Talk พะพาย
ก๊อก ก๊อก ๆ
“พะพายเปิดประตูให้ปู่หน่อย” เสียงเคาะประตูดังขึ้นพร้อมกับเสียงของปู่ที่เอ่ยเรียกฉัน ฉันขยับลงจากเตียงก่อนจะปัดน้ำตาทิ้งแล้วรีบเดินไปเปิดประตูให้
“ปู่ขอคุยด้วยหน่อย”
“ค่ะ” ว่าแล้วปู่ก็เดินเข้ามาในห้องของฉัน หลังจากที่ปิดประตูเสร็จ ก็เห็นว่าปู่กำลังนั่งรออยู่ตรงโซฟา ฉันจึงรีบเดินไปนั่งข้างปู่
“ปู่ขอโทษนะ ที่เป็นต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด” ฉันนั้นไม่เข้าใจสิ่งที่ปู่ทำหรอก ไม่เคยเข้าใจทำไมต้องจับให้พวกเราแต่งงานกัน ทั้งที่ทุกคนก็ควรจะมีสิทธิ์เลือก เราทุกคนควรเป็นคนเลือกกำหนดชีวิตตัวเองไม่ใช่เหรอ
ถึงแม้มันควรจะคิดแบบนั้น จะให้ฉันโกรธปู่มันก็ทำไม่ได้
“ปู่คะ ไม่แต่งได้มั้ย หนูไม่อยากแต่งงานกับคนแบบนั้น”
“หนูบอกปู่หน่อย ว่าพายุไปทำอะไรให้หนู ถึงได้เกลียดเขาขนาดนี้” ทุกคนคงไม่รู้ว่าการที่เพื่อนตายสาเหตุหนึ่งมันมาจากเขา แล้วจะให้ฉันพูดยังไง ในเมื่อพูดไป เพื่อนก็ไม่กลับมาอยู่ดี
“หนูไม่อยากพูดเรื่องนี้อีก”
“แต่ถ้าหนูไม่พูดปู่ก็ไม่รู้ การที่หนูพูดอะไรไปแบบนั้น ก็เหมือนกับเราไปใส่ร้ายคนอื่นนะลูก ปู่รู้ว่าปู่ทำให้พวกหนูต้องเดือดร้อน แต่ตอนนี้ปู่กำลังแก้ไขมันอยู่ ปู่แค่อยากรู้ว่าทำไมหนูต้องโกรธพี่เขาขนาดนั้น”
“เอาเป็นว่าหนูเกลียดเขามาก แล้วก็จะไม่มีวันแต่งงานกับเขาแน่นอนค่ะ” ปู่ส่ายหน้าไปมา พวกท่านย่อมรู้ดีไปกับนิสัยดื้อรันที่เอาแต่ใจ ของฉันมาตั้งแต่เด็ก
“พวกเขามีข้อเสนอมาให้”
“ถ้าหนูไม่ได้แต่ง ยังไงก็โอเคหมดค่ะ” ฉันที่พูดดักคอปู่ไว้ จะเอายังไงว่ามาได้หมด ขอแค่ไม่ให้ฉันได้แต่งงานกับเขาก็พอ
“ปู่ยื่นขอเสนอให้รดาแต่งงานกับพวกเขา”
“จริงนะคะ พายไม่ต้องแต่งงานกับเขาแล้วจริง ๆ ใช่มั้ย” ฉันรีบกอดปู่จนแน่น
“จริงสิ ปู่จะโกหกหนูทำไม”
“รักคุณปู่ค่ะ รักปู่ที่สุด หนูไม่ต้องแต่งงานกับเขาแล้ว ตั้งแต่เกิดมาวันนี้เป็นวันที่มีความสุขที่สุด” แต่ยังไม่ทันจะดีใจได้ไม่เท่าไหร่ นาทีต่อมาปู่ก็เอ่ยบางอย่างที่เหมือนเป็นการดึงฉันให้ตกนรกไปเลย
“พายุจะให้หนูกับรดาไปอยู่บ้านเขา”
“ทำไมหนูต้องไปอยู่ด้วยคะ ในเมื่อเขาจะแต่งงานกับรดาแล้ว ก็ให้รดาไปอยู่คนเดียว”
“ทางนั้นบอกว่าถึงแม้รดาจะยอมแต่ง แต่น้องยังเด็กต้องมีคนที่ดูแลน้อง” ให้ฉันเนี่ยนะดูแลยัยรดา ฝันไปเถอะชาติหน้าตอนบ่าย ๆ
“หนูไม่ใช่คนรับใช่รดาสักหน่อย ให้พี่แป้น ป้าโอบ หรือแม่รดาไปก็ได้ ทำไมต้องให้หนูไปด้วย” ไอ้บ้านั่นคิดจะทำอะไรกันแน่ คิดเหรอว่าฉันจะยอม
“1 ปี หากรดาสามารถแสดงให้เขาเห็นว่าเป็นภรรยาที่ดีได้ หนูจะเป็นอิสระทันที” บ้ามาก แล้วถ้ารดาทำไม่ได้ล่ะ นี่มันอะไรกันเนี่ย
“แล้วถ้า 1 ปี น้องทำไม่ได้ล่ะคะ”
“หนูก็ต้องแต่งกับพายุ ไม่ว่าด้วยเหตุผลใดก็ตาม” ไอ้บ้านี่คิดอะไรอยู่กันแน่
“แค่นี้หนูทำให้ปู่ได้มั้ย แค่ไปอยู่กับน้อง น้องช่วยหนูแล้วหนูก็ควรจะช่วงน้องบ้าง” ฉันกลอกตามองบน ช่วยตรงไหน หน้าที่นี้มันเป็นของฉันคนเดียวซะที่ไหนกัน
เขาบอกว่าหลานสาวแต่ก็ไม่ได้บอกสักหน่อยว่าหลานคนไหน
“ปู่คะ แล้วถ้าหนึ่งปีที่เราทำตามที่เขาบอก แล้วมันไม่เป็นไปตามนั้นปู่จะทำยังไงคะ”
“ปู่จะจัดการเอง หนูไม่ต้องห่วงปู่สัญญา หากครบปีพายุกับรดาแต่งงานกันแล้ว หนูก็เป็นอิสระ เห็นมั้ยหนูมีแต่ได้กับได้” ได้ตรงไหนกัน มีแต่เสียเปรียบไอ้พวกนั้นต่างหาก
แต่เอาเถอะ ในเมื่อพวกเขาอยากให้ฉันไป ฉันก็จะไป แล้วคอยดูว่าพวกเขาจะให้ฉันอยู่ถึงปีมั้ย แต่แค่เดือนเดียวฉันก็ว่าน่าจะพอแล้ว
“ก็ได้ค่ะ แต่ป้าพิศยอมให้รดาแต่งงานแล้วเหรอคะ รดาพึ่งจะสิบแปดเอง”
“เป็นห่วงน้อง”
“เปล่าคะ เป็นห่วงตัวเองกลัวรดาจะผิดคำพูดแล้วไม่ยอมแต่ง” ใจจริงก็ห่วงแต่ก็ทำฟอร์มไปนั่นแหละ ยังไงรดาก็เป็นน้อง ไม่ว่าใครก็ไม่สมควรแต่งกับไอ้พี่พายุทั้งนั้นแหละ
“น้องไม่ได้ว่าอะไร ป้าพิศก็คงว่าตามนั้นแหละ”
“ค่ะ” ถ้าพวกเขาโอเคฉันก็ไม่มีอะไรขัดข้อง แค่อย่ามาวุ่นวายกับฉันก็พอ
“พรุ่งนี้พายุจะให้คนมารับหนูกับน้องไปที่บ้านโน้น”
“แต่ว่า ทำไมมันเร็วขนาดนั้น หนูยังไม่ได้เตรียมตัว”
“เอาเถอะ ๆ เดี๋ยวค่อยว่ากัน”
“ก็ได้ค่ะ” ฉันตอบปู่ด้วยความจำใจ เพราะว่านี่คงเป็นวิธีเดียวที่ฉันคงทำได้ หวังว่าพวกนั้นคงไม่ผิดคำพูด
“ปู่ขอบใจหนูมากนะ เอาเป็นว่าหนูก็ช่วยดูน้องด้วยแล้วกัน รดายังเด็ก” แต่ถึงจะเด็กทุกคนก็เห็นพ้องต้องกันว่าให้แต่งงาน ฉันล่ะงงกับความคิดของผู้ใหญ่
แต่ได้แค่สงสัย ไม่ได้คิดจะถามหาเหตุผลอะไรทั้งนั้น เพราะรู้ดีว่ามันไม่มีเหตุผลมาตั้งแต่แรก
“ขอบคุณปู่มากนะคะ ที่เข้าใจพาย” ฉันว่าพร้อมกับโน้มตัวเข้าไปกอดปู่อีกครั้ง มือหนาหยาบกร้านลูบบนกลุ่มผมนุ่มเบา ๆ
“เอาล่ะ หนูพักเถอะ เดี๋ยวพรุ่งนี้คงต้องไปบ้านโน้นแล้ว”
“ค่ะ” ว่าแล้วปู่ก็ขยับตัวลุกก่อนจะเดินออกจากห้องฉันไป ฉันที่นั่งมองปู่ออกไปจนประตูปิดสนิท ถอนหายใจเฮือกใหญ่
“พวกเขาต้องมีแผนอะไรแน่” ฉันพึมพำกับตัวเองแต่คิดเท่าไหร่มันก็คิดไม่ออก แต่ช่างเถอะ มาไม้ไหนฉันก็รับมือได้ เตรียมรับมือฉันไว้ให้ดีแล้วกัน
วันต่อมา
@บ้านพายุ
“ลงไปสิรดา รออะไร”
“พี่พายอย่าดุรดาสิคะ” โอ๊ยฉันจะบ้าตายกับรดา กว่าจะออกจากบ้านได้ กว่าจะหยุดร้องไห้ ไหนปู่บอกว่ายัยรดายอมแต่งไง ที่ฉันเห็นอยู่นี่ถูกบังคับชัด ๆ
“เอ่อ ๆ ลงไปได้แล้ว” ว่าแล้วรดาก็เดินลงจากรถก่อนจะยืนรอฉันซึ่งกำลังก้าวลงจากรถเช่นกัน
“พี่พายรดาขอนอนด้วย” ทำตัวเป็นลูกแหง่อีกแล้ว นี่ฉันต้องดูแลรดาจริง ๆ ใช่มั้ยเนี่ย
“อืม ๆ” และเมื่อฉันเอ่ยตอบรดาก็กอดแขนฉันไว้ทันที พ่อกับป้าพิศเลี้ยงรดายังไงเนี่ย เฮ้อ ลำบากตัวเองชะมัด
ทำใจเถอะพายเอ๊ย
“นายเชิญคุณพะพายกับคุณรดาที่ห้องรับแขกครับ” เสียงทุ้มของชายในชุดสูทสีดำเอ่ยบอกฉัน คิดถูกมั้ยนะที่เลือกมาอยู่ที่นี่กับรดา
ตอนนี้บ้านที่ดูหรูหราใหญ่โตมัน เหมือนเป็นหลุมดำสูบชีวิตฉันมากกว่า บอดี้การ์ดเต็มบ้านขนาดนี้ คงไม่ได้มีศัตรูหรือว่าเป็นคนไม่ดีไปมากกว่าที่ฉันรู้ใช่มั้ย