บทที่1.1...โลเวลล์ มาร์คิเดส

1839 Words
ทาสรักจอมบาป 1 โลเวลล์ มาร์คิเดส มาเก๊า คือแหล่งรวมพลของนักเสี่ยงโชคซึ่งจัดอยู่ในอันดับต้นๆ ที่หลายคนอยากลิ้มลองความตื่นเต้น บ่อนกาสิโนที่สร้างขึ้นทำกำไรมหาศาลให้กับนักลงทุน ความยิ่งใหญ่ตระการตาของกาสิโนที่ผุดขึ้นตามมุมต่างๆ ของความเจริญเรียกความสนใจให้ผู้คนเข้าไปสัมผัส ยอดสูงของตึกหรูที่ประดับด้วยสีทอง เป็นเสมือนแรงผลักดันกระตุ้นอัตราการเต้นของหัวใจเพื่อชัยชนะ แล้วเมื่อยามที่มันเปล่งรัศมีความงดงามเล่นกับแสงของดวงอาทิตย์หรือดวงไฟยามราตรียิ่งปลุกความฮึกเหิมให้พลุ่งพล่านไปตามกระแสเลือดของพวกชอบความท้าทายและกล้าได้กล้าเสียที่หวังกอบโกยเงินก้อนโตกลับบ้าน ซึ่งสุดยอดกาสิโนที่รวบรวมความหรูหราอลังการไว้อย่างครบครัน เป็นหนึ่งในกาสิโนที่ผู้คนให้ความสนใจและพร้อมจะก้าวเท้าเข้าไปเยือนสักครั้ง คือ ‘คาฟรองเต้’ อาณาจักรแห่งเงินทองที่พร้อมจะกระจายเม็ดเงินเข้าสู่กระเป๋าของนักเสี่ยงโชคที่กล้าวางเดิมพัน โดยกาสิโนภายใต้ชื่อคาฟรองเต้เป็นกิจการกาสิโนของตระกูลมาร์คิเดส มีสาขาหลักอยู่ที่อเมริกาและมีสาขาย่อยที่อิตาลี มาเก๊า แล้วยังเตรียมจะขยายสาขาไปทั่วโลก ตระกูลมาร์คิเดสเป็นตระกูลที่มีชื่อเสียงทางด้านความมั่งคั่งร่ำรวย เจ้าของอาณาจักรกาสิโนที่ยิ่งใหญ่มาตั้งแต่บรรพบุรุษ ซึ่งทายาทในรุ่นปัจจุบันประกอบไปด้วยแกเบรียล มาร์คิเดส โลเวลล์ มาร์คิเดส ซอร์เรน มาร์คิเดส และเมมฟิส มาร์คิเดส โดยแต่ละคนมีหน้าที่ดูแลกิจการที่แบ่งแยกเป็นสาขาย่อย พวกเขาปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยมพร้อมยังสร้างกำไรมหาศาลในทุกปี ส่วนบุคคลที่ทำหน้าที่ดูแลคาฟรองเต้สาขาในมาเก๊าคือ โลเวลล์ มาร์คิเดส แล้วถ้าหากจะเอ่ยถึงนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จด้วยอายุยังน้อย ชื่อของพวกเขาทั้งสี่จะต้องรวมอยู่ในรายการนั้นด้วยอย่างไม่มีใครโต้แย้ง แต่ความเป็นจริงที่โลกไม่เคยรู้เลยคือพวกเขาทั้งสี่คนมีชีวิตในวัยเด็กที่ไม่แตกต่างกันเท่าไร มีมารดาผู้ให้กำเนิดแต่ไม่เคยได้เห็นหน้า ไม่เคยได้สัมผัสความรักจากผู้หญิงที่สูงค่า เพราะถูกบิดาพรากจากอกแม่มาตั้งแต่แบเบาะ พวกเขาไม่อยากถามถึงเหตุผลแต่จำยอมรับชะตากรรม คำว่าว้าเหว่อ้างว้างพวกเขารู้จักและเข้าใจอย่างลึกซึ้ง จะมีก็แค่แกเบรียลที่มีโอกาสได้อยู่พร้อมหน้าพ่อแม่ พวกเขาทั้งสามเคยรู้สึกอิจฉาความพร้อมนั่นแต่พอเอาเข้าจริงๆ การที่ไม่มีโอกาสได้รู้จักแม่หรือการที่ท่านเสียชีวิตไปแล้วกับมีพ่อที่นานๆ จะมาดูแลที มันอาจจะดีกว่าอยู่ใกล้ชิดแล้วเห็นความน่าอดสูของครอบครัวจนเดี๋ยวนี้พี่ใหญ่ออกจะติดไปทางเก็บกด ไม่มีใครทราบถึงสาเหตุที่แท้จริงหากแต่พวกเขาพอจะเข้าใจด้วยสายสัมพันธ์ของคำว่าพี่น้องนั่นเอง สำหรับโลเวลล์ มาร์คิเดส ทายาทลำดับที่สองของตระกูลมาร์คิเดส หนุ่มหล่อในฝันของสาวๆ เกือบค่อนโลก ชายหนุ่มประสบควาสำเร็จในธุรกิจของครอบครัวและมีรากฐานที่มั่นคงทางด้านอำนาจบารมีของนักบริหารด้วยวัยเพียงสามสิบสามปี ชายหนุ่มเจ้าของดวงตาสีน้ำตาลทองที่แฝงเร้นความเร่าร้อนด้วยเพลิงเสน่หา หากแต่ขณะเดียวกันก็ซุกซ่อนความดุดันไว้ เสมือนเสือที่ตะปบเหยื่อและกำลังพิจารณาว่าจะปล่อยไปหรือบดขยี้ด้วยกรงเล็บอันร้ายกาจ ภายนอกโลเวลล์คือชายหนุ่มที่สง่างามสมกับตำแหน่งเจ้าชายผู้แสนดีที่ใครๆ พากันหลงใหล หากแต่แท้จริงแล้วภายใต้หน้ากากของคนใจอารีย์มีเมตตาคือความโหดเถื่อนและพร้อมจะทำลายล้างพวกที่กล้ามาต่อกรด้วย เขาไม่เคยทำให้ภาพลักษณ์ของตนเองด่างพร้อย มุมปากหยักสวยของเขามักประดับไว้ด้วยรอยยิ้มทรงเสน่ห์เสมอ มีความเป็นผู้ดีทุกกระเบียดนิ้วอาจสืบทอดมาจากสายเลือดความเป็นผู้ดีของมารดาชาวอังกฤษ อีกทั้งวาจาของเขาก็นุ่มนวล ทว่าใครจะคาดเดาว่านั่นคือภาพลวงตา คนทุกคนมีทั้งมุมมืดและมุมสว่าง สำหรับโลเวลล์ก็เช่นกัน ไม่มีใครจะยอมใจดีกับพวกที่จ้องทำลายผู้อื่น หากใครดีมาเขาจึงพร้อมที่จะเสนอน้ำใจอันดีตอบกลับไปอย่างจริงใจ แต่ถ้าใครร้ายมาอย่างซึ่งๆ หน้าเขาก็ยินดีมอบสิ่งเลวร้ายกลับไปอย่างสาสม ทว่ากับพวกที่ชอบลอบกัดและหาผลประโยชน์ใส่ตนด้วยวิธีสกปรก เชื่อเถอะว่าคนอย่างโลเวลล์จะประเคนของกำนัลให้อย่างถึงพริกถึงขิงเลยทีเดียว ร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงานสีดำสนิทคือเจ้าชายผู้แสนดีอย่างโลเวลล์ มาร์คิเดส ดวงตาคู่คมกริบจ้องมองตัวหนังสือและกวาดสายตาอย่างรวดเร็ว ขณะที่สมองทำการจดจำและบันทึกไว้อย่างแม่นยำ จากนั้นชายหนุ่มก็ทำการปิดแฟ้มแล้วผลักไปข้างหน้าเล็กน้อย พยักหน้าบ่งบอกว่ารายละเอียดเกี่ยวกับงานภายในกาสิโนคาฟรองเต้ เขาได้รับทราบและตอนนี้ก็เหมือนจะต้องการคำตอบดีๆ จากคนสนิทเรื่องผลกำไร ซึ่งมันเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักลงทุนทุกคน “ผลกำไรไตรมาสนี้เป็นยังไงเปาโล” “เพิ่มขึ้นสิบแปดเปอร์เซ็นต์ครับ” คนเป็นนายพนักหน้าช้าๆ อย่างเข้าใจ หากแต่ดวงตาของเขากลับฉายแววว่าสิ่งที่ได้รับฟังยังไม่ใช่ความปรารถนาอันสูงสุด เรียวปากหยักสวยเม้มเป็นเส้นตรงชั่วครู่แล้วเปลี่ยนเป็นการใช้ปลายลิ้นกระทุ้งแก้มเบาๆ สมองของโลเวลล์ทำงานเป็นระบบตลอดเวลา ชายหนุ่มคิดวิเคราะห์ด้วยเหตุผลก่อนเปิดปากพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อย “อยู่ในเกณฑ์ดีแต่ยังไม่น่าพอใจเท่าไร ฉันต้องการให้อยู่ในช่วงยี่สิบถึงสามสิบในแต่ละไตรมาสและต้องไม่หลุดจากนี้ หรือมากกว่านี้จะถือเป็นผลกำไรที่น่าประทับใจมากเลยทีเดียว แล้วสรุปท้ายปีต้องไม่ต่ำกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์ ส่วนที่เหลือเอาไว้มอบเป็นของขวัญให้ลูกค้า” “แน่นอนอยู่แล้วครับ” เปาโล คาร์ดีฟบอกยิ้มๆ เขาไม่เคยเห็นตัวเลขสุดท้ายของผลกำไรในแต่ละปีน้อยกว่ามาตรฐานที่ผู้เป็นนายกำหนดไว้สักครั้ง ถ้าจะเปรียบก็เหมือนการลงทุนมือเปล่าเพราะผลตอบแทนแทบจะเท่ากับเงินลงทุนเลยด้วยซ้ำ โลเวลล์ที่ได้รับคำยืนยันหนักแน่นจากคนสนิทก็เผยยิ้มนิดๆ ที่มุมปาก หากก็ยังมีความคิดวิตกว่าผลกำไรจะน้อยกว่าที่ตั้งเป้า แม้ว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจะไม่เคยเกิดขึ้นกับคาฟรองเต้ของเขาเลยก็ตาม ชายหนุ่มยันฝ่ามือกับขอบโต๊ะแล้วยกตัวเองขึ้นจากเก้าอี้ทำงาน ก่อนยืนเต็มความสูงหนึ่งร้อยเก้าสิบเซ็นติเมตร ดวงตาสีน้ำตาลทองจ้องเขม็งยังคนสนิทนิ่งพลางเอ่ยย้ำถึงความประสงค์ในใจ “จำไว้นะว่าต้องไม่ต่ำกว่าที่บอก” กล่าวจบก็ขยับออกจากหลังโต๊ะทำงานแล้วเตรียมก้าวไปทางหน้าต่างฝั่งขวามือที่ตนเองยืนอยู่เพื่อจะหยิบโทรศัพท์มือถือที่เขาวางทิ้งไว้ก่อนจะมานั่งตรวจรายงานของเปาโล “คุณโลเวลล์จะไปไหนครับ” โลเวลล์ที่ก้มตัวลงไปหยิบโทรศัพท์มือถือหันไปมองเจ้าของคำถามด้วยสีหน้าแปลกประหลาดอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน นั่นเพราะสงสัยว่าวันนี้คนสนิทของเขาทำไมถึงได้ตั้งคำถามที่อีกฝ่ายก็น่าจะเดาออก แล้วยังน้ำเสียงเป็นกังวลส่อแวววิตกราวกับจะมีใครคิดลอบสังหารเขา หากก็ยอมเอ่ยปากบอกถึงสถานที่ดังกล่าว “ดี.เค. แกรนด์ โฮเทล” สถานที่ซึ่งชายหนุ่มบอกกับคนสนิทคือโรงแรมระดับสิบดาวใจกลางเมืองหลวง และโลเวลล์มีหุ้นอยู่สามสิบเปอร์เซ็นต์ โรงแรมดังกล่าวจึงเป็นทั้งที่พักยามต้องการความสงบและเป็นเหมือนที่ผ่อนคลายความตึงเครียดทางด้านร่างกายของหนุ่มหล่อ “นายจะไปกินข้าวที่นั่นไหมล่ะ ฉันยังมีงานต้องเคลียร์เล็กน้อย เราจะคุยกันหลังจากที่ฉันหมดธุระกับอลิซ” โลเวลล์เอ่ยชวนยิ้มๆ เมื่อสถานที่และชื่อของบุคคลที่เขาจะไปพบนั้นคงพอทำให้คนสนิทของเขาคลายความกังวลลงไม่มากก็น้อย และก็จริงดังคิดเมื่ออีกฝ่ายหัวเราะออกมาเบาๆ พร้อมกับลุกขึ้นยืนแล้วโค้งตัวลงเล็กน้อย “ด้วยความยินดีครับ” “เราควรจะชวนวอลล์คอตด้วยนะ” คนเป็นนายเสนอแนะ ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้อยู่แล้วถ้าหากว่าการเดินทางไปโรงแรมจะไม่มีคนสนิทอีกคนไปด้วย “นั่นเป็นความคิดที่ดีครับ” เปาโลไม่พลาดที่จะล้วงมือเข้าไปหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋าเสื้อด้านในออกมาแล้วกดหมายเลขหาเพื่อนร่วมงาน ชายหนุ่มใช้เวลาไม่ถึงนาทีกับการนัดแนะแล้วจึงรีบถอยออกไปจากห้องเพื่อเตรียมการเรื่องพาหนะ โลเวลล์มองตามแผ่นหลังบึกบึนของคนสนิทแล้วหลุดเสียงหัวเราะออกมาเบาๆ เมื่อบานประตูห้องทำงานถูกปิดลง วันนี้เปาโลมาแปลกที่หันมาสนใจเรื่องความปลอดภัยของเขาจนเกินเหตุ ทั้งที่ปกติแล้วหมอนี่ยุ่งอยู่แต่กับเอกสารกองโต แล้วก็การแจ้งรายละเอียดของงานในแต่ละวันให้เขาฟังหรือจะเรียกว่าบอกถึงหมายกำหนดการทุกๆ ชั่วโมงเลยต่างหาก ขณะที่หน้าที่ด้านรักษาความปลอดภัยและออกหน้าเรื่องบู๊ๆ นั้นเป็นของวอลล์คอต ฮุกส์ และเพราะเหตุนี้พี่น้องของเขาจึงชอบแซวว่า โลเวลล์ มาร์คิเดสมีมือขวาเป็นบู๊ มีมือซ้ายเป็นบุ๋น ฟังแล้วเหมือนตัวเองเป็นตัวแสดงเอกหนังจีนกำลังภายในที่มีความรู้ทั้งเชิงหนังสือและความสามารถทางด้านวิทยายุทธ ความจริงเขาเองก็เป็นเช่นนั้น ส่วนที่เลือกให้คนสนิททั้งสองทำหน้าที่ต่างกันนั่นเพราะเห็นถึงความเหมาะสม ครั้งหนึ่งเขาเคยสั่งให้เปาโลไปจัดการเรื่องลูกหนี้รายหนึ่งและกำชับว่าต้องมีการเคลื่อนไหวของเงินก้อนดังกล่าว หมอนั่นก็สามาถทำให้เงินก้อนนั้นเคลื่อนไหวได้จริงๆ โดยการไม่เก็บดอกเบี้ยเสียอย่างนั้น ขณะที่วอลล์คอตก็ทำงานเอกสารสูญหายลงถังขยะ จึงเป็นเหตุผลหลักที่เขาต้องทำการแยกงานของทั้งสองให้เป็นไปตามความถนัด นับแต่นั้นมาชีวิตของเขาก็ง่ายขึ้นราวกับพระราชา คนสนิททั้งสองทำงานได้อย่างไม่มีบกพร่อง ทว่าพอถึงเวลาแห่งการเอาคืนศัตรูเมื่อไรทุกคนพร้อมบู๊ชนิดบ้าระห่ำเลยทีเดียว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD