จิ้งจอกที่ 1

1770 Words
จิ้งจอกที่ 1 แม่นางไป๋บาดเจ็บที่ขา บนทางลัดสายหนึ่ง ขบวนรถม้านับสิบแล่นไปยังเมืองหลวง นี่เป็นครอบครัวแม่ทัพพิทักษ์ชายแดนทิศเหนือ หลังจากได้รับบัญชาฮ่องเต้ให้กลับมารับตำแหน่งใหม่ เขาเลยส่งครอบครัวตนเองเดินทางล่วงหน้ากลับมาก่อน “ว๊าย!..อย่าเข้ามาน๊ะ!” เสียงร้องสตรีนางหนึ่งดังขึ้นชายป่าด้านข้าง นางร้องดังเสียจนคนในรถม้าเปิดม่านหน้าต่างหันไปมอง “ใครร้องอะไรข้างนอก!” “เรียนฮูหยิน มีแม่นางผู้หนึ่งถูกสุนัขเล่นงาน ผู้น้อยใช้คนให้ไปช่วยเหลือแล้ว” องครักษ์ที่ควบม้าอยู่ด้านนอกรายงาน เมื่อลูกน้องที่ใช้ไปกลับมา เขาก็เห็นอีกฝ่ายพยุงสตรีนางนั้นเดินกะเผลกกลับมาด้วย บนรถม้าคันด้านหลัง คราแรกชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนรถรู้สึกหงุดหงิดที่ขนวนหยุดกะทันหัน ขณะเปิดม่านหน้าต่างไปถามว่าเกิดเรื่องราวใด กับพบบ่าวไพร่ผู้หนึ่งประคองหญิงสาวเดินเข้ามาในขบวน เพียงแต่เมื่อเงยหน้ามองใบหน้าหญิงผู้นั้น จากอารมณ์ขุ่นมัว กับกลายเป็นหัวใจในอกเต้นตูมตาม “แม่นาง ขาท่านได้รับบาดเจ็บ!” “พวกเจ้าลงจากรถมาช่วยทำแผลให้นางเร็วเข้า!” หลิวหนิงตะลึงในความงามของนางเพียงครู่เดียวก็รีบลงจากรถมาสั่งการวุ่นวาย เขาไล่สาวใช้ให้ลงจากรถม้าประคองนางไปที่ร่มไม้ต้นหนึ่ง จากนั้นให้หมอประจำตระกูลที่ติดตามมาด้วยลงมือรักษานาง “นายน้อย แม้นางผู้นี้บาดแผลสาหัสพอสมควร หากไม่ได้รับการรักษาอย่างถูกวิธี เกรงว่าต้องเสียขาแล้ว” หมอหนุ่มกล่าวออกมาเสียงดัง เพื่อให้หญิงสาวที่นั่งหน้าซีดได้ยินด้วย ก่อนรักษาหลิวหนิงได้กระซิบให้หาทางรั้งตัวนางไว้อยู่ก่อนแล้ว ดังนั้นเขาจึงใส่สีตีไข่อาการของนางไปพอสมควร หลิวหนิงมองสตรีที่สีหน้าไม่ดีอยู่แล้ว พอได้ยินว่าอาจเสียขา นางก็เป็นลมคอพับไปทันที วุ่นวายกันครู่ใหญ่กว่าจะเรียกคืนสติ พอนางฟื้นคืน ฮูหยินผู้เฒ่าที่ลงจากรถม้ามาแล้วถึงได้ถามหาบ้านช่องนาง “ฮือ ฮือ ข้ามาจากหนันฝู กำลังจะไปเมืองหลวงเพื่อตามหาคู่หมั้น” ฮูหยินผู้เฒ่ามองดูห่อผ้าของนางครู่หนึ่ง จากนั้นสำรวจดูเสื้อผ้าที่นางสวมใส่จึงพอจะเดาออก สอบถามอีกหลายความก็เป็นไปอย่างที่คิด นางบอกว่าคู่หมั้นนางเดินทางไปสอบที่เมืองหลวงหลายปี จนตอนนี้ยังไม่ส่งข่าวกลับมา นางเลยวัยออกเรือนแล้ว ดังนั้นจึงคิดจะไปตามหาตัวเขาให้พบ สอบถามความจริงว่าเกิดเรื่องราวใด “ท่านย่า ข้าว่าเราให้นางติดรถม้าไปด้วยเถอะ อย่างไรเราก็ไปเมืองหลวงอยู่แล้ว” หลิวหนิงรีบอาสาให้นางร่วมทางไปด้วย แม้เขาจะผิดหวังอยู่บ้างที่นางมีคู่หมั้นแล้ว แต่ก็ยังไม่หมดความตั้งใจที่คิดอ่านต่อนาง รอจนข้าวสารหุงเป็นข้าวสุก เขายังกลัวไม่ได้ครอบครองนางอีกหรือ ฮูหยินผู้เฒ่าหรือจะไม่รู้ถึงจิตใจหลานชาย แค่เห็นสายตาที่อีกฝ่ายมองสตรีตรงหน้า นางก็รู้แล้วว่าเขาคิดอ่านอันใด แม้จะไม่ชอบใจอยู่บ้าง แต่พอมองใบหน้างามหยาดเยิ้มนั่น นางเองยังรู้สึกว่าเสียของ หากจะให้หญิงสาวผู้นี้ตกเป็นของบุรุษอื่น “เจ้าไปอยู่รวมกับสาวใช้ที่รถม้าคันหลังเถอะ” กล่าวจบนางก็เดินกลับขึ้นรถม้า หลิวหนิงเห็นว่าท่านย่ารู้ใจตนเองก็ยินดียิ่ง เขาจัดการเกลี้ยกล่อมให้นางร่วมทาง ยกข้ออ้างต่างๆ นาๆ จนในที่สุดก็นำคนติดตามมาด้วยได้ เมื่อขบวนเดินทางอีกครั้ง เขาก็รีบมุดเข้าไปหาท่านย่าในรถ จากนั้นเกาะแขนอ้อนวอนนาง “ท่านย่าต้องช่วยเหลือข้า แค่เห็นนางแวบแรก ข้าก็ต้องการนางแล้ว!” “หึ! เจ้าอยากรับนางเป็นอนุก็ได้ แต่ไปตรวจสอบภูมิหลังนางให้ดีเสียก่อน อย่าให้ข้าต้องเดือดร้อนวิ่งเต้นเรื่องวุ่นวายของเจ้าอีก” ยายเฒ่ารู้จักไส้พุงหลานชายดี หากเป็นเรื่องสตรีแม้ตนไม่ยอมช่วย เขาก็ต้องแอบทำอะไรลับหลังนางอยู่ดี หลิวหนิงฟังว่าท่านย่าผงกหัวอนุญาต เขาก็รีบส่งคนไปยังเมืองหนันฝู เพียงแค่หญิงชาวบ้านนางหนึ่ง ต่อให้มีคู่หมั้นอยู่แล้ว หากเขาอยากครอบครอง นับว่าง่ายดายดุจพลิกฝ่ามือ ขณะที่ขบวนรถแล่นไปเรื่อยๆ ภายในรถมีทั้งคนยินดีสุขสันต์ คุณชายน้อยจวนแม่ทัพที่คิดอ่านวางแผน ยามนี้ไม่รู้ตัวแม้แต่น้อย ว่าตนเองก็ตกอยู่ในแผนการผู้อื่นแล้วเช่นกัน *** ครึ่งเดือนต่อมา “คุณชาย นางกำพร้าบิดามารดาจริงๆ บ้านนางยากจนมาก มีเพียงยายแก่ตาบอดข้างหนึ่งอาศัยอยู่” ภายในโรงเตี๊ยม บ่าวชายที่ถูกส่งไปสืบเรื่องของหญิงสาวกลับเข้ามารายงาน พอเล่าเรื่องทั้งหมดออกมา หลิวหนิงก็สั่งให้เขาล่วงหน้าไปยังเมืองหลวง เพื่อสืบข่าวคู่หมั้นของนางต่อ “เจ้าไปได้แล้ว ทำงานให้ไวกลับมาข้าย่อมตบรางวัลอย่างงาม” เมื่อบ่าวชายจากไป คุณชายหลิวที่บัดนี้ใจเต้นลิงโลดก็เรียกสาวใช้ที่อยู่ด้านนอกเข้ามา นางพอมาถึงไม่ทันได้เอ่ยปากก็ถูกชายหนุ่มจับกดลงไปบนโต๊ะกลางห้อง กระโปรงถูกตลบไว้บนแผ่นหลัง ช่องแคบไม่ทันชุ่มชื้น แท่งเนื้อร้อนลวกก็ถูกสอดใส่เข้าไปสุดทาง “โอ๊ย! คุณชายช้าหน่อยเจ้าคะบ่าวเจ็บ!” “พั่บๆๆ พั่บๆๆ พั่บๆๆ” “อูยย..เสี่ยวอวี๋ เจ้าทนหน่อยสิ ไหนลองว่ามาวันนี้นางทำอะไรบ้าง” คุณชายหลิวเพียงแค่คิดถึงใบหน้าแม่นางไป๋ ลำเอ็นที่อยู่ในช่องทางคับแคบก็แข็งขึงจนเจ็บปวด เขาบดขยี้โพรงสวาทสาวใช้ไปเรื่อยๆ ฟังนางที่กำลังเด้งตามแรงดันบอกกล่าวคำตอบที่อยากรู้ “อ๊าส์ อ๊าส์ แม่นางไป๋กินข้าวมากขึ้นกว่าเมื่อวาน เมื่อเช้าข้ายังอาบน้ำกับนาง กลีบท้อนางสวยมากเลยเจ้าคะ” “พั่บๆๆ พั่บๆๆ พั่บๆๆ” “อะไรนะ! นางยอมอาบน้ำกับเจ้าแล้วหรือ เป็นอย่างไร งามสู้ของเจ้าได้หรือไม่?” “ซีดดด..งามกว่าบ่าวมากนัก ควงหน่อยสิกำลังเสียวเลยคุณชาย” ระหว่างที่เร่งให้เจ้านายด้านหลังควงเอว นางก็ยกขาขึ้นจากพื้นข้างหนึ่ง หลิวหนิงรู้ถึงความต้องการของสาวใช้ ก็ผละมือข้างขวาจากเอวไปคว้าขาพับนางไว้ สะโพกก็กระแทกหมุนควงบดขยี้รูสวาทอย่างชำนาญ “ซีดด..อู้วว เสี่ยวอวี๋ หน้าอกนางเป็นยังไง ตรงนั้นนางเล็กหรือใหญ่ ขนเยอะหรือไม่?” “พั่บๆๆ พั่บๆๆ พั่บๆๆ” ขณะยกขาสาวใช้ซอยเอวเข้าออก เขาก็แหงนหน้าหลับตาจินตนาการไปด้วย ซึมซับแรงบีบรัดพร้อมกับคิดถึงว่าคนตรงหน้าที่เอาอยู่ตอนนี้เป็นนางในฝัน เสียงกระทบกันของเนื้อดังไม่มีแผ่ว เสี่ยวอวี๋บัดเดี๋ยวบอกให้คุณชายจับพลิกท่านอนหงาย บัดเดี๋ยวขอให้อุ้มยืนติดผนัง นางร้องครวญครางเสียวซ่านสุขสม ปากก็บอกกล่าวเรื่องของหญิงสาวอีกคนออกมาไม่มีปิดบัง “อ๊าส์ อ๊าส์ กลีบนางโหนกนูนอมชมพู แต่ขนไม่มีซักนิดเลยคุณชาย เกลี้ยงเกลาราวกับเด็กทารก” เสี่ยวอวี๋คลานสี่ขาอยู่บนพรมปูพื้น นางชอบที่สุดเวลาเจ้านายควบขับนางราวกับสุนัข เพราะนางรู้ว่าคุณชายมักจะเสร็จสมในท่านี้ “ซีดด..อืมม อ๊าส์ ข้าจะเสร็จแล้ว” “พั่บๆๆ พั่บๆๆ พั่บๆๆ” หลิวหนิงร้องดังด้วยความสะใจ เขาคิดภาพตามในหัว มือก็คว้าเอวสาวใช้กระชากเข้ามาตอกอัด ร้องคำรามราวกับวัวบ้ายามความเสียวแล่นถึงปลายทาง “อู้วววว อ๊าส์ ตับๆๆ ตับๆๆ ตับๆๆ” สาวใช้คลานคุดคู้รู้งานเป็นอย่างดี นางฝังศีรษะลงไปในซอกแขนทั้งสอง ค้ำยันร่างกายไว้เพื่อไม่ให้กระเด็นหัวสั่นหัวคลอน ยกบั้นท้ายขึ้นสูงรับแรงกระแทกด้วยความช่ำชอง “พรวด!” เสียงตับๆ ค่อยๆ เบาลง พร้อมกับเสียงคราง อ่า อ่า ของคนทั้งสอง เสี่ยวอวี๋สั่นกระตุกอุ่นวูบวาบในท้อง ปล่อยให้คุณชายหลิวฟุบกายอยู่บนแผ่นหลังสิ้นเรี่ยวสิ้นแรง “คุณชาย เอาออกได้แล้ว บ่าวจะไปยกอาหารเข้ามาให้” สาวใช้ร่างเล็กไล่ผู้เป็นนายลงจากแผ่นหลัง ความคับแน่นและความเหนียวหนืดที่เริ่มไหลลงตามเรียวขา ทำให้นางรู้สึกรำคาญ เพียงแต่นางยังไม่มีความกล้าพอที่จะบอกความจริงออกไป “ป็อก! พรวด!” น้ำขาวขุ่นทะลักตามลำเอ็นที่ถูกดึงออกมา หลิวหนิงมองดูบั้นท้ายสาวใช้คนโปรดชั่วคราวก็ไล่นางออกจากห้อง ทั้งสั่งกำชับให้นางจับตาดูหญิงสาวผู้นั้นให้ดี “ทำงานของเจ้าให้ดีละ เอาไว้เมื่อไหร่นางเป็นคนของข้า เดี๋ยวจะแต่งตั้งเจ้าขึ้นเป็นอนุพร้อมกัน” “เจ้าคะ บ่าวจะจับตาดูนางให้ดี” เสี่ยวอวี๋หน้าแดงรีบรุดออกจากห้อง หากไม่ใช่ได้รับคำมั่นสัญญาจากคุณชาย นางมีหรือจะอยากอยู่ใกล้ชิดสตรียั่วยวนกวนราคะนางนั้น ผู้หญิงอะไร ขนาดใส่เพียงเสื้อผ้าเนื้อหยาบ ไม่ว่าจะขยับซ้ายพลิ้วไหวขวา กับเต็มเปี่ยมไปด้วยความยั่วยวน แม้แต่ตนเองที่เป็นสตรีแท้ๆ ยามชมมองยังหวั่นไหวใจไม่น้อย *** ในโรงเตี๊ยม ภายในห้องนั่งไว้ด้วยหญิงสาวห้าหกนาง ทั้งหมดล้วนเป็นหญิงรับใช้ตระกูลหลิว มีเพียงไป๋หลานที่มีศักดิ์ฐานะพิเศษ แต่นางก็ไม่ได้สูงส่งไปกว่าหญิงพวกนี้ซักเท่าใด “น้องไป๋ เจ้าเอาแต่มองออกไปข้างนอกนานสองนาน ตรงนั้นมีอะไรอยู่หรือ” ไป๋หลานเกยคางอยู่ขอบหน้าต่าง สาวใช้ที่นั่งอยู่ขอบเตียงข้างๆ อดไม่ได้ที่จะถามนางออกมา “ไม่มีอะไรทั้งนั้นพี่เสี่ยวฮัว ข้าเพียงเดินเหินไม่สะดวกออกไปข้างนอกไม่ได้ เลยทำได้แค่นั่งมองทิวทัศน์อยู่ตรงนี้” แม้นางจะพูดออกไปเช่นนั้น แต่สายตากลับไม่ได้ละหนีไปจากเจ้าหมาดำตัวเขื่อง ที่นอนอยู่ในซอกหลืบฝั่งตรงข้าม ***
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD