“เหม่ยหลี ยินดีด้วยที่เรียนจบ”
“ขอบคุณมากค่ะเฮีย”
บทสนทนาระหว่างพี่น้องบ้านตระกูลหลี อย่างเซนหลีและเหม่ยหลี คุยกันออกนอกหน้าในงานรับปริญญาของ นศ. แพทย์ที่เหม่ยหลีอุตส่าห์บากบั่นทนเรียนตามคำสั่งของพ่อเธอ จนเธอจบมาได้อย่างยากลำบาก
น้ำตาของคนเป็นพ่อวัย 73 ปีถึงกับท่วมท้น คนเป็นแม่ก็ไม่ต่าง บรรยากาศที่หาดูไม่ยากในงานรับปริญญาทั่วไป แถมเธอยังเก่งมาขนาดเกียรตินิยม
“เท่านี้ภักดีอีสานก็จะมีหมอตัวตายตัวแทนขึ้นมาแทนเตี่ยแล้วค่อยตายตาหลับหน่อย”
ผู้เป็นพ่อเอ่ยพร้อมน้ำตา ไม่รู้ว่าดีใจที่ลูกเรียนจบหรือดีใจที่ภักดีอีสานจะได้หมอเก่งๆ เข้าไปดูแลที่โรงพยาบาทเถื่อนนั่นกันแน่ เล่นเอาเหม่ยหลีไม่พอใจแสดงออกมาทางหน้าตาอย่างเห็นได้ชัด
“ถ้าแค่ให้ไปฉีดยา กับผ่ากระสุนให้พวกมาเฟีย จะให้เรียนมาตั้งขนาดนี้ทำไมก็ไม่รู้”
เหม่ยหลีบ่นอุบอิบไม่พอใจที่ความจงรักภักดีของคนเป็นพ่อมันแสดงออกนอกหน้า โดยที่เขาไม่สนความรู้สึกของเธอเลย
“เอาน่าเหม่ยหลี เงินเดือนมากกว่าหมอปกติตั้ง 5 เท่าเชียวนะแถมสวัสดิการดี ได้ขึ้นเป็น ผอ. ตั้งแต่เรียนจบใหม่ๆ เลยนะ”
เซนหลีพี่ชายของเธอพยายามพูดให้น้องสาวที่หน้าบึ้งตึงตอนนี้เข้าใจ
“ก็มันไม่มีใครไปเป็น ผอ. ให้ได้ต่างหากล่ะ เฮียไม่ต้องมาพูดให้ดูดีหรอก แค่ผ่ากระสุนให้มาเฟีย หมอหมาอย่างเฮียก็ทำเองได้มั้ย”
เธอเริ่มฟาดงวงฟาดงาให้พี่ชายที่เป็นสัตวแพทย์ เขาเลือกเรียนทางนี้ทำให้รอดพ้นจากการเป็นหมอมาเฟียไปได้อีกทาง
“อาเหม่ยหลี ใจเย็นสิลูก เดี๋ยวไม่สวยนะ”
ผู้เป็นแม่เริ่มห้ามปรามการปะทะฝีปากครั้งนี้ จริงๆ พวกเขาคุยกันหลายรอบแล้วและเหม่ยหลีก็เตรียมรับชะตากรรมไว้แล้ว แต่อดค่อนขอดผู้เป็นพ่อไม่ได้ กับไอ้ท่าทีที่จงรักภักดีกับเจ้ามาเฟียพวกนั้น
“พวกเขามีบุญคุณกับเราตั้งแต่สมัยปู่ทวดแล้วนะอาเหม่ย” คนพ่อยังไม่หยุดพูด
“รู้แล้วค่ะ เตี่ยเลิกพูดได้แล้วหนูเข้าใจแล้ว” เหม่ยหลีรับปากอย่างไม่เต็มใจนัก
“แล้วก็ หย่าหลี พี่ห้ามไว้เลยนะไม่ต้องมาเลือกเรียนหมอ เดี๋ยวโดนเตี่ยใช้เป็นตัวตายตัวแทนอีก ให้มันจบที่พี่ก็พอ ให้มันจบที่รุ่นของพี่ก็พอ” เหม่ยหลีประกาศกร้าวต่อหน้าทุกคนและน้องสาววัย 17 ปีที่กำลังจะต้องเลือกเรียนมหาลัย
“เข้าใจแล้วค่ะเจ้ อย่าดุเลยเดียวไม่สวย”
น้องสาวแสนเรียบร้อยของเธอเอ่ยเบาๆ เธอเรียบร้อยต่างกับเหม่ยหลีมาก เหม่ยหลีเป็นคนเก่งและมีความมั่นใจในตัวเองสูง เธอสวยและหุ่นดี ที่สำคัญปากจัดและดุดัน เธอไม่เคยกลัวใคร
แต่ต้องจำยอมมาทำหน้าที่นี้เพราะพ่อของเธอแก่มากและไม่สามารถทำหน้าที่ได้แล้ว แค่นี้เขาก็ประวิงเวลารอเธอมามากโข พ่อเธอทำเพื่อครอบครัวมามากแล้วเธอคิดแบบนั้นแล้วถอนหายใจเบาๆ
.
.
ทางด้าน ภักดีอีสาน แก๊งเก่าแก่ที่มีอายุนานมากกว่ามาเฟียใดๆ ในประเทศนี้ ประวัติความยาวนานถูกสั่งสมมาตั้งแต่สมัยสงครามโลก พวกเขาค่อยๆ ฟูมฟักแก๊งจากรุ่นสู่รุ่น จากเล็กแล้วขยายใหญ่มาเรื่อยๆ
ตอนนี้หัวหน้าคนปัจจุบันคือ เอเดน หนุ่มหล่อวัย 40 ปีที่มีใบหน้าคมคายหล่อเหลากว่าอายุมาก ถ้าไม่บอกก็ไม่มีใครรู้ว่าเขาอายุถึง 40 ปี ด้วยบุคลิกเจ้าชู้และไม่ยอมทำตัวแก่
การแต่งตัวที่เหมือนสบายๆ เขาไม่เหมือนเจ้าพ่อคนอื่นที่ต้องทำตัวน่าเกรงขาม เขาถนัดใส่เสื้อยืดและกางเกงยีน เป็นคนสบายๆ ที่เคร่งครัดกับสายงานของตัวเองมาก เขาวางหน้าที่ให้ทุกคน
ถ้าทุกคนทำได้ดีเขาก็ไม่ติด แต่ถ้าทำให้เสียหายเอเดนก็ไม่ไว้หน้าทั้งนั้น เขาชอบคนเก่ง แต่ไม่ใช่ปากเก่ง เขาชอบผู้หญิงเรียบร้อยและไม่พูดมาก
เอเดนมีพี่ชายชื่อเอเดรียน และน้องสาวชื่อเอเรียส เจ้าพ่อภักดีอีสานเปลี่ยนรุ่นแบบส่งต่อ โดยที่เขายังอยู่ให้คำปรึกษา เรียกว่าส่งผ่าน แก๊งนี้เป็นแก๊งที่ค่อนข้างอบอุ่นและไม่มีเป็นศัตรูกับพวกแก๊งใหญ่ แต่ก็มีปากเสียงกับพวกแก๊งท้องถิ่นที่ตั้งขึ้นมาของพวกนักเลงข้างถนนประปราย
การปะทะก็มีมาตลอดเพียงแต่พวกเขาใช้ความยิ่งใหญ่กำราบมันได้หมด เอเดนทำตัวเหมือนกุ๊ย เขาไม่ชอบความพิธีรีตองและเรื่องเยอะ แต่เขาคุมแก๊งได้จากตรงนั้น ลูกน้องก็เลยเถื่อนตามเขาหมด
ส่วนใหญ่เจ้าพ่อจะวางมาดน่าเกรงขามใช่มั้ยแต่เขาชอบทำตัวเหมือนนักเลงปลายแถวมากกว่า และสาเหตุที่เขาจำเป็นต้องขึ้นมาเป็นเจ้าพ่อก็เพราะพี่ชายของเขาไม่สะดวก รายนั้นเขามีความรักและต้องการครอบครัวแสนสุข
เอเดนจึงปล่อยเขาไปใช้ชีวิตแสนสุขให้พอใจเพราะตัวเขาเองไม่ปรารถนาการมีครอบครัว ความรักเป็นเรื่องที่เขาขี้เกียจจะมีมัน เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าคนรักกันเขารักกันไปทำไม โคตรไร้สาระและงี่เง่า
ถ้าไม่บังเอิญมาเจอยัยหมอบ้าพลังปากจัดคนนั้นอ่ะนะ
เรื่องราวความรักของหมอที่ไม่ได้เต็มใจอยากมาเป็นหมอ กับมาเฟียโลกมืดที่ไม่ได้เต็มใจมีความรักกำลังจะเริ่มต้นขึ้น
“เจ้าพ่อ เห็นว่าลุงหลีปลดระวางแล้วให้ลูกสาวแสนสวยขึ้นมาเป็น ผอ.รพ ภักดีอีสานแทนหรอครับ”
เชิดชัย มือขวาคนสนิทของเจ้าพ่อได้เอ่ยถามเจ้าพ่อเอเดนหัวหน้ามาเฟียแห่งแก๊งเก่าแก่ที่ชื่อว่าภักดีอีสานแห่งนี้
“มึงมาถามกูแล้วกูจะรู้มั้ย หรือกูควรรู้ ก็แค่หมอเปลี่ยนรุ่น”
เอเดนสบถหัวเสียกับลูกน้องที่ตื่นเต้นเกินเหตุกับสิ่งที่มันไม่ควรจะตื่นเต้นมากนัก ถึงแม้เขากับลุงหลีจะสนิทกันแต่ให้แกพักไปอ่ะดีแล้ว
เพราะลำพังยืนก็จะไม่ไหวอยู่ละ จับมีดผ่ากระสุนก็สั่นไปหมด มีคนขึ้นมาแทนมันก็ดีไม่ใช่หรอ แล้วคนอย่างลุงหลีก็ไม่มีทางเอาใครไม่รู้มาแทนแน่ๆ เพราะเขารักแก๊งนี้ยิ่งกว่าอะไร คนที่ขึ้นมามันต้องไว้ใจได้ เขาก็ไม่เห็นว่ามันจะเป็นประเด็นที่ต้องเอามาพูดถึงเลยนี่หน่า
“แค่หมอเปลี่ยนรุ่นอ่ะไม่เท่าไหร่ครับ แต่หุ่นหมอกับหน้าตาหมอคนใหม่นี่ อย่างงี้เลย พวกที่เขาไปรักษาเขาพูดกัน” เขาทำท่าวาดรูปนาฬิกาทรายบนอากาศให้ผู้เป็นนายดู แล้วทำหน้าตาหื่นกามออกมาอย่างเห็นได้ชัด
"เหอะจะขนาดไหน กูแดกมาทั่วแล้วผู้หญิงก็ใช้แล้วทิ้งแหละ จะสักเท่าไหร่เชียว" เจ้าพ่อไหวไหล่ใส่ท่าทีของผู้เป็นมือขวาหาได้สนใจเขาไม่
"ถ้าเจ้าพ่อไม่สนใจเดี๋ยวผมจะไปจัดการเองนะครับ"
เชิดชัยพูดด้วยความหื่นกระหาย จริงอยู่ว่าเป็นภักดีอีสานก็มีเครดิตติดตัวอยู่มาก และเป็นคนสนิทเจ้าพ่อก็ใช้เบ่งได้ตามต้องการ ไม่ว่าสาวที่ไหนก็พร้อมพลีกายให้หมด เชิดชัยไม่ใช่คนขี้ริ้วขี้เหร่แถมยังหนุ่มยังแน่น เขาไม่เคยพลาดในการตกผู้หญิงเลยสักครั้ง
"เรื่องของมึงเถอะ"
เจ้าพ่ออีสานพูดแบบไม่ได้สนใจมากนัก เชิดชัยทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีนั่นคือที่สุดแล้ว เขาไม่เคยวุ่นวายกับเรื่องส่วนตัวของลูกน้อง ขอแค่อย่าทำงานเสียก็พอ
เชิดชัยกระหยิ่มยิ้มย่องและเริ่มวางแผนที่จะเข้าหาหมอสาว อยากรู้ว่าจะสมคำร่ำลือมั้ย
.
.
ที่โรงพยาบาลเถื่อน
"อะแอ่ม คุณหมอครับ ผมป่วยเป็นไข้"
น้ำเสียงกะลิ้มกะเหลี่ยของพวกมาเฟียที่มาเฝ้าเธอกันเพื่อมาดูความงามของคุณหมอคนใหม่ไม่ขาดสาย พยาบาลต้องวิ่งวุ่นเพราะไอ้พวกคนไข่ปลอมพวกนี้หาเรื่องมาเพื่อมาหาหมอสาวเหม่ยหลี
"พยาบาลตรวจแล้วไม่มีไข้ค่ะ" หมอสาวพูดหน้าตาเรียบเฉยพร้อมกับเอือมระอาในใจ
"แต่ผมปวดไปหมดเลยครับตรงที่หัวใจก็เหมือนจะมีอะไรเข้ามาอยู่ก็ไม่รู้" คนไข้ปลอมๆ ยังไม่หยุดหางานให้คุณหมอคนสวย
"งั้นหมอจะผ่าออกให้ดีมั้ยคะ คนไข้ปลอม" เธอหยิบมีดผ่าตัดออกมาขู่จนพวกนั้นหน้าเสีย
"โหด" พวกเขาพูดขึ้นมาแต่สายตาไม่หยุดแทะโลมหมอสาวในชุดกาวน์ที่ใส่กระโปรงรัดรูปเหนือเข้าขึ้นมาพอสมควรเลย
"ถ้าไม่เลิกมาหาหมอโดยไร้สาเหตุแบบนี้หมอคงต้องลาออกแล้วค่ะ เพราะไม่ไหวจะตรวจพวกคนไข้ปลอมๆ ถ้าเจ้าพ่อถามหมอก็จะบอกว่าหมอทำไม่ไหว ถ้าเจ้าพ่อถามอีก หมอก็จะบอกว่าให้ไปถามกับพวกคุณเอาเองดีมั้ยคะ"
หมอสาวข่มขู่พวกนักเลงอยู่หมัด เล่นเอาพวกเขาหน้าเหวอไปตามๆ กัน และรีบออกไปจากตรงนั้นอย่างว่าง่าย
"รู้วิธีขู่พวกนักเลงด้วยเก่งจังนะครับคุณหมอ" เชิดชัยที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่สักพักเอ่ยขึ้น พร้อมกับจ้องมองคนตรงหน้าที่ทั้งสวยและเซ็กซี่อย่างไม่ลดละ
"ทำงานกับพวกนักเลงก็ต้องอยู่เป็นค่ะ" หมอเอ่ยนิ่งๆ เพราะดูจากการแต่งตัวคนนี้ไม่ใช่ปลายแถว
"สวยตั้งแต่หัวจรดเท้า แถมยังเก่งและรู้จักสู้คน สมแล้วครับที่เป็นลูกสาวของลุงหลี" เขาเอ่ยชมเธอไม่หยุด จริงๆ ก็แค่อยากมาตกสาวสินะ ทำไมเหม่ยหลีจะไม่รู้
"ขอบคุณที่ชมค่ะแต่ถ้าไม่มีธุระอะไรหมอขอตัวค่ะ"เธอเดินเชิดออกไปจากตรงนั้นเล่นเอาคนมองตามลูบคางกลืนน้ำลายกับบั้นท้ายสะบึ้มใหญ่โตนั่นไม่วางตา
ได้สักทีจะเป็นพระคุณ เชิดชัยบ่นพึมพำกับตัวเองแล้วเดินออกมาจากโรงพยาบาล
.
.
"เจ้าพ่อครับผมไปดูมาแล้ว ผมขอถอนคำพูดเมื่อเย็นนะครับ" เชิดชัยเอ่ยขึ้นมาหน้าตาตื่นหลังจากเห็นเจ้าพ่อเดินมา
"กูว่าแล้วไม่ได้สวยขนาดนั้นใช่มั้ย" เจ้าพ่อค่อนขอดขึ้นมาอย่างเหนื่อยหน่าย ก็นะ ดารา นางแบบ เน็ตไอดอลเขาก็กินมาหมดแล้ว มันจะมีสาวสวยที่ไหนหลุดรอดสายตาเขาไปได้อีก
"ที่ว่าถอนคำพูดคือ สวยเกินเบอร์ไปมาก หุ่นก็สะบึ้มสุดโต่ง นมนี่เท่าหัวเด็ก ตูดเป็นตูด เรียกว่าขาวสวยหมวยเอ็กซ์ แบบคูณสิบแล้วติดคริอีกสี่พันแปดเลยครับ"
เชิดชัยไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาบอกเอเดนเลยใช้ศัพท์โอตาคุที่เอเดนไม่เข้าใจหรอก แต่ดูจากหน้าเชิดชัยแล้วมันขนาดนั้นเลยหรอว่ะ เล่นเอาเขาแอบอยากเห็นแล้วละสิ
"พูดจาเพ้อเจ้อนะมึงอ่ะ มันจะขนาดนั้นเลยรึ"
เจ้าพ่อยังเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งแต่โดยนิสัยของเชิดชัยเขาไม่เคยโกหกหรือเพ้อเจ้อ นั่นทำเอาเจ้าพ่ออยากเห็นเข้าไปอีก
"เจ้าพ่อลองเข้าไปดูเองแล้วกันครับ ตอนนี้เธอยังไม่เลิกงาน คาดว่าอีกสักพัก"
เชิดชัยพยายามพูดให้เจ้าพ่อเข้าไปดูเองให้ได้เพื่อให้เขายอมรับในสิ่งที่เชิดชัยพูด
เจ้าพ่อไม่พูดอะไรแต่เดินขึ้นรถสปอร์ตคันหรูแล้วขับออกไปอย่างรวดเร็ว
ปกติเจ้าพ่อแก๊งอื่นจะมีคนขับรถ แต่ว่าเอเดนเขาเป็นคนสบายๆ และไม่ชอบพิธีรีตองอยู่แล้ว เขาขับรถเองเสมอ และเขากับรถสปอร์ตมันก็ดูกร้าวใจลดอายุลงมาได้มากมายนัก
"จะขนาดไหนกันเชียว"
เขาบ่นพึมพำและเดินเข้าประตูอัตโนมัติของโรงพยาบาลมา สายตาก็สำรวจเรื่อยๆ มีแต่คนที่คุ้นหน้าคุ้นตาและทุกคนก็ทำความเคารพเจ้าพ่ออย่างเห็นได้ชัด เขาเดินมาถึงห้องสุดท้ายและป้ายห้องเขียนว่า ผอ.เหม่ยหลี
เขาเปิดประตูเข้าไปอย่างวิสาสะ เหม่ยหลีกำลังนั่งไขว่ห้าง เอนกายเพราะพึงได้พัก
กระโปรงสั้นเลิกขึ้นมาจนเกือบเสมอหูเพราะเธอคิดว่าคงไม่มีใครเข้ามาแล้ว เหม่ยหลีเงยหน้ามองคนตัวใหญ่อย่างงุนงง และลุกขึ้นยืนอย่างไวเพราะเธอนั่งแบบสบายใจมาก
"เข้ามาได้ไง คนไข้หมดแล้วไม่ใช่หรอ"เธอเหลือบตามองที่วางประวัติแฟ้มก็ไม่มีแฟ้มใครแล้วนี่หน่า
เอเดนที่กำลังตกตะลึงกับหน้าตาและหุ่นของเธอแถมท่านั่งเซ็กซี่ยั่วตายั่วใจนั่นอีกเขาอ้าปากค้างเหวออยู่แบบนั้น
อึดใจหนึ่งก็ได้สติขึ้นมา
"นี่เธอไม่รู้จัก เอเดน เจ้าพ่อภักดีอีสานจริงๆ หรอ"
ร่างใหญ่เอ่ยถามเสียงเข้มขรึม