สร้างเรือนหลังใหม่ที่ไม่เหมือนใคร

1897 Words
เช้าวันต่อมาเฉียวลู่ตื่นตั้งแต่เช้ามืดเพื่อพาจางหย่งไปส่งกุ้งให้กับจีหม่านโหรว นางจะไปด้วยเพียงครั้งแรกเท่านั้นเพื่อให้พวกเขาจำหน้าจางหย่งได้จะได้รู้ว่าครั้งหน้าเขาคือผู้ที่จะมาส่งกุ้งให้จีหม่านโหรวทุกวัน นอกจากส่งกุ้งแล้วเฉียวลู่ก็มีเรื่องที่ต้องการทำอีกอย่างคือหาคนมาสร้างเรือนให้นางนั่นเอง และอุปกรณ์บางอย่างก็ต้องมาหาซื้อที่อำเภอเป่ยจิงเท่านั้น เมื่อเจ้าวัวแก่หยุดลงที่หน้าจีหม่านโหรว เฉียวลู่กระโดดลงมาจากเกวียน นางเดินตรงไปที่ผู้ดูแลที่กำลังตรวจดูผักและเนื้อของชาวบ้านที่นำมาขายให้พวกเขา “อรุนสวัสดิ์เจ้าค่ะผู้ดูแลเหวิน” เหวินซงที่กำลังยุ่งอยู่กับการตรวจวัตถุดิบที่จะนำมาทำอาหารรีบหันตามเสียงทักทายที่แสนหวานของเฉียวลู่ทันที “อ้อแม่นางเฉียวนั่นเอง เจ้ามาแล้วหรือข้ากำลังรอเจ้าอยู่เลย” เฉียวลู่พยักหน้ารับ “ดูเหมือนท่านกำลังยุ่งอยู่ ข้ารอได้เจ้าค่ะ” เหวินซงส่ายหน้าไปมา ไม่เป็นไรวัตถุดิบของเจ้าสำคัญกว่า มาเถอะข้าจะให้คนชั่งกุ้งของเจ้าก่อน” เหวินซงเรียกพนักงานของจีหม่านโหรวสองคนให้มาช่วยเขาชั่งกุ้งไม่นานกุ้งสามร้อยสามจินก็ถูกชั่งเรียบร้อย “สามจินนี้ถือว่าเป็นกำไรที่ข้ามอบให้พวกท่านนะเจ้าคะ” เฉียวลู่ยิ้มตาหยีให้เหวินซง ถึงแม่ตอนนี้จะยังไม่สว่างดีนักแต่เหวินซงก็มองเห็นเฉียวลู่ได้อย่างชัดเจน เขาไม่นึกเลยว่าอยู่มาสี่สิบกว่าปีจะมานึกเขินอายแม่นางน้อยที่อายุยังไม่พ้นยี่สิบปีคนนี้ เหวินซงยอมรับว่าเฉียวลู่นั้นทั้งงดงามและมีเสน่ห์ที่สตรีทั่วทั้งดินแดนต้องการมี แต่ดูเหมือนว่านางนั้นจะไม่รู้ตัวเอาเสียเลยเพียงแค่นางพยักหน้าบุรุษทุกคนย่อมต้องยอมทำตามความต้องการของนางอย่างแน่นอนนางไม่จำเป็นจะต้องมาทำงานที่หนักหนาเช่นนี้เลย แต่ที่นางเลือกที่จะยืนด้วยตัวเองยอมรับความลำบากนั่นหมายความว่าหาได้ใส่ใจเรื่องรูปลักษณ์ของตน เขารู้สึกยอมรับและนับถือนางจากใจจริง “ผู้ช่วยเหวินน้ำจิ้มหม่าล่าสี่ไหนี้ท่านจะต้องเก็บให้ดี จะให้ดีเก็บในอุณหภูมิที่เย็นจะดีมากเลยเจ้าค่ะ” เฉียวลู่เห็นผู้ช่วยเหวินที่กำลังเหม่อลอยนางจึงเรียกเขาซ้ำอีกครั้ง “ผู้ช่วยเหวิน” เหวินซงได้สติกลับมาเมื่อได้ยินเสียงเรียกของเฉียวลู่ เขารีบยกกำปั้นขึ้นปิดปากกระแอมไอออกมาอย่างเก้อเขิน “แม่นางเฉียวเจ้าว่าอย่างไรนะ” เฉียวลู่ถอนหายใจออกมาเบาๆ นี่ท่านกำลังเหม่อลอยอันใดของท่านอยู่กันแน่ถึงไม่ได้ฟังที่ข้าพูด นางได้แต่เหน็บแนมเขาในใจ “ท่านต้องเก็บซอสหม่าล่านี้ในอุณหภูมิที่เย็นเจ้าค่ะ” เฉียวลู่ไม่อยากคุยกับเขาแล้ว หลังจากการที่ส่งกุ้งเสร็จนางก็ขอร้องให้จางหย่งแนะนำคนที่สามารถสร้างบ้านในแบบที่นางต้องการได้ จางหย่งที่เคยทำงานช่างไม้มาก่อนหลังจากที่หมดหน้าเก็บเกี่ยวเขาก็ไปสมัครงานเป็นช่างไม้สร้างบ้านอยู่หลายครั้งจึงรู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี ดังนั้นเขาจึงพาเฉียวลู่ไปที่บ้านของนายช่างใหญ่ที่เขาเคยทำงานด้วย “ที่นี่แหละอาลู่บ้านนายช่างอู๋ ข้าเคยมาสมัครงานที่นี่ข้ารับรองได้ว่านายช่างอู๋จะต้องสร้างเรือนในแบบที่เจ้าต้องการได้อย่างแน่นอน” เกวียนจอดที่หน้าเรือนขนาดกลางหลังหนึ่งมีรั้วรอบขอบชิดประตูสีแดงบานใหญ่ปิดสนิท จางหย่งเดินไปเคาะประตูสักพักสตรีวัยกลางคนก็เดินมาเปิดประตู “อ้าวจางหย่ง เจ้ามาพบนายช่างหรือเขาอยู่ด้านในพอดีเข้ามาก่อนสิ” หญิงวัยกลางคนผู้นั้นต้อนรับขับสู้จางหย่งเป็นอย่างดีบ่งบอกว่าพวกเขามีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมาก่อน “พี่สะใภ้ขอรับที่ข้ามาวันนี้ข้ามีงานมาให้พี่ใหญ่อู๋ท่านรอข้าสักประเดี๋ยว ....อาลู่ลงมาเถอะ” จางหย่งหันมาตะโกนเรียกเฉียวลู่ที่นั่งอยู่ในเกวียน เฉียวลู่กระโดดลงจากเกวียนอย่างคล่องแคล่ว วันนี้นางสวมชุดสีเขียนใบไผ่ชุดใหม่ขับเน้นให้รูปร่างที่อรชรของนางให้ดูอ้อนแอ้นบอบบางยิ่งกว่าเดิม เฉียวลู่เดินตรงไปที่จางหย่งยืนอยู่ “นี่คือฮูหยินของนายช่างอู๋” จางหย่งแนะนำง่ายๆ ให้กับนาง “คารวะอู๋ฮูหยินเจ้าค่ะ” เฉียวลู่ย่อตัวคารวะนางอย่างงดงาม ฮูหยินอู๋มองเฉียวลู่ด้วยความตะลึง จากนั้นจึงหันไปมองจางหย่งที่เรียกเฉยวลู่อย่างสนิทสนม ด้วยความสงสัยนางจึงดึงจางหย่งมาอีกด้านเพื่อสอบถาม “นี่จางหย่งเจ้าแต่งงานใหม่แล้วหรือ ได้แม่นางน้อยที่งดงามเพียงนี้เชียว” เป็นคราวที่จางหย่งต้องตกตะลึงกับคำถามของฮูหยินอู๋บ้าง "จะใช่ได้อย่างไรขอรับพี่สะใภ้นางเป็นเด็กที่อยู่หมู่บ้านเดียวกันกับข้าทั้งยังเป็นคนที่ข้าและฮูหยินอยากจะรับเป็นบุตรบุญธรรม ข้าเคยเล่าให้พวกท่านฟังแล้วไม่ใช่หรือ" อู๋ฮูหยินถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก “โธ่!!!ไอ้เราก็นึกว่า....ช่างเถอะๆ เป็นข้าที่สงสัยมากไปไม่ได้แต่งงานใหม่ก็ดีแล้วข้าก็นึกตำหนิเจ้าอยู่ในใจอยู่ว่าไม่สงสารภรรยาที่แสนดีของเจ้าบ้างหรือที่แท้เรื่องก็เป็นเช่นนี้เอง” เฉียวลู่ยังยืนอยู่ที่เดิมนางไม่ได้มองไปที่ฮูหยินอู๋ที่ดึงจางหย่งไปคุยกัน ถึงพวกเขาจะซุบซิบกันอย่างไรเฉียวลู่ก็ยังได้ยินอยู่ดี ถึงคำถามแรกจะทำเอานางถึงกับสำลักน้ำลายไปเลยทีเดียว ฮูหยินอู๋พาคนทั้งสองเข้าไปในเรือนขนาดกลางที่ถูกทำขึ้นอย่างปราณีตสมกับเป็นเรือนของตระกูลช่างไม้ใหญ่ เฉียวลู่สำรวจรอบๆ ด้วยความสนใจ เมื่อพวกเขาเดินมาถึงห้องโถง ชายวัยกลางคนที่รูปร่างสูงใหญ่กำลังนั่งดื่มชาอยู่ตอนนี้พึ่งจะสว่างได้ไม่นานดูเหมือนว่าพวกเขาพึ่งจะทานอาหารเช้าเสร็จ “คารวะพี่ใหญ่อู๋” จางหย่งและเฉียวลู่คารวะชายวัยกลางคนที่เขาเรียกว่าพี่ใหญ่ “อ้าวอาหย่งเจ้ามากันแต่เช้าขนาดนี้เชียวมีธุระอะไรหรือ หรือว่าเจ้าจะกลับมาทำงานกับข้า” จางหย่งส่ายหน้าปฏิเสธทันที จะมาทำงานกับท่านได้อย่างไรในเมื่องานที่ข้ามีอยู่ก็ล้นมือแล้ว “เปล่าขอรับที่ข้ามาวันนี้คือข้ามีงานมาให้ท่าน นี่คือเฉียวลู่นางเป็นญาติของข้านางต้องการสร้างเรือนไม่ทราบว่าช่วงนี้พี่ใหญ่อู๋ว่างอยู่หรือไม่” เฉียวลู่พยักหน้าให้ช่างใหญ่อู๋เล็กน้อย “สวัสดีตอนเช้าเจ้าค่ะ ตามที่ท่านอาหย่งบอกท่านข้าอยากให้ท่านสร้างเรือนให้ข้าและข้าก็มีแบบเอาไว้อยู่ในใจอยู่แล้วไม่ทราบว่านายช่างพอจะมีกระดาษพู่กันให้ข้ายืมสักหน่อยได้หรือไม่” นายช่างอู๋พยักหน้าจากนั้นเขาจึงเดินหายไปทางห้องอีกด้าน ฮูหยินอู๋ยกน้ำชามาต้อนรับพวกเขาอย่างใจดี เมื่อนายช่างอู๋กลับมาเฉียวลูก็วาดแบบบ้านให้เขาทันที แบบบ้านที่เฉียวลู่วาดออกมาช่างดูแปลกตาสำหรับคนยุคโบราณเช่นเขานัก เฉียวลู่นึกถึงเมื่อยามหน้าหนาวที่แสนจะลำบากของยุคโบราณที่ไม่มีฮีตเตอร์ นางจึงออกแบบเรือนของนางให้เหมือนกับบ้านซุงของทางยุโรปที่ใช่ไม้ทั้งต้นผ่าครึ่งสร้างออกมา คือยกสูงขึ้นมาเล็กน้อยมีระเบียงด้านหน้ามีห้องโถงขนาดใหญ่ภายในยังทำเตาผิงเอาไว้เผื่อหน้าหนาวและทำห้องนอนห้าห้อง ห้องนอนของนางและลูกน้อยทั้งสองนั้นนางวาดด้านในให้มีเตาผิงเล็กๆ เอาไว้ด้วยด้านข้างเรือนมีห้องครัวหนึ่งห้องห้องน้ำส่วนตัวสามห้องและห้องน้ำที่อยู่ด้านนอกเรือนหนึ่งห้อง ห้องน้ำที่เฉียวลู่ออกแบบแตกต่างจากห้องน้ำของที่นี่โดยสิ้นเชิงนางทำห้องอาบน้ำกับห้องน้ำแยกกันกั้นเอาไว้ครึ่งหนึ่งทำให้เมื่ออีกคนอาบน้ำจะมองไม่เห็นอีกคนที่กำลังนั่งส้วมอยู่ ห้องส้วมของนางก็ยังให้นายช่างใหญ่อู๋ทำให้คล้ายกับชักโครกของยุคปัจจุบันที่สุด นางไม่ชอบการต้องนั่งยองๆ ทุกวันนี้เฉียวลู่ต้องทำใจทุกครั้งที่นางไปปลดทุกข์ต้องอั้นจนถึงที่สุดนางถึงจะไป จนตอนนี้เฉียวลู่แทบจะกลัวว่าตนเองจะท้องผูกแล้ว ห้องนอนแยกอีกสองห้อง หนึ่งห้องเฉียวลู่คิดจะทำเป็นห้องนอนแขกส่วนอีกห้องเอาไว้เก็บของด้านล้างนางยังทำห้องใต้ดินเอาไว้เก็บอาหารในช่วงหน้าหนาว เฉียวลู่ส่งกระดาษที่นางวาดแบบออกมาอย่างละเอียดส่งให้นายช่างอู๋ดู เขามองแบบที่เฉียวลู่วาดจากนั้นจึงหันไปมองเจ้าของฝีมือที่วาดออกมาได้อย่างละเอียด “แม่นางเจ้ามีความรู้เรื่องออกแบบเช่นนั้นหรือ” เฉียวลู่ส่ายหน้า “ข้าวาดออกมาจากจินตนาการของข้าเท่านั้นเจ้าค่ะ ข้าแค่คำนึงถึงตนเองและบุตรชายทั้งสองเมื่อยามที่ต้องทนหนาวในกระท่อมผุพัง ดังนั้นที่วาดออกมาทั้งหมดนั้นก็แค่คำนึงถึงความสะดวกในยามหน้าหนาวก็เท่านั้น” นายช่างอู๋พยักหน้าเห็นด้วยกับนางจากนั้นเขาก็ตีราคาบ้านให้เฉียวลู่คือหนึ่งร้อยยี่สิบตำลึงรวมค่าอุปกรณ์การสร้างทั้งหมด เรือนของนางใช้ไม้ทั้งหลัง ดังนั้นเรื่องหลักคือต้องไปตัดไม้ให้พอกับบ้านทั้งหลังของนาง เฉียวลู่นึกอยากล้อมรั้วขึ้นมาเพื่อความปลอดภัยของนางและลูกน้อยทั้งสองแต่ว่าที่ดินของนางมีขนาดเท่าไหร่นั้นนางยังไม่รู้เลย เอาเถอะกลับไปค่อยไปถามท่านยายแล้วกัน เมื่อคุยตกลงทำสัญญาเรียบร้อยแล้วเฉียวลู่จ่ายเงินหกสิบตำลึงเป็นค่ามัดจำจากนั้นนางจึงขอตัวลา เมื่อเกวียนวัวย้อนกลับมาที่อำเภอเป่ยจิงเฉียวลู่ให้จางหย่งพานางไปที่จีหม่านโหรวอีกครั้ง นางขอเข้าพบเถ้าแก่จีและเสนอขายสูตรอาหารแก่เขาสองสามสูตรที่ทำจากกุ้ง ที่นางทำเช่นนี้เพราะนางกลัวว่าเงินที่นางเก็บเอาไว้จะไม่พอสำหรับค่าสร้างบ้านของนาง รั้วก็ต้องทำบ่อน้ำก็ต้องขุดนางต้องหาเงินไว้มากๆ เผื่อเอาไว้ยามหน้าหนาวที่กำลังใกล้เข้ามาด้วย ​ ​
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD