สองเดือนผ่านไปอากาศที่หมู่บ้านมู่โฉวเริ่มหนาวแล้วเพราะอยู่ท่ามกลางหุบเขาจึงทำให้มวลอากาศเย็นถูกพัดมาจากในป่าทำให้ที่นี่หนาวเย็นมากกว่าในอำเภอ เรือนของเฉียวลู่สร้างเสร็จก่อนกำหนดถึงสิบวันนั่นเพราะหลังจากที่คนงานกลับไปหมดแล้วเฉียวลู่ก็แอบมาแบกต้นไม่ที่นางตัดซ่อนเอาไว้มากองรวมกับต้นไม้ที่คนงานของนายช่างอู๋ตัดเอาไว้ทำให้พวกเขาย่นระยะเวลาที่ต้องเดินขึ้นลงเขาไปกว่าสิบวัน
เฉียวลู่ย้ายเข้าไปอยู่ในเรือนไม้ซุงที่ดูแปลกตาของนางแล้ว ชาวบ้านต่างก็อยากมาชื่นชมบ้านใหม่ที่ไม่เหมือนใครของนาง เวลาที่เหลืออีกสิบวันเฉียวลู่จ้างให้นายช่างขุดบ่อน้ำและทำรั้วรอบที่ดินยี่สิบหมู่ของนางความสูงขนาดสามเมตร นางให้เหตุผลว่าที่นางทำรั้วสูงเช่นนี้เพราะนางเป็นสตรีที่อาศัยอยู่กับลูกลำพังดังนั้นจึงต้องระวังเรื่องความปลอดภัยเอาไว้ก่อน
วันนี้เป็นวันจัดงานขึ้นบ้านใหม่ของเฉียวลู่ นางให้แม่เฒ่าหลี่เชิญคนทั้งหมู่บ้านมาร่วมยินดี และฝากให้จางหย่งเชิญนายช่างอู๋และฮูหยินมาร่วมงานด้วย ส่วนตัวนางนั้นเป็นผู้เชิญเถ้าแก่จีและผู้ช่วยเหวินด้วยตัวเอง
เสียงแสดงความยินดีของชาวบ้านทำให้เฉียวลู่ยิ้มหน้าบาน อาหารทั้งหมดถูกสั่งมาจากจีหม่านโหรวที่ตอนนี้ใครอยากจะไปทานอาหารที่นั่นจะต้องสั่งจองโต๊ะล่วงหน้าเพราะแทบจะเต็มตลอดเวลาทำเอาโรงเตี๊ยมอื่นๆ เสี่ยวเอ้อต้องนั่งตบยุงรอลูกค้าที่ด้านในแทบจะร้างกันเลยทีเดียว
เถ้าแก่จีและผู้ช่วยเหวินที่ยุ่งจนหัวหมุนแต่ปลีกตัวมาร่วมงานขึ้นบ้านใหม่ของเฉียวลู่นั้นหมายความว่าพวกเขาเห็นความสำคัญของนาง
“ยินดีด้วยแม่นางเฉียว”
เถ้าแก่จีเดินมาแสดงความยินดีกับนางก่อนตามมาด้วยผู้ช่วยเหวินที่ยื่นของขวัญให้เฉียวลู่ ด้านข้างของเฉียวลู่คือฉินอี้เหยาที่ตอนนี้ร่างกายแข็งแรงทำให้ความงามของนางนั้นเปล่งประกายออกมาทำเอาเถ้าแก่จีที่เป็นม่ายมานานนั้นถึงกับจ้องนางไม่วางตา ผู้ช่วยเหวินที่ไม่เคยเห็นนายท่านของตนเป็นเช่นนี้กับสตรีคนไหนตั้งแต่ที่ฮูหยินของเขาจากไปนี่นับว่าเป็นครั้งแรกเลยทีเดียว
ผู้ช่วยเหวินกระแอมไอเบาๆ เรียกสติของเถ้าแก่จีที่กำลังเสียมารยาทจ้องหน้าแม่นางท่านหนึ่งอยู่ทำเอาฉินอี้เหยาทำตัวไม่ถูก เถ้าแก่จียกกำปั้นปิดปากกระแอมไอที่ตนทำตัวเสียมารยาทเช่นนี้
“ขออภัย”
เฉียวลู่หัวเราะขบขันท่าทางของเถ้าแก่จีอย่างไม่ปิดบัง
“เชิญท่านทั้งสองด้านใน”
เฉียวลู่จัดโต๊ะเอาไว้ที่ห้องโถงของเรือนสำหรับแขกคนสำคัญ ส่วนชาวบ้านนั้นมีแม่เฒ่าหลี่กับจางหย่งต้อนรับอยู่ที่ลานเรือน ทุกคนต่างพอใจกับอาหารที่หรูหราที่เฉียวลู่สั่งมา ไม่มีใครบ่นหรือว่าร้ายนางเลยสักนิด แม้แต่คนที่ไม่เคยแยแสเฉียวลู่เมื่อก่อนก็ยังพยักหน้าพอใจ
ภายในห้องโถงที่จุดเตาผิงเอาไว้ทำให้อบอุ่นกว่าด้านนอกนั้น ถูกตกแต่งด้วยภาพวาดที่เฉียวลู่วาดขึ้นมาเอง มุมห้องมีแจกันดินเผาใบยักษ์วางอยู่ด้านในมีกิ่งไม้แห้งใส่เข้าไปพร้อมกิ่งดอกเหมยฮวากิ่งใหญ่ทำให้มองดูงดงามและเข้ากันกับบรรยากาศหน้าหนาวที่ดูอบอุ่น แสงสีส้มจางๆ ของกองไฟรวมทั้งโคมไฟสีแดงทำให้ทั้งห้องดูเป็นสิริมงคลยิ่งนัก ถึงหน้าต่างและประตูจะถูกเปิดออกให้ระบายอากาศแต่ด้านในยังคงอบอุ่นอยู่ดี
“ข้านึกว่าข้ากำลังยืนอยู่ที่ดินแดนอื่น”
ผู้ช่วยเหวินพึมพำออกมาเสียงเบา เถ้าแก่จีนั้นอาการก็ไม่ต่างจากผู้ช่วยเหวินเท่าใดนัก
“ท่านมาแล้วหรือ แม่นางเฉียวได้บอกข้าแล้วว่าท่านทั้งสองจะมาร่วมงานขึ้นบ้านใหม่ของนาง”
นายช่างอู๋ทักชายวัยกลางคนทั้งสองที่กำลังยืนเหม่อลอยอยู่ที่ประตูทางเข้า
“เป็นเจ้าเองหรือ นึกว่าผู้ใด”
เถ้าแก่จีรีบเดินไปที่โต๊ะจัดเลี้ยงที่วางอยู่ตรงกลางห้อง ยังมีฮูหยินอู๋นั่งอยู่ด้วย
“จะไม่มาได้อย่างไร ข้าเป็นคนสร้างที่นี่ขึ้นมาเองกับมือ”
นางช่างอู๋พูดอวดเถ้าแก่จีด้วยความภาคภูมิใจ
“จริงหรือเหตุใดเจ้าไม่สร้างเรือนที่งดงามแปลกตาเช่นนี้ให้ข้าบ้าง เจ้านี่นะ”
เถ้าแก่จีโวยนายช่างอู๋ ระหว่างนั้นเฉียวลู่และฉินอี้เหยาก็ยกอาหารมาที่โต๊ะให้พวกเขารวมทั้งคนตระกูลจางก็มารวมโต๊ะด้านในเรือนด้วย ก่อนที่พวกเขากำลังจะลงมือรับประทานอาหาร เสียงฮือฮาของเหล่าชาวบ้านที่อยู่ด้านนอกทำให้เฉียวลู่นึกสงสัย นางจึงขอตัวออกไปดู
บุรุษร่างสูงใหญ่สามคนเดินตรงมาที่ที่เฉียวลู่ยืนอยู่ ชาวบ้านต่างแหวกทางออกเป็นสองฝั่งให้เขาเดินผ่าน บุรุษที่เดินนำนั้นสวมชุดดำที่ทำจากผ้าไหมชั้นดีตั้งแต่หัวจรดเท้า บนใบหน้ายังสวมหน้ากากสีดำครึ่งหน้าทำให้มองไม่ออกว่าเป็นผู้ใด แต่ที่แน่ๆ เฉียวลู่ไม่เคยรู้จักพวกเขาทั้งสามคนอย่างแน่นอน
“พวกท่านคงมาผิดบ้านกระมัง ดูเหมือนว่าข้าจะไม่เคยรู้จักกับพวกท่าน เชิญพวกท่านกลับไปเถอะท่านกำลังทำให้แขกของข้าหวาดกลัว”
รังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขาแม้แต่เฉียวลู่เองก็ยังรู้สึกถึงมันได้ ชายสวมหน้ากากจ้องหน้าเฉียวลู่แต่ไม่ได้พูดสิ่งใดออกมา นางรู้สึกคุ้นเคยเหมือนกับว่าเคยเห็นสายตาคู่นี้จากที่ไหนสักแห่งเพียงแต่นางจำไม่ได้ เพราะความนิ่งเฉยของเขาเริ่มทำให้เฉียวลู่รู้สึกหงุดหงิด แต่ก่อนที่เฉียวลู่จะบันดาลโทสะออกมา บุรุษที่ยืนอยู่ด้านหลังก็ก้าวออกมาด้านหน้าและส่งกล่องของขวัญให้กับนาง จากนั้นจึงกลับไปยืนด้านหลังที่เดิมของตน
“เอ๊ะ!!”
เฉียวลู่เริ่มทำตัวไม่ถูกแต่ก็รับของขวัญมา หรือว่านางจะเคยรู้จักกับเขากันนะ เพราะความไม่มั่นใจของนางทำให้เฉียวลู่ถามเขาออกไปอีกครั้ง
“เราเคยรู้จักกันหรือเจ้าคะ”
ครั้งนี้เฉียวลู่ถามเสียงนุ่มนวลกว่าเดิมเพราะถ้าหากเคยรู้จักกันนางก็ไม่อยากจะล่วงเกินบุรุษที่ดูลึกลับผู้นี้ มีมิตรดีกว่ามีศัตรูไม่ใช่หรือ
“เข้าไปข้างในเถอะ”
เสียงทุ้มตำเอ่ยออกมาจากริมฝีปากปากสีอิงเถาของเขาเป็นครั้งแรก เฉียวลู่พึ่งจะสังเกตว่าใบหน้าที่โผล่พ้นออกมาจากหน้ากากของเขานั้นมันช่างขาวผุดผ่องและเรียบเนียนยิ่งนัก เขาเดินนำเข้าไปในเรือนกลิ่นหอมเย็นของเขาตอนที่กำลังเดินผ่านนางทำให้เฉียวลู่รู้สึกตัว
“อ๊ะ!!เดี๋ยวก่อนท่าน”
เฉียวลู่เดินตามเขาเข้าไปในเรือนบุรุษผู้นั้นหยุดยืนที่กลางห้องโถงเขามองไปรอบๆ จนกระทั่งมาหยุดอยู่ที่เถ้าแก่จีที่กำลังหน้าซีดเผือดและกำลังมองมาที่เขาเช่นกัน
“นะ..นายท่าน ท่านมาที่นี่ได้อย่างไร”
ชายชุดดำไม่ตอบแต่เขาเดินไปนั่งลงที่โต๊ะตัวนั้นโดยไม่รอให้เจ้าของบ้านเชิญ ตอนนี้เฉียวลู่พอจะรู้แล้วว่าบุรุษชุดดำและพวกนั้นรู้จักกับเถ้าแก่จี ถ้าหากว่าเป็นแขกของเถ้าแก่จีเช่นนั้นก็เป็นแขกของนางเช่นกัน เห็นแก่หน้าเถ้าแก่จีนางจะไม่ไล่เขาไปแล้วกัน
ชายสองคนที่ติดตามมาด้วยยืนอยู่หน้าประตูทางเข้าเรือนเหมือนนายทวารบาลทำให้ไม่มีใครกล้าผ่านทางนี้เลย บรรยากาศรอบตัวบุรุษลึกลับผู้นั้นทำเอางานที่กำลังครึกครื้นถึงกับกร่อยไปเลยทีเดียว คนบ้านสกุลจางนายช่างอู๋และฮูหยินออกไปนั่งรวมกับชาวบ้านด้านนอกแล้ว เพราะพวกเขาไม่อาจทนรับแรงกดดันที่ถูกปล่อยออกมาจากบุรุษผู้นั้นได้
เหล้าที่ผู้ช่วยเหวินนำมาจากจีหม่านโหรวถูกเทลงในจอกเหล้าส่งให้พวกเขาทีละคน เฉียวลู่สงสัยว่าเหตุใดผู้ช่วยเหวินถึงไปยืนอยู่ด้านหลังทำไมเอาไม่มานั่งดื่มร่วมกับพวกนาง เมื่อมองไปที่บุรุษชุดดำนางก็เข้าใจได้ในทันที
“ผู้ช่วยเหวินวันนี้ท่านก็เป็นแขกเช่นกัน มานั่งเถอะหยุดทำงานสักวันเถ้าแก่จีคงไม่หักเงินเดือนท่านกระมัง”
เฉียวลู่เอ่ยเย้าผู้ช่วยเหวินเพื่อให้บรรยากาศที่ตึงเครียดนี้ได้ผ่อนคลายลง แต่นางหารู้ไม่ว่าสิ่งที่นางพูดนั้นมันเหมือนกำลังเติมฟืนเพื่อเพิ่มเชื้อไฟ แรงกดดันที่ออกมาจากชายผู้นั้นทำให้เหงื่อบนหน้าผากของผู้ช่วยเหวินไหลเป็นน้ำตอนนี้แผนหลังของเขาเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ ขอร้องเถอะแม่นางเฉียวท่านอย่าพูดอีกเลยผู้ช่วยเหวินได้แต่ภาวนาในใจกับตนเอง
เฉียวลู่ไม่รู้ความในใจของผู้ช่วยเหวินนางยังคงพูดคุยกับเขาอยู่เช่นนั้น เป็นเถ้าแก่จีเข้ามาช่วยคลี่คลายสถานการณ์ ทำให้ผู้ช่วย เหวินหลุดจากแรงกดดันที่ส่งมาจากชายผู้นั้น
“แม่นางเฉียวคือว่าข้าอยากจะแนะนำให้เจ้ารู้จักกับนายท่านเยี่ยน นายท่านเยี่ยนเป็นพ่อค้าที่เดินทางไปทั่วทุกแคว้น มีกิจการในความดูและมากมาย และเป็นเจ้าของจีหม่านโหรวตัวจริง”
เฉียวลู่พยักหน้าแต่นางก็ยังสงสัยว่า ในเมื่อเขาเป็นเจ้าของทำไมไม่ตั้งชื่อโรงเตี๊ยมเป็นชื่อของเขาเอง แต่ก็อย่างว่าคนรวยมักจะคิดไม่เหมือนผู้อื่น ในเมื่อขาใหญ่มาเองเช่นนี้นางก็ต้องประจบประแจงเอาไว้เกาะซะหน่อยในภายภาคหน้ายังต้องร่วมทำธุรกิจด้วยกันอีกหลายอย่าง
“ข้าน้อยเฉียวลู่ขอคารวะนายท่านเยี่ยนเจ้าค่ะ ขอบคุณที่นายท่านเยี่ยนให้เกียรติมางานขึ้นบ้านใหม่ของข้า”
ถึงแม้ว่าข้าจะไม่ได้เชิญท่านก็ตาม เฉียวลู่ต่อคำพูดของนางในใจจากนั้นจึงส่งยิ้มธุรกิจไปให้เขา นายท่านเยี่ยนพยักหน้าจากนั้นจึงยกจอกเหล้าขึ้นดื่มโดยไม่ได้พูดสิ่งใด เฉี่ยวลู่ได้แต่ด่าเขาในใจ เจ้าหน้ากากนี่มาบ้านคนอื่นกินของคนอื่นจะอวยพรเขาสักหน่อยบ้างไม่ได้หรือ หรือว่าพูดแล้วจะมีทองร่วงออกมาจากปาก
เฉียวลู่เลิกสนใจเขาไปโดยปริยาย นางคุยแต่กับเถ้าแก่จีและฉินอี้เหยาที่นั่งเงียบมาตั้งแต่ต้น ส่วนเถ้าแก่จีก็เอาแต่ชวนฉินอี้เหยาคุยเรื่อยเปื่อย ดูเหมือนวันนี้เขาจะมีท่าทางคึกคักกระชุ่มกระชวยและพูดมากกว่าปกติเป็นพิเศษ
ระหว่างที่นางไม่ได้สนใจในตัวเขาเลยแต่บุรุษผู้นั้นก็เอาแต่นั่งจ้องหน้านาง ถึงเฉียวลู่จะรู้สึกอึดอัดจนอยากจะด่าเขาออกไปแต่นางก็ต้องอดทนเอาไว้และท่องในใจว่า ขาใหญ่ ขุมเงิน ขุมทองอยู่เช่นนั้นด้วยความอดทน
งานเลี้ยงผ่านไปได้อย่างราบรื่นถึงแม้จะมีเรื่องให้รู้สึกอึดอัดไปบ้างแต่ก็ถือว่าจบลงด้วยดี เถ้าแก่จีกลับไปพร้อมกับนายท่านเยี่ยน ส่วนนายช่างอู่กับฮูหยินยังนั่งคุยกับจางหย่งอยู่ที่ห้องโถงที่ถูกเก็บกวาดแล้วเฉียวลู่คิดจะสั่งทำเฟอร์นิเจอร์เหมือนกับยุคปัจจุบันจึงรั้งให้นายช่างอู๋และฮูหยินอยู่ก่อน
เฉียวลู่เดินเข้ามาที่ห้องโถงพร้อมกับกระดาษที่อยู่ในมือหลายแผ่น นางวาดแบบเตียงนอนของนางและบุตรชายเป็นเตียงไม้สี่เสามีคานทั้งสี่ด้านขนาดใหญ่สลักสวยลายแปลกตาแต่สวยงาม ด้านหัวเตียงมีลิ้นชักที่สามารถเก็บของได้ และตู้เสื้อผ้าแบบในยุคปัจจุบันพร้อมไม้แขวนเสื้อที่ทำจากไม้ นางนึกถึงประตูห้องของตนเองจึงได้วาดแบบออกมาให้เป็นเตียงนอนที่สามารถถอดประกอบชิ้นส่วนได้ ยังมีโซฟาไม้ที่นางจะเอามาวางในห้องโถงหน้าเตาผิง โต๊ะรับแขกและโต๊ะเขียนหนังสือพร้อมเก้าอี้สามตัว แผ่นสุดท้ายคือโต๊ะเก้าอี้ที่นางจะเอาไว้วางที่ระเบียงนั่งมองพระอาทิตย์ลับขอบฟ้ายามเย็น