ตอนที่ 20 สองร่าง

1375 Words
สารภีนอนอยู่บนเตียงในห้องพยาบาล เธออ่อนเพลียจากอาการแพ้ท้อง มีอำไพคอยยื่นยาดมให้ ก่อนที่เธอจะออกไปชงยาหอมมาให้สารภี ผอ. เดินไปเดินมาในห้อง เขาไม่สามารถระงับความกระวนกระวายใจได้แม้แต่น้อย "มันตีเธออีกเหรอ นี่ขนาดใน รร. นะ" เขากัดฟัน กำมือแน่นด้วยความแค้น "ผมอยากจะให้มันตายๆ ไปจะได้จบเรื่อง ตายไปซะ ทุกอย่างจะได้จบ" เขาตะโกนลั่นด้วยความเดือดดาล อำไพกลับเข้ามาอีก พร้อมถ้วยยาหอมชงละลายส่งกลิ่นหอม "อำไพ ผมฝากคุณดูแลสารภีทีนะ ผมมีอีกหลายอย่างจะต้องจัดการ" ผอ.เดินออกจากห้องทันทีที่พูดจบ เขารีบจ้ำเดินไปยังห้องทำงานของตัวเอง เรื่องราววุ่นวายที่รุมประดังเข้ามา ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่ามันเป็นผลจากการกระทำของเขาทั้งสิ้น ขณะที่อยู่ในห้องทำงาน เสียงกรี๊ดลั่นของเด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ทำให้เขาต้องหยุดชะงัก ใจแรกคิดว่าเป็นเพียงเด็กเล่นกัน แต่เสียงที่ดูตกใจเกินกว่าปกติทำให้เขาต้องแปลกใจ พักเดียวเห็นบรรดาครู วิ่งกรูกันเข้าไปในตึก เขารีบออกจากห้องทำงาน กำลังเดินกึ่งวิ่งไปเช่นกัน เมื่อวิ่งไปได้สักพักก็เห็นวีรกิจอุ้มเด็กน้อยลงมาจากอาคาร สายตาสบกันครู่หนึ่งตรงบริเวณบันได มันเป็นสายตาของความอาฆาตและต้องการเอาคืน วีรกิจไม่พูดจาอะไร อุ้มนักเรียนเข้าไปในรถ โดยมีอำไพตามไปด้วย ด้านบนอาคารมีเสียงหวีดร้องจากคุณครูจนเขานึกสังหรณ์ใจ เขาจึงสั่งให้กันนักเรียนทุกคนไม่ให้ขึ้นไปบนอาคาร เมื่อแหวกบรรดาครูที่มุงกันอยู่ได้ สิ่งที่ปรากฏต่อสายตา ทำให้เขาถึงกับเข่าทรุด มันคือร่างไร้วิญญาณของหญิงคนรักที่ห้อยลอยกลางอากาศ ร่างกายซีด มือสองข้างทิ้งแนบลำตัว "สารภี" เขากล่าวได้เพียงเท่านี้ และทรุดตัวลงกับพื้น หมดสิ้นแล้วทุกสิ่ง ความหวังที่จะได้เงินประกันหลายล้านจากผัวของเธอ ภาพที่จะมาอยู่กันเป็นครอบครัวพังทลายลงในพริบตา ความเศร้าเปลี่ยนเป็นความอาฆาตอย่างรวดเร็ว เขายังจำสายตาของวีรกิจที่ส่งมายังเขาได้ดี มันเป็นสายตาเดียวกับเขาตอนนี้เช่นกัน ไอ้สารเลว มึงต้องตาย ตายไปพร้อมกับเมียรักของกู "จัดการเลย ค่าจ้างตามที่มึงขอ ทำให้เหมือนอุบัติเหตุที่สุด" เขาวางสายทันที เขาต้องปิดปากมัน ปิดปากในทุกเรื่องที่มันจะพูด คนตายแล้วจะพูดอะไรได้ รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมปรากฎขึ้นบนใบหน้า เพียงไม่นาน หลังจากเกิดเหตุร้าย โรงเรียนถูกปิดตัวลงเพราะขาดสภาพคล่องทางการเงิน ส่วนหนึ่งมาจากการยักยอกทรัพย์ของครูพละ "ผมคาดเดาว่าวีรกิจคงจะเกิดความเครียดจัด จากการที่เขาเอาเงินโรงเรียนไปใช้ และคงกลัวความผิดจึงขับรถชนเสาไฟเพื่อฆ่าตัวตาย ส่วนภรรยาของเขาก็คงกลัวความผิดเช่นกันเธอจึงตัดสินใจเช่นนั้นครับ อันนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผมครับ ... ส่วนลูก ๆ ของเขาผมจะเป็นผู้อุปการะเองครับ" เขาให้การกับตำรวจเช่นนี้ กล่องกระดาษขนาดใหญ่วางบนโต๊ะ เขากำลังเตรียมตัวที่จะเก็บทุกสิ่งลงในกล่องนี้ เพราะโรงเรียนกำลังจะปิดตัวลง เขาถอนหายใจ เหม่อมองไปรอบห้อง นี่จะเป็นวันสุดท้ายที่เขานั่งทำงานในห้องนี้ อย่างน้อยเขาก็โล่งใจไปได้บางส่วน ที่คดีทุจริตมันตายไปพร้อมกับวีรกิจ เขาอุ้มกล่องใบใหญ่ไปไว้ท้ายรถ พร้อมด้วยเด็ก 2 คนที่นั่งอยู่เบาะหลังรอเขาอยู่ก่อนแล้ว "เรากลับบ้านกันเถอะ พีระ รพี" โทรทัศน์ยังเปิดค้างอยู่ พิธีกรรายการวิเคราะห์ข่าวการเมืองส่งเสียงแหลมเจื้อยแจ้วออกมา แต่ความคิดของคนที่นั่งอยู่หน้าทีวีนั้นล่องลอยออกไปไกล ไม่ได้จดจ่ออยู่กับรายการที่เปิดอยู่นี้เลย ขณะนี้เขาชรามากแล้ว เหมือนหมาแก่ตัวหนึ่งที่ไร้พิษสง ยามที่เขาหนุ่มกว่านี้ มีสติปัญญาที่เฉียบแหลมกว่านี้ เขาได้ใช้ชีวิตอย่างประมาท เขาทำผิดต่อวีรกิจเป็นอย่างมาก ลักลอบเป็นชู้กับเมียเขา รวมหัวกันหลอกว่าลูกทั้งสองที่เกิดมาเป็นลูกของเขา อีกทั้งยังป้ายความผิดเรื่องคดียักยอก เท่านั้นไม่พอยังจัดฉากวางแผนฆ่าให้ตายอีก ชายชราหลับตาแน่น น้ำตาไหลลงมาอาบแก้มทั้งสอง เวลาผ่านล่วงมาหลายสิบปีแล้ว แต่ไม่มีสักวันที่เขาจะไม่คิดถึงเรื่องนี้ เขาต้องจมอยู่กับความผิดในอดีตที่ไม่อาจให้อภัย อยู่กับความลับที่ไม่อาจบอกใครได้ ลูกไม่อาจเรียกพ่อได้เต็มปาก พ่อไม่อาจบอกความจริงได้ว่าลูกคือลูกในอก สิ่งนี้สร้างความทุกข์ระทมให้เขาไม่น้อย เขาจำต้องเก็บความผิดบาปนี้ไว้ในใจตลอดเวลา และสังขารมนุษย์นั้น ก็แสนจะเปราะบาง เพียงลมหายใจเข้าและไม่ออก หรือออกแล้วไม่เข้า เท่านี้ความตายก็มาเยือนตรงหน้าแล้ว ลมหายใจชายชราเริ่มติดขัด บางช่วงหยุดหายใจไปชั่วขณะ และกลับมาหายใจเฮือกอีกครั้ง เป็นอย่างนี้สลับกับลมที่เริ่มแผ่วเบา รีโมตคอนโทรลในมือชายชราตกลงพื้น พร้อมกับลมหายใจสุดท้าย ร่างอสุภะเน่าเหม็นยังคงกอบอาจมเข้าปาก แม้จะรังเกียจเพียงใด แต่วิบากบีบให้ต้องกระทำ เมื่อตกในภพของอกุศล ต่อให้ไม่ต้องการทำ ก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ เพราะกรรมมีอำนาจเหนือกว่าสิ่งใด มือยาวที่มีแต่หนังหุ้มกระดูก เล็บยาวงุ้ม กำลัง ล้วง ควักเข้าไปในบ่อเกรอะ เขาทำเช่นนี้ทุกวันเมื่อความมืดมาเยือน มีเขาเพียงผู้เดียว ร่างเดียวเท่านั้น แต่ความมืดสนิทในวันนี้ แปลกแตกต่างกว่าทุกวัน ความมืดในค่ำคืนนี้ปรากฏอีกร่างที่ใหญ่โต กว่าเขา เป็นร่างที่เขาไม่รู้จัก ไม่เคยพบเห็นมาก่อน ร่างใหญ่โต ผอมแห้งนี้เหน็ดเหนื่อย แบกเสาต้นใหญ่ตลอดเวลา ฝ่ามือใหญ่โตผิดจากรูปร่างผมโซ ร่างนี้เอามือตะปบอาคารไม้ จนเศษไม้ทะลุมือเลือดอาบ แต่แล้วก็ไม่มีทีท่าจะหยุด สองมือยังคงตะปบ รื้อเศษไม้อาคารด้วยมือเปล่าอันใหญ่โต ฝ่ามือเต็มไปด้วยเศษไม้ทิ่มทะลุ มันร้องไห้โหยหวนด้วยความเจ็บปวด ยกมือขึ้นปิดหน้าร้องไห้ แต่แล้วไม้ที่ทะลุมือกลับทะลุแทงเข้าลูกตาและใบหน้า จนโลหิตสดๆ ไหลอาบทั่วร่าง มันดึงมือออกจากใบหน้าอีกครั้ง และตะปบเข้าไปยังหลังคาอาคารไม้ ร่างใหญ่โตทำวนซ้ำอยู่เช่นนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า อาคารไม้ถูกรื้อกระจัดกระจาย เพียงลมพัดผ่านกิ่งไม้ไหว อาคารก็กลับพลิกฟื้นมามีสภาพสมบูรณ์อีก ร่างใหญ่โตนี้กลับมาทำเช่นเดิมซ้ำไปซ้ำมา ต้องทุกข์ทนให้เศษไม้ที่ประหนึ่งหนามแหลมคมทิ่มทะลุมือและใบหน้า พร้อมทั้งยังแบกเสาต้นใหญ่อยู่บนหลังตลอดเวลาทั้งกลางวัน กลางคืน ร่างนี้ต้องทนทุกข์ ไม่ได้รับอาหารและน้ำตลอดระยะเวลารับโทษทัณฑ์ ไม่ว่าดวงจันทร์จะเวียนมาเต็มดวงอีกกี่ครั้ง ทั้งสองร่างต่างได้รับทุกขเวทนากับกรรมที่ตนได้กระทำ นานเท่านานตราบที่กรรมยังส่งผล ร่างหนึ่งกินอาจม ร่างหนึ่งบาดเจ็บเลือดอาบกาย .... ทุกข์แทบเจียนขาดใจ อยากตายก็ตายไม่ได้ แม้จะอยู่ใกล้กัน จนกระทั่งมองตาของกันและกันได้ แต่วิบากกลับพรากความทรงจำให้ระลึกถึงกันไม่ได้ เมื่อจำกันไม่ได้ ก็ไม่อาจเอ่ยขออโหสิกรรมแก่กัน เพื่อถึงความหลุดพ้นได้เลย ... จบบริบูรณ์ ... ขอบคุณรี้ดทุกคนที่อยู่ด้วยกันมาจนถึงตอนจบค่ะ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD