ตอนที่ 2: หนี้ที่เริ่มต้นด้วยฝน

1281 Words
เช้าวันรุ่งขึ้น ฝนหยุดตกแล้ว แต่ท้องฟ้ายังครึ้มเหมือนจะเทลงมาอีกเมื่อไหร่ก็ได้ พิมพ์ภาเดินออกจากหอพักด้วยใบหน้าซีดเซียว เธอไม่ได้นอนทั้งคืน คิดถึงคำพูดของแม่เมื่อคืนซ้ำแล้วซ้ำเล่า ค่ารักษาพ่อเพิ่มขึ้นอีก 350,000 บาท ถ้าไม่จ่ายภายในสัปดาห์นี้ หมอบอกว่าจะหยุดการรักษา แล้วให้ย้ายพ่อไปโรงพยาบาลรัฐ ซึ่งทุกคนรู้ดีว่าคุณภาพและความเร็วในการรักษาจะไม่เหมือนเดิม พิมกัดริมฝีปากแน่นจนเจ็บ เธอเปิดแอปธนาคารดูยอดคงเหลือ 342.17 บาท เธอหัวเราะในลำคอเบา ๆ แบบขมขื่น ก่อนจะปิดแอปแล้วรีบเดินไปมหาวิทยาลัย วันนี้มีเรียนเช้า แต่ใจเธอไม่ได้อยู่กับวิชาเลยสักนิด ระหว่างทาง เธอหยุดที่ร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่เธอทำงานพาร์ทไทม์ทุกเย็น เจ้าของร้าน — ป้าสาย — เห็นหน้าเธอก็ถามทันที “เป็นอะไรลูก หน้าซีด ๆ เลย” “เปล่าค่ะป้า แค่ฝนตกเมื่อคืนแล้วไม่ค่อยสบายนิดหน่อย” พิมยิ้มฝืน ๆ ป้าสายยื่นแก้วกาแฟเย็นแก้วเล็กให้ “เอาไปดื่มก่อน วันนี้คนน้อย ป้าปล่อยให้เธอมาเรียนก่อนได้นะ ไม่ต้องรีบมา” “ขอบคุณค่ะป้า” พิมรับแก้วมา มือสั่นเล็กน้อย เธอเดินออกจากร้าน แล้วนั่งลงที่ม้านั่งใต้ต้นไม้ใหญ่หน้าตึกคณะ เปิดโทรศัพท์ดูข้อความจากเพื่อนในกลุ่มงาน ทุกคนส่งข้อความมาถามว่าเอกสารถึงอาจารย์หรือยัง พิมตอบสั้น ๆ ว่า “ถึงแล้วค่ะ” ก่อนจะวางโทรศัพท์ลง แล้วก้มหน้ากอดเข่า น้ำตาหยดลงบนกางเกงนักศึกษา “ฉันจะทำยังไงดี...” เธอพึมพำ --- เวลาเดียวกัน ชั้น 32 ตึกเวธน์กรุ๊ป อคิราห์นั่งฟังรายงานจากธันวาเรื่องธุรกรรมคืนก่อนที่พัทยา ทุกอย่างเรียบร้อย สินค้าส่งถึงมือฝั่งญี่ปุ่นแล้ว เงินเข้าบัญชี offshore เรียบร้อย “แล้วเรื่องเด็กคนนั้นล่ะ” อคิราห์ถามกะทันหัน ธันวาชะงักเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มมุมปาก “ผมเช็กแล้วครับ ชื่อ พิมพ์ภา สุวรรณรักษ์ อายุ 20 ปี นักศึกษาปี 3 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยเอกชนแถวนี้ พ่อป่วยหนัก ครอบครัวมีหนี้สินพอสมควร แม่เป็นแม่บ้าน พี่ชายเรียนจบแล้วแต่ทำงานรายได้น้อย” อคิราห์พยักหน้า “แล้วทำไมถึงมาถึงหน้าตึกเรา” “ส่งเอกสารงานกลุ่มให้แผนกประชาสัมพันธ์ครับ อาจารย์ให้มาสัมภาษณ์หรือขอข้อมูลอะไรสักอย่าง” อคิราห์เงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดเบา ๆ “ช่วยอะไรเขาได้ไหม” ธันวายกคิ้ว “ช่วยยังไงครับ” “เงินรักษาพ่อเขา” ธันวามองหน้าเจ้านายนานกว่าปกติ “ท่าน... จะเข้าไปยุ่งกับคนธรรมดาแบบนี้จริง ๆ เหรอครับ” อคิราห์ไม่ตอบตรง ๆ เขาหยิบปากกาขึ้นมาเล่นในมือ “แค่... อยากรู้ว่า ถ้าเราแก้ปัญหาให้เขา เขาจะตอบแทนยังไง” ธันวาหัวเราะในลำคอ “ท่านเริ่มเบื่อผู้หญิงแบบเดิม ๆ แล้วสินะครับ” อคิราห์เหลือบมองมือขวาด้วยสายตาเย็นชา “อย่าพูดมาก ไปจัดการ” ธันวายักไหล่ “ครับ ท่าน” --- บ่ายสามโมงกว่า พิมกำลังเดินออกจากตึกคณะ ก็มีชายในสูทสีเทาเข้มเดินเข้ามาหาเธอตรง ๆ “คุณพิมพ์ภา สุวรรณรักษ์ ใช่ไหมครับ” พิมชะงัก หันมองหน้าเขา “ค่ะ... มีอะไรคะ” ชายคนนั้นยื่นนามบัตรให้ “ผมธันวา จากบริษัทเวธน์กรุ๊ปครับ มีเรื่องอยากคุยกับคุณนิดหน่อย เป็นเรื่องด่วนครับ” พิมมองนามบัตรแล้วมองหน้าธันวา สัญชาตญาณบอกว่าไม่ควรไป แต่เมื่อนึกถึงพ่อ เธอก็ลังเล “เรื่องอะไรคะคะ” “เป็นเรื่องส่วนตัวครับ เกี่ยวกับ... การช่วยเหลือทางการเงิน ถ้าคุณสะดวก เรามีรถรออยู่ด้านหน้า” พิมถอยหลังเล็กน้อย “ฉัน... ไม่รู้จักบริษัทคุณเลยนะคะ” ธันวายิ้มบาง ๆ “คุณไม่ต้องกลัวครับ เราแค่มีข้อเสนอ ถ้าคุณไม่สนใจ ก็เดินจากไปได้เลย ไม่มีใครรั้ง” พิมกัดริมฝีปากแน่น เธอมองไปรอบ ๆ เห็นคนเดินผ่านไปมาเยอะ เธอคิดว่าคงไม่เป็นไร ถ้าแค่คุย “...ได้ค่ะ แต่แค่คุยเฉย ๆ นะคะ” ธันวาพยักหน้า “ครับ เชิญทางนี้” --- รถ Mercedes สีดำสนิทจอดรออยู่หน้าประตูมหาวิทยาลัย พิมขึ้นรถด้วยความรู้สึกเหมือนกำลังก้าวเข้าสู่อีกโลกหนึ่ง ภายในรถเย็นฉ่ำ กลิ่นหนังแท้ผสมน้ำหอมผู้ชายอ่อน ๆ ธันวานั่งข้างเธอ แต่ไม่ได้พูดอะไรระหว่างทาง รถพาเธอไปยังคอนโดหรูสูง 40 กว่าชั้น ริมแม่น้ำเจ้าพระยา พิมเริ่มกลัวขึ้นมา “เดี๋ยวค่ะ... จะพาฉันไปไหน” “แค่ไปคุยกับคนที่สนใจช่วยคุณครับ” ธันวาตอบเรียบ ๆ “ไม่ต้องกลัว ถ้าคุณไม่อยากอยู่ ก็บอกได้เลย เราจะส่งกลับทันที” พิมกลืนน้ำลายดังอึก เธอคิดถึงพ่อ คิดถึงยอดเงินที่เหลือ 342 บาท แล้วก็พยักหน้าช้า ๆ ลิฟต์พาขึ้นไปชั้นบนสุด ประตูห้องเปิดออก อคิราห์ยืนอยู่ตรงกลางห้องนั่งเล่นกว้างขวาง หน้าต่างบานใหญ่เห็นวิวเมืองยามบ่ายที่ยังครึ้มฝน เขาหันมามองเธอ ดวงตาคมกริบเหมือนเมื่อวาน พิมจำเขาได้ทันที — คนที่เธอเกือบชนเมื่อวาน “คุณ...” เธอพูดไม่ออก อคิราห์ก้าวเข้ามาใกล้ช้า ๆ “นั่งก่อน” พิมนั่งลงที่โซฟาด้วยขาที่สั่นเทา “ฉัน... ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเรียกฉันมาที่นี่” อคิราห์นั่งลงตรงข้าม มองเธอตรง ๆ “ฉันรู้เรื่องพ่อคุณ” พิมตัวแข็งทื่อ “คุณ... รู้ได้ยังไงคะ” “ไม่สำคัญ” เขาตอบเรียบ “ที่สำคัญคือ ฉันช่วยจ่ายค่ารักษาได้ทั้งหมด รวมถึงหนี้สินครอบครัวคุณด้วย” พิมตาเบิกกว้าง “จริงเหรอคะ... แต่ทำไม... ทำไมคุณถึง—” “เพราะฉันต้องการอะไรจากคุณ” อคิราห์พูดตัดบท “เป็นข้อตกลง” พิมตัวสั่น “ข้อตกลงอะไรคะ” อคิราห์เอื้อมมือไปแตะคางเธอเบา ๆ บังคับให้เธอเงยหน้าขึ้นสบตาเขา “คุณจะเป็นของฉัน... แบบลับ ๆ ไม่มีใครรู้ ไม่มีชื่อ ไม่มีสถานะ แต่คุณต้องอยู่กับฉัน เมื่อไหร่ที่ฉันต้องการ” พิมน้ำตาคลอ “คุณ... หมายความว่ายังไงคะ” “หมายความตามตัวอักษร” เขาตอบเสียงทุ้มต่ำ “คุณจะได้เงิน ทุกอย่างที่ครอบครัวต้องการ และปลอดภัยที่สุดเท่าที่ฉันจะทำให้ได้... แต่คุณต้องยอมเป็นของฉัน คนเดียว” ห้องเงียบกริบ มีเพียงเสียงหัวใจของพิมที่เต้นแรงจนแทบจะได้ยิน เธอมองหน้าเขา ดวงตาที่เย็นชาแต่แฝงด้วยบางอย่างที่เธออ่านไม่ออก “ถ้าฉัน... ปฏิเสธล่ะคะ” อคิราห์ยิ้มมุมปากเล็กน้อย เป็นรอยยิ้มที่ไม่ถึงตา “ก็แค่เดินออกไปจากห้องนี้ แล้วกลับไปใช้ชีวิตเหมือนเดิม... กับยอดเงิน 342 บาท ที่คุณมีอยู่ในกระเป๋า” พิมหลับตาลง น้ำตาไหลลงแก้ม ภาพพ่อที่นอนป่วย ภาพแม่ที่ร้องไห้ ภาพน้องที่ต้องออกจากโรงเรียน... ทุกอย่างวิ่งเข้ามาในหัว เธอสูดหายใจลึก แล้วพยักหน้าช้า ๆ “...ได้ค่ะ” อคิราห์ปล่อยคางเธอ มองเธอนิ่ง ๆ ครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้น “ดี เริ่มวันนี้” เขาหันไปสั่งธันวา “โอนเงินก้อนแรกให้บัญชีโรงพยาบาลเลย ค่ารักษาทั้งหมด รวมหนี้ด้วย” ธันวาพยักหน้าแล้วเดินออกไป พิมนั่งนิ่ง มองแผ่นหลังกว้างของผู้ชายแปลกหน้าที่เพิ่งกลายเป็น “เจ้าของ” เธอ ฝนเริ่มตกอีกครั้งนอกหน้าต่าง และในใจเธอ มีบางอย่างแตกสลายลงอย่างเงียบ ๆ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD