แสงแดดจ้าที่ลอดผ่านรอยแยกของผ้าม่านสีขาวนวลทำหน้าที่เป็นนาฬิกาปลุกที่โหดร้ายที่สุดสำหรับ เสือ เขาตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดหัวตุบ ๆ ราวกับมีคนเอาค้อนมาทุบขมับ ความทรงจำที่ขาด ๆ หาย ๆ เมื่อคืนค่อย ๆ ปะติดปะต่อกันอย่างเชื่องช้า... กลิ่นเหล้าที่ยังติดจมูก กลิ่นบุหรี่จาง ๆ จากเสื้อผ้า การเปิดประตูผิดห้องด้วยความเมามาย และที่สำคัญที่สุด... สัมผัสที่คุ้นเคยของกุหลาบสาวที่เขานอนกอดอยู่ตลอดทั้งคืน มันไม่ใช่ความฝัน แต่เป็นความจริงที่แสนหวานและอันตรายในเวลาเดียวกัน
เสือยันกายลุกขึ้นนั่งบนเตียงกว้าง ร่างกายที่เคยแข็งแรงกลับรู้สึกอ่อนแรงและหนักอึ้ง เขาพยายามกวาดสายตามองไปรอบห้องที่เขาเพิ่งรู้ตัวว่ามันไม่ใช่ห้องของเขา แต่มันคือห้องของ โรส ผู้หญิงที่เขากลายเป็น "พ่อสื่อ" จำเป็นให้กับเพื่อนสนิท แต่กลับกลายเป็นคนที่ขโมยหัวใจเขาไปเสียเองจนไม่เหลือเค้าโครงเดิม
ทว่า... เตียงฝั่งที่เคยมีร่างบางนอนอยู่ว่างเปล่า เหลือเพียงรอยยับย่นของผ้าปูที่นอนและกลิ่นหอมจาง ๆ ที่ยังคงหลงเหลืออยู่
โรสไม่อยู่แล้ว...
ความตื่นตระหนกแล่นปราดเข้าสู่หัวใจ เสือขมวดคิ้วแน่น เขาลุกขึ้นเดินสำรวจห้องด้วยความรู้สึกปั่นป่วน เสื้อช็อปวิศวะสีเลือดหมูที่เขาใส่มาเมื่อคืนถูกถอดวางไว้บนเก้าอี้ข้างโต๊ะเครื่องแป้ง ห้องนี้ดูเงียบเชียบและสะอาดสะอ้านเกินไปจนน่าตกใจ เหมือนเธอไม่เคยอยู่ตรงนี้มาก่อน โรสไปไหน? หรือเธอหนีเขาไปแล้ว? หรือเธอกำลังไปแจ้งความข้อหาบุกรุก? สารพัดความคิดลบผุดขึ้นมาในหัวจนเขาแทบเสียสติ
โง่สิ้นดีไอ้เสือ มึงพังทุกอย่างแล้ว เขาตำหนิตัวเองในใจ มือหนาเสยผมที่ยุ่งเหยิงอย่างหงุดหงิด เขาทิ้งตัวลงนั่งบนปลายเตียง พยายามทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ความทรงจำตอนที่เขาไขประตูห้องนี้ได้โดยบังเอิญผุดขึ้นมา มันไม่ใช่กุญแจผี แต่มันคือความผิดพลาดทางระบบล็อกของคอนโดเก่าที่ดันมีรหัสฟันเฟืองใกล้เคียงกันจนน่าประหลาดใจ... หรือนี่จะเป็นโชคชะตาที่เล่นตลกกับเขากันแน่? เขาจำได้รางๆ ว่าเขาเมามายและสารภาพความในใจออกไปจนหมดสิ้น ภาพโรสที่นอนฟังคำสารภาพของเขาด้วยสายตาที่อ่อนโยนและรอยยิ้มบาง ๆ ยังคงติดตา มันไม่ใช่ความโกรธ แต่มันคือความเข้าใจ
ทันใดนั้น เสียงสั่นรัวของโทรศัพท์ที่วางทิ้งไว้บนโต๊ะข้างเตียงก็ดังขึ้นขัดจังหวะความคิด
หน้าจอขึ้นชื่อ "ไอ้มินท์"
หัวใจของเสือกระตุกวูบ ความรู้สึกโล่งใจเมื่อครู่หายไปแทนที่ด้วยความเย็นวาบ เขาไม่ได้คาดหวังว่าจะได้รับการต้อนรับที่อบอุ่น แต่มันก็ถึงเวลาที่ต้องเผชิญหน้ากับความจริงที่เขาหลบเลี่ยงมานาน
"ว่าไง" เสือรับสาย น้ำเสียงแหบพร่าและเย็นชาจนเขายังตกใจตัวเอง
"มึงอยู่ไหน? กูไปหามึงที่คอนโดแต่ไม่เจอ รปภ. บอกว่าเห็นมึงเดินเข้าห้องเลขที่ 512 เมื่อคืน" เสียงของมินท์ที่ปลายสายไม่ได้ดังโวยวาย แต่กลับเป็นเสียงเรียบที่น่ากลัวยิ่งกว่า เขาใช้ความนิ่งสยบความเคลื่อนไหวเหมือนนักล่าที่กำลังรอจังหวะเผด็จศึก
"ห้องโรส ตั้งแต่เมื่อคืน" เสือตอบ ไม่คิดจะปิดบังและไม่คิดจะประนีประนอมอีกต่อไป
เงียบไปอึดอัดหนึ่ง... เสียงลมหายใจหนัก ๆ ของมินท์ดังผ่านสายมา "มึงเข้าไปทำอะไรในห้องน้องเขา? มึงบอกกูว่ามึงจะช่วยกูจีบ แต่เมื่อคืนมึงไปนอนกกน้องเขาถึงห้องงั้นเหรอ? มึงหักหลังเพื่อนเหรอไอ้เสือ! มึงมันหน้าตัวเมีย!"
"กูไม่ได้หักหลังมึงตั้งแต่วันที่กูเริ่มรู้ตัวว่ากูรักเขา มินท์" เสือพูดออกไปตามตรง น้ำเสียงของเขาหนักแน่นราวกับตอกตะปูลงบนไม้ "มึงใช้กูเป็นเครื่องมือมาตลอด มึงไม่ได้รักเขา มึงแค่ต้องการเอาชนะ คนอย่างมึงไม่รู้จักคำว่ารักหรอก มึงรู้จักแค่คำว่าอยากได้"
"มึงพูดอะไรมึงรู้ตัวไหม!" มินท์ตะคอกกลับ เสียงของเขาเริ่มสั่นด้วยโทสะ "กูให้มึงช่วยดูแล เพราะกูไว้ใจมึงมากที่สุด แต่สิ่งที่มึงตอบแทนกูคือการเข้าไปนอนในห้องผู้หญิงที่กูหมายปองเนี่ยนะ? มึงแย่งทุกอย่างไปจากกู!"
"กูไม่เถียง" เสือตอบเสียงเรียบ "มึงอยากด่าอะไรก็ด่ามาให้พอ ด่าให้หมดในวันนี้ แล้วเรามาเคลียร์กันสักที จะเอาแบบไหน ว่ามา กูพร้อมจะรับผิดชอบในสิ่งที่กูทำ"
"เคลียร์เหรอ? ได้..." มินท์หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะที่เต็มไปด้วยความแค้นและอาฆาต "มึงมาเจอกูที่สนามบินพรุ่งนี้ กูจะกลับบ้านที่ต่างจังหวัด... ถ้ามึงคิดว่ามึงเป็นลูกผู้ชายพอ มึงก็มาเจอหน้ากู มาดูว่ามิตรภาพสิบปีของมึงกับกู มันมีค่าเท่ากับอีตัวที่มึงไปนอนด้วยหรือเปล่า"
คำดูถูกที่มินท์พ่นออกมาทำให้เสือเลือดขึ้นหน้า แต่เขาก็ยังคงรักษาความใจเย็นไว้ "มึงจะไปไหนก็เรื่องของมึง แต่มึงเลิกยุ่งกับโรสได้แล้ว ถ้ามึงยังดึงเขาเข้ามาเกี่ยวข้องกับเกมเอาชนะของมึงอีก กูไม่ปล่อยมึงไว้แน่"
เสือพูดทิ้งท้ายก่อนจะกดวางสายทันที เขารู้สึกเหมือนเพิ่งจุดชนวนระเบิดลูกใหญ่ มิตรภาพสิบปีของเขากับมินท์ดูเหมือนจะขาดสะบั้นลงในพริบตา แต่น่าแปลกที่เขากลับรู้สึกโล่งใจอย่างบอกไม่ถูก เหมือนกับว่าเขาได้ปลดแอกตัวเองจากโซ่ตรวนที่มองไม่เห็นมานาน
เสือลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้งด้วยความรู้สึกที่เปลี่ยนไป เขาสังเกตเห็นโน้ตแผ่นเล็ก ๆ วางอยู่ข้างกระจก ลายมือสวยอ่านง่ายของโรสเขียนทิ้งไว้ว่า:
วันนี้โรสมีเรียนเช้า ถ้าพี่ตื่นแล้ว... โรสจะรอฟังคำตอบที่พี่ไม่ได้เมาในเย็นนี้ที่ห้องนี้ค่ะ
เสืออ่านโน้ตนั้นซ้ำไปซ้ำมา หัวใจที่หนักอึ้งเมื่อครู่กลับเต้นเป็นจังหวะที่มั่นคงขึ้น แม้สถานการณ์รอบข้างจะเต็มไปด้วยอันตรายจากความโกรธของมินท์ แต่เขารู้แล้วว่า... ประตูที่เขาไขเข้ามาเมื่อคืน ไม่ใช่แค่ประตูห้อง แต่มันคือประตูที่นำไปสู่ชีวิตที่เขาสามารถเลือกได้ด้วยตัวเอง
เขามองกุญแจห้องในมือ กุญแจผีที่นำเขามาพบกับความจริง... ความรักไม่ใช่สิ่งที่ใครจะสั่งให้เป็นพ่อสื่อให้ใครได้ แต่เป็นสิ่งที่ต้องไขเข้าหาด้วยความตั้งใจและความรักของตัวเองเท่านั้น
วันนี้... เสือจะไม่เป็นเสือที่คอยแต่ล่าเหยื่อให้เพื่อนอีกต่อไป แต่เขาจะเป็นเสือที่จะปกป้อง 'กุหลาบ' ของเขาจากมินท์และทุก ๆ คนที่คิดจะเข้ามาทำร้ายความรู้สึกนี้ เขาจะยืนหยัดเพื่อความรักครั้งนี้ แม้จะต้องสูญเสียมิตรภาพไปตลอดกาล เขาก็จะไม่ยอมถอยหลังกลับไปเป็นไอ้เสือคนเดิมที่ไร้หัวใจและคอยแต่ทำตามคำสั่งของเพื่อนสนิทอีกต่อไป
ชีวิตหลังจากนี้จะเป็นอย่างไรเขายังไม่รู้ แต่มันจะเป็นชีวิตที่เขาเป็นคนเลือกเอง... เลือกที่จะรักโรสอย่างเปิดเผย และพร้อมจะเผชิญหน้ากับพายุแห่งความแค้นที่มินท์กำลังจะนำมาสาดใส่พวกเขาในวันพรุ่งนี้
เขาวางกุญแจห้องไว้ที่เดิม ก่อนจะเดินออกจากห้องไปด้วยความมุ่งมั่น เขาไม่ได้หันกลับไปมองความผิดพลาดในอดีตอีกต่อไป เพราะสิ่งที่รอเขาอยู่ข้างหน้า คือความรักที่แท้จริง... ความรักที่เขาไขประตูเข้ามาเจอด้วยหัวใจของเขาเอง.