เมื่อฉันสำรวจในห้องเสร็จสรรพจึงยกโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะมองออกไปนอกหน้าต่าง ชีวิตฉันโคตรจะเฮงซวย ที่เกิดแล้วมาแล้วถูกจับหมั้นกับเขา
ถามว่าเมื่อก่อนเราเกลียดกันมั้ย ก็แค่ไม่ชอบหน้ากันไม่ถึงกับเกลียดเหมือนตอนนี้
แต่ตั้งแต่ที่ฉันรู้เรื่องของเขาจากพะเพื่อนตั้งแต่นั้นฉันก็ไม่คิดอยากจะรู้จักกับคนแบบเขาอีก
ไม่นานหลังจากที่ฉันวนเวียนคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ก็ได้ยินเสียงแจ้งเตือนโทรศัพท์ดังขึ้น
‘ติ้ง! ติ้ง!ๆ ๆ’
แล้วหลังจากนั้นเสียงข้อความก็ดังขึ้นไม่หยุด วันหยุดแท้ ๆ แทนที่ฉันจะมีเวลาส่วนตัวไปเที่ยว แต่กลับต้องมาเสียเวลาย้ายมาอยู่บ้านนี้ เสียเวลาชีวิตสุดๆ
แต่เอาเถอะอดทนแค่ปีเดียว ดีกว่าอดทนไปตลอดชีวิต
ฉันเลื่อนอ่านข้อความของเพื่อนที่กำลังคุยกันในแชตไลน์ ก็คงมีแค่กลุ่มเพื่อนนี่แหละมั้งที่พอจะเป็นที่พึ่งเวลาทุกข์ใจได้บ้าง
ไม่นานก็มีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นก่อนจะเห็นว่าเป็นไอด้าที่โทรมา
“ว่าไง หายไปเลยนะ”
(พึ่งว่าง แล้วเย็นนี้ว่างปะ)
“เอาดิ อยู่แถวนี้ก็เบื่อ”
(แถวนี้ พูดแปลก ๆ นะมึง)
“แปลกเหรอ ประสาทจะกินหัวมั้ง สองทุ่มแล้วกัน ร้านเดิมมั้ย”
(ได้หมด)
“มารับ…” ไม่ได้สิ ถ้ายัยด้ามารับมีหวังต้องรู้แน่ว่าฉันมาอยู่กับไอ้พี่พายุ อุตส่าห์คุยโม้ไว้ซะเยอะ จะมาตกม้าตายไม่ได้เด็ดขาด
(ให้กูไปรับ)
“ไม่ต้อง ๆ เดี๋ยวเจอกันที่ร้านเลย”
(เอ้าไอ้นี่)
“เอ่อน่า อย่างงเยอะ”
(เอ่อ ๆ ไว้เจอกัน) ว่าแล้วไอด้าก็วางโทรศัพท์ไป ฉันที่กำลังนอนกลิ้งไปมาก็เริ่มรู้สึกง่วงจนในที่สุดก็เผลอหลับไป
เวลาต่อมา
@ผับTK
“ร้านเก่าร้านเดิม เปลี่ยนบ้างนะมึง” เพื่อนเอ่ยแซวเพราะฉันชอบมาร้านนี้ ไม่รู้สิ ฉันเป็นประเภทที่ชอบอะไรก็จะทำอยู่แบบนั้น
เหมือนชอบดูหนังเรื่องไหนมาก ๆ ฉันก็สามารถดูมันได้เป็นสิบ ๆ รอบ เพลงเพลงเดียวฉันสามารถฟังมันทั้งวันก็ยังมี
“ที่นี่ดีแล้ว ไปที่อื่นก็ขี้เกียจ”
“แล้วนี่เป็นอะไร หน้าหงอยเชียว” ฉันมองดูเพื่อนสนิทกันมานาน นอกจากพวกยัยพราว ก็มีไอด้านี่แหละที่ฉันสามารถคุยได้ทุกเรื่อง
“ไม่มีอะไร”
“อย่ามาโกหก กูรู้”
“รู้แล้วจะถามเพื่อ” ฉันหันไปมองดูหน้าเพื่อนพร้อมกับเอ่ยตัดบทไป ไม่อยากคิดเลยว่าชีวิตต่อจากนี้จะเป็นยังไง
“พี่คะ ขอมาตินนี่สอง” ฉันเอ่ยบอกบาร์เทนเดอร์ที่อยู่ตรงหน้า ร้านนี้ก็ดีนะ ขนาดบาร์เทนเดอร์ยังหล่อขนาดนี้ ดูแล้วเจริญหูเจริญตา เจริญใจกว่าไอ้เจ้าของบ้านที่ฉันต้องอยู่ด้วยซะอีก
“ออกมาแบบนี้ไม่ห่วงน้องเหรอวะ”
“ได้ ๆ กันไปก็ดี กูจะได้ไม่ต้องอยู่ที่นั่นนาน” ทำไมเวลาเกลียดอะไรก็มักจะต้องอยู่ใกล้กับสิ่งนั้นด้วยนะ ฉันไม่เข้าใจ
“แล้วมึงไม่กลัวรดา”
“ช่วยได้เท่านี้แหละด้า กูไม่ได้เป็นเจ้าชีวิตรดานะ ถ้าน้องมันอยากแต่งเพื่อปู่ กูจะไปห้ามอะไรได้ อีกอย่างกูไม่มีสิทธิ์เอ่ยห้ามเรื่องนี้ด้วยซ้ำ” แค่ดื้อกับปู่แค่นี้ก็ไม่รู้ว่าต้องตกนรกขุมไหนแล้ว แต่จะให้ฉันแต่งงานกับไอ้หมอนั่น ฉันคงตกนรกขุมที่ลึกที่สุดเหมือนกัน
“เมื่อก่อน”
“เลิกพูดๆ เมื่อก่อนกับตอนนี้มันต่างกันแล้วด้า” ที่ผ่านมาเหรอก็แค่ผ่านไป ไม่เท่ากับสิ่งที่รู้มาทั้งหมดตอนนี้หรอก
กริ๊ก!
แก้วน้ำสีอำพันวางตรงหน้าอยู่สองแก้ว ด้วยอารมณ์ที่ขุ่นมัวในจิตใจ ฉันนั่งมองไปรอบ ๆ พร้อมกับเสียงเพลงที่กำลังกระหึ่มไปทั่วผับ
มือบางยกแก้วขึ้นกระดกน้ำสีสวยที่รสชาติค่อนข้างดีเข้าไปอย่างไม่คิดจะหยุด แก้วแล้วแก้วเล่าก็ไม่ทำให้ความคิดถึงคนที่จากไปหายไปเลย
“มึงว่าคนที่ตายไปแล้ว เขาจะทุกข์เหมือนเรามั้ย” น้ำเสียงเอื่อย ๆ เอ่ยถามเพื่อนที่นั่งอยู่ข้าง
ด้านในท้องร้อนวูบวาบเพราะแอลกอฮอล์กำลังไหลเวียนไปทั่วร่างกาย ความรู้สึกเริ่มคล้ายว่าทุกอย่างจะช้าลง จะไม่ให้เป็นแบบนั้นได้ไง ดูแก้วเหล้าตรงหน้าสิ กี่แก้วแล้วที่ดื่มไป
“กูไม่รู้หรอกว่าคนที่จากไปจะทุกข์มั้ย แต่กูรู้ว่ามึงทุกข์ กูไม่อยากให้มึงเป็นแบบนี้นะ มึงเคยสดใสกว่านี้นะพาย” อยากสดใสเหมือนกัน แต่มันทำไม่ได้ ไม่ใช่ว่าไม่อยากมีความสุข
แต่ทำยังไงมันก็ลืมไม่ได้
“กูทำไม่ได้วะด้า ภาพวันนั้นยังติดตากูไม่หาย” ภาพที่เพื่อนจากไปต่อหน้าต่อตา ทำยังไงก็ไม่เคยลืมได้
“กูเกลียดทุกคนที่ทำให้เพื่อนตาย ทำไมกูต้องมาทนอยู่กับคนที่ทำให้น้องกูตายด้วยวะ” ถ้าไม่ใช่เพราะเขาป่านนี้ทั้งฉันเพื่อนแล้วก็แม่คงไม่ต้องจากกันไปแบบนี้
“มันอาจจะไม่เป็นแบบนั้น”
“เพื่อนมันบอกกูเอง”
“แล้วมึงก็เชื่อทุกอย่าง โดยที่ไม่รู้ห่าอะไรเลย”
“ทำไมกูจะไม่รู้ กูรู้ทุกอย่าง” ฉันรู้ดีว่าเพื่อนมันชอบไอ้พี่พายุมากแค่ไหน แต่มันชอบคนผิด ชีวิตมันเลยต้องเป็นแบบนั้น
“ถ้ามันยอมหมั้นกับเพื่อนตั้งแต่วันนั้น เพื่อนก็คงไม่ตาย” เรื่องราววันนั้นมันยากเกินกว่าที่ทุกคนจะเข้าใจได้
“ไม่คิดเหรอพาย ว่าทุกอย่างมันอาจจะเป็นเพราะตัวมึงเอง หากมึงไม่คิดพิเรนทร์ ๆ ทำเรื่องบ้าบอพวกนี้ เรื่องราวมันอาจไม่เป็นแบบนี้ก็ได้” ฉันหันมองหน้าไอด้านิ่ง เพราะไม่รู้ว่าต้องพูดแบบไหน
ส่วนหนึ่งอาจจะมาจากฉันเป็นต้นเหตุ แต่ถ้าไม่ใช่เพราะไอ้ผู้ชายสารเลวคนนั้น หลอกพะเพื่อน น้องฉันก็คงไม่ต้องมาตายแบบนี้หรอก
“ด่าเก่ง กูมันไม่ดีเองแหละ แต่ถ้าเขาไม่หนี เพื่อนมันจะเลือกทำแบบนี้เหรอ” ทุกวันนี้ฉันก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมเพื่อนถึงเลือกทำแบบนั้น
ฉันรู้ว่าพะเพื่อนชอบไอ้พี่พายุ แต่ฉันไม่เคยคิดว่ามันจะชอบมากจนคิดทำร้ายตัวเองด้วยวิธีนั้น
“แล้วตอนนี้ก็เสือกกลับมา หาวิธีแต่งงานกับกู ทำไมวะ ทำไมตอนนั้นมันไม่ยอมแต่งให้มันจบ ๆ ไป จะหนีไปทำไม”
“หรือเพราะว่าเขารู้ สิ่งที่มึงกับเพื่อนกำลังทำ” ไม่มีทาง เรื่องนี้มีแค่ฉันกับเพื่อน เท่านั้นที่รู้ เขาไม่มีทางรู้แน่
“เขาไม่มีทางรู้แน่”
“แต่เขาก็ไม่ได้โง่นะพาย เขาฉลาดกว่าที่แกคิด ขนาดตอนนี้เขายังดึงให้น้องแกอีกคนเข้ามาในเกมได้เลย อย่าประมาทเขาเด็ดขาด” ฉันนั่งฟังสิ่งที่ไอด้าพูด ที่ไอด้าพูดก็มีเหตุผล ทำไมเขาถึงได้ยอมแต่งกับยัยรดาง่ายดายขนาดนั้น
ไม่พอยังลากฉันมาอยู่กับเขาจนได้
“ด้า มึงว่าเขาจะรู้เรื่องที่กูกับเพื่อนทำงั้นเหรอ”
“กูก็แค่เดา แต่เท่าที่กูสังเกตเขาก็ดูเฉย ๆ ไม่ได้มีท่าทีแบบไหน กูว่าเขาเก็บความรู้สึกเก่งวะ คนแบบนี้ดูยาก”
ดูยากตรงไหนไม่รู้ แต่ที่ดูง่าย ๆ คือเลวนั่นแหละ หลอกให้ผู้หญิงรักทั้งที่จะต้องแต่งงานกับพี่สาวเขา
คนดี ๆ ที่ไหนเขาทำกัน
End talk