จิ้งจอกที่ 2
สามีสุนัข
เสียงล้อรถบดอัดเม็ดดินเม็ดทรายไปเรื่อยๆ อีกไม่น่าจะเกินห้าวัน กลุ่มคนทั้งหมดก็จะเข้าเขตเมืองหลวงแล้ว คุณชายหลิวที่เป็นห่วงเป็นใยหญิงงาม มักจะวนเวียนมาถามไถ่ความเป็นอยู่ เรื่องนี้กับไม่สร้างความรำคาญให้ไป๋หลานแม้แต่น้อย จะมีก็เพียงแต่เรื่องเดียว
“กลับไปเฝ้าถ้ำได้แล้ว จะตามข้ามาทำไม!”
ไป๋หลานเกยคางอยู่ขอบหน้าต่าง นางส่งกระแสจิตออกไปบอกเจ้าสุนัขที่ติดตามมาตลอดทาง
หากมองจากมุมคนนอก ภาพหญิงงามชมดูทิวทัศน์ยั่วยวนใจไม่น้อย สาวใช้สี่นางที่นั่งอยู่ในรถคันเดียวกันมักจะเห็นเช่นนี้ ขนาดเป็นหญิง พวกนางยังหวั่นไหวกับความงามอีกฝ่ายเลย
“น้องสาวไป๋ อีกไม่กี่วันก็ถึงเมืองหลวงแล้ว เจ้าคิดจะทำอะไรต่อหรือ?”
ไป๋หลานพลิ้วกายกลับมาจากขอบหน้าต่าง นางตอบอีกฝ่ายกลับไปว่าจะไปตามหาคู่หมั้น เสี่ยวอวี๋ได้ยินเช่นนั้นก็ยิ้มเย็นในใจ กล่าวเรื่องราวน่ากลัวต่างๆ ในเมืองหลวงออกมา เล่าเสียจนเห็นหญิงงามสีหน้าซีดเซียว
“เมืองหลวงใหญ่โตปานนั้น หากเจ้าพบเจอคนไม่ดีจะทำยังไง เช่นนี้แล้วกัน ข้าจะขอร้องฮูหยินผู้เฒ่าให้เจ้าพักพิงในจวนซักระยะ”
ไม่เพียงแต่เสี่ยวอวี๋ที่หว่านล้อม สาวใช้ที่อยู่ข้างๆ ก็ช่วยกันกล่าวสำทับ ยกข้ออ้างต่างๆ นาๆ ถึงขอดีที่อยู่ในจวน บอกว่าด้วยอำนาจบารมีท่านแม่ทัพ พอถึงเมืองหลวงย่อมไม่มีคนกล้ารังแกนาง
ไป๋หลานแสดงสีหน้าเกรงอกเกรงใจ แต่ท้ายที่สุดยังคงยินยอมออกปากขอร้อง ไหว้วานขอให้พี่เสี่ยวอวี๋ขอห้องพักซักห้องให้กับนาง
“ข้าจะไม่อยู่เปล่า เอาไว้ข้าจะทำงานในครัวเพื่อเป็นค่าที่พัก”
แม้ทุกคนบอกว่าไม่เป็นไร แต่ไป๋หลานยังคงยืนยันจะทำงานเป็นค่าตอบแทน ทั้งยังบอกว่าตนเองมีฝีมือด้านการทำอาหารไม่น้อย สามารถเป็นลูกมือในครัวได้
หลังจากการพูดคุยหารือเรื่องอนาคตจบลง หญิงสาวทั้งหลายก็หยอกล้อกันคิกคัก เพราะอยู่ด้วยกันมาเกือบเดือน ไป๋หลานจึงเข้ากับพวกนางได้เป็นอย่างดี
***
วัดร้างแห่งหนึ่ง
บรรยากาศคืนนี้เยียบเย็นกว่าปกติ โดยทั่วไปขบวนรถม้าตระกูลหลิวจะเข้าพักตามโรงเตี๊ยม แต่หากไม่สามารถหาได้ก่อนฟ้ามืด แม้จะเป็นกลางป่าเขา แต่ด้วยนักบู้ที่มี คนทั้งหมดยังสามารถตั้งกระโจมกลางทางได้
“พี่เสี่ยวอวี๋ ที่นี่วังเวงจังเลย”
“คนตั้งมากมายเจ้าจะกลัวอะไร รีบไปนำผ้าห่มจากรถม้าลงมาเร็วเข้า”
สาวใช้รุ่นเล็กรับคำกล้าๆ กลัวๆ นางรีบไปขนข้าวของจำเป็นลงจากรถม้า จัดเตรียมที่พักสำหรับคืนนี้ โดยที่บุรุษส่วนมากจะก่อกองไฟอยู่ด้านหน้า สาวใช้และเจ้านายผู้หญิงให้รวมตัวกันอยู่อารามด้านใน
เสียงปะทุของเปลวไฟลั่นเพี๊ยะพะ นักบู๊พิทักษ์ตึกที่ถูกฝึกมาอย่างดี โดยทั่วไปต่อให้อดหลับอดนอนนานกว่านี้ ยังไม่มีผู้ใดกล้าหลับในเวลาเฝ้าเวรยาม แต่คืนนี้กับแตกต่างออกไป นั่นเพราะยังไม่พ้นครึ่งคืน คนทั้งหมดก็ฟุบหลับกันหมดเสียแล้ว
หน้าประตูอาราม ไป๋หลายค่อยๆ เยื้องย่างออกมาอย่างไม่รีบร้อน หากคุณชายหลิวตื่นขึ้นมาพบเห็นนางตอนนี้คงตกใจจนฉี่ราด เมื่อได้เห็นหางพวงใหญ่ของนาง
ขึ้นเหนือไปราวสิบลี้
จิ้งจอกสีขาวตัวใหญ่วิ่งหูตั้งด้วยความรวดเร็ว นางต้องทำงานแข่งกับเวลา หากกลับช้าเกินไป เกิดเจ้าพวกนั้นตื่นขึ้นมาเสียก่อนจะเสียงานใหญ่ได้
กลิ่นไอชั่วร้ายจำนวนมากยั่วยวนนางจิ้งจอกให้น้ำลายสอ นับจากออกเดินทางกับคนกลุ่มนี้ ไป๋หลานก็แทบไม่ได้กินเลือดมนุษย์สดๆ นางในตอนนี้รู้สึกจะลงแดงตายอยู่แล้ว “…”
***
เสียงกระทบกันของเนื้อดังออกมาจากกระท่อมหลังน้อย ความจริงไป๋หลานคิดจะวิ่งเลยไป แต่พอนางได้ยินเสียงครวญครางของคนทั้งคู่ ก็อดไม่ได้ที่จะหยุดชมดู
ภายในกระท่อม ไป๋หลานเขย่งสองขาหน้าเกาะขอบหน้าต่าง หลายปีมานี้ นับตั้งแต่นางเสียความบริสุทธิ์ จิ้งจอกสาวมักจะทนไม่ได้ยามเห็นคู่รักเสพสม จำต้องสอดรู้สอดเห็น แฝงตัวเข้าไปแอบดูทุกที
บนแคร่ไม้ไผ่ ชายชราผู้หนึ่งจับหญิงสาวรุ่นลูกนอนแผ่หลา ขาทั้งสองข้างของนางฉีกไปคนละทาง สะโพกผอมกรังของชายแก่ก็เด้งเอาๆ ไป๋หลานปลายหูชูชันชมดูอย่างตั้งอกตั้งใจ นางรู้สึกอิจฉาหญิงสาวผู้นั้นยิ่งนัก ที่กำลังถูกคู่ขาตนเองจับพลิกคว่ำพลิกหงาย หากนางได้ลิ้มรสชาติแบบนี้ ไม่ทราบจะสุขสมได้ถึงเพียงไหน
เกือบครึ่งชั่วยามไป๋หลานค่อยตัดใจจากมา นางเร่งฝีเท้าไปยังกลุ่มก้อนไอชั่วร้ายที่อยู่ห่างออกไป โดยที่กลีบท้อใต้พวงหางฉ่ำแฉะแล้ว
ไป๋หลานวิ่งตรงไปหาเป้าหมายพร้อมความรัญจวน หากคู่ของนางกลายร่างเป็นคนได้เมื่อไหร่ นางต้องบังคับเขาให้พลิกแพลงท่วงท่าแปลกๆ เหล่านั้นบ้าง ไม่ใช่เป็นอย่างหลายปีที่ผ่านมา ร่วมคู่กันทีไรขึ้นขี่นางอยู่แค่สองท่าเท่านั้นเอง
“…”
***
ค่ายทหารแห่งหนึ่ง
ในความมืด ดวงตาสะท้อนแสงของจิ้งจอกสาวเพ่งมองไปยังกระโจมนับร้อย นางไม่ทราบว่านี่เป็นทหารจากค่ายใด รู้เพียงแค่ว่ากองพันแห่งนี้เต็มไปด้วยพลังงานด้านมืด โดยเฉพาะกระโจมตรงกลาง กลิ่นไอด้านลบแผ่พุ่งออกมาจนนางน้ำลายสอ
แม้ไป๋หลานจะมีความสามารถสะกดมนุษย์ให้หลับ แต่นับจากสูญเสียตบะเมื่อสิบปีก่อน จนบัดนี้นางยังฟื้นคืนพลังไม่ถึงหนึ่งส่วน ดังนั้นด้วยจำนวนคนมากขนาดนี้ นางยังไม่สามารถสะกดให้หลับพร้อมกันได้
“ใครอยู่..!” ทหารยามผู้หนึ่งยังไม่ทันร้องออกไป ลำคอก็ถูกขย้ำจนจมเขี้ยว จิ้งจอกสาวค่อยๆ ลากเขาหายเข้าไปในความมืด จากนั้นก็ลอกเอาหนังหน้าเขาออกมา เพียงครู่เดียวนางก็จำแลงกายเป็นอีกฝ่ายได้แล้ว
***
ภายในกระโจมแม่ทัพ
องค์ชายห้าเว่ยเสวียนควบขับคณิกานางหนึ่งด้วยความหยาบคาย แม้นางจะลงมือทุบตี แต่ฝ่ายชายก็ไม่ผ่อนแรงลงแม้แต่น้อย
“โอ๊ย! เจ็บเพคะ พรุ่งนี้หม่อมฉันมีรอบต้องขึ้นแสดงอีก เบากว่านี้เพคะ”
หลันฮวายืนเกาะเสากระโจม เท้าข้างหนึ่งเหยียบอยู่บนตั่งเตี้ย มืออีกข้างก็รวบชายกระโปรงขึ้นมากำไว้ แอ่นบั้นท้ายให้องค์ชายห้าเสยส่งแท่งเนื้อเข้าออกรุนแรงจากทางด้านหลัง
“เจ้าก็ทนหน่อยสิ นานๆ ข้าจะมีข้ออ้างออกนอกวัง ให้ข้าได้สนุกเต็มที่หน่อย”
หลันฮวาเถียงอะไรไม่ได้ นางเป็นเพียงของเล่นที่องค์ชายเลี้ยงไว้ เลยทำได้เพียงส่งชายกระโปรงเข้าปาก ขบกัดเพื่อกลั้นเสียงสะอื้นไม่ให้ดังออกไป
“พั่บๆๆ พั่บๆๆ พั่บๆๆ”
เสียงกระทบกันของเนื้อดังขึ้นเรื่อยๆ ไป๋หลานยิ่งเดินเข้าใกล้กระโจม เวรยามก็ยิ่งมากขึ้น เพียงแต่นางไม่กลัว คนแค่ไม่กี่สิบคน นางยังสะกดให้คนพวกนั้นหลับได้
“ฟ่อ ฟ้อ” ยังไม่ทันเข้าใกล้ถึงยี่สิบวา ไป๋หลานก็ต้องแปลกใจ เมื่อเสียงขู่ราวกับงูเห่าดังขึ้น นางยังไม่ทันรู้ว่าดังมาจากไหน เจ้างูสีทองก็พุ่งเข้ามารัดพันนางแล้ว
“โอ๊ย! ออกไปน๊ะเจ้างูบ้า!”
นางพอตกใจมนต์สะกดก็คลาย จากนั้นเป็นเสียงโห่ร้องของเหล่าทหาร เพียงครู่เดียวนางก็ถูกคนนับร้อยรุมล้อม โดยที่ตัวเองยังคงต่อสู้ตะลุมบอลคลุกฝุ่นอยู่กับเจ้างูสีทองตัวนั้น
“แม่งเอ๊ย!”
เมื่อสู้ไม่ได้ไป๋หลานก็สบถคำหยาบ นางแปลงกายกลับเป็นจิ้งจอกขาวตัวโต จนสามารถหลุดจากเจ้างู หลบคมหอกคมดาบนับร้อย ค่อยสามารถหนีรอดจากเจ้าพวกนั้นออกมา
“ฮือ ฮือ ฮือ แม่งเอ๊ย! แม่งเอ๊ย! แม่งเอ๊ย!”
พอหนีไปได้ซักระยะ ไป๋หลานก็ลงไปนอนชักดิ้นชักงอกับพื้น นางเจ็บใจยิ่งนัก หากเป็นสมัยก่อนนางไหนเลยต้องหนีหางจุกตูดเช่นนี้ เพียงแค่ปีศาจงูเล็กๆ ตัวเดียว ถึงกับเล่นงานนางสะบักสะบอมได้
“แผลบ แผลบ” ขณะที่จิ้งจอกขาวนอนร่ำไห้ ลิ้นสากๆ ที่คุ้นเคยก็เลียปลายจมูกนาง ปาดเช็ดไปมาจนทั่ว สุดท้ายยังเลียน้ำตานางจนแห้ง
“ข้าบอกให้เจ้ากลับไปเฝ้าถ้ำ ทำไมยังตามมาอีก”
จิ้งจอกขาวนอนอ่อนระทวยหลับตาลง ปล่อยให้คู่ของตนเลียทำความสะอาดร่างกาย นางเหนื่อยเหลือเกิน เหนื่อยกับการที่ต้องบำเพ็ญตบะใหม่อีกครั้ง
“แผลบ แผลบ แผลบ” ลิ้นสากค่อยๆ เลียขนนางไปเรื่อยๆ พอเลียมาจนถึงหน้าท้อง ไป๋หลานก็อ้าขาหลังขึ้นอย่างรู้งาน ปล่อยให้เจ้าสุนัขสีดำ ทำความสะอาดพุงขาวๆ ของตนเอง รวมทั้งห***มเล็กๆ ทั้งสิบ
“อืมมม ไม่เอา อย่าเลียตรงนั้นสิ”
เมื่อถูกลิ้นสากเลียไปที่กาบหอยใต้พวงหาง ไป๋หลานก็อดไม่ได้ที่จะตำหนิเจ้าของลิ้น แต่นางก็ไม่มีท่าทีหุบขาหลังลงแต่อย่างไร
“ซีดด..อู้วว เจ้าอย่าขยี้แบบนี้สิ”
จิ้งจอกสาวครางออมมาอย่างสุดกลั้น นางเสียวเสียจนลืมเรื่องคับแค้นใจเมื่อครู่ไปจนหมด กลับกลายเป็นว่ายามนี้นอนหลับตา เปลี่ยนจากนอนตะแคงข้างอ้าขาหลัง กลับกลายเป็นหงายท้องขาชี้ฟ้าเสียแล้ว
“แผลบ แผลบ” เจ้าดำยังคงขยี้ลิ้นใส่กาบหอยนางรัวๆ ไป๋หลานรับรู้ได้ถึงน้ำบางอย่างที่เริ่มไหลออกจากช่องแคบนางแล้ว ทีแรกคิดว่าตนเองคงจะไม่มีอารมณ์ แต่พอคิดถึงฉากรักของชายแก่เมื่อครู่ นางก็อดทนต่อไปไม่ไหว สุดท้ายก็สั่นกระตุกพ้นน้ำบางอย่างออกมา “…”
“รีบๆ หน่อย ข้าต้องกลับก่อนฟ้าสาง” จิ้งจอกขาวพลิกตัวกลับมายืนสี่ขา นางย่อตัวลงเล็กน้อย เพื่อให้คู่ขาของตนขึ้นขี่ได้โดยง่าย
รออยู่ครู่หนึ่งเจ้าดำด้านหลังก็ยังไม่โดดขึ้นมา นางกำลังจะหันกลับไปดู ก็ได้ยินเสียงเห่าของเขาเสียก่อน
“โฮ่ง! โฮ่ง! โฮ่ง!” จิ้งจอกขาวหูกระตุก แม้นางจะไม่พอใจนัก แต่ยังคงแปลงกลายกลับเป็นหญิงสาวในชุดกระโปรงงดงาม จากนั้นทรุดตัวลงคลานสี่ขาอีกครั้ง
“…”
***