ทั้งสองคนจอดรถไว้ที่ตึกบัญชี ก่อนจะเดินเลาะไปตามฟุตพาทของมหาลัย ซึ่งเป็นทางเชื่อมระหว่างคณะ จนกระทั่งก้าวเข้าสู่เขตวิศวกรรมศาสตร์ หรือที่ใคร ๆ เรียกกันว่า ‘ลานเกียร์’
ฉันเหลียวหันไปมองเพราะว่าบรรยากาศที่นี่มีชีวิตชีวากว่าที่ตึกบัญชีค่อนข้างมาก เสียงโหวกเหวกของเหล่านักศึกษาใต้ตึก และกลุ่มนักศึกษาตามลาน ดูคึกคักแน่นถนัดตาเลยล่ะ อีกอย่างในบริเวรนี้ 80% เป็นนักศึกษาชายแถมหน้าตาก็หล่อกร้าวใจมาก ๆ ดูสิยัยมิ้มถึงกับตาลุกวาวจ้องเด็กหนุ่มไม่วางตา แถมยังทำเป็นถ่ายรูปเหมือนคนมาทัศนศึกษายังไงยังงั้น
“เฮ้ยดูนั่น...เด็กบัญชีรึเปล่าวะ สวยฉิบหาย!!!” เสียงแซวดังมาจากโต๊ะม้าหินอ่อนในลานเกียร์ที่ไม่ไกลจากพวกเรานัก ฉันไม่ได้รู้สึกเขินอายหรอก แถมยังสับส้นสูงอย่างมั่นอกมั่นใจ ยกมือขึ้นทัดผมที่ข้างหูเหมือนนางเอกในละครทีวีอ่อยเสียด้วยซ้ำ แน่นอนว่าฉันไม่ลืมที่จะชายสายตาเย้ายวนไปหากลุ่มเด็กนักศึกษาเหล่านั้น (ก็ขำ ๆ แหละ)
ทว่า...มันกลับทำให้ฉันต้องชะงักฝีเท้าลง เพราะในบรรดานักศึกษาชายกลุ่มนั้นดันมีผู้ชายคนหนึ่งที่ดึงดูดสายตาฉันมาก ชนิดที่ว่าฉันจ้องไม่กะพริบตาเลยล่ะ
เด็กหนุ่มนั่นใส่เสื้อช็อปสีแดงเลือดหมูดูสะอาดสะอ้านราวกับอาบน้ำทุกชั่วโมง ใบหน้าคมคายรับกับผมสีน้ำตาลเข้ม นัยน์ตาเรียวคม แถมยังประจวบเหมาะเงยหน้ามาสบกับฉัน
‘ตึกตัก...ตึกตัก...’ เสียงหัวใจฉันเต้นเป็นจังแวะแทบหลุดออกจากอก
‘ทำไมรูปลักษณ์นั่นถึงตรงสเปกฉันขนาดนี้ เหมือนไอดอลสมัยก่อนที่ฉันติ่งไม่มีผิด นี่มัน...ไทป์ฉันชัด ๆ ชอบสุด ๆ’ ฉันคิดในใจ แน่นอนว่าท่าทีของฉันถูกยัยมิ้มมองออก ก่อนที่ฉันจะโดนแซวยับ
“แหม...ตาเป็นประกายเชียวนะ ชอบคนไหนละ เด็กวิศวะหล่อ ๆ ทั้งนั้น”
“มิ้ม...เด็กคนนั้นหล่อมากจริง ๆ ให้ตายเถอะ” แน่นอนว่าฉันไม่ปิดบังหรอก ก็โตจนสามสิบแล้วล่ะนะ ชอบก็ชอบ หลัง ๆ มาฉันชัดเจนกับความรู้สึกอยู่แล้ว โสด...ทำอะไรก็ไม่เสียหายนี่นา
“ไหน...คนไหน”
“คนนั้น...” ฉันชี้ไปที่เด็กหนุ่มนั่นโต้ง ๆ จนกลุ่มนักศึกษาถึงกับยิ้มมาทางฉันเฮโลกันใหญ่ แต่กับเด็กหล่อนั่นดันหน้าถมึงทึงไม่รับแขกซะงั้น
“ว่าไงคนสวย จ้องกันขนาดนี้ ถูกใจพวกผมสักคนใช่ไหมครับ...” เด็กหนุ่มวิศวะในกลุ่มนั้นพูดขึ้น เอาจริงคนนี้ก็หล่อ แต่ดูเจ้าชู้ใช่ย่อย ฉันยิ้มมุมปากพอเป็นพิธี ความคิดอยากลองของ ผุดขึ้นมาแถมยัยเพื่อนตัวดีข้าง ๆ ก็เสี้ยมเชียร์สุด ๆ คงอยากเห็นฉันมีคนข้างกายแล้วมั้ง
แน่นอนว่าทั้งถูกใจขนาดนี้ แถมเพื่อนก็เชียร์แบบนี้มีเหรอที่ อินีนี่โฉมใหม่คนนี้จะไม่กล้า
ฉันเดินสับส้นสูงเข้าไปอย่างไม่เคอะเขินจนยืนอยู่ตรงหน้าเด็กหนุ่มนั่นและกลุ่มเพื่อน ๆ ของเขา
“น้องคะ...”
“มีอะไร” น้ำเสียงทุ้มต่ำเย็นชาพูดสั้นๆ สายตาแทบไม่อยากมองฉันด้วยซ้ำต่างจากเพื่อน ๆ ในกลุ่มนั่นที่มองฉันตาเป็นมัน แต่แบบนี้แหละท้าทายระบบดี
“ตรงนี้ว่างให้พี่นั่งพักขาหน่อยไหมคะ พอดีเดินมาทั้งวันปวดขาไปหมดเลย” ฉันส่งสายตายิ้มเย้ายวน มือลูบต้นขาอ่อย ๆ แบบตั้งใจ น้อง ๆ กลุ่มผู้ชายเริ่มโห่ร้องกับท่าทีของฉัน
“ว่างครับ ที่ว่างมาก นั่งตักผมยังไงนะครับ!”
ในขณะที่คนอื่น ๆ ต่างก็ยิ้มและยินดีที่จะให้ฉันนั่งด้วย ทว่า...เด็กหนุ่มที่เป็นสเปกของฉันกลับขยับตัวออกห่างไป ก่อนจะพูดอะไรที่ใจร้ายสุด ๆ ออกมาให้ฉันหน้าเหวอ
“ที่นั่งอ่ะมี แต่พอดีผมไม่นิยมคนแก่ที่มาแต่งตัวแอ๊บเด็กเท่าไหร่อ่ะป้า”
“...” ความเงียบปกคลุม ไม่ใช่แค่ฉันที่หน้าเหวอ แม้แต่เพื่อนเขาก็เหวอไม่ต่างกัน
“ไอ้คอปเปอร์มึงพูดห่าอะไรออกมาวะ ใจร้ายกับพี่สาวคนสวยมาก ๆ” เพื่อนหันไปมองค้อน ก่อนจะหันยิ้มเจื่อน ๆ มาที่ฉัน “พี่สาวครับ อย่าไปสนใจไอ้ปากหมานั่นเลย ถึงมันไม่ชอบพี่ แต่พวกเราชอบพี่นะครับ” เพื่อน ๆ ของเขาพยายามสร้างบรรยากาศให้ดีขึ้น ส่วนยัยมิ้มก็คงสะดุ้งไม่แพ้กันที่ฉันต้องมาเจอคนปากหมาแบบนี้ จนต้องรั้งแขนฉันเพื่อลากฉันออกจากที่นี้ ทว่า...ฉันไม่ได้โกรธอะไรหรอก ออกจะชอบคนที่จริงใจแบบนี้ด้วยซ้ำ
‘บอกว่าฉันแก่งั้นเหรอ เรียกป้างั้นเหรอ น่าสนใจดีนี่ เหมือนจะชื่อคอปเปอร์สินะ’
“ฮ่า...” ฉันหัวเราะร่าออกมา ก่อนจะเดินไปใกล้ ๆ กระซิบอย่างหน้าด้านหน้าทน “ปากร้ายจังนะคะ แต่พี่น่ะชอบคนพูดตรง ๆ แบบนี้แหละค่ะ สเปกมาก”
จากนั้นฉันก็ถอยห่างออกมาหนึ่งก้าวกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ทั้งเขาและเพื่อน ๆ เด็กวิศวะอย่างเป็นมิตร
“น้อง ๆ คะ คืนนี้พี่จะไปที่คลับ XXX ถ้าอยากไปสนุกกับ ‘หญ้าแก่’ และพ้องเพื่อนของพี่สาวคนนี้ ก็ตามมาได้ พี่มีค่าน้ำมันรถให้ค่ะ แต่ว่าจ่ายหลังดริ๊งก์นะคะ”
ฉันผละออกมาขยิบตาให้ทุกคนโดยเฉพาะคนที่ชื่อคอปเปอร์นั่นด้วยท่าทางที่แสนจะแรดสุด ๆ ยัยมิ้มเองยังแทบทนดูไม่ได้รีบลากฉันออกมากลางดงเด็กหนุ่มวิศวะ แต่ฉันก็ยังได้ยินการสนิทนาของพวกเขาตามหลังมานะ
“ไอ้เปอร์ มึงบ้าป่าววะ พี่คนนั้นแม่งโคตรเด็ด มึงปล่อยไปได้ไง เสียดายว่ะ ถ้ามึงไม่ไปพวกกูไปเอง ว่าไงพวกมึงเย็นนี้ไปคลับ XXX กันรึเปล่า” เพื่อในกลุ่มรุมทึ้ง
“ไปดิวะ แค่พี่คนนี้ว่าเด็ดแล้ว เพื่อนคนอื่น ๆ ก็คงเด็ด กูชอบคนแก่กว่าอยู่แล้วว่ะ” เพื่อนอีกคนพูด
“มึงล่ะเอาไง...ไอ้เปอร์”
“พวกมึงอยากไปก็ไปเอง กูไม่ไป” คอปเปอร์ตอบเสียงนิ่ง ก่อนจะเบือนหน้าหนีเพื่อนเล็กน้อย
‘คนแก่นี่คนแก่จริง ๆ ว่ะ’