ตอนที่ 2 เปลี่ยนเป็นคนใหม่ ไฉไลกว่าเดิม

1614 Words
[เสียงเรียกเข้า] “ฮัลโหลว่าไงมิ้ม” “นีนี่ แกลืมไปแล้วรึไงวันนี้ต้องไปแนะแนวบัญชีที่ มหาวิทยาลัย จำไม่ได้รึไงยะ” “จำได้แต่นี่มัน...เจ็ดโมงอยู่เลยนะมิ้ม” “เจ็ดโมงกับผีน่ะสิ ไปดูนาฬิกามาใหม่” ฉันที่ยังสะลืมสะลือหันไปมองนาฬิกาตั้งโต๊ะที่อยู่ข้าง ๆ อย่างไม่ใส่ใจนัก “อืม...ก็เจ็ด...เจ็ดก็บ้าแล้ว ยัยมิ้ม...นี่มันสิบโมงแล้วนี่นา” “เออสิบโมงค่ะ แล้วฉันก็นั่งรอที่บริษัทด้วย ดูท่าคงต้องไปเจอกันที่มหาลัยเลยไหมล่ะ หัวหน้าขา...” ใช่ค่ะ...ฉันเป็นหัวหน้าของแผนกฝ่ายบัญชี และควบคุมการเงิน แน่นอนว่าเงินที่แต่ล่ะแผนกจะมาขออนุมัติต้องผ่านลายเซ็นฉันทั้งนั้น ก็ต้องขอบคุณแฟนเก่าอยู่หน่อย ๆ นะ เพราะเขามักจะทำตัวน่าสงสารอ้างว่าชีวิตต้องการเงิน ฉันก็โง่บรรลัยต้องหาเงินไปให้เขา ก็เรียกว่าขยันเพราะมีแรงผลัก(ถึงจะเป็นเรื่องห่วย ๆ ก็เถอะ) ฉันดีดตัวลุกขึ้น ทั้งที่ยังไม่ได้วางสายเพื่อนรัก ให้ตายเถอะเกิดเหตุไม่คาดฝันไปอีกแล้ว “ยัยมิ้ม ชุดสูทยูนิฟอร์มบริษัทเราฉันเอาไปซักร้านเว้ย ทำไงดี ร้านปิดด้วยวันนี้ ฉันจะบ้าตาย” “โอ๊ยยย หัวหน้าฉันเป็นสันดอกอะไรไปเนี่ย พอจะมีชุดอะไรที่เป็นเสื้อเชิ้ตขาวกระโปรงทรงเอไหมล่ะ ให้มันคล้าย ๆ ชุดไปสัมมนาหน่อย” มิ้มเสนอแนวคิด และนั่นก็ทำให้ฉันคิดออกเมื่อสายตาไปบรรจบเข้ากับชุด ๆ หนึ่ง “หรือว่าฉันควรใส่ชุดนักศึกษามหาลัย” “ยังมีอยู่อีกเหรอ? สามสิบแล้วนะ จบมาตั้งแปดปี” “ก็มันน่าจดจำนี่น่า” “เออ งั้นก็ใส่ ๆ ไปก่อน เจอกันที่มหาลัยนะหัวหน้า ตู้ด...” ยัยมิ้มวางสายไปก่อนแล้วล่ะ ฉันเขวี้ยงมือถือออกไป รีบแจ้นเข้าไปในห้องน้ำเพื่อชำระกาย จากนั้นก็มายืนอยู่หน้ากระจกพิจารณาตัวเอง “หุ่นน่าเซี๊ยะขนาดนี้ อย่าหวังว่าฉันจะกลับไปใส่ชุดเชย ๆ อีก” ฉันพึมพำบอกกับตัวเอง และแน่นอนว่า...ตอนนี้ในตู้เสื้อผ้าของฉันนอกจากชุดทำงานที่เรียบร้อยแล้ว ที่เหลือก็มีแต่ชุดเซ็กซี่ขยี้ใจชายเท่านั้นแหละ แหวกนม แหวกหลัง สั้นเสมอกีเพียบ แบบว่าใส่ไปเดินคลับไหนผู้ชายก็มองตาเป็นมัน และก็เป็นแบบนั้นจริง ๆ ในหนึ่งปีที่ผ่านมาก ฉันหยิบชุดนักศึกษาตัวเล็กที่มีชุดเดียวในตู้ มันเป็นชุดแห่งความทรงจำว่าฉันเรียนจบแล้ว จึงเก็บมันไว้ ไม่น่าเชื่อจริง ๆ ว่าฉันยังใส่มันได้อยู่ หลังจากที่สวมมันลงในร่างกายของตัวเอง พลางส่องกระจกหมุนตัวไปมาแล้วนั้นก็พบว่า... “ชุดนักศึกษาไม่เลวเลยแหะ...ถ้าโดนจัดหนักในชุดนี้คงดีไม่น้อย” ฉันปากดีไปเท่านั้นแหละ ฮ่า...ร้างไปตั้งนานขนาดนี้ คงไม่รู้สึกอยากมีอะไรกับใครแล้วล่ะ นอกจากว่ามันจะกระแทกตาจริง ๆ อีกอย่างการใส่ชุดนี้ฉันไม่ได้รู้สึกอายอะไรเลยนะ อาจเป็นเพราะผิวหน้าฉันยังดูเด็ก เพราะแต่ก่อนไม่ค่อยแต่งหน้าเท่าไหร่มีแต่ประโคมสกินแคร์ ใคร ๆ ก็ทักว่าฉันดูเด็กไม่เหมือนคนใกล้สามสิบเลย เด็กรุ่นหนุ่ม ๆ เดินมาจีบบ่อยจะตายไปตอนไปเที่ยวคลับ อืม...จะว่าไงดีมันก็เป็นความภูมิใจอย่างหนึ่งล่ะนะ ฮ่า... ดังนั้นตอนนี้ที่ใส่ชุดนักศึกษา ฉันว่าฉันก็พอกลมกลืนไปกับเด็ก ๆ ได้อยู่ (ละมั้ง) เมื่อฉันขับรถมาจนถึงมหาลัย และเห็นนักศึกษาหญิงมากมายเดินผ่านไปมา ความมั่นใจหน้าบานกระจกในคอนโดก็เริ่มน้อยลง เด็กสาวหน้าตาจิ้มลิ้มเดินขวักไขว้ ทำเอาฉันเริ่มรู้สึกเขิน ๆ ที่ต้องลงจากรถด้วยชุดนักศึกษาที่เริ่มรัดติ้ว “ยัยมิ้ม ยืนรออยู่ตรงหน้าตึกแล้วสินะ” พอสายตาฉันเห็นยัยมิ้มอยู่ตรงบริเวรหน้าตึกบัญชี ฉันก็เลี้ยวเข้าไปจอดที่ลานจอดรถของตึกทันที ทว่า...ฉันพยายามตั้งสติหายใจเข้าออกก่อนไปครู่หนึ่งเลยล่ะ ถึงจะกล้าลงจากรถ ฉันยืนเช็คความเรียบร้อยของชุดที่กระจกรถ ทำไมจู่ ๆ ถึงรู้สึกรัดแน่นขึ้นมานะ แค่ก้มก็รู้สึกกระดุมแทบปริ กระโปรงทรงเอ ตอนยืนเฉย ๆ มันก็สวยเข้ารูปอยู่หรอก แต่พอเดินไปสักพัก กระโปรงมันก็ถกขึ้นทีละน้อยจนฉันต้องดึงมันลงเป็นระยะจนเสียบุคลิก “ขอโทษที่ให้รอนาน มิ้ม” ฉันเรียกมิ้มที่นั่งอยู่ม้าหินอ่อนใต้ตึกคณะบัญชี เธอเอาแต่ก้มหน้าเล่นมือถือ กระทั่ง...เงยหน้ามามองกัน “หูย~~~ นี่หัวหน้าฉันเหรอเนี่ย ถ้าไม่รู้จักนึกว่าดาวคณะซะอีก แซ่บเว่อร์ คราวหน้าแต่งไปที่ทำงานเลย เหมาะกับหุ่นแกสุด ๆ” ไม่รู้อวยจริง หรือแกล้งหยอก เพราะมันเป็นคำพูดของเพื่อนสนิทนี่แหละ “เหอะ...พูดดีไปเถอะ ฉันแค่ไม่มีชุดที่เหมาะกว่านี้ใส่มานั่นแหละ ตลกเป็นบ้า แถมชุดยังรัดสุด ๆ” “สวยจะตายไป” “แกประชดฉันปะเนี่ย” “ประชดบ้าอะไร พูดจริง ๆ ยะ ลองหันไปมองรอบ ๆ ดิ เด็กมหาลัยมองมาทางนี้กันหมดแล้วนะ” พอฉันหันไปรอบ ๆ ก็เป็นแบบที่ยัยมิ้มพูดจริง ๆ “งั้นเรารีบขึ้นไปบนตึกดีกว่าไหม ฮ่า...” ฉันหัวเราะกลบเกลื่อนก่อนจะลากนางขึ้นไปที่ห้องรับรองทันที ฉันนั่งนิ่งตรวจสอบข้อมูลที่เตรียมจะแนะแนวเด็ก ๆ ทางมหาลัยอุตส่าห์เชิญฉันมาทั้งที ก็ต้องทำเต็มที่กันหน่อย และเมื่อไหร่ที่ฉันเข้าสู่โหมดทำงาน ฉันจะกลายเป็นคนละคนกับที่พูดคุณเห็นมาก่อนหน้าเลยล่ะ (ณ ห้องประชุม ตึกบัญชี) ฉันเดินเข้ามาในห้องพร้อมกับผู้ช่วยในครั้งนี้อย่างยัยมิ้ม เพียงก้าวเข้ามา เสียงกรี๊ดก็ดังก้อง จนฉันยังต้องตกใจ จนหันไปกระซิบกับยัยมิ้ม “เขากรี๊ดทำไมแก...” “ก็คงเห็นคนสวยละมั้ง” ฉันพยายามระงับความตื่นตระหนก แต่ก่อนไปให้ความรู้ที่ไหนก็ไม่เคยเจออะไรแบบนี้อาจเป็นเพราะการแต่งตัวที่เป็นทางการเฉิ่ม ๆ ตอนนั้นเลยไม่มีใครมาสนใจ ทว่า ณ ตอนนี้ฉันปรับลุคไป แม้ตัวฉันเองก็ยังไม่ชินมากหรอก แต่ก็รู้สึกว่ามีความสุขมากกว่าแต่ก่อนมากนะ ที่ไม่ต้องปิดกั้นตัวเองอะไรอีก เพราะแฟนเก่าไม่ยอมให้ใส่ อ้างว่าหึงหวง การแนะแนวของฉันเริ่มต้นขึ้น นักศึกษาทุกคนจากที่แซวเรื่องความสวยฉันเจี๊ยวจ๊าว พอได้เห็นการแนะนำโปรไฟล์ของฉันทุกคนก็เริ่มเงียบ และพร้อมตั้งใจฟังเพื่อเก็บเกี่ยวความรู้กันหมด ก็ใช่สิ ไม่ใช่แค่ความสวยที่มันประจักษ์นะ แต่ความเก่งกาจก็ไม่น้อยหน้าใครในวงการบัญชีเลยล่ะ ฉันเริ่มเข้าสู่การแนะแนว ยืนบรรยายอย่างจริงจังเพราะหวังจะให้วงการบัญชีเติบโต และโปร่งใสมากขึ้น [บรรยาย] เสียงปรบมือเกรียวกราว หลังจากที่ฉันบรรยายเสร็จ ยัยมิ้มเองก็ปรบมือที่งานวันนี้ลุล่วงไปได้ด้วยดี เด็ก ๆ โถมคำถามมากมายถามฉัน แต่ฉันก็ตอบมันอย่างตรงไปตรงมาเพื่อให้พวกเขาได้รู้ว่า เส้นทางที่พวกเขาจะเดินนั้นมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด “พี่นีนี่เก่งมากเลยครับ ผมไม่ได้เข้าฟังเลกเชอร์ที่สนุกเท่านี้มาก่อน...แต่ว่าผมยังมีข้อสงสัยเกี่ยวกับบัญชีอีกมาก พี่พอจะมีไลน์ไหมครับ เผื่อผมอยากถาม” นักศึกษาชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหาฉันที่ด้านหน้าด้วยท่าทีเคอะเขิน “โธ่...ไอ้ควาย อยากจีบพี่เขาก็บอกมา” เพื่อของเด็กหนุ่มตะโกนแซวกันลั่น ฉันได้แต่ยิ้มหวานแหละ จริง ๆ เจอสถานการณ์แบบนี้มาค่อนข้างบ่อย “อืม...พี่คิดว่ามีช่องทางที่ดีกว่านั้นนะคะ เช่น Official Account ของบริษัทพี่นะ ดูได้ที่ชีสที่แจกได้เลยนะคะ” เด็กหนุ่มเกาหัวยิก ๆ ก็คงรับรู้ได้แหละว่าฉันปฏิเสธที่จะให้ไลน์ไป หลังจากที่เราเก็บข้าวของเรียบร้อยแล้วนั้น จู่ ๆ ระหว่างเดินออกจากตึกบัญชี เสียงท้องร้องของยัยมิ้มก็ดังขึ้น จนฉันอดหัวเราะไม่ได้ “ฮ่า...หิวข้าวแล้วเหรอ” “ก็มันจะเที่ยงแล้วนี่ หาไรกินกันก่อนกลับบริษัทดีไหมเพื่อน” ยัยมิ้มทำหน้ามุ่ยลูบท้องให้ฉันเห็น “เอาสิ...งั้นกินที่นี่เลยเป็นไง” “ความคิดดี นอกจากอาหารที่อยู่ท้องแล้ว อาหารตาก็สำคัญ ฮ่า...” “พูดแบบนี้ระวังผัวที่ห้องด้วยนะเพื่อน” ฉันหันไปตบบ่ายัยมิ้ม “ฉันไม่ได้จะหาแฟนให้ตัวเองซะหน่อย หาให้เพื่อนสาวคนสวยต่างหาก อายุก็สามสิบแล้ว ด้วย” “นี่แกกำลังจะหาว่าแก่ขนาดนี้แล้วยังไม่มีเป็นตัวเป็นตนงั้นเหรอ หน็อย!!!” จากนั้นมหากาพย์ของหญิงสาวอายุสามสิบปีสองคนวิ่งไล่กันในมหาลัยก็เริ่มต้นขึ้น...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD