รถเก๋งสีบรอนซ์เงินของเสือที่โรสขับอยู่แล่นผ่านประตูรั้วมหาวิทยาลัยด้วยความเร็วที่ค่อนข้างคงที่ บรรยากาศภายในรถตึงเครียดจนครีมที่นั่งข้างคนขับยังรู้สึกได้ถึงความร้อนรนของเพื่อนสนิท สายตาของโรสเหลือบมองกระจกหลังอยู่เป็นระยะ หัวใจของเธอเต้นรัวเหมือนกลองเมื่อเห็นรถคันเดิม—รถของมินท์—ยังคงทิ้งระยะห่างไม่ไกลและพยายามติดตามเธอมาตั้งแต่ออกจากตึกนิเทศศาสตร์
"ตายแล้ว... ครีม แกดูสิ พี่มินท์เขายังตามมาไม่เลิกเลย" โรสพึมพำด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ มือที่จับพวงมาลัยชื้นไปด้วยเหงื่อ "ถ้าเขาขับตามไปถึงสนามบอล หรือรู้ว่ารถคันนี้เป็นของพี่เสือ เรื่องใหญ่แน่ ๆ"
ครีมที่นั่งนิ่งมาตลอดหันมามองเพื่อนสาวด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยว เธอรู้ดีว่าหากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ทั้งเสือและโรสจะตกอยู่ในที่นั่งลำบาก ครีมขยับตัวนั่งหลังตรง ดวงตากลมโตเป็นประกายด้วยแผนการบางอย่างที่กำลังก่อตัวในสมอง
"แก หยุดรถตรงลานจอดรถหลังอาคารกิจกรรมนั่น" ครีมออกคำสั่งน้ำเสียงเรียบเย็น "และทำตามฉันนะโรส ไม่ต้องกลัว"
โรสทำตามอย่างว่าง่าย เธอหักพวงมาลัยเลี้ยวเข้าสู่ลานจอดรถที่เงียบเชียบตามคำบอกของครีม เมื่อรถจอดสนิท มินท์ที่ขับตามมาติด ๆ ก็เลี้ยวเข้ามาจอดขวางหน้าในระยะประชิดทันที
ครีมไม่รอช้า เธอเปิดประตูรถของเสือออกไปโดยไม่ลังเล โรสจะร้องเรียกแต่ครีมกลับส่งสายตาห้ามไว้ ครีมเดินตรงไปที่รถของมินท์ที่กำลังลดกระจกลงเผยให้เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยวและแววตาที่จ้องมองผ่านร่างของครีมไปยังที่นั่งคนขับรถคันข้างหลัง
"พี่มินท์คะ..." ครีมเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงสดใสและดูเป็นธรรมชาติที่สุด ราวกับว่านี่คือการพบกันโดยบังเอิญ "มาทำอะไรแถวนี้คะเนี่ย? หรือว่าตั้งใจจะตามโรสมา?"
มินท์แค่นหัวเราะเสียงเย็น "มึงยุ่งอะไรด้วยครีม หลบไป กูมีเรื่องต้องเคลียร์กับคนที่นั่งอยู่ในรถคันนั้น"
ครีมไม่ได้หลบ แต่กลับเปิดประตูรถฝั่งข้างคนขับของมินท์แล้วก้าวเข้าไปนั่งอย่างถือวิสาสะ ท่ามกลางความตกใจของมินท์และโรสที่มองดูอยู่ไกล ๆ "เคลียร์เรื่องอะไรคะ? เรื่องพี่เสือเหรอ? บอกตรง ๆ นะคะ ถ้าพี่มินท์จะไปหาเรื่องเขาตอนนี้ พี่จะเสียใจเปล่า ๆ เพราะวันนี้เขามีธุระสำคัญกับโรส ถ้าพี่มินท์อยากรู้ความจริง หรืออยากจะคุยกับใครสักคนที่รู้เรื่องนี้ดีกว่าใคร... พี่ควรคุยกับครีมค่ะ"
มินท์มองผู้หญิงข้าง ๆ ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและไม่ไว้วางใจ "มึงจะมาไม้ไหน?"
"ไม่ได้มาไม้ไหนค่ะ แค่อยากจะพาพี่ไปในที่ที่พี่จะได้ระบายอารมณ์ได้เต็มที่ โดยที่ไม่ต้องมีใครมาขัดขวาง... แล้วหลังจากนั้น เราค่อยมาตกลงกันว่าพี่อยากจะทำอะไรต่อ" ครีมพูดพร้อมกับรอยยิ้มที่มีเลศนัย เธอรู้ดีว่าตอนนี้ความโกรธของมินท์เปรียบเสมือนไฟที่กำลังมอดลงเพราะความสงสัย
มินท์ชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกระชากเกียร์แล้วขับรถพุ่งออกไปจากลานจอดรถ ทิ้งให้โรสนั่งอึ้งอยู่ในรถของเสือ โรสรีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพิมพ์ข้อความบอกเสือถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ก่อนจะรีบขับรถออกไปในทิศทางตรงกันข้ามเพื่อความปลอดภัยตามแผนที่ครีมวางไว้
ภายในรถที่กำลังเคลื่อนตัวออกจากรั้วมหาวิทยาลัยท่ามกลางแสงไฟถนนที่เริ่มสว่างไสว มินท์ยังคงนิ่งเงียบ มือเรียวสวยกำพวงมาลัยแน่นจนเห็นข้อนิ้วขาวซีด บรรยากาศที่เคยอึดอัดขัดเฟื่องกลับเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความตึงเครียดที่เจือไปด้วยกระแสบางอย่างที่มองไม่เห็น ครีมเลือกที่จะไม่เอ่ยปากถามถึงเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านมา เธอทำเพียงแค่เอื้อมมือไปกดเปิดเพลงจังหวะสบาย ๆ ที่มีเบสหนักแน่นคลอเบา ๆ ปล่อยให้ท่วงทำนองทำหน้าที่ของมันแทนคำพูดปลอบประโลมที่แสนน่าเบื่อ
"ทำไมมึงถึงกล้าขึ้นรถมากับกู?" มินท์ถามขึ้นทำลายความเงียบ น้ำเสียงนั้นนิ่งเรียบแต่แฝงไปด้วยความสงสัย หลังจากที่ขับรถออกมาได้สักพักใหญ่
"เพราะครีมรู้ว่าพี่มินท์ไม่ได้เลวร้ายขนาดนั้น" ครีมตอบสั้น ๆ พร้อมกับหันไปสบตาคนขับที่ดูดีในลุคสาวเท่เกินกว่าที่ใครจะต้านทาน "พี่มินท์แค่กำลังเสียใจ และพี่แค่กำลังหลงทาง... เหมือนกับที่ครีมเองก็กำลังมองหา 'ความท้าทายใหม่' ในชีวิตเหมือนกัน"
คำตอบนั้นทำให้มินท์ถึงกับต้องชะลอความเร็วรถลงเล็กน้อย เธอหันมามองครีมอย่างพินิจพิจารณาเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่รู้จักกันมา มินท์พบว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ใช่เพียงแค่ "เพื่อนสนิทของโรส" คนที่มักจะยืนเป็นตัวประกอบจืดชืดอยู่ข้างหลังคนรักเก่าของเธออีกต่อไป ภายใต้ใบหน้าที่ดูเรียบร้อย ครีมมีความนิ่งที่ดูอันตรายซ่อนอยู่ และมีความมั่นใจในแววตาที่ทำให้มินท์รู้สึกแปลกประหลาดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
"มึงพูดเหมือนมึงรู้ทันกูไปหมดทุกเรื่อง" มินท์แสยะยิ้ม เป็นรอยยิ้มแรกที่ดูเหมือนจะออกมาจากความรู้สึกจริง ๆ ไม่ใช่ความเสแสร้งเพื่อประชดประชัน
"ก็ไม่ได้รู้ทุกเรื่องค่ะ แต่รู้ว่าตอนนี้พี่ต้องการใครสักคนที่ไม่ได้มานั่งตัดสินว่าพี่ผิดหรือถูก หรือมานั่งสั่งให้พี่ต้องยกโทษให้ใคร" ครีมขยับตัวเข้าใกล้ แผ่นหลังบางพิงกับเบาะหนังขณะที่เธอยื่นมือไปแตะต้นแขนของมินท์แผ่วเบา สัมผัสนั้นจงใจทิ้งน้ำหนักให้มินท์รู้สึกถึงไออุ่นและความใกล้ชิด "ถ้าพี่อยากจะลืมความแค้นที่มีต่อพี่เสือ... หรืออยากจะลบภาพโรสออกไปจากหัว ลองหันมามองคนที่สนใจพี่จริง ๆ อย่างครีมดีกว่าไหมคะ? ครีมสัญญาว่าจะมีแต่ความสนุก... ไม่มีน้ำตาแบบที่พี่เคยเจอ"
มินท์ไม่ได้ดึงมือออก สัมผัสจากปลายนิ้วของครีมเหมือนกระแสไฟอ่อน ๆ ที่แล่นเข้าสู่หัวใจที่กำลังด้านชา แม้ลึก ๆ ในใจเพลิงแค้นที่มีต่อเสือจะยังคงคุกรุ่นและพร้อมจะเผาไหม้ทุกอย่าง แต่ความแสบสันและท่าที "พร้อมจะชน" ของครีมเริ่มทำให้เขารู้สึกว่า... การจมปลักอยู่กับอดีตที่ทำร้ายตัวเองมันไม่คุ้มค่าเท่ากับการลองเล่นเกมใหม่ที่ดูจะน่าตื่นเต้นและเร้าใจกว่า
สายตาของมินท์ที่จ้องมองถนนเริ่มเปลี่ยนไป มันไม่ได้มีเพียงความว่างเปล่าอีกต่อไป แต่มันมีความกระหายที่อยากจะเอาชนะพ่วงมาด้วย เธอกระชับพวงมาลัยพลางเหลือบมองหญิงสาวข้างกายที่กำลังส่งยิ้มที่อ่านยากมาให้
"เกมของมึง... มันต้องแลกด้วยอะไรบ้างล่ะ ครีม?" มินท์ถามเสียงต่ำพร่า
"แค่ความใจกล้า... และความลับที่มีแค่เราสองคนไงคะ" ครีมกระซิบตอบ พร้อมกับเลื่อนมือลงไปกุมมือของมินท์ไว้แน่น เป็นการยืนยันว่าต่อจากนี้ไป เธอพร้อมจะพา "สาวเท่" คนนี้เข้าสู่โลกใบใหม่ที่มินท์ไม่เคยสัมผัสมาก่อน โลกที่ความแค้นจะถูกแปรเปลี่ยนเป็นแรงปรารถนาที่ยากจะถอนตัวลงได้ในพริบตา
ที่สนามฟุตบอล เสือที่ได้รับข้อความจากโรสกำลังยืนรออยู่ด้วยความกระวนกระวายใจ เมื่อเห็นรถของเขาขับเข้ามาและโรสลงมาจากรถเพียงลำพัง เขาก็รีบวิ่งเข้าไปหาทันที "โรส! เป็นยังไงบ้าง มินท์กับครีมล่ะไปไหน?"
โรสเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟังด้วยความหอบเหนื่อย เสือชะงักไปเมื่อรู้ว่าครีมยอมเอาตัวเข้าแลกเพื่อดึงมินท์ออกไป เขาไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกอย่างไรกับแผนการนี้ ทั้งกังวลและทึ่งในความกล้าของเพื่อนรัก
แต่ในขณะเดียวกัน การที่มินท์ถูกเบี่ยงเบนความสนใจไปด้วยครีม ทำให้พวกเขามีเวลาหายใจหายคอมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ทั้งเสือและโรสต่างรู้ดีว่านี่เป็นเพียงการซื้อเวลา... พายุลูกจริงยังไม่ผ่านพ้นไป และเมื่อมินท์รู้ว่าเขาถูกครีมปั่นหัว เกมการแก้แค้นที่แท้จริงอาจจะรุนแรงกว่าเดิมหลายเท่า