บันทึกในอดีต

2184 Words
พระอาทิตย์ลับเหลี่ยมเขาไปนานแล้วเฉียวลู่และเด็กๆ ก็กลับเข้าไปในกระท่อมน้อยของตนอีกครั้ง เตียงเล็กๆ ที่ทำจากไม้ไผ่ปูด้วยฟูกเก่าๆ พอให้สามคนได้อาศัยนอน อากาศตอนกลางวันแม้จะเย็นสบายแต่เพราะหมู่บ้านอยู่ในหุบเขาทำให้ตอนกลางคืนนั้นหนาวมาก เฉียวลู่ตื่นขึ้นมากลางดึกเพราะรู้สึกหนาว นางดึงเด็กทั้งสองคนเข้ามาในอ้อมแขนเพื่อให้ไออุ่นแก่พวกเขา เฉียวลู่สัมผัสได้ถึงร่างเล็กที่เย็นเฉียบในอ้อมแขน นางได้แต่นึกสงสารพวกเขาจับใจถ้าอยู่ในยุคปัจจุบันนางจะไม่มีวันปล่อยให้เด็กสองคนนี้ต้องลำบากเช่นนี้แน่ เฉียวลู่นอนไม่หลับเพราะคิดถึงเรื่องมากมายที่ตนจะต้องทำในวันพรุ่งนี้ แต่แล้วนางก็รู้สึกได้ถึงแสงสว่างบางอย่างที่วาบขึ้นมาในห้อง เฉียวลู่มองไปที่มุมห้องที่มีกล่องไม้เก่าๆ ไม่ใหญ่มากวางอยู่ ถึงแม้กล่องไม้ใบนั้นจะยังปิดเอาไว้แต่แสงสว่างก็ยังสามารถลอดผ่านออกมาด้านนอกได้ เฉียวลู่มองกล่องใบนั้นอย่างระมัดระวัง จะมีอะไรที่น่าระทึกขวัญมากไปกว่าการที่ต้องตื่นมาแล้วมาอยู่ในยุคโบราณอีก เฉียวลู่ตัดสินใจลุกขึ้นไปเปิดกล่องใบนั้นดู เมื่อนางเปิดกล่องไม้เก่าใบนั้นออกด้านในกล่องใบนั้นที่มีแสงสว่างลอดออกมาคือหนังสือเก่าหนึ่งเล่มปกสีฟ้าที่เฉียวลู่รู้สึกคุ้นตาเป็นอย่างมาก เมื่อเปิดหนังสือเล่มนั้นออกดู มีตัวอักษรเฉียวลู่เขียนเอาไว้ นางแน่ใจแล้วว่าตนเองคิดไม่ผิดมันคือหนังสือเล่มนั้นนั่นเองที่นางซื้อมาจากคุณยายที่ตลาดขายของเก่า แสงสว่างยังคงกระจายออกมาจากหนังสือเล่มนั้น เฉียวลู่เปิดกระดาษหน้าถัดไปมีตัวหนังสือเขียนเอาไว้ด้วยลายมือที่สวยงามคล้ายกับว่าเป็นบันทึกของใครคนหนึ่งหรือบางที นี่อาจเป็นบันทึกของผู้หญิงคนนี้ก็เป็นได้ เฉียวลู่ถือหนังสือเล่มนั้นเดินออกมาจากห้องนอนเพราะกลัวว่าเด็กๆ จะตื่นขึ้นมาเห็นแล้วตกใจ ก่อนออกจากห้องนางได้เดินไปห่มผ้าให้เด็กทั้งสองคนอีกครั้งอย่างเบามือ เมื่อเฉียวลู่นั่งลงที่ห้องครัวก็ได้เริ่มอ่านบันทึกเล่มนั้นทันที ผ่านไปนานเท่าใดไม่สามารถรู้ได้แต่นางยังคงอึ้งกับเรื่องที่ตนได้รับรู้ผ่านทางบันทึกในหนังสือเล่มนั้น เฉียวลู่สามารถสรุปเรื่องราวในบันทึกได้ว่า เฉียวลู่บุตรสาวเพียงคนเดียวของเฉียวซาน บัณฑิตซิ่วไฉแห่งเมืองโยวโจวที่ตั้งอยู่ชายแดนแคว้นเซียว มารดาของเฉียวลู่ตายจากไปเพราะคลอดยากตั้งแต่ที่เฉียวลู่อายุเพียวสามขวบ จากนั้นสองพ่อลูกก็ใช้ชีวิตกันสองคนตลอดมา เฉียวซิ่วไฉรักบุตรสาวของเขามากถึงแม้จะยากจนแต่เขาก็ไม่เคยให้บุตรสาวต้องทำงานลำบากอะไรเลย สิ่งที่เฉียวลู่ทำได้มีเพียงร่ำเรียนเขียนอ่านอยู่ที่เรือนเท่านั้น เฉียวซานใช้ชีวิตโดยการสอนหนังสือในสำนักศึกษาเล็กๆ ต่อมาสองพ่อลูกได้ช่วยเหลือชายร่างใหญ่ที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสผู้หนึ่งเอาไว้ แต่แล้วเมื่อเขาฟื้นขึ้นมากลับไม่สามารถจำเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ได้ แม้กระทั่งชื่อของตนเองหรือเขาเป็นใครมาจากไหนเขาก็จำไม่ได้เลย บุรุษผู้นั้นหลังจากที่รักษาอาการบาดเจ็บของตนเองจนหายดีแต่กลับไม่รู้ว่าตนเองจะต้องไปที่ไหน อีกอย่างเพราะเรื่องที่เขาบาดเจ็บอาจเป็นเพราะกำลังถูกคนอื่นปองร้ายอยู่ ถ้าหากออกไปเดินข้างนอกโดยที่ไร้ความทรงจำเช่นนี้อาจถูกทำร้ายอีกครั้งก็ได้ เฉียวซานจึงอนุญาตให้เขาได้อาศัยอยู่ที่นั่นต่อและได้ตั้งชื่อให้บุรุษผู้นั้นว่าเยี่ยน เพียงคำเดียวแต่เฉียวลู่เป็นคนเติมคำว่าหมิงที่แปลว่าสดใสด้านหน้าชื่อเยี่ยนของเขาเพราะเขาดูพูดน้อยเย็นชาและทึมทื่อทำให้นางนึกอยากกลั่นแกล้งขึ้นมา เฉียวลู่นึกไม่ถึงว่าชื่อที่นางตั้งขึ้นมาล้อเลียนเขาจะกลายเป็นชื่อจริงๆ ของตัวเขาเอง ทั้งสามคนอาศัยอยู่ด้วยกันจนกระทั่งผ่านไปหนึ่งปีหมิงเยี่ยนก็ยังไม่สามารถฟื้นความทรงจำที่หายไปของตนเองกลับมาได้ และตอนนั้นเฉียวลู่ก็อายุสิบเจ็ดปีแล้วเฉียวซานเห็นว่าหมิงเยี่ยนถึงแม้จะเป็นคนพูดน้อยแต่ก็เอาการเอางานไม่เคยเกียจคร้านและยังดูเป็นสุภาพบุรุษ ถึงจะไม่รู้ที่มาที่ไปของเขาแต่เฉียวซานกลับรู้สึกไว้วางใจที่จะฝากบุตรสาวเพียงคนเดียวของเขาเอาไว้กับบุรุษลึกลับผู้นี้ เขาจึงได้ถามความสมัครใจของทั้งสองคน เฉียวลู่นั้นรู้สึกชอบพอหมิงเยี่ยนตั้งแต่ที่ได้พบเขาครั้งแรกแล้ว ถึงแม้ตอนนั้นเขาจะบาดเจ็บสาหัสแต่บุรุษร่างใหญ่ผู้นี้กลับมีใบหน้าที่หล่อเหล่าโดดเด่นแบบที่นางไม่เคยเห็นมาก่อน พูดได้ว่าทั้งโยวโจวไม่มีใครหน้าตาดีเท่าเขาอีกแล้ว ด้านหมิงเยี่ยนที่ได้สองพ่อลูกช่วยเหลือเอาไว้นั้นตอนนี้เขาก็ยังคงไร้ความทรงจำจึงไม่มีที่ไป ถึงแม้เขาจะไม่ได้รู้สึกรักใคร่ชอบพอต่อบุตรสาวของเฉียวซานแต่เพราะเป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตตนเองจึงมิได้ปฏิเสธ และคิดว่าแค่ดูแลสตรีเพียงคนเดียวไม่ใช่เรื่องใหญ่สำหรับเขานักถือว่าเขาได้ตอบแทนที่สองพ่อลูกช่วยชีวิตเขาเอาไว้ หลังจากที่เฉียวลู่และหมิงเยี่ยนแต่งงานกันไม่นานที่ชายแดนเมืองโยวโจวก็ได้เกิดสงครามขึ้น ชาวเมืองบางส่วนอพยพออกจากโยวโจวเพื่อหนีภัยสงครามครอบครัวเฉียวลู่ก็เช่นกัน ระหว่างทางได้เกิดการจลาจลขึ้นทำให้พวกเขาพลัดหลงกัน ผ่านไปสองเดือนสงครามระหว่างแคว้นเซียวและแคว้นฉียังคงระอุ สงครามที่โหมกระหน่ำระหว่างสองแคว้นสร้างความทุกข์ทรมานอย่างหนักให้กับประชาชนผู้บริสุทธิ์ ผู้คนมากมายต้องพลัดถิ่นฐานกลายเป็นผู้ลี้ภัย สภาพความเป็นอยู่ย่ำแย่ขาดแคลนทั้งอาหาร ยารักษาโรคและที่พักพิง ผู้คนจำนวนมากต้องอพยพหนีภัยสงคราม ไปยังพื้นที่ปลอดภัย เฉียวลู่และบิดาก็ได้เดินทางมาถึงหมู่บ้านมู่โฉว อำเภอเป่ยจิงอยู่ห่างจากเมืองหลวงแคว้นเซียวประมาณหนึ่งร้อยลี้ ที่นี่ดูสงบสุขต่างจากโยวโจวที่มีสงครามบ่อยครั้งเหมือนอยู่คนละแคว้น หลังจากนั้นเฉียวซานและเฉียวลู่ได้ตัดสินใจลงหลักปักฐานสร้างกระท่อมเล็กๆ ที่เชิงเขาห่างจากหมู่บ้านไม่ไกลและตอนนั้นเองเฉียวลู่ก็ได้พบว่าตนเองกำลังตั้งครรภ์ เพราะลำบากจากการเดินทางรอนแรมมานานทำให้เฉียวซานล้มป่วยลงจากนั้นไม่นานเฉียวซานก็ตายจากไปเฉียวลู่จึงต้องใช้ชีวิตอยู่คนเดียวที่กระท่อมน้อยหลังนี้ โชคดีที่ชาวบ้านหมู่บ้านมู่โฉวมีแต่คนดีพวกเขารู้สึกเวทนาในความอาภัพของเฉียวลู่ที่ต้องพลัดพรากจากสามีทั้งบิดายังพึ่งมาตายจากไปจึงช่วยเหลือนางในบางครั้งเท่าที่พวกเขาพอจะช่วยได้ เฉียวลู่ไม่เคยทำงานหนักไม่เคยทำไร่ทำนามีเพียงเขียนหนังสือเท่านั้นที่นางพอจะทำได้นางจึงหาเลี้ยงชีพโดยการคัดหนังสือไปส่งที่ร้านขายตำราในอำเภอเป่ยจิง จนกระทั่งเฉียวลู่ได้คลอดเด็กชายฝาแฝดออกมา และเรื่องราวในบันทึกยังเล่าอีกว่าเฉียวลู่ได้พบกับสามีของนางอีกครั้งโดยบังเอิญหลังจากที่สงครามสงบ แต่หมิงเยี่ยนกลับจำนางไม่ได้แต่หลังจากที่เขาเห็นเด็กชายฝาแฝดทั้งสองคนที่มีใบหน้าเหมือนกับเขาเมื่อตอนเด็ก เขาก็ได้ยอมรับและพาเฉียวลู่แม่ลูกกลับไปแคว้นฉีกับเขาด้วย เฉียวลู่ได้รู้หลังจากนั้นคือหมิงเยี่ยนคือชินอ๋องฉีหมิงเยี่ยนน้องชายคนเล็กของฮ่องเต้แห่งของแคว้นฉีที่ทำสงครามกับแคว้นเซียวก่อนหน้านี้ เฉียวลู่ได้เข้าไปอยู่ที่ตำหนักชินอ๋องอย่างไม่มีสถานะแต่บุตรชายทั้งสองของนางนั้นถูกมามาพาตัวไป โดยพวกเขาให้เหตุผลว่าเด็กชายทั้งสองเป็นทายาทของชินอ๋องจะต้องถูกเลี้ยงดูสั่งสอนโดยอาจารย์ที่เก่งกาจและมามาผู้รู้ขนบธรรมเนียมของราชวงศ์ ตั้งแต่นั้นมาเฉียวลู่ก็ไม่ได้พบบุตรชายของตนอีกเลย นางไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากเรือนหรือเดินไปที่ไหนนอกจากเรือนของนาง ถึงแม้ว่าเขาจะยังจำเรื่องราวทั้งหมดไม่ได้ก็ตาม แต่ฉีหมิงเยี่ยนได้ให้สาวใช้คอยดูแลนางหนึ่งคนเขาคิดว่านั่นถือเป็นความเมตตาจากเขาที่สุดแล้วเพราะนางได้คลอดบุตรชายให้เขาถึงสองคน บันทึกได้ถูกเขียนทุกวันสามีของนางได้แต่งพระชายาเอกเข้ามาและรับบุตรชายทั้งสองของนางเป็นบุตรของตน เฉียวลู่เมื่อได้ทราบเรื่องนางไม่ยินยอมจึงไปอาละวาดที่ตำหนักของฉีหมิงเยี่ยนและจากนั้นนางจึงถูกเขาขังเอาไว้ในห้องจนกระทั่งวาระสุดท้ายของชีวิตนาง “หากว่าข้าสามารถกลับมามีชีวิตได้อีกครั้งข้าจะไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับท่านอีกฉีหมิงเยี่ยน ข้าจะไม่ยอมให้ท่านพรากบุตรชายทั้งสองของข้าไป ข้าขอสาบาน” เฉียวลู่อ่านมาถึงหน้าสุดท้ายที่น่าจะเป็นบันทึกครั้งสุดท้ายของผู้หญิงคนนี้ที่มีชื่อเหมือนกับตน นางตรอมใจตายเพราะสิ่งที่สามีของนางกระทำกับนาง ถึงเขาจะจำนางไม่ได้แต่เขาทำอย่างนี้ได้ยังไงถ้าไม่ได้เฉียวลู่และบิดาของนางช่วยชีวิตเขาเอาไว้มีหรือเขาจะยังมีชีวิตรอดกลับมาเป็นชินอ๋องผู้ยิ่งใหญ่ได้อย่างตอนนี้ น่าสงสารจริงๆ ไม่คิดว่าจะต้องมาอายุสั้นและทิ้งเด็กชายสองคนเอาไว้แบบนี้ เฉียวลู่ยกมือขึ้นพนมและอธิษฐานขึ้นว่า “ขอให้ดวงวิญญาณของเจ้าไปสู่สุคติบุตรชายทั้งสองคนของเจ้าข้าจะดูแลให้เองเจ้าไม่ต้องเป็นห่วง ขอให้เจ้าได้อยู่กับท่านพ่อของเจ้าบนสวรรค์อย่างมีความสุข ส่วนเรื่องสามีของเจ้าข้าจะไม่ยินยอมให้เขามาพรากเด็กทั้งสองไปอย่างแน่นอนคนอย่างบุรุษเช่นเขาสมควรโดนทิ้งให้อยู่คนเดียวโดดเดี่ยวไร้ผู้สืบสกุล ถ้าเขาอยากมีลูกก็ให้เขาไปมีกับพระชายาของเขาเอาเองเถอะ เมื่อเจ้าได้อยู่กับบิดาของเจ้าแล้วดังนั้นข้าก็อยากให้เจ้าลืมเขาเช่นกันไม่ต้องไปคิดถึงบุรุษผู้นั้นอีก” เฉียวลู่พูดอย่างใส่อารมณ์เมื่อนึกถึงเรื่องของบุรุษที่ทำให้เจ้าของบันทึกต้องช้ำใจ และนางก็รู้สึกมีอารมณ์ร่วมคล้ายกับว่ามันเป็นเรื่องราวของนางเองเป็นนางเองที่สาบานเอาไว้ก่อนที่จะตาย หลังจากเฉียวลู่พูดจบกระดาษหน้าถัดไปที่ตอนแรกไม่มีอะไรเขียนอยู่ก็ถูกเปิดออกและบนนั้นได้มีข้อความเขียนเอาไว้ว่า คำแนะนำการสั่งซื้อสินค้า เฉียวลู่ถึงกับตกใจนี่คงไม่ใช่ที่นางคิดใช่หรือไม่ไอเท็มช่วยชีวิต “ขอบคุณสวรรค์” เฉียวลู่พึมพำเบาๆ นางแทบอยากจะกรีดร้องและกระโดดตัวลอยแต่ติดตรงที่ว่าตอนนี้ดึกมากแล้วถ้าหากนางตะโกนออกมา เด็กสองคนตกใจตื่นจะแย่เอาได้ เฉียวลู่ยกมือปิดปากแล้วกรี๊ดในใจดังๆ รอดแล้วเราจะไม่อดตายแล้ว!!!!! นางก้มลงอ่านข้อความบนกระดาษอีกครั้งดูเหมือนว่าจะมีเงื่อนไขบางอย่างที่ทำให้สามารถสั่งของจากในนี้ได้ แต่ว่านะนางไม่มีปากกาหรือพู่กันแล้วจะเขียนลงไปได้ยังไง เฉียวลู่กลับไปที่กล่องไม้ใบนั้นอีกครั้งด้านในมีแทนฝนหมึกและพู่กันอยู่ เฉียวลู่รู้สึกตื่นเต้นมากแต่ก็ยั้งใจเอาไว้รอให้ถึงพรุ่งนี้เช้าค่อยทดลองดูว่าจะสั่งของได้จริงหรือไม่ เฉียวลู่วางหนังสือเล่มนั้นกลับลงไปในกล่องไม้อีกครั้งอย่างทะนุถนอม นางกลับขึ้นไปนอนบนเตียงกอดเด็กชายทั้งสองเอาไว้ในอ้อมแขนและหลับไปด้วยใจที่เป็นสุข
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD