ตอนที่ 7 สภาวะนิ่งงัน

1254 Words
ตอนที่ 7 สภาวะนิ่งงัน พอทุกคนกลับหมดเหลือเพียงฉันบนโต๊ะ แถมคลับก็คนเบาบางไปมาก จากเพลงอีดีเอ็มตึง ๆ ก็เปลี่ยนเป็นเพลงทำนองช้า ๆ ทำเอาสมองที่หายฟุ้ง กลับมาฟุ้งอีกครั้ง เพราะเพื่อนของแฟนเก่าดันทำให้คิดถึงเรื่องแย่ ๆ ฉันคว้าเหล้าที่เหลือบนโต๊ะมากระดกลงคอเพียว ๆ ให้หมด ไม่ใช่เพราะเสียดาย แต่เพราะมันหงุดหงิดมาก ๆ สิ่งที่จะทำให้ไม่นึกถึงมันได้ก็มีแต่ตอนเมานี่แหละ “ปวดฉี่ชะมัด กว่าเลดี้คาร์จะมาคงอีกสัก ไปเข้าห้องน้ำก่อนแล้วกัน” ฉันเอื้อมไปหยิบกระเป๋า ลุกขึ้นเดินเซไปเซมาไปยังห้องน้ำ จนคนเดินผ่านแทบจะเข้ามาช่วยประคองแต่ฉันยกมือห้ามไว้ก่อน เพราะไม่อยากให้ใครมาล่วงเกิน เห็นฉันแต่งตัวแซ่บแทบจะโป๊แบบนี้ แต่ก็รักนวลสงวนตัวสุด ๆ นะจะบอกให้ เอาจริงกว่าจะทำธุระในห้องน้ำเสร็จก็เรียกได้ว่าทุลักทุเลสุด ๆ ฉันแบกร่างกายที่หนักอึ้งที่ออกมายังหน้าคลับ นั่งลงที่เก้าอี้ม้านั่งยาว ก้มหน้าลงรอรถ...แต่ว่าตอนนี้เวียนหัวชะมัดชักลุกไม่ขึ้นแล้วสิ เสียงเหล่านักท่องราตรีเริ่มทยอยกลับ ส่วนฉันรถเลดี้คาร์ก็ยังไม่มาสักที พอกลับไปดูที่แอปรถที่เรียกกลับหายไปจากระบบ “อะไรเนี่ย ฉันจำได้ว่าฉันเรียกไปแล้วจริง ๆ นะ ทำไมมันถึงยังขึ้นว่าค้นหารถอยู่ล่ะ...ปวดหัวจะแย่อยู่แล้ว อยากนอนขดซุกตัวในผ้าห่มจัง” ฉันเริ่มเพ้อพูดบ่นอยู่คนเดียว กระทั่ง...ได้ยินเสียงกลุ่มของเด็กวิศวะที่คุ้นหูดี “นั่นมันพี่สาวคนสวยนี่น่า...เห็นว่าไม่ตามมาที่โต๊ะเรา ดูเหมือนจะโดนคุมแทนสินะ แล้วทำไมเธอมานั่งตรงนั้นคนเดียว” ใครพูดไม่รู้แต่ที่แน่ ๆ ต้องเป็นหนึ่งในน้องวิศวะนั่นแหละ “ปล่อยให้นั่งในชุดแบบนั้นคนเดียวจะดีเหรอวะ” “นั่นสิ...งั้นกูอาสาไปส่งพี่เขาให้ พวกมึงกลับก่อนเลย” “ไอ้เวร!!! หวังเคลมคนเดียวสิไม่ว่า กูดีกว่า...เพราะกูเป็นคนดีที่สุด” “มึงมันเลวที่สุดในกลุ่มต่างหากเว้ย!!!” เสียงเพื่อนโห่ร้องลั่น นี่เรื่องของฉันมันสามารถเอามาตั้งวงพูดกันว่าใครจะพาฉันกลับขนาดนั้นเลยรึไงกัน เด็กยังไงก็ยังเด็กวันยังค่ำล่ะนะ “กูเอง เดี๋ยวกูไปส่งยัยป้านั่นให้...” “...” ทุกคนเงียบกริบไม่มีใครพูดต่อล้อเถียงสักคน เอาจริงนะ ต่อให้ฉันได้ยินแค่เสียงและไม่เงยหน้าไปมอง ก็รู้ได้เลยว่าใครเป็นคนพูด ก็เด็กหนุ่มนั่นเรียกฉันว่าป้าซะขนาดนั้นก็มีคนเดียวนั่นแหละ ฉันเงยหน้าในสภาพทุเรศทุรังจ้องมองกลุ่มเด็กหนุ่มนั่น แต่ว่าสายตาก็พร่ามัวด้วยความเมาซะเหลือเกิน หรี่ตาแล้วก็ยังมองไม่ชัด เอาเป็นว่าตอนนี้ฉันออร่าของสาวที่มีความมั่นใจเต็มเปี่ยมมันก็หายไปหมดนั่นแหละ “ไม่ต้องหรอก พี่สาวคนนี้กลับเองได้ค่ะ...ฮี่” ฉันพยายามยิ้มให้กลุ่มเด็กหนุ่มก่อนจะยิ้มให้ ทว่า...พอจะยืนคว้ากระเป๋าไปเดินนั่งป้ายรถเมลด้านหน้าร้าน แข้งขามันก็อ่อนปวกเปียกเหลือ ทรงตัวไม่ไหว จนร่างกายจะเซล้มตรงนั้น ‘อั่ก’ เป็นอีกครั้งที่เด็กหนุ่มคอปเปอร์นั่นรับร่างฉันไว้ได้ทัน “สภาพแบบนี้แล้วยังปากดีอีกนะ” เขาสบถออกมาราวกับซ้ำเติมสภาพของฉัน ก่อนจะหันไปพูดกับเพื่อน ๆ “พวกมึงกลับก่อนเลย กูจะไปส่งยัยป้านี้เอง” “เหอะ...ทำเป็นปากดี เรียกพี่สาวคนสวยว่าป้าอยู่ได้ ระวังเถอะมึงจะหลงพี่เขาจนโงหัวไม่ขึ้น นี่ถ้าพี่ไม่ไม่เตะตามึง กูจีบเองไปแล้ว” “พูดมากจังวะ กลับไปเลยพวกมึง ไม่งั้นจากที่กูเลี้ยง กูจะเปลี่ยนเป็นหารแทน” “โอ๊ย คุณคอปเปอร์ครับต้องขออภัยด้วยครับ พวกเรากลับก่อนที่มันจะเก็บตัง” จากนั้นฉันก็ได้ยินฝีเท้าของเพื่อน ๆ ของน้องคอปเปอร์รีบเดินหากออกไป แต่แล้วจู่ ๆ ฉันก็เริ่มพะอืดพะอม...ปวดหัวหนักมาก และก็รู้สึกว่ามันจุกที่ลิ้นปี่แล้ว “น้องชายปล่อยพี่หน่อย” “ยืนไม่ไหว ยังไงทำเป็นเก่งนะ ข้อเข่าก็ดูไม่ค่อยจะดีไม่ใช่รึไง เซอยู่ได้” “ขอร้องล่ะ ช่วยปล่อยมือจากเอวพี่ก่อนค่ะ” ฉันหันไปมองเขาด้วยสายตาร้องขอ ฉันไม่อยากให้สภาพนั้นของฉันต้องประจักษ์ต่อหน้าหนุ่มน้อยในสเปกนี่น่า “คนมาช่วยแล้วยังจะ...” “ปล่อยเถอะนา...ฟังไม่รู้เรื่องรึไง อย่าดื้อ เป็นแค่เด็กแค่เล็ก” ฉันเริ่มทนไม่ไหวเข้าโหวดพี่สาวสุดโหดตวาดลั่นเจ้าตัวคงตกใจไม่น้อย รีบคลายมือออกทันที ฉันที่ตอนนี้ทนไม่ไหวแล้ว วิ่งไปข้าง ๆ ร้านหลบมุม ก่อนจะทรุดตัวนั่งกับพื้นอย่างไม่อายใคร สองมือและสองเข่าค้ำยันพื้นดิน ก่อนฉันจะอ้วกออกมา เขม่วท้องจนเจ็บไปหมด ‘โอก~~~~~’ พูดก็พูด ฉันไม่เคยแสดงท่าทีสุดแสนทุเรศแบบนี้กับผู้ชายคนไหนเลยนะ คนที่เคยเห็นฉันอ้วกขนาดนี้ ก็มีแค่ยัยมิ้มกับอิตั้นเท่านั้นแหละ อ๋อ...ประธานบริษัทอีกคน แต่นอกจากนั้นก็ไม่มีแล้วล่ะ ตอนนี้คงต้องระบุไว้ในฐานข้อมูลตัวเองเพิ่มเติมแล้วว่ามีเด็กหนุ่มที่ชื่อ ‘คอปเปอร์’ อีกคน ความรู้สึกเหมือนมีลมเย็น ๆ พัดผ่านมาฉันรับรู้ได้ว่าชายเดรสมันถกขึ้น แทบจะเห็นก้นอยู่แล้ว แต่ฉันไม่มีแม้แต่แรงจะหยัดตัวเพื่อดึงมันลงเลย จนกระทั่ง...เสื้อคลุมตัวใหญ่ถูกวางมาจากด้านหลัง เสื้อมันใหญ่มากชนิดที่ปิดช่วงตัวฉันได้มิด เด็กหนุ่มคอปเปอร์นั้นยื่นขวดน้ำที่เปิดฝามาให้ฉัน ฉันแหงนหน้าไปมองเขา ก็พบถึงสายตาที่จะว่าดูถูกก็ไม่ใช่ จะว่าสมเพศก็ไม่เชิง แต่ช่างเถอะ ตอนนี้ได้กรวกปากซะหนอ่ยคงจะดีกว่า คาวปากไปหมด “ขอบคุณนะ...” “ถ้ารู้ว่าตัวเองเมาแล้วสภาพเละขนาดนี้ จะดื่มเยอะไปทำไมกัน” “ก็เพราะพี่อยากเมาไงคะ” “เพื่ออะไร...” “เพื่อลืม...เรื่องแย่ ๆ ล่ะมั้ง” “...” คอปเปอร์เงียบไป แถมจ้องฉันเขม็ง แต่เรื่องส่วนตัวฉันจะบอกให้คนแปลกหน้ารู้ทำไมกัน “เอาเถอะเรื่องของพี่สาวคนนี้ไม่สลักสำคัญในชีวิตหรอก นายกลับได้เลย เดี๋ยวพี่สาวคนนี้กลับเองได้ ไม่รบกวนน้องชายหรอกค่ะ พี่สาวไม่อยากบังคับใคร แล้วก็มันออกจะเสียดายที่หน้าหล่อ ๆ นี้ต้องบูดบึ้ง” ฉันที่หยัดตัวขึ้นมา กรีดนิ้วลงไปที่หน้าของเด็กหนุ่มนั่น เอาจริงฉันคิดไว้ว่าเดี๋ยวเด็กนี่ก็ต้องปัดมือฉันออกนั่นแหละ แต่...ผิดคาดเขาปล่อยให้ฉันลูบหน้าหล่อ ๆ นั่นแหะ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD