ตอน เตะผ่าหมาก
“อีเม! คืนนี้ตามไปเก็บศพพวกกูเหมือนเดิมนะ กูจะไปนั่งส่องผู้ชายร้านคุณแทน”
เสียงแหลมสูงที่ดังจนแสบแก้วหูนั้นเป็นของ โซเฟีย ยัยลูกคุณหนูบ้านรวยระดับเศรษฐี แต่ความสวยรวยทรัพย์ก็มาพร้อมความแสบซ่าและประวัติเรื่องผู้ชายที่ยาวเป็นหางว่าว เธอคือหนึ่งในกลุ่มเพื่อนสนิทที่ชอบพาชีวิตเข้าไปเสี่ยงในอบายมุขเป็นว่าเล่น
“แล้วทำไมต้องเป็นกูที่ต้องไปอีกแล้วล่ะ” เมต้า ถอนหายใจทิ้งพลางย้อนถามคำถามเดิม ๆ ที่เธอเองก็รู้คำตอบดีอยู่เต็มอก
“ก็ไปเก็บศพพวกกูไงคะคุณเพื่อน” สไปรท์ เพื่อนสาวอีกคนที่แซ่บไม่แพ้กันพูดเสริมขึ้นด้วยใบหน้านิ่งๆ ตามสไตล์ แต่แววตานั้นจริงจังว่าคืนนี้ไม่มีทางรอด
“กูตลอด... ถ้าจะให้กูไป คืนนี้ต้องมีเจ้ามือนะ”
เมต้าเอ่ยต่อรองด้วยน้ำเสียงกึ่งเล่นกึ่งจริง เธอไม่ได้ร่ำรวยเหมือนเพื่อนในกลุ่ม เงินค่าขนมแต่ละเดือนที่ได้มาก็ต้องใช้อย่างประหยัด อะไรที่ช่วยเซฟเงินในกระเป๋าได้เธอก็พร้อมจะทำ แม้ใครต่อใครจะแอบนินทาว่าเธอทำตัวเป็นขี้ข้าให้พวกคุณหนู แต่เมต้าก็หาได้แคร์ไม่
ความสัมพันธ์ของพวกเธอทั้งสามคนลึกซึ้งกว่าที่คนนอกมองเห็น แม้โซเฟียกับสไปรท์จะดูแรง ดูร่านรักในสายตาคนอื่น แต่พวกเธอก็เป็นเพื่อนที่จริงใจและคอยซัปพอร์ตเมต้ามาตลอด และนั่นคือเหตุผลสำคัญที่ทำให้เมต้าทิ้งพวกเธอไม่ได้ โดยเฉพาะความกลัวที่ว่าเพื่อนสายปาร์ตี้ของเธอจะโดนชายแปลกหน้ามอมเหล้าแล้วลากไปข่มขืน หน้าที่ ‘หน่วยเก็บศพ’ จึงตกเป็นของตนโดยปริยาย
นักศึกษาปี 4 ที่กำลังจะจบในอีกไม่กี่อึดใจ แทนที่จะเอาเวลาไปวุ่นวายกับการหาที่ฝึกงานเทอมหน้า พวกเธอกลับเลือกที่จะไปปิดท้ายชีวิตวัยเรียนกันที่บาร์ของชายหนุ่มหน้าใส... โดยที่ไม่รู้เลยว่าคืนนี้ ‘คนเก็บศพ’ อาจจะกลายเป็น ‘ศพ’ เสียเอง
เวลา 21.30 น.
คือเวลาแห่งการรวมตัวของสามสาวดาวเด่น
สไปรท์ ปรากฏตัวในชุดเดรสสีขาวแผ่นหลังนวลเนียนกว้างขวางโชว์หุ่นนางแบบที่ใครเห็นเป็นต้องเหลียวมอง ส่วนโซเฟีย ยัยคุณหนูจอมพยศมาในชุดเดรสสีแดงกุหลาบที่ขับผิวให้ดูโดดเด่นสมราคาราชินีนักล่าผู้ชาย และคนสุดท้ายที่เดินตามมาคือเมต้า ในชุดเดรสสีดำสายเดี่ยวที่โชว์หน้าอกคัพ F ทรงเสน่ห์อย่างเต็มตา
แม้บุคลิกของเมต้าจะดูห้าวและตรงไปตรงมา แต่ความสวยของเธอนั้นเรียกได้ว่าระดับพรีเมียม เพียงแต่เจ้าตัวมักจะมองข้ามเสน่ห์ของตัวเองไป เพราะมัวแต่วุ่นวายกับการเอาตัวรอดในชีวิตประจำวันจนไม่เคยคิดเรื่องการมีคนรักสักครั้งเดียว
ที่นั่งประจำซึ่งโซเฟียยอมจ่ายหนักเพื่อจองไว้เสมอคือเก้าอี้หน้าเคาน์เตอร์บาร์ เหตุผลเดียวที่พวกเธอมานั่งอุดอู้ตรงนี้ก็เพื่อจะสบตากับบาร์เทนเดอร์หนุ่มสุดฮอตอย่างแทนคุณ
“สวัสดีครับคุณโซเฟีย คุณสไปรท์... แล้วก็คุณเม”
เสียงทุ้มหวานของบาร์เทนเดอร์หนุ่มดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มที่สาวๆ ทั้งร้านอยากครอบครอง แต่เมต้ากลับชักสีหน้าใส่ทันที
“เมต้าค่ะ... ชื่อเมเรียกได้เฉพาะคนสนิท” เธอขู่ฟ่อพลางจ้องหน้าเขาเขม็ง เธอไม่ชอบท่าทางกะลิ้มกะเหลี่ยและสายตาเจ้าเล่ห์ที่เขามักจะส่งมาหาเธอเป็นพิเศษ ทั้งที่หน้าตาเขาก็ออกจะละอ่อน ขาวตี๋สไตล์พิมพ์นิยมแท้ ๆ แต่ทำไมเธอกลับรู้สึกขนลุกทุกครั้งที่เขามองมา
“อ๋อครับ... แล้วต้องสนิทระดับไหนครับถึงจะเรียกแบบนั้นได้?”
แทนคุณจงใจกวนประสาท เขาเลิกสนใจสาวสวยอีกสองคนที่พยายามอ่อยเขา แล้วพุ่งเป้ามาที่เมต้าเพียงคนเดียวอย่างออกนอกหน้า
“ถ้าไม่ใช่ผัว ก็เรียกไม่ได้หรอกค่ะ!” หญิงสาวตอบปัดรำคาญพลางสะบัดหน้าหนีไปอีกทาง
“อืม ต้องเป็นผัวสินะ”
ไม่ทันที่เมต้าจะตั้งตัว แทนคุณก็โน้มตัวข้ามเคาน์เตอร์บาร์มาอยู่ข้าง ๆ เธอ ความใกล้ชิดนั้นทำให้เธอรับรู้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ที่เป่ารดใบหูจนหัวใจเต้นผิดจังหวะ หญิงสาวหันกลับไปมองหน้าเขาตาเขม็งหมายจะด่าทอ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือรอยยิ้มตาหยีที่ดูไร้เดียงสา ทว่าแววตาซ่อนคมเอาไว้จนน่ากลัว
01.00 น.
สัญญาณไฟในร้านเริ่มสลัวลงเป็นสัญญาณของการปิดทำการ
เมต้ายืนเคว้งอยู่หน้าประตูร้านด้วยอารมณ์บูดบึ้ง เพื่อนรักทั้งสองคนของเธออย่างโซเฟียและสไปรท์ต่างก็ได้ 'เหยื่อ' ติดมือกลับบ้านกันไปหมด ทิ้งให้ 'หน่วยเก็บศพ' อย่างเธอต้องกลายเป็นคนเร่ร่อนหาแท็กซี่กลับเองเสียอย่างนั้น
“จะกลับแล้วเหรอครับ?” เสียงทุ้มต่ำที่คุ้นเคยดังขึ้นจากทางด้านหลัง
“อืม... กลับแล้ว เพื่อนกลับหมดแล้ว” เมต้าตอบด้วยน้ำเสียงเหนื่อยหน่ายโดยไม่แม้แต่จะหันไปมอง
“ทำไมคุณถึงไม่ชอบคุยกับผมขนาดนั้นล่ะครับ?” จู่ๆ แทนคุณ ก็โพล่งถามขึ้นมาตรง ๆ
“ดูออกขนาดนั้นเลยเหรอ?” หญิงสาวถามกวนประสาทกลับไป
“ปกติมีแต่คนอยากคุยกับผมนะ” เขาขยับเข้ามาใกล้พลางเลิกคิ้วมอง
“อ๋อ... พอดีฉันมันพวกไม่ค่อยปกติน่ะ ขอตัวนะ”
หญิงสาวตัดบทพลางเตรียมจะก้าวเดินออกจากร้านไปสู่ถนนที่ไร้ผู้คน แต่ทว่าข้อมือเรียวกลับถูกมือหนาคว้าเอาไว้แน่น สัมผัสจากฝ่ามือของบาร์เทนเดอร์หนุ่มนั้นร้อนผ่าวขัดกับอากาศที่เย็นเยือกในร้าน
“พอดีผมดันชอบคนไม่ปกติซะด้วยสิ... คืนนี้ไม่ต้องกลับหรอกครับ”
แทนคุณเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำในลำคอ เขาไม่ได้ดูอ่อนเหมือนตอนที่อยู่หน้าเคาน์เตอร์บาร์แม้แต่น้อย เมต้าพยายามสะบัดข้อมือออกสุดแรง แต่เขากลับกระชากร่างอวบอัดของเธอให้เข้าหาตัวจนแผ่นหลังของเธอไปชนกับเสาไม้ต้นใหญ่ข้างประตู
“พอดีฉันไม่ใช่ประเภทชอบฟังคำสั่งใครค่ะ!” เมต้าจ้องหน้าเขาอย่างไม่ลดละ ดวงตาโตวาวโรจน์ด้วยความโมโหที่ถูกคุกคาม
“อ้อ... พอดีผมเป็นประเภทชอบขัดใจคนซะด้วยสิ”
ชายหนุ่มหน้าใสขยับเข้าไปใกล้จนช่องว่างระหว่างกันแทบไม่เหลือ เขาใช้แขนทั้งสองข้างยันเสาคร่อมร่างหญิงสาวไว้ กลิ่นน้ำหอมอ่อน ๆ ผสมกับกลิ่นมินต์จากตัวเขาพุ่งเข้าปะทะโสตประสาทจนเธอเริ่มรู้สึกหน้าร้อนวูบวาบ
“นะ... นี่ จะทำอะไร!” เธอรวบรวมความกล้าถามออกไป
“พอดีผมเป็นประเภทชอบ ‘เอา’ คนที่ไม่ชอบผมซะด้วยสิ... มันน่าสนุกดีออกว่าไหม?” แทนคุณโน้มใบหน้าลงมาจนจมูกแทบจะชนกัน สายตาที่ดูเหมือนจะใสซื่อในตอนแรก บัดนี้กลับฉายแววหิวกระหายและดุดันราวกับนักล่าที่เจอเหยื่อถูกใจ
“มาโซคิสม์หรือไงวะ!” เมต้าแหวใส่พยายามจะผลักอกแกร่งออกแต่เขากลับนิ่งสนิทราวกับหินผา
“อืม... ก็น่าจะใช่ครับ” เขาตอบหน้าตาย แววตาเจ้าเล่ห์กวาดมองไปตามนวลหน้าและลาดไหล่เนียน “คุณหุ่นดีมากเลยนะ... ผมแอบมองคุณมาตั้งแต่ครั้งแรกที่คุณก้าวเท้าเข้ามาในร้านของผมแล้ว”
“ร้านของคุณ??” หญิงสาวทวนคำอย่างอึ้ง ๆ ท่ามกลางความสลัว เธอเพิ่งสังเกตเห็นว่าชุดยูนิฟอร์มที่เขาใส่ดูดีและประณีตกว่าพนักงานคนอื่น
“ครับ... ร้านผมเอง คุณไม่รู้เหรอ?” แทนคุณเลิกคิ้วมอง ท่าทางกวนประสาทนั้นทำให้เมต้าเริ่มรู้สึกอยากจะข่วนหน้าเขาขึ้นมาดื้อ ๆ
“ฉันจำเป็นต้องรู้ไหมล่ะ!” เธอสะบัดหน้าหนีพลางกลอกตาใส่เขาอย่างระอา
“นั่นแหละที่ผมชอบ สีหน้าท่าทางพยศ ๆ แบบนั้นแหละ” เขาพึมพำด้วยน้ำเสียงแหบพร่าพลางใช้ปลายนิ้วเรียวเชยคางเธอขึ้นมาสบตาในความมืด “ยิ่งคุณเกรี้ยวกราด ผมก็ยิ่งรู้สึกอยากจะปราบให้เชื่องดูสักที”
“เฮ้ย! โรคจิตปะเนี่ย!” เมต้าแหกปากตะโกนใส่หน้าเขาหวังจะให้ใครสักคนข้างนอกได้ยิน
“ครับ” ชายหนุ่มส่งยิ้มหวานหยดที่ชวนให้ขนลุกซู่ไปทั้งตัว
ได้ยืนแบบนั้นหญิงสาวตัดสินใจรวบรวมพละกำลังทั้งหมดที่มี ยกเข่าขึ้นกระแทกเข้าที่เป้ากางเกงของเขาอย่างจัง!
ปึก!
“อึก...!”
แทนคุณหน้าเขียวคล้ำในทันที ความเจ็บปวดรวดร้าวแล่นพล่านจนเขาต้องก้มตัวลงกุมจุดยุทธศาสตร์ หญิงสาวไม่รอช้า เธออาศัยจังหวะนี้ผลักร่างเขาทิ้งแล้ววิ่งพรวดออกประตูร้านไปสู่แสงไฟริมทางเท้าอย่างไม่คิดชีวิต!
***