หมูป่า

1981 Words
เฉียวลู่พาเด็กๆ เดินแยกออกมาอีกทางที่ไม่มีร่องรอยของชาวบ้านผ่านเข้ามา นางตัดกิ่งไม้และเหลาปลายให้แหลมให้อวี้หลงกับอวี้ชิงถือเอาไว้ และสั่งให้เด็กทั้งสองเดินอยู่ข้างหลังนางห้ามห่างเกินสองก้าวอวี้หลงกับอวี้ชิงพยักหน้าทำตามแต่โดยดี “เอาล่ะเด็กๆ จากนี้ไปจะเป็นป่าทึบห้ามห่างจากแม่เป็นอันขาดเข้าใจหรือไม่” อวี้หลงและอวี้ชิงพยักหน้าขึ้นลงพร้อมกัน เฉียวลู่เดินนำหน้าสายตาสอดส่ายมองหาอะไรบางอย่างที่สามารถกินได้และไม่เป็นพิษต่อร่างกายน้อยๆ ของพวกเขาทั้งสาม เดินหาอยู่นานเฉียวลู่เก็บได้เพียงเห็ดหอมกับเห็ดหูหนูมาเล็กน้อยเท่านั้น มีเห็ดเพียงไม่กี่ชนิดที่นางรู้จักและพวกมันล้วนเป็นเห็ดที่นางเคยกินที่ร้านอาหารทั้งนั้น ต้องขอบคุณความช่างสังเกตของนางที่ไม่ก้มหน้าก้มตากินเข้าไปอย่างเดียว และยังมีบางชนิดที่นางจำมาจากหนังสือที่ที่นางเคยอ่านมานิดหน่อย โชคดีที่ความจำของนางยังดีอยู่ไม่อย่างนั้นได้พาเด็กๆ กินเห็ดพิษเข้าไป คงได้เดือดร้อนกันทั้งหมดแน่ ผ่านไปนานพวกเขายังเดินวนอยู่ใกล้ๆ ที่เดิมเฉียวลู่ไม่กล้าพาเด็กทั้งสองเดินเข้าไปในป่าที่ลึกเกินไปยังคงเดินวนเวียนอยู่บริเวณตีนเขา เพราะนางกลัวว่าหากเจอกับสัตว์ป่าทั้งสามคนคงไม่รอดกลับไปแน่และเรื่องที่เฉียวลู่กลัวก็เป็นความจริง ห่างออกไปราวหนึ่งร้อยเมตร เฉียวลู่ได้ยินเสียงของอะไรบางอย่างคล้ายกำลังขุดดินเสียงฟืดฟาดของมันดังขึ้นเรื่อยๆ นางจึงเงยหน้าขึ้นมอง ภาพที่เห็นทำเอาเฉียวลู่ถึงกับยืนตัวแข็ง เจ้าหมูป่าตัวมหึมากำลังขุดดินหารากไม้กินโดยที่ไม่ได้สนใจสิ่งรอบข้าง ทำไมก่อนหน้านี้นางไม่เห็นมันนะทั้งๆ ที่มันก็อยู่ไม่ไกลจากพวกเขาเลย ดูขนาดตัวที่ใหญ่โตมหึมานั่นอีก โธ่!!!เฉียวลู่คนโง่วันนี้จะต้องเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่อย่างนั้นหรือ แต่โชคยังเป็นของนางและลูกๆ ที่ไม่ทำเสียงดังเอะอะเกินไปมันจึงยังไม่รู้ตัวว่ามีมนุษย์ตัวกระจ้อยร่อยสามคนกำลังหาทางหนีจากคมเขี้ยวของมัน เฉียวลู่หันมาทางเด็กทั้งสองแล้วทำสัญญาณมือให้พวกเขาเงียบเอาไว้และค่อยๆ ถอยออกไปจากตรงนี้ แต่โชคมักไม่เข้าข้างคนดวงซวยเมื่อเฉียวลู่เดินถอยออกมาโดยที่สายตาของนางยังคงจ้องไปที่เจ้ายักษ์ตัวอ้วนเขี้ยวเหลืองอ๋อย เสียงกร๊อบ!!!ก็ดังขึ้นเบาๆ เฉียวลู่เดินเหยียบกิ่งไม่แห้งที่ตกอยู่ที่พื้น ถึงเสียงจะไม่ดังมากแต่เพราะในป่านั้นค่อนข้างเงียบสงบทำให้เสียงกิ่งไม้หักเสียงดังกว่าปกติ และเจ้าหมูป่าก็ได้ยินเสียงนั้นเช่นกันมันเงยหน้าขึ้นมองมาทางเฉียวลู่และเด็กๆ เจ้าหมูป่าพ่นลมหายใจฟืดฟาดออกมาเสียงดัง ท่าทางของมันดูหงุดหงิดที่ถูกรบกวนอารมณ์สุนทรีย์ในการกินรากไม้ มันบ่ายหน้ามาทางคนทั้งสามที่กำลังยืนตัวแข็งอย่างทำอะไรไม่ถูก เจ้าหมูป่าหมุนตัวพุ่งทะยานมาที่เฉียวลู่และเด็กทั้งสองยืนอยู่ทันที “ไม่นะ!!!” ในช่วงระหว่างความเป็นความตายที่กำลังมาเยือน สิ่งแรกที่เฉียวลู่นึกถึงคือความปลอดภัยของอวี้หลงกับอวี้ชิงเท่านั้น นางไม่นึกถึงความปลอดภัยของตนเองเลยสักวินาทีเดียว สัญชาตญาณความเป็นแม่ของเฉียวลู่ทำงานทันที นางใช้ร่างกันเด็กทั้งสองเอาไว้ด้านหลังในมือกำมีดตัดฟืนเล่มใหญ่ไว้แน่น ในใจคิดว่าวันนี้คงจะเป็นวันสุดท้ายที่นางจะได้อยู่กับพวกเขาแล้ว และรู้สึกเสียดายที่ยังไม่สามารถเลี้ยงดูพวกเขาให้มีชีวิตที่ดีอย่างที่นางตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่แรก ในระหว่างที่เจ้าหมูป่ากำลังพุ่งเข้าชนนาง เฉียวลู่มองไปที่เจ้ายักษ์ด้วยสายตาที่เด็ดเดี่ยว นางใช้แรงทั้งหมดที่มีฟันไปที่หมูป่าเสียงฉัวะ!!! ดังขึ้นสนั่น เลือดของเจ้าหมูป่าสาดกระเซ็นไปทั่วร่างของเฉียวลู่ ส่วนหัวและตัวของมันขาดกระเด็นออกจากกัน เฉียวลู่ไม่รู้สึกตกใจกับภาพที่เห็นเลยนางรีบหันกลับมาหาเด็กทั้งสองคนที่ยืนแอบอยู่ด้านหลังรีบใช้มือปิดตาของเขาทั้งสองคนเอาไว้ “อวี้หลงอวี้ชิง ห้ามดูนะ” นางดันเด็กๆ ให้ออกห่างจากศพของเจ้ายักษ์ที่นอนตายอย่างอนาถในสภาพไร้หัว มันคงจะสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นเสี้ยววินาทีที่มันกำลังเข้าปะทะร่างเล็กของเฉียวลู่ นางเบี่ยงตัวหลบเล็กน้อยแล้วใช้แรงที่มีทั้งหมดฟันลงไป ตอนนั้นเฉียวลู่ไม่รู้สึกถึงการฟันเท่าใดนักมันเหมือนการใช้มีดหั่นเต้าหู้ มันง่ายดายจนนางเองก็ไม่อยากจะเชื่อเหมือนกัน เมื่อเดินห่างออกมาจนนางคิดว่าเด็กๆ ไม่สามารถมองเห็นร่างไร้หัวของเจ้าหมูป่าแล้วเฉียวลู่ถึงได้รู้สึกว่าร่างกายของตนเองนั้นมีแต่เลือดของมันเปรอะเปื้อนไปหมด เฉียวลู่เกิดความรู้สึกขยะแขยงขึ้นมาทันทีแต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่นางจะต้องมาทำความสะอาด “พวกลูกรอแม่อยู่ที่นี่สักครู่หนึ่งนะจ๊ะ แม่จะไปดูเจ้าหมูป่าตัวนั้น บางทีเราอาจจะเอามันกลับบ้านได้ดูเหมือนว่าคืนนี้เด็กๆ ของแม่กำลังจะมีเนื้อกินแล้ว” เด็กชายทั้งสองคนพยักหน้ารับอย่างว่าง่าย เฉียวลู่ให้เด็กๆ นั่งรอใต้ตนไม้ใหญ่ที่นางสามารถมองเห็นได้ถนัด ถึงเจ้าหมูป่าจะถูกจัดการไปแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะไม่มีตัวอะไรโผล่มาอีก เฉียวลู่ตัดไม้ที่ลำขนาดเท่าสองแขนที่ผอมแห้งของนาง นำเถาวัลย์มามัดใช้เป็นลากเลื่อนนางยกหมูหัวขาดตัวนั้นวางบนลากเลื่อนได้อย่างสบายๆ เฉียวลู่แอบตกใจในพละกำลังของตนเองอยู่เหมือนกันแต่สิ่งสำคัญในตอนนี้คือพวกเขาต้องไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด ก่อนที่จะมีสัตว์ร้ายตัวอื่นได้กลิ่นคาวเลือดแล้วตามมา เฉียวลู่ไม่มั่นใจว่าตนจะสามารถเอาชนะมันได้เหมือนกับที่นางทำกับเจ้าหมูป่าตัวนี้ ตอนนี้เฉียวลู่ยังไม่รู้ว่าร่างกายของนางนั้นมีพละกำลังมหาศาลแค่ไหน ที่นางสามารถเอาชนะหมูป่าตัวนี้ได้นางคิดว่าอาจเป็นเพราะความตกใจบวกกับโชคของนางเท่านั้น “เด็กๆ เรากลับบ้านกันเถอะ” เฉียวลู่ลากเลื่อนบรรทุกหมูป่ามาที่อวี้หลงและอวี้ชิงที่นั่งรอนางอยู่ใต้ต้นไม่ใหญ่ เฉียวลู่ใช้ใบไม้พรางร่างกายอันใหญ่โตของเจ้าหมูป่าหัวขาดเอาไว้ นางเกรงว่าถ้าเด็กสองคนนี้เห็นแล้วอาจจะร้องไห้ตกใจกลัวลำบากนางที่ต้องปลอบให้พวกเขาหยุดอีก นางไม่ถนัดเรื่องนี้เท่าใดนัก เฉียวลู่ลากเจ้าหมูป่ากลับไปที่กระท่อมเนินเขาของนาง หลังจากวางเจ้าหมูยักษ์ลงบนพื้นด้านหลังกระท่อม เฉียวลู่พาเด็กทั้งสองอาบน้ำชำระกายจนสะอาดน่าเสียดายที่นางไม่สามารถสั่งครีมอาบน้ำหรือสบู่ได้ในตอนนี้ ถึงแม้จะอาบน้ำไปแล้วสองรอบแต่เฉียวลู่ยังคงรู้สึกถึงกลิ่นคาวของเลือดเจ้าหมูป่าตัวนั้นอยู่ดี สามคนแม่ลูกอาบน้ำแต่งตัวเรียบร้อยจึงออกมาดูเจ้าหมูป่าโชคร้ายอีกครั้ง เฉียวลู่หันไปมองเด็กสองคนที่เดินตามนางไม่ห่าง “อวี้หลงอวี้ชิงพวกลูกรู้จักคนที่สามารถชำแหละหมูป่าตัวนี้ไหม คนที่สนิทกับครอบครัวของเรา” เฉียวลู่คิดว่าเรื่องนี้จะทำกระโตกกระตากมากไม่ได้ แต่นางชำแหละเนื้อสัตว์ไม่เป็นคงต้องยอมหาคนมาทำแทนแล้วค่อยแบ่งเนื้อหมูป่าให้เขาเป็นค่าตอบแทน แล้วเด็กทั้งสองก็ไม่ทำให้นางผิดหวัง หลังจากที่วิ่งหายไปไม่นานอวี้หลงกับอวี้ชิงก็กลับมาพร้อมหญิงชราอายุราวห้าสิบกว่าปีและชายวัยกลางคนอายุราวสามสิบปลายๆ และสตรีอีกคนที่ดูเหมือนจะเป็นภรรยาของเขา เฉียวลู่คาดเดาในใจ “อาลู่ เด็กๆ วิ่งไปตามพวกข้าที่บ้านเกิดอะไรขึ้นกับเจ้าอีกหรือ ไม่ใช่ว่าร่างกายเจ้าหายดีแล้วหรือข้าได้ยินท่านหมอชางพูดเมื่อวาน” เฉียวลู่ยิ้มแห้งๆ ให้ญิงชราที่ท่าทางเป็นห่วงนางมากพูดให้ถูกคือห่วงเฉียวลู่คนเก่า นางจำไม่ได้ว่าหญิงชราผู้นี้เป็นใครท่านเทพนะท่านเทพ ให้นางมาอยู่ที่นี่ก็ไม่ยอมให้ความทรงจำนางมาด้วยเฉียวลู่นึกตำหนิในใจ นางไม่ปล่อยให้คนทั้งสามสงสัยอยู่นานเฉียวลู่พาหญิงชราเดินมาที่ด้านหลังกระท่อมของตน “ท่านยายท่านดูนี่สิเจ้าคะที่ข้าให้เด็กๆ ไปตามท่านมาก็เพราะข้าไม่สามารถจัดการเรื่องนี้ได้ด้วยตนเอง” เฉียวลู่หยุดยืนอยู่ข้างหมูป่าหัวขาด คนทั้งสามที่มาใหม่ถึงกับตกตะลึงในสิ่งที่เห็น พวกเขาไม่เคยเห็นหมูป่าตัวใหญ่โตขนาดนี้มาก่อนถึงแม้หัวของมันจะไม่มีแล้วก็เถอะ ทั้งสามยืนตะลึงอยู่นานกว่าจะหาเสียงของตนเจอ “เจ้าเด็กคนนี้เจ้าขึ้นเขาอีกแล้วหรือ เรื่องอุบัติเหตุครั้งก่อนก็ทีหนึ่งแล้ว ข้าก็เคยเตือนเจ้าไปแล้วว่าที่ภูเขานั้นอันตรายเหตุใดเจ้าถึงไม่ฟัง อาหารไม่พอเจ้าก็แค่บอกอวี้หลงกับอวี้ชิงให้มาบอกข้า แค่แบ่งกันกินจะเท่าไหร่กันเชียว” เฉียวลู่เข้าใจว่าที่หญิงชราดุนางเช่นนั้นเพราะเป็นห่วงและนางพูดออกมาจากใจของนางจริงๆ ดูเหมือนพวกเขาจะห่วงเฉียวลู่คนก่อนและลูกๆ อยู่ไม่น้อยทีเดียว น่าเสียดายที่เฉียวลู่คนนี้ไม่มีความทรงจำเกี่ยวกับพวกเขาเลย “ท่านยายท่านจะให้ข้ากับเด็กๆ เอาแต่รบกวนท่านเช่นนี้ไปตลอดได้อย่างไร ถ้าหากไม่พึ่งตนเองต่อไปภายภาคหน้าพวกข้าคงกลายเป็นตัวภาระของพวกท่านแล้ว” สิ่งที่เฉียวลู่พูดนั้นล้วนออกมาจากใจของนาง แม้ว่าเรื่องนี้จะเป็นความจริงแต่เฉียวลู่ก็ยังรู้สึกของคุณพวกเขาที่เอาใจใส่นางและลูกๆ ขนาดนี้ หญิงชรามองค้อนเฉียวลู่ “เจ้ายังจะพูดเช่นนี้อยู่อีกหรือ เจ้าก็รู้ว่าอาหย่งกับอาหงมองเจ้าเป็นเหมือนบุตรสาวของพวกเขา และเด็กทั้งสองคนก็เหมือนกับหลานแท้ๆ ของข้ายังมีเรื่องใดที่เจ้าต้องเกรงใจพวกเราอีก” เฉียวลู่มองคนทั้งสามอย่างซึ้งใจ แต่นางได้ตัดสินใจแล้วว่านางจะต้องพึ่งพาตนเองให้ได้ อาจมีบางอย่างที่นางไม่สามารถทำได้ด้วยตนเองถึงเวลานั้นนางค่อยขอความช่วยเหลือจากพวกเขาก็ยังไม่สาย “ขอบคุณพวกท่านที่เมตตาข้าและลูกๆ เจ้าค่ะ” เฉียวลู่ส่งยิ้มด้วยความจริงใจให้หญิงชรา
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD