวโหยตนนี้ ได้พบกับความสว่าง และส่งเขาไปตามกรรม ไม่ต้องติดค้าง ณ ที่แห่งนี้อีก
อาจารย์พีระกำหนดจิตลงรวมเป็นสมาธิ ท่องบทสวดภาวนา แผ่เมตตาแบบเฉพาะเจาะจงถึงสัมภเวสีตนนี้ ... ซึ่งเขารู้ดีว่าคือใคร
เมื่อลืมตา ร่างที่กำลังดูดกลืนก้อนคูถก็หยุดชะงัก ยกสองมือที่มีเล็บโง้งยาวทำท่าพนม ทันใดนั้น สัตว์ผู้แสวงหาที่เกิดตนนี้ก็ค่อยๆ เลือนหายไปพร้อมกับกลิ่นน่าคลื่นเ**ยนชวนสะอิดสะเอียน
กู๊ดลืมตาขึ้นมา เห็นร่างแม่เป็นลมล้มพับลงกับพื้น
"แม่" เขาตะโกนอย่างตกใจ รีบวิ่งเข้าไปอุ้มร่างแม่ แต่ก็ต้องโล่งใจเพราะแม่ยังหายใจอยู่ อาจจะด้วยความเหนื่อยล้าที่แม่เจอ ทำให้แม่ถึงกับเป็นลมล้มไป
ฟ้าเริ่มสางแล้ว บรรยากาศรอบด้านเริ่มเห็นอะไรชัดเจนขึ้น อาจารย์พีระลุกจากพื้น
"คุณพาแม่ไปนอนที่เบาะหลังรถของผมก่อนเถอะ แม่คุณคงจะเหนื่อยมาก ผมขอเข้าไปในตัวอาคารอีกครั้ง คงใช้เวลาไม่นาน" พูดจบอาจารย์ก็ยื่นกุญแจรถให้กู๊ด เขารับมันมาด้วยความลังเล ใจจริงเขาก็อยากจะไปกับอาจารย์ด้วย เพราะมีคำถามมากมายเหลือเกินที่ต้องการคำตอบ แต่เขาจะปล่อยแม่ให้อยู่คนเดียวไม่ได้ และเหมือนอาจารย์จะรู้จากสีหน้าของเขา
"คุณอยู่กับแม่เถอะ ผมคงใช้เวลาไม่เกิน 20 นาที"
กู๊ดพยักหน้า และทำตามที่อาจารย์พีระบอกแต่โดยดี
อาจารย์พีระเดินจากไป เขาเดินตรงเข้าไปในตัวอาคารที่ขณะนี้เริ่มมีแสงพอให้มองเห็น เขาเลือกตรงเข้าไปยังห้องที่เมื่ออดีตเคยเป็นห้องพักครู ประตูบานคู่ยังคงเปิดอ้าอยู่ ห้องนี้ที่ครั้งหนึ่งเขาเคยเข้ามาสำรวจแล้ว และพบเพียงความว่างเปล่า แต่บัดนี้มันมีกระดาษสองแผ่นวางกลางห้อง
พีระหรี่ตา และเดินเข้าไปหยิบดู แผ่นแรกถูกเขียนด้วยคำผิด ๆ ถูก ๆ
'ฉันทีความสุกทีสุดตอนอยู่กะบเพื่น' ลงชื่อด้านล่างว่า "ด.ญ.ยาใจ"
อีกแผ่นเป็นกระดาษสมุด ตัวหนังสือเลือนลางจนไม่สามารถอ่านได้ ด้านล่างของกระดาษถูกขีดฆ่าด้วยรอยปากกา และเขียนใหม่ข้างๆ ว่า "ด.ญ.เดือนเต็ม" ซึ่งเขาแน่ใจว่าลายมือนี้ เป็นลายมือเดียวกันกับแผ่นแรก
อาจารย์พีระวางกระดาษทั้งสองแผ่นลงที่เดิม มันต้องมีเหตุผลของการที่มันมาอยู่ตรงนี้
"เขาไม่อยู่แล้ว เธอออกมาเถอะเดือนเต็ม" เสียงเขาสะท้อนกลับในห้อง
ทันใด มีเสียงหัวเราะคิกดังมาหนึ่งครั้ง อาจารย์พีระหันมองซ้ายขวา เขาไม่กลัว เขาเชื่อแน่ว่าต้องเป็นเดือนเต็ม และทันทีที่หันไปทางประตูห้อง .... เธอยืนอยู่ตรงนั้น
ร่างเล็กดูเลือนลางคล้ายหมอกควัน เขาจำเธอได้ เด็กหญิงผมหน้าม้าคนนั้น!!!
แต่สิ่งที่ทำให้เขาต้องยืนตาค้าง ตัวสั่นสะท้าน น้ำตาเอ่อ คือร่างที่ยืนข้างๆ แม้จะเป็นเพียงควันจาง เขาก็จำได้ไม่มีวันลืมเลือน
ต่อให้ตายก็จำได้!!!
หญิงสาวที่มีผมสีดำขลับ สลวยยาวถึงกลางหลัง
"แม่" น้ำตาที่เอ่อร้นในดวงตา บัดนี้ไหลลงมายังสองแก้ม ความทรงจำครั้งวัยเด็กผ่านมาให้รำลึก
เขาหวีผมให้แม่ แม่มีผมที่สวยมาก
แต่แม่ร้องไห้ แม่โดนพ่อตีอีกแล้ว
แม่นอนอยู่กับพื้น เขาเข้าไปกอดแม่
พ่อตีแม่ ... ออกไป อย่ามาตีแม่นะ
น้องตัวน้อยนอนหลับบนเตียง
น้องนอนอย่างไร้เดียงสา
น้องไม่รู้ว่าพ่อตีแม่
จู่ๆ ร่างทั้งสองก็ค่อยๆ จางหายไป เกิดเป็นภาพซ้อนทับอันเด่นชัดปรากฎอยู่ตรงหน้า สภาพห้องว่างเปล่ากลายเป็นห้องสมบูรณ์ มีเตียงอยู่ 3 เตียงและตู้ยา เขาจำได้ทันทีว่าห้องนี้คือห้องพยาบาล ... และ
แม่นอนอยู่บนเตียง
แม่เมื่อครั้งเป็นครูสารภี แม้ใบหน้าซีดเผือดแต่ไม่ได้บดบังความงามแต่อย่างใด ผมดำยาวสยายบนหมอน ครูอำไพวิชา กพอ. นั่งอยู่ข้าง ๆ กำลังยื่นยาดมให้แม่ พูดอะไรบางอย่างที่เขาไม่ได้ยิน ครู่เดียวประตูห้องก็ถูกเปิด และชายคนหนึ่งก็เดินเข้ามา
ผู้อำนวยการโรงเรียน หรือพ่อเลี้ยงของเขา ที่อยู่ในวัยหนุ่มกว่าตอนนี้ ทำท่าหัวเสีย หงุดหงิดเดินไปมาในห้อง
"บอกมันไปเลยว่าคุณท้องกับผม"
"มันตีคุณทุกวัน"
"ผมอยากให้มันตายๆ ไป ตายไปซะทุกอย่างจะได้จบ"
"จะได้ไม่มาทำร้ายคุณอีก ไม่มาทำร้ายคนที่ผมรักอีก ลูกเรายังไงผมก็ดูแล"
นี่มันอะไรกัน .... หมอกควันสีขาวเคลื่อนตัวมาปกคลุมภาพที่พีระกำลังตะลึงอยู่ เมื่อหมอกสลายตัวภาพที่ปรากฎต่อมาคือห้องที่เต็มไปด้วยโต๊ะเก้าอี้และกองหนังสือ มันคือสภาพเดิมของห้องพักครู ก่อนที่โรงเรียนนี้จะรกร้าง
แม่เดินกระทืบเท้าเข้ามาในห้อง สีหน้าโกรธจัด ตามมาด้วยพ่อ ทั้งคู่ทะเลาะกันรุนแรง
'กูยอมกินขี้ดีกว่าจะสมสู่กับมึง' พูดจบพ่อก็ตบแม่ล้มลงไปกองกับพื้น แม่ลุกขึ้นมาตบพ่อกลับ แม่โดนทำร้ายอีก แม่ล้มลงกับพื้นอีกแล้ว พ่อหน้าแดงมาก พ่อโกรธจัด พ่อบีบคอแม่ บีบแรง แม่ดิ้น ดิ้นหนัก ขาแม่กวัดแกว่ง แม่พยายามเอาชีวิตรอด แม่เปล่งเสียงไม่ได้ แม่ไม่มีเสียง แม้กระทั่งจะร้องขอชีวิต... และพ่อ ... พ่อออกแรงหนักกว่าเดิม ... จนกระทั่ง ....
แม่นิ่งแล้ว พ่อมือสั่น สั่นทั้งตัว เหงื่อออกเต็มหน้าพ่อ พ่อวิ่งไปที่โต๊ะ เปิดลิ้นชัก หาอะไรสักอย่าง พ่อลากเก้าอี้มา พ่ออุ้มแม่ ...
..... ไม่เอาแล้ว ไม่เอา ไม่อยากเห็นแล้ว รู้แล้ว
อาจารย์พีระทรุดลงกับพื้น ยกสองมือปิดหน้าสะอื้น สิ้นความสงสัยเสียที แต่คำตอบที่ได้รับกลับมามันจะเกินทน แม้เขาจะเป็นผู้ใหญ่แล้ว แต่เมื่อได้รู้ว่าคนที่ฆ่าแม่คือ ... คือ
... มันเกินจะทนจริง ๆ
"แม่ครับ พ่อไปแล้ว พ่อจะไม่มาทำร้ายแม่อีก ไม่ต้องกลัวแล้วนะครับ แม่ไปจากที่นี่ได้แล้ว ผมขอตั้งจิตอธิษฐาน ขอให้แม่ระลึกถึงความดีในอดีตที่เคยทำได้ และไปสู่ภพที่ดีกว่า มีสัมมาทิฐิเป็นที่ตั้งนะครับ เธอด้วยนะเดือนเต็ม ขอบคุณนะที่ไม่ทำร้ายแม่ของกู๊ด ซ้ำยังช่วยให้ผมได้รู้ความจริงอีก ขออานิสงค์นี้นำทางให้เธอไปสู่ภพภูมิที่ดี เกิดครั้งใหม่ด้วยกายขันธ์ที่แข็งแรงไร้โรคภัย ขอกำลังบารมีพระรัตนตรัย และพระโพธิสัตว์เจ้าทุกพระองค์ได้โปรดเมตตาแผ่บารมีมายังแม่สารภีและเด็กหญิงเดือนเต็มด้วยเถิด" เขาลืมตาขึ้นเมื่อกล่าวจบ ทันทีที่ลืมตาเงาหมอกที่เป็นรูปร่างเด็กหญิงและหญิงสาวได้อันตรธานหายไป สภาพห้องกลับมาเช่นเดิม คงเหลือแต่แผ่นกระดาษสองแผ่นที่นิ่งสงบอยู่กลางห้อง
อาจารย์พีระสูดลมหายใจลึก ลมหายใจนี้ช่างแตกต่างจากลมหายใจที่ผ่านมาทั้งชีวิต มันคือลมหายใจของนักโทษที่ถูกปลดโซ่แห่งพันธนาการออก
หลายปีที่เขาเฝ้าเพียรค้นหาคำตอบเรื่องราวปริศนานี้ หลายปีที่เขาเคลือบแคลงสงสัยต่อชายที่เลี้ยงเขามา บัดนี้ทุกอย่างกระจ่างชัดแล้ว
เขาเดินไปยังรถด้วยสีหน้าเศร้าหมอง ใบหน้ายังเปื้อนคราบน้ำตา ทันทีที่ถึงรถเขาเห็นกู๊ดยืนสูบบุหรี่พ่นควันและกำลังคุยกับรพีน้องชายของเขา เมื่อทั้งคู่เห็นเขาเดินเข้าใกล้ ทั้งคู่ก็หยุดคุยทันที
รพีและกู๊ดมองหน้ากัน สังเกตุถึงความผิดปกติจากสีหน้าของพีระ
"เกิดอะไรขึ้น" รพีถามห้วน
อาจารย์พีระได้แต่ก้มหน้า นิ่งเฉย เขาไม่รู้จะสรรหาคำพูดใดมาตอบผู้เป็นน้องได้
"เดี๋ยวค่อยเล่า" พูดจบเขาเงยหน้ามองผู้เป็นน้อง "มาตรวจพื้นที่แถวนี้เหรอ"
"เปล่า แต่นึกสังหรณ์ว่ามึงกับเจ้านี่ต้องมาที่นี่กัน ... พอมาถึงก็เจอมันยืนพ่นควันอยู่พอดี"
"พาแม่กู๊ดไปส่งที่บ้านก่อนเถอะ แล้วจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง"
กู๊ดกลับมานั่งพ่นควันที่โต๊ะม้าหินหน้าบ้าน หลังจากพาแม่อาบน้ำ หาข้าว หายาให้กินเรียบร้อย ไม่นานแม่ก็หลับไป เขาหันไปทางรพีซึ่งขณะนี้กำลังคีบบุหรี่เข้าปากพร้อมสูบควันลึก วูบเดียวไฟลามเลียไปเกือบครึ่งตัว
เรื่องราววุ่นวายที่ผ่านมาทำให้ตอนนี้กู๊ด อยากได้เหล้าสักขวดมากที่สุด แต่ดูจากเวลาแล้วมันยังเช้าเกินไปนักสำหรับแอลกอฮอล์
อาจารย์พีระผู้ไม่สูบบุหรี่ แต่ต้องมานั่งท่ามกลางสิงห์อมควันทั้งสองคน หากเป็นเมื่อก่อนเขาคงขอตัวลุกหนีไป แต่ในเวลานี้เขาเต็มใจนั่งสูดควันบุหรี่มือสองอยู่ตรงนี้เป็นที่สุด
"สรุปคนที่ฆ่าแม่คือพ่อแท้ๆ ของเราเอง" รพีเอ่ยขึ้น ความทรงจำระหว่างเขากับพ่อแท้ๆ มีน้อยมาก ซึ่งหากไม่มีรูปแล้ว เขาเองก็ไม่แน่ใจว่าจะจำหน้าพ่อได้หรือไม่
"อืม" อาจารย์พีระตอบสั้น ใบหน้ายังเปื้อนความเศร้าหมองอยู่ ก่อนที่จะพูดต่อว่า
"และคนที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดคือแม่ของกู๊ด ไม่ใช่เด็กหญิงเดือนเต็ม แต่เดือนเต็มเธอโชคร้ายที่ไปเจอแม่ในสภาพ .... " พีระตะกุกตะกัก
"จนเธอตกใจสุดขีด วิ่งหนีและหอบก็กำเริบ เธอวิ่งไปแอบใต้เตียงในห้องพยาบาลและเสียชีวิตที่นั่น"
คำพูดของอาจารย์ทำให้กู๊ดนึกย้อนเหตุการณ์ในวันแรกที่เขาเข้าไปอัดคลิปในโรงเรียนนั้นได้ คืนนั้นเขาเข้าไปในห้องที่เคยเป็นห้องพยาบาล แต่แล้วจู่ ๆ บางอย่างก็มาดลใจให้เขาทำพฤติกรรมแปลก ๆ
เขากำลังจะล้มตัวลงนอนกับพื้น แต่ทีมงานเรียกสติเขาเสียก่อน เหตุการณ์ประหลาดนี้อาจเป็นการสื่อสารของเด็กน้อยว่าเธอยังอยู่ที่นี่ และตายตรงที่เขาจะล้มตัวลงนอนพอดีก็เป็นได้
"ประเด็นคือเราจะทำยังไงให้พ่อเชื่อว่า แม่ไม่ได้ฆ่าตัวตายประชดรักตามที่ข่าวลง แต่ถูกฆาตรกรรม พ่อจะได้เลิกโทษตัวเองซะที" รพีเอ่ยขึ้นพร้อมพ่นควันขาว สิ่งนี้เป็นคำถามสำหรับพีระเช่นกัน
"ก็ในเมื่อแม่ผมเป็นคนเห็นเหตุการณ์ ก็พาแม่ผมไปพบกับพ่อเลี้ยงคุณ และให้แม่ผมเล่าให้ฟังสิครับ" กู๊ดเสนอแนะ โดยที่ก็ลืมสิ่งสำคัญไป
อาจารย์พีระส่ายหน้า "คุณแม่คุณไม่ได้อยู่ในสถานะจะชี้แจงอะไรได้หรอก อีกอย่างคุณพ่อผมก็ผ่านศิษย์มาหลายรุ่นแล้ว คงจะจำคุณแม่คุณไม่ได้หรอก"
"นั่นสินะ" กู๊ดพึมพำ
"แล้วถ้าพาพ่อไปที่โรงเรียนแห่งนั้น แล้วให้แม่เราดลจิตดลใจพ่อให้เห็นเหตุการณ์ในวันนั้น แบบที่พี่เห็นล่ะ" รพีลองหยั่งเชิงถาม
พีระเม้มปาก ส่ายหน้าหนักกว่าเดิม "ไม่ได้แล้วแหละ ตอนนี้วิญญาณแม่และเดือนเต็ม ได้เปลี่ยนภพภูมิและพ้นจากสถานที่นั้นแล้ว"
"งั้นเราก็หมดหนทาง" กู๊ดถอนใจเฮือก
"ยัง ... ยังไม่หมดหนทาง ยังเหลืออีกวิธีหนึ่ง"
"อะไรเหรอ" ทั้งกู๊ดและรพีพูดขึ้นพร้อมกัน