ตอนที่ 2
ที่ห้องมีแมลงสาบ
ก๊อก ก๊อก ก๊อก!
เสียงเคาะประตูดังรัวขัดจังหวะความเงียบสงัดภายในห้องพักที่เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่ แฟรงค์ ขมวดคิ้วด้วยความสงสัย คนที่เพิ่งย้ายสำมะโนครัวมาหมาด ๆ แบบเขา ไม่น่าจะมีใครรู้จักจนถึงขั้นมาเคาะเรียกได้ ชายหนุ่มเพิ่งจะก้าวออกจากห้องน้ำ ร่างกายกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้ามในวัย 36 ปี มีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวที่พันกายไว้อย่างหมิ่นเหม่
เดิมทีเขาเป็นระดับบริหารที่มีความรับผิดชอบสูง งานรัดตัวจนแทบไม่มีเวลาใช้ชีวิต การซื้อคอนโดหรูใจกลางเมืองใกล้ที่ทำงานแบบนี้จึงเป็นทางออกที่ดีที่สุด แม้จะมีบ้านหลังใหญ่อยู่ชานเมือง แต่เขาก็คร้านจะขับรถฝ่ารถติด ยอมควักเงินก้อนโตซื้อความสะดวกสบายเพื่อเอาไว้นอนยามเลิกงานดึก
แฟรงค์ถอนหายใจยาวก่อนจะเดินไปที่ประตู เขาชะงักฝีเท้าแล้วมองลอดช่องตาแมวออกไปเพื่อเช็กความปลอดภัยตามนิสัยคนโลกส่วนตัวสูง
ภาพที่เห็นคือเด็กสาวในชุดนักศึกษาคนเดิม คนที่ขึ้นลิฟต์มาพร้อมกับเขาเมื่อครู่นี้ เธอยืนเก้ ๆ กัง ๆ อยู่หน้าห้องด้วยท่าทางกังวลใจ ดวงตาคู่คมหรี่ตาลงอย่างใช้ความคิด ความเป็นอินโทรเวิร์ดในตัวสั่งให้เขาระแวงคนแปลกหน้าเป็นธรรมดา ทว่าอีกใจก็คิดว่าเธออาจจะเป็นเพื่อนบ้านที่แวะมาทักทายตามมารยาท
ก็แค่เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่ง... คงไม่มีอันตรายอะไรมั้ง
เขาตัดสินใจปลดล็อกกลอนประตูแล้วดึงมันเปิดออก โดยที่ลืมนึกไปเลยว่าสภาพของตัวเองในตอนนี้... มัน "อันตราย" ต่อหัวใจของหญิงสาวคนนั้นมากแค่ไหน!
แอ๊ด...
บานประตูถูกเปิดออกช้า ๆ เผยให้เห็นร่างสูงกำยำที่นุ่งเพียงผ้าขนหนูผืนเดียว แฟรงค์พยายามรักษามาดนิ่งขรึมเอาไว้ทั้งที่หัวใจเริ่มเต้นไม่เป็นจังหวะ เมื่อต้องมายืนประจันหน้ากับเด็กสาวที่มีรูปร่าง...
เอิ่ม จะเรียกว่ายังไงดีล่ะ ‘โคตรพ่อโคตรแม่ฟาร์มโคนม’ แถมใบหน้ายังสวยปานฟ้าประทานมาชัด ๆ เมื่อครู่ตอนอยู่ในลิฟต์เขาไม่กล้ามองเต็มตาเพราะกลัวจะถูกหาว่าเป็นไอ้แก่โรคจิต
แต่พอมาเห็นใกล้ ๆ แบบนี้...
อึก เจ้าของห้องเผลอกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก ก่อนจะกลั้นใจถามออกไป
“มีอะไรหรือเปล่าครับ?”
ร่างระหงตรงหน้าดูจะอึ้งไปครู่หนึ่งเมื่อเห็นแผงอกแกร่งที่มีหยดน้ำเกาะพราว เธอจ้องมองเขาตาค้าง แววตาที่ส่งมามันร้อนแรงอย่างบอกไม่ถูกจนคนถูกมองเริ่มรู้สึกหน้าร้อนวูบวาบ
“อะ... เอ่อ... มะ... มีแมลงสาบอยู่ในห้องฉันค่ะ ไม่ทราบว่าคุณจะเข้าไปดูให้หน่อยได้ไหมคะ” เธอพูดตะกุกตะกักพลางหลุบสายตาลงมองต่ำ แต่เป็นความต่ำที่หยุดอยู่ตรงขอบผ้าขนหนูหมิ่นเหม่ของเขาพอดี
“งั้นรอเดี๋ยวนะครับ เดี๋ยวผมไปแต่งตัวก่อน...” แฟรงค์ตอบพลางจะเอี้ยวตัวกลับเข้าห้องเพื่อหาเสื้อผ้าใส่ให้มิดชิด
“ขืนรอคุณแต่งตัวเสร็จ มันได้บินไปซ่อนก่อนแน่ ๆ เลยค่ะ!” คนตรงหน้ารีบโพล่งขึ้นขัดจังหวะพลางขยับตัวเข้ามาประชิด “เพราะฉะนั้นคุณช่วยรีบเข้าไปจัดการมันก่อนนะคะ มันอยู่ตรงอ่างล้างหน้าในห้องน้ำ... เดี๋ยวฉันจะเข้าไปรอในห้องคุณเอง!”
พูดจบยัยตัวแสบก็จัดการผลักร่างกำยำของเขาให้หันไปทางห้องของเธอ ก่อนที่เธอจะถือวิสาสะเดินเบียดกายผ่านแผงอกเขาเข้าไปในห้อง 3014 อย่างหน้าตาเฉย ทิ้งให้แฟรงค์ยืนงงในสภาพกึ่งเปลือย...
ชายหนุ่มยืนเคว้งอยู่ครู่หนึ่งพลางนึกตกใจกับความใจกล้าบ้าบิ่นของเด็กสาวคนนี้ แต่เมื่อพิจารณาดูจากข้าวของเครื่องใช้และเสื้อผ้าแบรนด์เนมที่เจ้าตัวสวมอยู่ เขาก็พอจะเบาใจได้ว่าเธอคงไม่ใช่หัวขโมยหรือมิจฉาชีพที่ไหน
คงจะกลัวแมลงสาบจนสติหลุดจริง ๆ... เขาคิดเพียงแค่อยากจะจัดการธุระให้มันจบ ๆ ไป จึงยอมเดินกึ่งเปลือยเข้าไปในห้องข้าง ๆ เพื่อกวาดสายตาหาไอ้ตัวต้นเหตุที่ห้องน้ำตามคำบอกเล่า
ผ่านไปครู่ใหญ่ ร่างกำยำก็เดินกลับเข้ามาในห้องของตัวเองในสภาพที่หยดน้ำตามร่างกายเริ่มแห้งสนิท
“เป็นไงบ้างคะ? มันตายหรือยัง” เจ้าของใบหน้าหวานถามขึ้นด้วยท่าทางตื่นตระหนก
“ไม่เห็นมีแมลงสาบสักตัวเลยครับ... คุณตาฝาดหรือเปล่า?” ชายหนุ่มตอบกลับหน้าตาย เขาควานหาจนทั่วทุกซอกทุกมุมแล้ว แต่กลับไม่เจอสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าแมลงสาบเลยสักตัวเดียว
“แบบนั้นมันต้องแอบซ่อนอยู่ตรงไหนสักที่แน่ๆ เลยค่ะ! แล้วพอกลางคืนมันต้องออกมาหยุมหัวฉันแน่ ๆ เพราะงั้น... ให้ฉันอยู่ห้องคุณไปก่อนนะคะ”
“เฮ้ย! ไม่ได้ดิครับ” แฟรงค์อุทานออกมาทันที “นี่มันห้องผู้ชายโสดนะคุณ แล้วแมลงสาบมันก็ไม่ใช่นางร้ายในละคร มันจะมาหยุมหัวคุณได้ยังไง”
ชายหนุ่มบ่นอุบเบา ๆ กับตรรกะประหลาดของเด็กตรงหน้า ทว่าเขากลับสังเกตเห็นประกายตาบางอย่างที่ดูพึงพอใจเกินเหตุ รอยยิ้มกริ่มที่ประดับบนใบหน้าสวยนั่นมันดูน่ารักและน่าเอ็นดูจนเขาเผลอใจแกว่งไปวูบหนึ่ง
“โสด... ก็ไม่มีปัญหาอะไรนี่คะ ให้ฉันอยู่ตรงนี้ไม่เห็นเป็นไรเลย” เจ้าของรอยยิ้มยั่วยวนตอบหน้าตายพลางทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาตัวยาวของเขาอย่างถือวิสาสะ
สายตาของเธอกวาดมองแผงอกที่อุดมไปด้วยกล้ามเนื้อแน่นหนัดของหนุ่มใหญ่ตรงหน้าอย่างเปิดเผย แฟรงค์เพิ่งจะรู้ตัวว่าเขายังนิ่งนอนใจอยู่ในสภาพที่มีเพียงผ้าขนหนูผืนเดียวปกปิดร่างกายต่อหน้าสาวสวยที่จ้องเขาตาไม่กะพริบ
อ่อย... ยัยนี่กำลังอ่อยเขาแน่ ๆ !
ชายหนุ่มเฝ้ามองอาการดีใจจนเนื้อเต้นของคนตรงหน้าทันทีที่เขาหลุดปากพูดคำว่า ‘โสด’ ออกมา ยิ่งเห็นรอยยิ้มกริ่มที่ประดับบนใบหน้าสวยนั่น เขาก็ยิ่งมั่นใจว่าไอ้แมลงสาบบินได้ที่เธออ้างถึงมันคงไม่มีตัวตนอยู่จริงตั้งแต่แรก
ชายหนุ่มที่ผ่านโลกมาจนถึงวัย 36 ปี เริ่มปรับสีหน้าให้ขรึมลง เขาขยับตัวเข้าไปใกล้อีกนิดเพื่อใช้ความกดดันจากร่างกายที่กำยำข่มขวัญคนตัวเล็ก
“นี่คุณ... มาอยู่ห้องผู้ชายแปลกหน้ากลางค่ำกลางคืนแบบนี้ รู้ไหมว่าจะต้องเจอกับอะไร?”
เขาตั้งใจขู่ลองเชิงหวังจะเห็นท่าทีตื่นกลัว หรืออย่างน้อยเธอก็ควรจะสำนึกได้ว่าตัวเองกำลังอยู่ในสถานการณ์ที่เสียเปรียบ ทว่าผลลัพธ์กลับตรงกันข้าม คนตัวเล็กไม่ได้ขยับหนีแม้แต่นิดเดียว เธอกลับเงยหน้าขึ้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเขา แววตานั้นซุกซนและท้าทายอย่างที่เขาไม่เคยเห็นจากผู้หญิงคนไหนมาก่อน
“ก็อยากรู้เหมือนกันค่ะ... ว่าจะเจออะไร”
น้ำเสียงใสที่เอ่ยออกมาอย่างฉะฉานบวกกับท่าทางหน้าระรื่นนั่น ทำให้คำถามมากมายในหัวของแฟรงค์ถูกไขกระจ่างทันที ยัยเด็กคนนี้ไม่ได้แค่หลงเข้ามา แต่นี่คือการจงใจเดินเข้ามาในกรงเสือเพื่อพิสูจน์ความดุร้ายของเขาชัด ๆ
เจ้าของร่างกำยำกัดฟันกรอด ความอดทนของชายวัยฉกรรจ์ที่ถูกเก็บกดมานานเริ่มสั่นคลอน เมื่อถูก ‘เหยื่อ’ ตัวน้อยท้าทายสัญชาตญาณนักล่าถึงถิ่น
“ถ้าอยากรู้ขนาดนั้น... ก็อย่ามางอแงทีหลังแล้วกันนะครับ”
เขาก้มลงกระซิบชิดใบหูเล็ก กลิ่นน้ำหอมของผู้หญิงสาวแรกแย้มปะทะเข้ากับโสตประสาทจนความต้องการส่วนลึกเริ่มตื่นตัวขึ้นมาอย่างควบคุมไม่ได้ ตอนนี้ผ้าขนหนูผืนเดียวที่เขาใส่อยู่ดูเหมือนจะเป็นอุปสรรคชิ้นสุดท้ายที่กั้นระหว่าง ‘ความสุภาพ’ กับ ‘ความดิบเถื่อน’ เอาไว้เพียงเบาบางเท่านั้น!
***