ตอนที่ 6 เมาแล้วเรื้อน

1534 Words
“ในเมื่อสุดหล่อของพี่ไม่สนใจ งั้นพี่ไม่รบกวนแล้วค่ะ” ฉันหันไปยิ้มให้ เด็กหนุ่มหน้าหล่อแต่ไม่รับแขกที่ชื่อคอปเปอร์นั่น ก่อนจะเดินผ่านไปทักทายกลุ่มเพื่อนของเขาที่เห็นฉันแต่ไกล “ว่าไงหนุ่ม ๆ วันนี้มาเที่ยวคลับนี้เหมือนกันเหรอคะ” ฉันโบกมือทักราวกับสนิทสนม พวกเขายิ้มยกจ้องกันไม่วางตาทั้งกลุ่ม “เป็นเพราะพี่สาวคนสวยชวนมากพวกผมก็เลยตามมาครับ แต่ว่านะ...เพราะพี่คิดว่าคลับนี้มันเข้ายากรึเปล่า ถึงได้กล้าชวนพวกผมมา เพราะคิดว่าพวกผมคงเข้ามาไม่ได้อยู่แล้ว” “บ้า...พี่ก็มาที่นี่เป็นครั้งแรกค่ะ ตอนเดินเข้ามาก็แอบตกใจเหมือนกันว่าที่นี่การจะเข้ายุ่งยากมาก ๆ แต่ว่าน้อง ๆ ก็เข้ามาเที่ยวได้นี่คะ” “โน้นไงครับ...ถ้าไม่ได้ไอ้คอปเปอร์มันพวกผมก็เข้าไม่ได้หรอก” ฉันเอียงคอไปมองเด็กหนุ่มที่ชื่อคอปเปอร์นั่นแต่ก็หันกลับมามองกลุ่ม ๆ เพื่อนเขาตามเดิม “ว่าแต่นั่งกันไหนคะเนี่ย สะดวกให้พี่สาวคนนี้นั่งร่วมวงได้รึเปล่า เดี๋ยวพี่เลี้ยงเองค่ะ...” “เกรงใจพี่สาวคนสวยมากครับ พวกผมมากันตั้งหกคน” “แค่หกคนเอง...ไม่ทำกระเป๋าพี่แห้งหรอกค่ะ โน้นกลุ่มเพื่อนพี่เองมากันสิบกว่าคนพี่ยังเลี้ยงไหว” “พี่สาวพูดขนาดนี้ งั้นพวกผมไม่เกรงใจแล้วนะครับ” หนึ่งในเด็กหนุ่มวิศวะยกยิ้กหวานหยดให้ฉัน พานทำให้หัวใจพองโต เฮ้อ...นี่ถ้าเป็นคนที่ชื่อคอปเปอร์ยิ้มให้บางคงฟินตาย “เอาล่ะโต๊ะไหนคะ” “ทางโน้นครับ” กลุ่มเด็กหนุ่ม ชี้ไป และฉันทำทีจะเดินตามพวกเขา ทว่า...เสียงเรียกสุดแมนของอิตั้น ก็ดังตามหลังมา “เฮ้ย...จะไปไหนล่ะครับ...นีนี่” “หืม...”ฉันถึงกับเบิกตาโตมองไปที่อิเพื่อนเก้งตัวแสบ มันเดินเข้ามาคล้องคอกัน ก่อนจะหอมแก้มฉันไปหนึ่งที เรียกได้ว่าอึ้งกิมกี่กันทุกคน... “ทำอะไรของมึงเนี่ยอิตั้น” “พูดอะไรแบบนั้นครับ เราแฟนกันไม่ใช่รึไง” “เดี๋ยวสิ...ไม่ใช่แบบนั้นนะ คือว่าน้อง ๆ สุดหล่อเหลานี้ฉันรู้จัก” “รู้จัก? เมื่อไหร่” อิตั้นจ้องเขม็งถามฉันมา “มะ...เมื่อตอนกลางวัน” “งั้นไม่ให้ไป” อิตั้นยิ้มเย็นเยือกใส่ฉันก่อนจะหันไปยิ้มให้กลุ่มเพื่อนน้องคอปเปอร์สุดหล่อ “ขอโทษทีนะครับยังไงก็ของตัวพาเธอกลับโต๊ะพวกเราก่อน” หลังจากมันพูดกับน้อง ๆ เสร็จมันก็หันมาลากฉันออกจากลานฟลอร์ทันที สีหน้าฉันแทบอยากร้องไห้ ฉันพยายามทำหน้าเหยเกมองหนุ่ม ๆ แต่ทุกคนก็ได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ โดยเฉพาะเด็กที่ชื่อคอปเปอร์นั่นถึงกับกอดอกมองฉันตาเขม็ง ตอนนี้ภาลักษณ์ของฉันต่อหน้าเด็กหล่อนั่นพังยับไม่มีชิ้นดีแล้วล่ะ ทำไมมันต้องมาขัดจังหวะพอดิบพอดีอะไรขนาดนี้ ปกติอิตั้นมันต้องระริกระรี้อยากลากฉันไปอยู่กลางดงเด็กหนุ่มหล่อ ๆ ไม่ใช่รึไงกัน ฉันถูกลากมาจนถึงโต๊ะวีไอพีของตัวเอง “มันเจ็บนะอิตั้น ลากกูออกมาทำไม กูกำลังตกเด็กได้อยู่แล้วเชียว” ฉันยืนเท้าสะเอวมองหน้ามันก่อนจะหย่อนตัวลงนั่งข้าง ๆ ยัยมิ้มพลางกระดกเหล่าลงคอหมดแก้ว “สภาพมึงแต่งตัวล่อแหลมขนาดนั้น กับเด็กหนุ่มหุ่นกำยำหกคน กูไม่อยากได้ข่าวหัวหน้ากูโดนรุมโทรมค่า~~~ ถึงจะหล่อจริง ๆ ก็เถอะ” “หกรุมหนึ่งเหรอ ไม่เห็นจะน่ากลัวเลย” ฉันที่เริ่มกรึ่ม ๆ ก็เริ่มพูดอะไรไม่คิด แถมตอนนี้เมาแทบหัวล้มพับต้องกุมขมับพิงหลังกับพนักโซฟา และเริ่มฟังเพื่อนฝูงคุยกันไม่รู้เรื่อง “เมาแล้วเรื้อนจริง ๆ หัวหน้ากู อิมิ้ม วันไหนที่มึงพามันไปแดกเหล้าช่วยดูมันดี ๆ หน่อยแล้วกัน เรื้อนจนตกผู้ชายเป็นฝูงได้เลย” “ว่าแต่นีนี่ไปเต๊าะเด็กเหรอ” “เออ...หกคนแนะ แต่เห็นมันพูดว่ารู้จักเมื่อตอนกลางวัน” “หรือว่าจะเป็นเด็กวิศวะเมื่อตอนกลางวันที่หัวหน้าเราไปอ่อยไว้ ไม่คิดว่าจะตามมาจริง ๆ แหะ” มิ้มพูด “สรุปเรื่องจริง?” ตั้นเลิกคิ้ว “ใช่เรื่องจริง” มิ้มพยักหน้าหงึก ๆ เป็นคนตอบ “เหมือนมีเด็กที่หัวหน้าชอบอยู่น่ะ แต่เด็กนั่นเหมือนไม่ชอบหัวหน้า” “บ้านา...” ตั้นตบเข้ากับไหล่ของมิ้ม “แต่ฉันรู้สึกมีคนหนึ่งที่เอาแต่จ้องอินีนี่นะเว้ย” ตั้นพูดอย่างออกรส “จริงเหรอ แล้วคนไหน” “ชักจำหน้าไม่ได้แล้วดิวะ หล่อทุกคน” “เออ...เข้าใจได้แก๊งค์น้อง ๆ วิศวะหล่อทุกคนจริง ๆ แล้ว” ฉันนั่งฟังจับใจความพวกเพื่อนร่วมงานได้บ้างไม่ได้บ้าง จากนั้นเหมือนบทสนทนาจะจบลง เพราะฉันเองก็ภาพตัดไปเหมือนกัน “เน่...ตื่นได้แล้วค่ะ คุณเพื่อน จะมาหลับคาโต๊ะเหล้าแบบนี้ไม่ได้นะ” เสียงของยัยมิ้มทำให้ฉันเริ่มได้สติ เอาจริงเริ่มสางเมามาได้สักห้าเปอร์เซ็นต์นะ แต่อาการปวดหัวสิรุนแรงชะมัด “แล้วทำไมเหลือกันแค่นี้อ่ะ” “กลับกันแล้วพรุ่งนี้พวกมันมีทำงานต่อกันไงที่เหลืออยู่ก็มีแค่ฉันกับแก แล้วก็อิตั้นที่ได้หยุดวันพรุ่งนี้” “เช็คบิลรึยัง” ฉันกุมขมับหันไปถาม มิ้มกับตั้น “ยัง...” มิ้มตอบ “ให้กูไปจ่ายให้ไหมล่ะ พอดีกูต้องรีบกลับแล้ว” “รีบกลับทำไมล่ะ” มิ้มเป็นคนถาม “แฟนกูมาที่ห้องแล้วเปิดห้องไม่ได้วะ” “มึงเลิกกันแล้วไม่ใช่เหรอ” มิ้มถาม ส่วนฉันก็เลิกคิ้วสงสัย “คืนดีกันเมื่อกี้ เขาทักกูมาขอโทษอ่ะดิ” “แล้วมึงก็ใจอ่อนยอมคืนดี” “ใช่ ก็กูรักเขานี่วะ” “เฮ้อ...” “เฮ้อ...” แน่นอนว่าฉันกับมิ้มถอนหายใจพร้อม ๆ กัน “พวกมึงไม่ใช่กู พวกมึงไม่รู้หรอก” คนอย่างมันที่ด่าผัวให้ฟังจนหูแฉะมีน่ามาพูดคำพวกนี้อยากจะบ้าตาย “งั้นให้อิตั้นไปจ่ายให้แล้วกัน” มิ้มพูดพลางแบมือมาที่ฉัน นี่ก็อีกคนทำให้ฉันปวดหัวตลอด ฉันควักเงินสดออกมาสามหมื่น “อ่ะนี่ เหลือเท่าไหร่ก็เก็บไว้กองกลางของแผนก แนบใบเสร็จมาให้ฉันย้อนหลังด้วยเข้าใจไหม อิตั้น” “รับทราบครับ หัวหน้า...” แน่นอนว่าพอเป็นเรื่องเงินๆ ทอง ๆ ฉันก็จะเคร่งขึ้นมาทันทีแม้จะอยู่ในสภาพไหนก็ตาม “เหลือแค่เราสองคนแล้วดิ...” ฉันหันหน้าเมา ๆ ไปมองเพื่อนที่นั่งกุมขมับข้าง ๆ “เป็นอะไร...” “แฟนฉันมาดักที่หน้าคลับแล้วเพื่อนรัก...” “งั้นฉันไม่กลับกับแกนะ” “ทำไมละ แกสภาพเมาแบบนี้ ฉันจะทิ้งแกไว้ได้ไง นีนี่ แฟนฉันไม่ใช่แฟนเก่าแกซะหน่อย หลอนเกินไปแล้ว” “แต่ยังไงแฟนแกมันก็เพื่อนแฟนเก่าฉัน ฉันเห็นหน้าแล้วพานหงุดหงิด ยิ่งมารู้ตอนหลังว่าฉันโดนไอ้เวรนั่นสวมเขาเกือบที่คบ ๆ กันฉันก็มองหน้าแม้คนรู้จักของมันไม่ได้ ฉันไม่ได้เกลียดแฟนแก่นะมิ้มอย่าเข้าใจผิด ฉันแค่มองหน้าไม่ติดเพราะมันพานให้นึกถึงไอ้เวรนั่นเท่านั้น” ฉันรู้สึกหงุดหงิดที่หัวสมองดันนึกถึงแต่เรื่องเวร ๆ นั่นจริง ๆ “แต่นี่มันปีกว่าแล้วรึเปล่า” “จะกี่สิบปีฉันก็ไม่มีทางลืม...” “แล้วฉันจะทำไงดีเนี่ย” “เอางี้ ในเมื่อแฟนแกมารอแล้วก็กลับกับเขา อย่าให้เรื่องฉันมาเป็นปัญญา เดี๋ยวฉันเรียกรถเลดี้คาร์เอง เป็นไงสบายใจไหม” “แกต้องกลับเลดี้คาร์อย่างเดียวด้วยนะ” “ค่ะเพื่อน...” “กลับถึงคอนโดต้องส่งข้อความมาบอกด้วย” “รับทราบยะ” “แล้วก็....” ยัยมิ้มจะเป็นห่วงกันเกินไปแล้วนะ “เอานา...รีบไปเถอะอย่าให้แฟนแกรอนาน เดี๋ยวแฟนแกพานมาไม่ชอบฉันอีก” ฉันลุกขึ้นรีบดันหลังเพื่อน “แล้วแกล่ะ ไม่ออกไปยืนรอรถรึไง ฉันรอให้แกได้รถก่อนค่อยกลับดีกว่า” “ไม่ต้อง...ฉันไม่ใช่เด็ก ๆ แล้วนะมิ้ม อายุ 30 ปีถ้วนแล้วย่ะ และนี่...ฉันเรียกรถไว้แล้วดู...อีกไม่นานรถก็มาถึงแล้ว แถมฉันปวดเข้าห้องน้ำด้วย เดี๋ยวไปเข้าห้องน้ำก่อน” “เอางั้นก็ได้ ทำตามที่ฉันพูดด้วยแล้วกัน ไม่งั้นฉันด่าแกหูเช็ดแน่ ถึงจะเป็นหัวหน้าฉันก็เถอะ” “ได้เลย...ถ้าฉันลืม ฉันยอมให้แกด่าเลยหนึ่งวันเต็ม ๆ” “งั้นฉันไปนะ อย่าลืมส่งข้อความบอกมาละว่ากลับถึงคอนโดแล้ว” “เออ...ไปได้แล้วไป๊!!!”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD