“พี่พายทำไมมีคนใส่ชุดดำเยอะจังคะ”
“ไม่รู้ อยากรู้ก็ถามเองสิ” ว่าแล้วฉันก็เดินเข้าบ้านแล้วตรงไปยังห้องรับแขกทันที ไม่ได้อยากคุยกับหมอนั่นสักนิด แต่มาถึงขั้นนี้คงต้องคุยให้มันจบ ๆ ไป
อีกอย่างฉันไม่อยู่ที่นี่เป็นปี ๆ หรอกนะ ให้เวลาแค่เดือนเดียวพวกเขาต้องไล่ฉันออกจากที่นี่แน่ ฉันบอกเลย
เมื่อมาถึงห้องรับแขกฉันก็เห็นไอ้พี่พายุนั่งคุยกับผู้ชายอีกสองสามคน น่าจะเป็นลูกน้องมั้ง แต่ช่างเถอะฉันไม่ได้สนใจอะไร ก่อนจะเดินลงไปนั่งลงโซฟาด้านหน้าเขาและเมื่อรดาเดินเข้ามาถึงก็มองดูคนที่นั่งหน้าเคร่งขรึม หล่อตายห่าล่ะ หน้างอยิ่งกว่าปลาทูซะอีก
“สวัสดีค่ะ” รดายกมือไหว้คนตรงหน้า น้องฉันก็มารยาทดีเกิน
“มานั่งนี่รดา” ฉันว่าพร้อมกับดึงให้รดามานั่งข้าง ๆ ฉัน เห็นหน้าหมอนี่แล้วก็หงุดหงิดพาลอารมณ์เสีย
ใจเย็นพายอย่าพึ่งใจร้อน...
“จะพูดอะไรก็พูด นั่งมองหน้าแบบนี้ ฉันอ่านภาษาใบ้ไม่ออก”
“พี่พาย” เสียงรดาเอ่ยเรียกฉันเบา ๆ ยัยนี่จะกลัวอะไรนักหนา ก็แค่คนธรรมดาคนเดียว
“ที่บ้านผู้ดีเขาคงเลือกสั่งสอนลูกหลาน”
“ก่อนจะว่าคนอื่น ดูตัวเองด้วยนะ มารยาทดีตายห่าล่ะ”
“หึ ปากเก่ง ถ้าฉันยกเลิกข้อเสนอนี้ขึ้นมา เธอจะชักตายมั้ยนะ” ฉันหันมองหน้าเขาทันที คิดจะใช่เรื่องนี้มาข่มขู่ฉันงั้นเหรอ
“...” ฉันจ้องมองเขาอย่างเอาเรื่องดูแล้วงานนี้คงไม่ง่ายอย่างที่คิด
“นึกว่าจะแน่” มาเฟียหนุ่มพึมพำอยู่ไม่ไกลแม้จะพูดเสียงเบา ๆ แต่ใกล้แค่นี้ใครจะไม่ได้ยิน เอาเถอะพาย ใจเย็น ๆ ไม่งั้นจะต้องแต่งกับไอ้บ้านี่ไม่คุ้มสักนิด
“มีอะไรจะพูดก็ว่ามา”
“ห้องเธออยู่ปีกซ้าย ส่วนรดาจะนอนห้องเดียวกับฉัน”
“บ้าหรือไง นอนห้องเดียวกัน ยังไม่ได้แต่งงานกันสักหน่อย” ฉันเอ่ยออกไปตามความคิด แต่แล้วก็ต้องนึกได้ว่าไม่ใช่ธุระกงการอะไรของฉัน
“ยังไงก็ต้องแต่ง จะนอนห้องไหนก็เหมือนกัน”
“อย่าเห็นแก่ตัวพายุ” ฉันเอ่ยเรียกเขาเสียงนิ่ง นี่เขาคิดจะเล่นเกมอะไรกันแน่
“พี่พาย” รดาส่ายหน้าไปมาราวกับกำลังขอความช่วยเหลือ โอ๊ยจะบ้าตาย พรุ่งนี้คงได้ไปหาหมอประสาทแน่
“เพื่อนเล่น”
“ไม่เล่น ฉันพูดจริงจัง ถ้านายยอมแต่งงานกับรดาก็จบ ทำไมต้องรอหนึ่งปีด้วย แต่ง ๆ ไปเถอะ ฉันก็จะได้ไม่ต้องอยู่ที่นี่” ฉันเลือกที่จะเอ่ยแก้ปัญหา ทุกอย่างจะจบแน่หากเขาตัดสินใจแต่งงานกับรดาแค่นั้นเลย
“แล้วทำไมฉันต้องทำตามที่เธอบอก”
“พายุ ยังไงนายก็ต้องแต่กับรดาอยู่ดี จะช้าไปเดือนหรือปีก็ต้องแต่ง” คิดอะไรอยู่กันแน่ หรืออยากจะแกล้งฉัน
“รดายังไม่ได้เป็นอะไรกับฉัน แต่เธอเป็นคู่หมั้นฉันอยู่ ภายในหนึ่งปีถ้ารดาทำหน้าที่ภรรยาไม่ได้ สุดท้ายเธอก็ต้องแต่งงานกับฉันอยู่ดี”
“ไอ้บ้า ฉันไม่มีทางแต่งงานกับนายแน่ ไหนนายบอกว่าจะแต่งกับรดาแค่ให้ฉันมาอยู่กับน้องไง”
“ใช่ แต่ถ้าฉันไม่ชอบรดา ฉันก็มีสิทธิ์เลือกเธอ” พูดอย่างกับจะชอบฉัน ทั้งที่เกลียดจนแทบจะกินเลือดกินเนื้อกันอยู่แล้ว
“เหอะ คิดว่าแต่งกันไปแล้วจะอยู่กันได้ นายก็รู้ว่าฉันเกลียดนาย ยังจะหน้าด้านอยู่ทำไมห๊ะ”
“ดู ๆ ไปแล้วรดาอาจจะไม่ได้แต่งกับฉันก็ได้เธอว่ามั้ยล่ะ”
“นายต้องการอะไรกันแน่”
“ทำไมกลัวเหรอ ดูไม่เห็นคนที่ปากเก่งเอาซะเลย” หยามกันขนาดนี้ เขาต้องมีแผนอะไรแน่ คิดว่าฉันจะหูผึ่งวิ่งตามเกมเขาง่าย ๆ เหรอ ไม่มีทาง
“แยกกันนอน ตราบใดที่รดายังไม่แต่งงานก็ไม่ควรนอนห้องเดียวกับผู้ชาย” ฉันเอ่ยออกไปแบบนั้น และก็ไม่รู้ว่าเขาจะยอมหรือเปล่า
“ถ้าฉันไม่ตกลง”
“ฉันกับรดาก็แค่กลับบ้าน ข้อตกลงทั้งหมดก็แค่ยกเลิก”
“หึ ก็ดีนะ งั้นก็ส่งรดากลับบ้าน ส่วนเธอก็จะได้แต่งงานสมใจ” เขากำลังกวนประสาทฉัน ฉันรู้ดี อยากเล่นสงครามประสาทนักฉันก็จะเล่นให้ดู
“เออ อย่าเถียงกันเลยนะคะ หนูนอนห้องไหนก็ได้ค่ะ” เป็นรดาที่เอ่ยขึ้นเอง ฉันที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ่งโมโห ยัยนี่จะสู้คนได้มั้ย หรือจะยอมให้เขาเอาเปรียบตลอด
ตอนนี้เริ่มรู้สึกหงุดหงิดน้องตัวเองแล้ว แต่จะได้ ไม่ได้ก็ช่างเถอะ ถือว่าฉันทำหน้าที่พี่แล้ว ที่เหลือก็ตัวใครตัวมันแล้วกัน
“เจ้าตัวยังไม่เห็นจะเดือดร้อน แล้วคนอื่นจะเดือดร้อนแทนทำไม” ฉันจ้องมองคนตรงหน้าตาเขม็ง แต่เอาเถอะให้ได้ ๆ กันไปจะได้จบ ฉันจะได้ไม่ต้องมาเฝ้ารดาอีก
“งั้นก็ดีลกันเอง ฉันไม่จำเป็นต้องอยู่ที่นี่ก็ได้นิ” ว่าแล้วฉันก็ลุกขึ้นก่อนจะเดินออกจากห้อง จะว่าไปก็ดีฉันจะได้ไม่ต้องอยู่ที่นี่
“เดี๋ยว!”
“อะไร!”
“ถ้าเธอจะกลับ น้องเธอก็ต้องกลับ” ฉันยืนจ้องหน้าไอ้คนที่ทำหน้าตาระรื่นอยู่ตรงโซฟาอย่างเอาเรื่อง อยากรู้ว่าเขาจะเอายังไงกันแน่
“นี่นาย ไอ้โน่นก็ไม่ได้ ไอ้นี่ก็ไม่เอา จะเอายังไงวะ”
“ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่น”
“คนแบบนี้ใครจะอยากคบเป็นเพื่อน แค่คนรู้จักยังไม่อยากจะเป็น” แววตาคมกริบเริ่มเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวเมื่อฉันพูดจบ ไม่นานก็มีชายชุดดำเดินเข้ามาในห้องสองสามคน
“ห้องเรียบร้อยแล้วครับนาย” เขาแค่พยักหน้าให้ก่อนสายตาจะหันมามองฉันต่อแล้วหันไปบอกรดาที่นั่งอยู่ข้าง
“ห้องรดาอยู่ติดกับห้องพี่ อยู่ได้ใช่มั้ย” แหม่ เสียงเป็นอะไรเหรอ ฉันกลอกตามองบนกับคำพูดที่ได้ยิน
“รดาอยู่ไหนก็ได้ค่ะ พี่พายุไม่ต้องห่วง” ยัยรดาก็หัวอ่อนเกิน คนพูดดีด้วยนิดหน่อยก็เชื่อ เมื่อกี้ยังกลัวหัวหด พอเขาพูดดีหน้าระรื่นเลยนะ
“ส่วนเธอ”
“ไม่อยู่เว้ย ฉันจะกลับบ้านฉัน”
“เชิญ แต่เตรียมตัวย้ายไปอยู่ข้างถนนก็แล้วกัน ถ้าฉันยกเลิกสัญญาเมื่อไหร่ แค่บ้านเธอ ไม่สิทุกอย่างที่เป็นของตระกูลเธอจะตกเป็นของฉันอย่างถาวร คิดดูว่าปู่ย่า พ่อกับแม่เธอที่แก่แล้วบั้นปลายชีวิตจะอยู่ยังไง แล้วบอกก่อนนี่ไม่ใช่แค่คำขู่”
“ไอ้สารเลว”
“แล้วไง คิดว่าฉันสะทกสะท้านกับคำพูดของเธอ” คนที่พูดทำหน้าทำตาได้กวนบาทามาก ทำไมฉันต้องมาทนทำอะไรแบบนี้ด้วยนะ
“ห้องไหนล่ะ ยืนบื้ออยู่ได้ นำไปสิ” ฉันหันไปพูดกับคนที่ยืนมองหน้าฉันอยู่ ก่อนที่พวกเขาจะหันไปมองเจ้านายตัวเอง ฉันที่เห็นแบบนั้นก็เลือกที่จะเดินออกมารอด้านนอก ขืนอยู่ต่อคงได้ฆ่าหมอนั่นแน่
ไม่นานพวกชายชุดดำก็ออกมาแล้วเดินตรงมาทางฉัน “เชิญด้านบนเลยครับ” ฉันที่ได้ยินก็เดินตามขึ้นไปก่อนที่พวกเขาจะเปิดประตูห้องให้
“คุณพะพายอยากได้อะไรเพิ่มอีกมั้ยครับ” เขาเอ่ยถามอยู่หน้าประตูในขณะที่ฉันกำลังเดินสำรวจภายในห้อง
“ไม่แล้วค่ะ”
“ที่นี่ไม่มีแม่บ้านนะครับ หากคุณพะพายอยากได้อะไรบอกพ่อบ้านได้ตลอดเวลาครับ ผมขอตัวก่อน”
“ค่ะ ขอบคุณนะคะ”