ตอนที่ 5 ชุลมุนวุ่นคลับ

1103 Words
(ภายในคลับXXX) เพียงก้าวเข้าไปในคลับไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่า จะมีคลับแบบนี้อยู่ในเมืองนี้จริง ๆ เพราะเข้ามาแล้วเหมือนอยู่ในโลกอีกใบทีเดียว ทั้งแสงสีตระการตา แสงไฟแต่ละมุมให้ฟีลแตกต่างกัน แล้วแต่นักเที่ยวราตรีของชอบแบบไหน ส่วนที่นั่งของพวกฉันยัยมิ้มเลือกมุมที่ดีที่สุดอย่างวีไอพี่ ต้องบอกว่าสมแล้วที่อดทนจองข้ามเป็นเดือน ๆ ขนาดนี้ เพราะว่าจุดที่พวกเรานั่งมันเห็นบรรยากาศทั้งคลับ ได้สนุกไปด้วย แต่ก็มีความเป็นส่วนตัวที่ไม่ต้องวุ่นวายกับใคร “โห๊ย...แม่งานมาแล้วพวกเรา” เมื่อทั้งฉันและยัยมิ้มมาถึงเหล่าบรรดาเพื่อนร่วมงาน (พนักงานในแผนกที่ฉันเป็นหัวหน้า) ต่างก็เสียงดังเอะอะโวยวาย แต่ละคนก็แต่ตัวจัดเต็มกันนั่นแหละ เพียงแต่ฉันแค่มันเกิดหน้าเกิดตาทุกคนไปหน่อย จนอิตั้นทนไม่ไหว เปิดใส่ฉันยับ สงสัยคงอกหักมาแล้วพาลไปทั่ว “นี่อิคุณนีนี่เจ้าคะ แต่งมาแบบนี้กะจะไม่ให้ฉันเกิดเลยรึไง” เพื่อนเกย์ที่สนิทอีกคน เอาจริงนะ นอกเวลางานทุกคนคือเพื่อนหยาบใส่กันเป็นเรื่องปกติ แต่เมื่อประชุมงานทุกคนก็จะอยู่ในตำแหน่งตัวเอง และรับฟังอย่างดี เวลาฉันดุเรื่องงานไม่ว่าจะเพื่อนกัน แก่กว่า หรือเด็กกว่าฉันก็ทำอย่างเท่าเทียมนะ พยายามมีเหตุผลเสมอก่อนที่จะดุในเรื่องงาน ทำงานเกี่ยวกับการเงินเรื่องงบบัญชีมันจะผิดพลาดไม่ได้น่ะสิ ตัวเลขมันสำคัญเรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ทั้งนั้น “โอ๊ย...ทำอย่างกับตัวเองโสดคนเดียว กูก็โสดค่ะอิตั้น” ฉันยืนเท้าสะเอวเถียง จนทุกคนหัวเราะลั่น เอาจริงเรื่องที่ฉันโสดก็รู้กันทั้งบาง แถมหลายคนพยายามจะจับฉันให้มีคู่เร็ว ๆ ไม่รู้ว่าเพราะอะไรเหมือนกัน พวกเขาคงคิดว่าถ้าฉันมีแฟน ฉันจะได้อารมณ์ดีมาทำงาน ไม่ต้องหงุดหงิดมาด่าพวกเขาล่ะมั้ง ฮ่า... “แล้วนี่พวกแกสั่งอะไรมารึยัง จัดเต็มเลยนะ เดี๋ยวหัวหน้าเลี้ยง” ฉันสาบานเลยว่านี่ไม่ใช่ฉันพูด แต่เป็นเพื่อนตัวดีอย่างยัยมิ้มที่พูดออกมา ทำเอาฉันหันไปเลิกคิ้วใส่นาง ทว่า...คนอื่น ๆ กับเฮลั่นไปแล้วน่ะสิ “โอ๊ยจริงเหรอครับ...หัวหน้าใจดีสุด ๆ เลยครับ” พนักงานใหม่ที่น่าจะมาร่วมดื่มครั้งแรกถึงกับดีใจ หน้าตาเปล่งประกายที่ได้กินของฟรี ทำเอาฉันถึงกับต้องกุมขมับ ช่างเถอะนาน ๆ ที เงินก็ไม่ได้เอาไปเปย์ผู้ชายแล้วด้วยมีเป็นเบือ “ก็ได้ ๆ คืนนี้ฉันเลี้ยงเอง ดื่มให้เต็มที่ เอาเท่าที่ไหวให้กลับไปทำงานได้แล้วกัน” “ขอบคุณค่า....” เสียงขอบคุณดังสนั่นก่อนที่เสียงหัวเราะจะตามมาภายหลัง ส่วนยัยมิ้มนะเหรอ ตอนนี้ทำตัวเหมือนเป็นเจ้ามือนั่งเปิดเมนูสั่งอาหารรัว ๆ โธ่...เหมือนนางกำลังเอาคืนที่ฉันให้นางช่วยย้ายคอนโดจากที่เดิมตอนอยู่กับแฟนเก่าแล้วมาที่ใหม่ ฉันน่ะใช้แรงงานนางทั้งวัน เรียกได้ว่าบ่นยับ ๆ ฮ่า... “เอ้าชน...” เสียงชนแก้วดังไม่พักในโต๊ะของพวกเรา ถึงจะบอกว่าคอแข็งกันทั้งนั้น แต่เมื่อดื่มกันแทบไม่หยุด กับแกล้มแทบไม่แต่ง สภาพเมามายมันก็เกิดขึ้นเร็วไม่ต่างจากฉันเท่าไหร่ แต่ยิ่งเมา ร่างกายมันก็ยิ่งซู่ซ่า กระชุ่มกระชวยอยากทำอะไรก็ทำเลย อย่างตอนนี้ฉันอยากเต้น ฉันก็ลุกพรวดทันที “อิตั้น กูอยากเต้น ไปลานฟลอร์เต้นด้วยกันที” “ให้กูไปกับมึงเหรอ ไม่เอาหรอก เดี๋ยวก็โดนหาว่าเป็นผัวมึงอีก” “ไปกับกูเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นกูจะโยนงานใหญ่ให้มึงในสัปดาห์ทำคนเดียว” “หัวหน้าขอรับ เดี๋ยวกระผมจะไปเป็นเพื่อนเองขอรับ” “กิ่งก่าเปลี่ยนสีจริง ๆ นะมึงเนี่ย ฮ่า...” ฉันหัวเราะลั่น ในขณะที่มันทำหน้าหงุดหงิดที่โดนฉันขู่ เรากอดคอกันสองคนเดินตรงดิ่ง(ตรงไหนเซไปเซมาสุด ๆ) ไปยังลานฟลอร์เต้นที่แน่นถนัดไปด้วยผู้คน แสงสี ควันพวยพุ่ง ยิ่งทำให้รู้สึกเนื้อเต้นระริก ร่างกายโยกเย้าสนุกสุดเหวี่ยงไปตามเสียงเพลง เรียกได้ว่าถ้าเลื่อยได้ฉันคงเลื่อยแล้ว ที่ไม่อายเพราะมีอิตั้นอยู่ด้วยเนี่ยแหละคอยเป็นไม้กันหมาไม่ให้ผู้ชายเข้ามา เพราะคิดว่าฉันมีผัวเป็นอิตั้น ทว่า...รอบนี้ฉันคิดผิดไปหน่อย แต่ก่อนมันรักผัวหลงผัวมากจนตามืดบอดไม่มองชายอื่น แต่ตอนนี้มันอกหัก พยายามตามหารักแท้เพื่อมารักษาแผลใจตอนนี้มันก็เลยไปสะดีดสะดิ้ง เต้นกับผู้ไม่ต่างกับฉันที่เผลอไผล เต้นรวมกับกลุ่มนักท่องเที่ยวราตรี ใครเป็นใครบ้างไม่รู้แล้วล่ะตอนนี้ ขอเอาสนุกไว้ก่อนแล้วกัน ‘อั่ก...’ ไม่รู้ว่ามีคนเดินมากระแทกกันหรือเป็นฉันที่เดินเซ จู่ ๆ ร่างของฉันก็เหมือนกระแทกกับใครสักคนในลานฟลอร์ ทำให้ร่างกายโซเซจะล้มหัวคะมำ ดีหน่อยผู้ชายคนที่ชนรวบเอวฉันไว้ได้ทำให้ยังยืนอยู่ในสภาพปวกเปียก ฉันพยายามตบหน้าเรียกสติให้กลับคืนมา ก่อนจะหันไปหาคู่กรณีที่ชนกันเมื่อคู่เพื่อขอโทษ “เออ ขอโทษนะคะเมื่อกี้ฉันซุ่มซ่ามไป...หืม...นายมัน...” เมื่อฉันเห็นใบหน้าของคนที่ฉันเซไปชน ฉันก็รู้สึกได้ว่าหน้าคุ้น ๆ จนต้องขยี้ตาเพ่งมอง ตอนแรกฉันมองไม่ฉันมันเหมือนตาพร่า ๆ ไปนิดจึงขยี้ตาอีกหนแล้วยื่นหน้าไปมองใกล้ๆ ‘นี่มันน้องสุดหล่อที่เจอเมื่อตอนกลางวันนี่นา’ “เอ๋...สุดหล่อของพี่ ไหนว่าไม่ตามมาไงคะ แล้วทำไม...” “หลงตัวเองชะมัด ใครจะตามป้ามากัน” “โอ๊ย! พูดแบบนี้เจ็บจี๊ดถึงขั้วหัวใจเลยค่ะ...คนแก่ก็มีหัวใจนะ...ชิส์” ฉันกอดอก ทำงอนนิดหน่อย แต่พอเห็นกลุ่มเพื่อน ๆ ของเขา ที่กำลังเดินเข้ามา แถมยังยิ้มจนแก้มฉีกให้ ฉันก็พานอารมณ์ดี นี่แหละนา...ความโสดที่เห็นหนุ่มหล่อก็ไม่รู้สึกผิด
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD