อยากได้เฮียคนเดียว

1366 Words
@หนึ่งสัปดาห์ต่อมา บรรยากาศในคฤหาสน์สิงหรายิ่งทวีความร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ พริกไทยไม่ได้ลดละความพยายาม เธอยังคงเดินหน้า "จีบ" เฮียเฟยอย่างต่อเนื่องด้วยสารพัดมุกที่ไปขุดมาจากอินเทอร์เน็ต ผิดกับเฮียเฟยที่ยิ่งเธอรุกหนัก เขายิ่งสร้างกำแพงเหล็กกล้าขึ้นมาปิดกั้นตัวเองไว้อย่างแน่นหนา @ยามบ่าย พริกไทยเดินวนไปวนมาอยู่หน้าห้องทำงานของเฮียเฟย ในมือถือแก้วกาแฟสกัดเย็นที่เธอตั้งใจทำมาเอาใจ (แม้จะใส่ไซรัปจนหวานเจี๊ยบตามใจตัวเองก็ตาม) เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะผลักประตูเข้าไปโดยไม่เคาะเหมือนเช่นเคย "เฮียขา... กาแฟดับร้อนหน่อยไหมคะ พริกทำเองกับมือเลยนะ" เฮียเฟยที่กำลังนั่งจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ทำงานอย่างเคร่งเครียดเงยหน้าขึ้น สายตาภายใต้กรอบแว่นกันแดดสีเข้มดูเย็นชาจนพริกไทยเกือบสะดุดขาตัวเอง เขาถอนหายใจออกมาแรงๆ ก่อนจะวางปากการาคาเหยียบแสนลงบนโต๊ะ "พริกไทย... ฉันบอกเธอเป็นรอบที่หนึ่งร้อยของสัปดาห์นี้แล้วใช่ไหม ว่าห้ามเข้ามาตอนฉันทำงาน" "ก็พริกกลัวเฮียเหนื่อยนี่นา ดูสิ... หน้าตึงจนนกจะบินชนตายอยู่แล้วนะคะ ลุงเฟยขา" เธอเดินเข้าไปใกล้ แกล้งวางแก้วลงบนโต๊ะข้างๆ แขนแกร่งที่อัดแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อ "เรียกใครว่าลุง?" "ก็เรียกมาเฟียแถวนี้แหละค่ะ ที่ชอบทำตัวเป็นมนุษย์ยุคหิน ไม่สนใจโลก ไม่สนใจสาวๆ ... โดยเฉพาะสาวสวยอย่างพริกไทย" เธอโน้มตัวลงมาหาเขาจนใบหน้าอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ "เฮียถามจริงเฮ่อะ... ทั้งชีวิตเฮียเนี่ย เคยรู้สึกรักหรือหลงใครบ้างไหมคะ? หรือว่าหัวใจเฮียโดนสตัฟฟ์ไว้กับปืนไปแล้ว" เฮียเฟยขยับเก้าอี้ถอยหลังช้าๆ จ้องมองเด็กสาววัย 18 ที่นับวันยิ่งทำตัว "ล้ำเส้น" ขึ้นทุกที "ฟังนะพริกไทย..." เสียงทุ้มต่ำดังกังวาน "ทั้งชีวิตของฉันเจอผู้หญิงมานับไม่ถ้วน ทั้งนางแบบ ดารา หรือผู้หญิงที่เพียบพร้อมกว่าเด็กกะโปโลอย่างเธอหลายเท่า แต่ไม่มีใครทำให้หัวใจของฉันสั่นคลอนได้... อย่าคิดว่าความสาวหรือความสวยแบบเด็กๆ ของเธอจะทำให้ฉันหลงกล ถอยไปซะเถอะ" "โหย... พูดซะเสียเซลฟ์เลยนะคะ" พริกไทยเบะปาก แต่แววตากลับพราวระยับ "คนอื่นอาจจะแค่อยากได้เงินเฮีย หรืออยากได้ชื่อว่าเป็นเมียมาเฟีย... แต่พริกน่ะ อยากได้หัวใจของเฮียจริงๆ นะคะ" "เหอะ... อยากได้ใจ หรืออยากได้มรดกคืนเร็วๆ กันแน่?" เฮียเฟยเค้นยิ้มอย่างรู้ทัน "ฉันรู้ทันแผนการเธอหมดแหละ ที่เธอพยายามอ่อยฉัน เพราะคิดว่าถ้าฉันหลงเธอ ฉันจะยอมปล่อยมรดกให้ง่ายๆ ใช่ไหม? บอกเลยว่าฝันไปเถอะ" คำพูดแทงใจดำนั้นทำให้พริกไทยชะงักไปครู่หนึ่ง ใช่... ตอนแรกเธอคิดแบบนั้นจริงๆ แต่เกือบสองสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น การได้เห็นมุมที่เขาแอบใจดีกับลูกน้อง มุมที่เขานั่งทำงานจนดึกดื่นเพื่อดูแลธุรกิจ หรือแม้แต่กลิ่นกายประจำตัวที่เธอแอบดมบ่อยๆ มันทำให้ความรู้สึกบางอย่างเปลี่ยนไป และที่สำคัญเขายิ่งปฏิเสธเธอยิ่งอยากเข้าใกล้ เธอมันเป็นพวกแพ้ไม่เป็นซะด้วยสิ "ตอนแรกน่ะใช่ค่ะ... พริกอยากได้มรดกคืน" เธอพูดเสียงนิ่งขึ้น แววตาจริงจังกว่าทุกครั้ง "แต่ตอนนี้... พริกชักอยากรู้จริงๆ แล้วสิ ว่ามาเฟียไร้ใจที่เขาล่ำลือกันนักหนาเนี่ย มันมีอยู่จริงหรือเปล่า? หรือจริงๆ แล้วข้างในมันนิ่ม จนไม่กล้าเปิดให้ใครดู" "พริกไทย!" เฮียเฟยลุกขึ้นพรวดจนร่างสูงใหญ่ข่มขวัญเธอได้มิด "อย่ามาท้าทายฉัน" "ท้าทายแล้วเฮียจะทำไมคะ? จะเอาปืนจ่อหัวพริกเหรอ... หรือจะเอาตัวพริกไปทิ้งไว้กลางทะเลสาป?" เธอเดินเข้าไปประชิดอกแกร่ง "เฮียปากร้าย ปากแข็งยิ่งกว่าเหล็ก... แต่เฮียรู้ไหมว่ายิ่งเฮียทำแบบนี้ พริกยิ่งอยากจะง้างปากเฮียออกมาจูบให้หายแข็งเลยจริงๆ!" "เธอคิดว่าจูบของฉันมันเป็นของเล่นงั้นเหรอ?" เฮียเฟยคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียวเล็กแรงบีบที่เข้มข้นขึ้นทำให้พริกไทยรู้ว่าตอนนี้เธอปลุกพยัคฆ์ร้ายให้ตื่นขึ้นมาแล้ว "ฉันบอกแล้วไงว่าฉันไม่ชอบเด็ก... โดยเฉพาะเด็กปากดีที่ชอบเอาความรู้สึกมาล้อเล่นแบบเธอ" "พริกไม่ได้ล้อเล่น!" "งั้นเหรอ? งั้นพิสูจน์สิว่าเธอรับไหว... ถ้าฉันจะขย้ำเธอตอนนี้ เธอจะยังปากเก่งอยู่ไหม!" "หมับ!" "อื้อออ" เฮียเฟยกระชากร่างเล็กเข้าไปปะทะอกกว้างอย่างแรง ก่อนจะบดเบียดริมฝีปากลงมาอย่างดุดัน มันไม่ใช่จูบที่นุ่มนวล แต่เป็นจูบที่เต็มไปด้วยความพิโรธและการสั่งสอน พริกไทยพยายามจะตอบโต้ แต่ความประสาของเด็กวัย 18 หรือจะสู้ชั้นเชิงของมาเฟียหนุ่มที่ผ่านโลกมาโชกโชน เขาถอนจูบออกมาช้าๆ จ้องมองริมฝีปากที่บวมเจ่อของเธอด้วยสายตาสมเพช "ฮะ..เฮีย!!" "เห็นไหม? แค่นี้เธอก็สั่นจนทำอะไรไม่ถูกแล้วพริกไทย... กลับไปนอนกอดตุ๊กตาในห้องซะ แล้วเลิกเพ้อเจ้อเรื่องที่จะจีบฉัน" เขาสะบัดแขนออกจนพริกไทยเกือบเสียหลักพิงกับโต๊ะทำงาน เฮียเฟยหันหลังกลับไปมองหน้าต่างเหมือนเดิม ทิ้งความเย็นชาไว้เป็นกำแพงที่หนากว่าเดิม "ไปซะ... ก่อนที่ฉันจะให้ไอ้สิงห์ลากเธอออกไปตบปากจริงๆ" พริกไทยยืนหอบหายใจรัว น้ำตาคลอเบ้าด้วยความโกรธผสมความรู้สึกบางอย่างที่เธอเองก็ไม่เข้าใจ เธอปาดน้ำตาออกอย่างลวกๆ แล้วตะโกนใส่แผ่นหลังกว้างนั่น "เฮียจำไว้นะ! ถึงเฮียจะใจแข็งเหมือนหิน หรือจะปากร้ายเหมือนหมา... แต่พริกไทยคนนี้แหละที่จะทำให้เสืออย่างเฮียต้องกลายเป็นแมวหง่าวมาอ้อนพริกให้ดู!" "หึ..ถ้าไม่อยากร้องไห้ขี้มูกโปงก็ทำไป" "แล้วมรดกนั่นพริกไม่อยากได้แล้วก็ได้... พริกอยากได้เฮียคนเดียว!" "ออกไป!!!" เสียงคำรามของเฮียเฟยดังลั่นห้องทำงาน พริกไทยวิ่งสะอื้นออกมาจากห้อง แต่ในหัวใจเธอกลับไม่ได้ถอดใจ ตรงกันข้าม... เปลวไฟแห่งการเอาชนะมันกลับลุกโชนยิ่งกว่าเดิม เธออยากรู้จริงๆ ว่าภายใต้เกราะเหล็กนั่น มันจะไม่มีรอยร้าวเลยสักนิดจริงๆ หรือ? หลังจากพริกไทยวิ่งออกไป สิงห์ที่ยืนแอบฟังอยู่หน้าห้องก็ค่อยๆ เดินเข้ามาข้างใน เขาเห็นเจ้านายหนุ่มยืนนิ่งสนิท มือหนาที่ยันกับขอบหน้าต่างสั่นเทาเล็กน้อย "นายครับ..." "ไอ้สิงห์... สั่งคนให้ตามดูยัยนั่นไว้ ห้ามให้คลาดสายตา" เฮียเฟยพูดเสียงพร่า พลางยกมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองที่ยังมีรสสัมผัสหอมหวานของพริกไทยติดอยู่ "ยัยเด็กนั่น... มันร้ายกว่าที่กูคิด" "นายเริ่ม... หวั่นไหวเหรอครับ?" สิงห์ถามด้วยความกล้าๆ กลัวๆ "กูไม่ได้หวั่นไหว! กูแค่รำคาญที่ยัยนั่นชอบมาป่วนประสาท" เขาหันกลับมามองลูกน้องด้วยสายตาคาดโทษ "จำไว้ว่าหน้าที่ของมึงคือดูแลความปลอดภัย ไม่ใช่มาจับผิดเรื่องส่วนตัวของกู!" "ครับนาย!" สิงห์รีบก้มหน้าเดินออกไปทันที เฮียเฟยทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ หลับตาลงเพื่อสงบสติอารมณ์ แต่ภาพใบหน้าจิ้มลิ้ม แววตาท้าทาย และสัมผัสนุ่มหยุ่นจากคนตัวเล็กกลับวนเวียนอยู่ในหัวไม่จบไม่สิ้น เขาสบถออกมาเบาๆ พลางหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ "ไอ้เฟย... มึงใจเย็นๆ ยัยนั่นแค่เด็ก 18 มรดกก็แค่เศษเงิน... อย่าให้ความสดใสปัญญาอ่อนนั่นมาทำให้มึงเสียระบบเด็ดขาด" ปากก็พูดไปแต่ในใจลึกๆ เขาก็รู้ดีว่า... กำแพงที่เขาสร้างมาทั้งชีวิต กำลังเริ่มมีรอยร้าวที่เกิดจากเด็กสาวที่ชื่อ 'พริกไทย'
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD