ตอนที่ 1 แตกหัก

1372 Words
“พี่คะ ตอนเย็นวันนี้จะกลับมาทานข้าวด้วยกันรึเปล่าคะ” หญิงสาวอายุยี่สิบเก้าปีคนหนึ่งในชุดเสื้อยืดกางเกงยีน ใบหน้าใสไร้เครื่องสำอาง แว่นหน้าเตอะเพราะสายตาสั้น รวบผมหางม้าตึง กำลังผูกเนกไทให้คนเป็นแฟนที่อายุมากกว่าห้าปี อย่างที่เคยทำประจำ ทั้งเขาและเธอต่างก็คบกันมาถึงสี่ปีแล้ว “นีนี่...” ชายหนุ่มคนนั้นเรียกชื่อของเธออย่างเบาบาง “คะ?” หญิงสาวยิ้มก่อนหยิบกระเป๋าทำงานให้เขา “พี่ว่า...เราเลิกกันเถอะ” น้ำเสียงที่เย็นชา ใบหน้าที่ไม่แสดงสีท่าแกล้งหยอกใด ๆ ทำให้เธอชะงักค้างเติ่งอยู่แบบนั้น แล้วชายคนนั้นก็จับกระเป๋าใบนั้นไป “เลิกกันเหรอคะ?” เธอถามย้ำอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าเธอไม่ได้หูฝาด “อืม...พี่แค่รู้สึกว่า ความรักของเรามันไม่เหมือนเดิมแล้ว” คำพูดที่ดูเหมือนไม่มีอะไร แต่ทำไมกัน ถึงทำให้หญิงสาวอยากจะแค่นหัวเราะออกมา เธอไม่ได้ร้องห่มร้องไห้ เพราะเธอมีสติพอ “ความรักของเราไม่เหมือนเดิมเหรอคะ? นีนี่ว่าไม่จริงหรอกค่ะ เพราะความรักของนีนี่ยังเป็นเหมือนเดิม ที่มันไม่เหมือนเดิมคือของพี่คนเดียว” “...” ชายหนุ่มนิ่งงันไปชั่วครู่ ก่อนจะหายใจออกมาเป็นทางยาว “เฮ้อ...จะว่าแบบนั้นพี่รับไว้ก็ได้ครับ” “งั้นหมายความว่าถ้าพี่ออกจากประตูนี้ พี่จะไม่กลับมาอีกแล้วใช่ไหมคะ” “ครับคงแบบนั้น...” “...” เธอเงียบนิ่งไปบ้าง แม้ในใจจะแตกสลายแค่ไหน อยากโห่ร้องใจจะขาดก็ต้องฮึบไว้ เธอยิ้มเจื่อนออกมา มองหน้าแฟนที่คบมาสี่ปี ก่อนจะพูดยอมรับในสิ่งที่เกิดขึ้น “ก็ได้ค่ะ...เราเลิกกันตั้งแต่วันนี้” “...” ความเงียบเกิดขึ้นอีกครั้ง ใบหน้าของชายคนนั้นเลิกคิ้ว เพราะเขาไม่คิดว่าการบอกเลิกกับเธอจะทำได้โดยง่าย แต่ตอนนี้หญิงสาวที่ได้ชื่อว่าแฟนตรงหน้ากลับยิ้มรับคำบอกเลิกของเขาทันทีโดยไม่ถามเหตุผลมากมาย “ไม่ถามพี่หน่อยเหรอว่าทำไม...” กลับเป็นเขาเองที่ถามคืน “เราคบกันมาสี่ปีแล้วนะคะพี่ ที่ผ่านมานีนี่ทำหน้าที่แฟนทุกอย่างเต็มที่แล้ว ถ้าพี่เลือกที่จะเลิกกัน ฉันจะตีโพยตีพายให้ได้อะไรกันคะ เพราะนีนี่คงไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้แล้วค่ะ แล้วนี่พี่เก็บของไปแล้วเหรอคะ” หญิงสาวถามด้วยเสียงเรียบนิ่ง “ครับ พี่เอาออกไปบ้างแล้วล่ะ” “งั้น...แสดงว่าพี่คงคิดทบทวนเรื่องที่พี่จะเลิกกับนีนี่มาอย่างดีแล้วสินะคะ” “นี่นี่...ไม่ใช่ที่ผ่านมาพี่ไม่รักนะครับ เพียงแต่...” เขาไม่ได้พูดต่อ แต่สายตาเขาที่มองเธอหัวจรดเท้าก็ทำให้เธอรู้ดีว่าเขาหมายถึงอะไร สายตานั่นมันบอกทุกอย่างว่า… ‘เธอมันยัยจืดชืด ไร้รสชาติ ความสวยบ่มหลบใน’ นั่นแหละคือสิ่งที่เธอรับรู้ได้จากสายตาของแฟน(เก่า)เธอ “พี่ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้วค่ะ นีนี่เข้าใจ...และยอมปล่อยมือจากพี่ค่ะ ขอให้พี่โชคดีนะคะ” “...” เขาตีหน้าเศร้ามองกันเป็นครั้งสุดท้ายก่อนหันหลังเพื่อออกจากห้อง ทว่า...กลับเป็นเธอเองที่เรียกเขาอีกครั้ง เขาหันมายิ้มให้เธอทันที “จะรั้งพี่เหรอครับ แต่พี่อยากจบความสัมพันธ์แล้วจริง ๆ นีนี่...พี่อยากให้เธอเจอคนที่ดีกว่าพี่ครับ และพี่เชื่อว่านีนี่ต้องหาคน ๆ นั้นเจอแน่ ๆ ” เขาเหลียวหันมาพูดปาว ๆ คิดว่าเธอคงเสียใจหนักจนไม่อยากจะปล่อยเขาไป “เปล่าค่ะพี่วิทย์...นีนี่ไม่ได้จะรั้งพี่ แต่จะขอกุญแจรถเบนซ์คืนค่ะ” “หืม...” เขาเลิกคิ้ว... “กุญแจรถเหรอ ทำไมล่ะ” “ก็นั่นมันรถของนีนี่ เงินทุกบาทนีนี่เป็นคนซื้อ แม้จะเอากุญแจให้พี่ไปขับ แต่ชื่อรถเป็นชื่อนีนี่ค่ะ รบกวนเอากุญแจรถให้ก่อนออกไปด้วยนะคะ” นีนี่ยิ้มก่อนจะแบมือไปตรงหน้าชายหนุ่มที่ตอนนี้กลายเป็นเพียงแฟนเก่าไปแล้วเท่านั้น ใบหน้าของเขาที่ตอนแรกแอบยิ้มนิ่งเงียบ กลับหุบลงทันที เม้มปากแน่นจนเหยียดตรง แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ในเมื่อชื่อเป็นของเธอจริง และเธอก็เป็นคนผ่อนจ่ายทั้งหมด “หึ...ที่ผ่านมาก็แค่แสร้งสินะ คิดว่ารักกันจริงเลยให้กันที่แท้ก็...” ชายหนุ่มเริ่มไม่สบอารมณ์เมื่อการเลิกรานี้กลับทำให้เขารู้ว่าบางอย่างไม่ใช่อย่างที่คิด “คนที่ไม่เคยซื้ออะไรให้นีนี่มีสิทธิ์พูดอะไรแบบนี้เหรอคะ นีนี่ซื้อเพื่อให้พี่ได้มีรถขับไปทำงาน ไม่ได้บอกซะหน่อยว่าจะซื้อรถให้เลย เอาละคะ...พี่ออกจากห้องฉันได้เลย ขอให้พี่โชคดีนะคะ” หญิงสาวยิ้ม ก่อนจะเดินไปเปิดประตูห้องพร้อมกับผายมือเชิญเขาออกด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง “งั้นก็โชคดีเช่นกันครับลาก่อน” ‘ปัง...’ (Zzz) (กริ๊ง~~~~~~~~) เสียงนาฬิกาปลุกดังลั่น ทำให้ร่างของฉันต้องตื่นด้วยความไม่เต็มใจนัก นัยน์ตาที่ไม่ตื่นเต็มที่ กับร่างที่อยากจะมุดอยู่ในผ้าห่ม “โอ๊ย!!! ตื่นก็ได้ย่ะ...” ฉันตะโกนเสียงดังลั่นก่อนจะดีดตัวนั่งอยู่บนเตียง ในขณะที่ยังตาปรืออยู่อย่างนั้น “ฝันบ้า ๆ นั่นอีกแล้ว หน็อย!!! เรื่องไอ้เวรนั่นยังตามหลอกหลอนกันอยู่ได้ คนอย่างเขาปลอมเปลือกทุกอย่าง ดีนะฉันซื้ออะไรให้เขาก็ยังเป็นชื่อของฉันหมด” อ่ะจริงสิ...ลืมแนะนำตัวไปเลย ฉันชื่อ ‘นีนี่’ ค่ะเป็นสาวออฟฟิศตำแหน่งสูงบริษัทชั้นนำแห่งหนึ่ง อายุสามสิบปีบริบูรณ์ ตอนเขาขอเลิกกับฉัน ฉันก็พยายามไม่หาเหตุผลอะไรจากเขามากนะ เพราะในตอนที่ฉันคบกับเขา ฉันคิดว่าตัวเองทำหน้าที่แฟนได้ดีมาก ๆ ออกจะมากไปด้วยซ้ำ แถมตอนที่คบกัน เงินส่วนใหญ่ก็มาจากเงินฉันทั้งนั้น ดังนั้นในเมื่อเลิกกับฉัน เขาก็ไปแต่ตัว อ้อ...อาจจะได้พวกนาฬิกาเอย แหวนเอย หรือพวกเครื่องประดับนั่นแหละที่เขาเอาไปด้วย แต่ช่างเถอะ ซื้อให้แล้วก็แล้วกันไป อย่างน้อย คอนโดกับรถเบนซ์ ก็เป็นของฉันเต็มร้อยไม่ต้องมาหารทรัพย์สินอะไร เพราะยังไงสถานะก็ได้แค่แฟน ดีนะไม่หลวมตัวไปจนถึงแต่งงาน แต่ว่า...ที่มันน่าเจ็บใจคือ ฉันคิดว่าเราเลิกกันเพราะหมดรักกันแล้วแค่นั้น แท้จริงแล้วไม่เลย เขาแค่ติดพันเด็กสาวมหาลัยวัยเอ๊อะ ๆ เหอะ...ทำไมฉันถึงรู้งั้นเหรอ ก็เพราะว่าพอเขาบอกเลิกฉัน และฉันตาสว่าง ฉันก็มานั่งดูบันทึกใบเสร็จ หรือพวกรายการโอนเงินที่เคยโอนให้เขา ทั้งที่เขาอ้างว่าไปลงทุนกับเพื่อน จ่ายค่ารักษาพยาบาลของแม่ แต่จริง ๆ เขานำเงินไปเปย์ เด็กเลี้ยง รุ่นนักศึกษาอีกที แถมยัยเด็กนั่นยังโพสต์รูปอวดของกระเป๋าแบรนด์เนมที่แฟนเก่าฉันเป็นคนซื้อให้ (ด้วยเงินของฉันที่หามาจากการทำงานไม่หยุดหย่อน) พร้อมแคปชั่น ‘ขอบคุณค่ะป้า...’ ตอนนั้นแหละที่ฉันปรี๊ดแตก จนฉันแทบเสียสติ ‘ไม่ใช่เสียใจที่เลิกกันนะ แต่รู้สึกเสียดายเวลาไปกับไอ้ผู้ชายเฮงซวยที่เกาะเหมือนปลิงนั่นต่างหาก’ เอาเป็นว่านีนี่คนนี้สถานะโสด มาแล้วหนึ่งปีถ้วน หลังจากที่เสียหมาไปกับผู้ชายเฮงซวยคนหนึ่ง พร้อมกับถูกต้มจนเปื่อยไปสี่ปีเต็ม ๆ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD