@คฤหาสน์สิงหรา
เสียงเครื่องยนต์รถสปอร์ตคันหรูดับลงหน้าคฤหาสน์ทรงยุโรปที่ดูเคร่งขรึมพอๆ กับเจ้าของบ้าน ‘พริกไทย’ เด็กสาวในชุดนักเรียนมัธยมปลายที่กระโปรงสั้นเลยเข่าขึ้นมานิดหน่อย ก้าวลงจากรถด้วยท่าทางฟัดเหวี่ยง ใบหน้าจิ้มลิ้มบึ้งตึงจนแก้มป่อง
เธอเพิ่งเสียพ่อแม่ไป และมรดกทั้งหมดถูกฝากไว้กับ ‘คุณอา’ นอกไส้ที่เธอไม่เคยเห็นหน้ามาเกือบสิบปี
“เชิญครับคุณหนู นายใหญ่รออยู่ที่ห้องทำงาน” ชายชุดดำผุดลุกขึ้นโค้งคำนับจนเธอตกใจ
“นายใหญ่? เหอะ...!! เรียกซะดูอลังการ ป่านนี้ไม่อัลไซเมอร์กินไปแล้วเหรอ"
"คุณหนูอย่าพูดแบบนั้นสิคะ เกิดมีคนมาได้ยินเข้าจะทำยังไง"
เมษาเด็กสาวที่เติบโตมากับพริกไทยเอ่ยขึ้นเธออายุห่างจากพริกไทยสองปี ด้วยฐานะทางบ้านที่ไม่ค่อยดี เธอจึงต้องทำหน้าที่เป็นพี่เลี้ยงให้กับพริกไทยเพื่อหาเงินส่งให้น้องเรียน
"ก็แม่นมบอกว่าเป็นเพื่อนรุ่นน้องพ่อของพริก ถ้านับนิ้วดู...วนอีกสิบรอบก็คงจะไม่พอ ป่านนี้ไม่แก่หนังเหี่ยว อ้วนลงพุง เดินถือไม้เท้าเตาะแตะๆ ไปแล้วหรือไง”
พริกไทยบ่นอุบอิบพลางกอดอกกระแทกเท้าเข้าไปในบ้าน
"ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เธอไม่รอให้ใครอนุญาต มือเรียวผลักประตูเข้าไปทันที การเคาะก็แค่มารยาทอันน้อยนิดพอเป็นพิธีก็เท่านั้น
“นี่! ลุง... เอ๊ย คุณอาคะ หนูบอกเลยนะว่าหนูจะไม่ยอมอยู่ที่นี่เด็ดขาด ถ้าคุณอาจะงกมรดกพ่อหนูนักล่ะก็ เอาเงินส่วนของหนูคืนมา แล้วหนูจะไปหาคอนโดอยู่ จะได้ไม่ต้องมาเป็นภาระให้คุณอาต้องหนักใจ!”
ท่ามกลางกลิ่นบุหรี่จางๆ และแสงไฟสลัว ร่างสูงใหญ่ในชุดเชิ้ตสีดำสนิทที่ยืนหันหลังอยู่ตรงริมหน้าต่างค่อยๆ หันกลับมา พร้อมกับใบหน้านิ่งเรียบ ราวกับถูกสตาปไว้
"เชี้ย!"
พริกไทยชะงักไปครู่หนึ่ง.. ภาพ ‘ไอ้แก่หนังเหี่ยว’ ในหัวสลายวับไปทันที
ชายตรงหน้ามีใบหน้าคมกริบราวกับรูปสลัก ดวงตาภายใต้กรอบแว่นกันแดดสีเข้มที่เขาชอบใส่แม้จะอยู่ในบ้าน ดูเย็นชาและดุดันจนน่าขนลุก ผิวพรรณเขาตึงเป๊ะ และที่สำคัญ... เขาดูอันตรายเกินกว่าจะเป็น 'อา' ที่ใจดีกับเธอ
"ขะ..คุณเป็นใคร? ลูกสมุนของคุณอาเหรอ?"
เฮียเฟย พ่นควันสีขาวออกจากริมฝีปากช้าๆ ก่อนจะเลิกคิ้วมองเด็กสาวที่ยืนทำหน้าเลิ่กลั่กอยู่
“เมื่อกี้เธอเรียกใครว่าลุง?” เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจเอ่ยขึ้น
"ห๊ะ! อย่าบอกนะว่าคุณคือคุณอาหนังเหี่ยวคนนั้น?"
"ถ้าเธอมีตาก็คงจะเห็นว่าฉันไม่ได้หนังเหี่ยวอย่างที่เธอว่า เมื่อกี้เรียกใครว่าลุง!"
“กะ....ก็..ก็เรียกคุณนั่นแหละ ใครจะไปรู้ล่ะว่าคุณจะ...เออ..จะ...”
“จะยังไม่แก่พอที่จะอ้วนลงพุงงั้นเหรอ?”
เฮียเฟยขยับกายก้าวเข้ามาหาทีละก้าว แรงกดดันจากตัวเขาทำให้พริกไทยเผลอถอยหลังจนแผ่นหลังพิงกับขอบโต๊ะทำงานทำงาน
"ตุ๊บ!"
"จะทำอะไร???"
เขาโน้มตัวลงมาจนกลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นบุหรี่หอมกรุ่นแตะจมูก มือหนาข้างหนึ่งยันโต๊ะกักเธอไว้ ส่วนอีกข้างที่ถือบุหรี่อยู่ชูขึ้นสูง
“ฟังนะยัยเด็กไร้มารยาท..."
"โห....ไร้มารยาทเลยเหรอคะ?"
"หูหนวก?"
"ชิ! ปากร้าย แถมยังหน้าตึงอีกต่างหาก"
"มรดกของพ่อเธอ ฉันจะจ่ายให้ก็ต่อเมื่อเธอเรียนจบมหาวิทยาลัย และในระหว่างสี่ปีนี้ เธอต้องอยู่ภายใต้การดูแลของฉัน... ทุกระเบียบนิ้ว”
“ไม่! หนูไม่ยอมถูกลุง... เอ๊ย ถูกคุณขังเอาไว้หรอก!”
"ฉันไม่ได้แก่จนเธอจะต้องเรียกลุง ฉันอายุ 32 ปี เรียกฉันว่าเฮียเฟย"
"เลยเลข 30 ก็ถือว่าเป็นลุงทั้งนั้นแหละ!"
"ไอ้สิงห์!"
"ครับนาย"
"ลากยัยเด็กปากดีนี้ไปตบปาก!!"
"ดะ..ดะ..เดี๋ยว...เฮียเฟย!!"
"ลากไป!!! เอาให้จำ"
"ครับนาย"
"เฮียขาาาาา...อย่าทำหนูเลยนะคะ หนูยอมแล้ว"
พริกไทยรีบวิ่งหนีจากการจับกุมของสิงห์ลูกน้องคนสนิทของเฮียเฟย เธอวิ่งมากอดแขนเขาไว้ทันที พร้อมกับทำตากะพริบถี่ๆ
"นี่เธอ!"
จากที่หน้าดำหน้าแดงขึ้นเพราะโกรธจัดที่ถูกเด็กลูบคม พอเธอเรียกเฮียขาแค่นั้นแหละ แม่ง! ทำมาเฟียอย่างเขาเลิ่กลั่กจนไปไม่เป็น
"เชิญครับคุณพริกไทย อย่าให้ผมต้องใช้กำลัง" : สิงห์เอ่ยขึ้น
"ใช้กำลังพ่อง! มึงดิ นี่เด็กนะเว้ย พึ่งจะอายุ 18 ยังไม่บรรลุนิติภาวะ!"
"ขะ..ครับ!"
สิงห์เองยังคงงุนงง ก็เขาไม่ใช่หรือไงที่เป็นคนออกคำสั่ง แล้วนี่ผิดอะไร ทำตามคำสั่งนายชัดๆ
"ออกไป!"
เฮียเฟยสั่งลูกน้องให้ออกไปก่อนจะหันมาหายัยเด็กที่เกาะแขนเขาไม้แน่น
"แกร๊ก!"
เสียงโลหะกระทบกันดังขึ้นพร้อมกับความรู้สึกเย็นเฉียบที่ข้อมือ พริกไทยเบิกตากว้างเมื่อเห็น ‘กุญแจมือ’ ข้างหนึ่งล็อกอยู่ที่ข้อมือเธอ ส่วนอีกข้าง... ล็อกอยู่ที่ข้อมือหนาของเขา!
"ทำอะไรคะ?"
“ชีวิตเธออยู่ในกำมือของฉัน จำไว้ว่าใต้เงาของฉัน ไม่มีคำว่า ‘อิสระ’ สำหรับเด็กปากดีอย่างเธอ”
"เฮีย!"
สายตาที่มองมานั้นไม่ได้ล้อเล่น พริกไทยเม้มปากแน่นทันที ความซ่าที่มีเมื่อครู่หดหายไปต่อหน้าความนิ่งสงบที่แฝงไปด้วยเพลิงโทสะของมาเฟียรุ่นใหญ่