“ไอ้เจ้าพ่อโรคจิต”
เหม่ยหลีน่าแดงก่ำแล้วด่าเอเดนเจ้าพ่อภักดีอีสานที่สูดดมกางเกงในของเธอเหมือนคนโรคจิต แถมหน้าตาหื่นกระหายนั่นเล่นเอาคุณหมอหน้าแดงก่ำ เขินก็เขินอายก็อาย เจ็บใจก็เจ็บใจ
“หอมจริงๆ เลยกางเกงในคุณหมอเนี่ย”
เขายังไม่หยุดยียวนทำหน้าตากะลิ้มกะเหลี่ยลามกใส่เธอ เถียงไม่ได้เลยว่าผู้ชายคนนี้เป็นคนหล่อเหลามาก บุคลิกสบายๆ แถมการแต่งตัวยังไม่พิธีรีตองมากทำให้ดุหนุ่มกว่าวัยเยอะมาก
เหม่ยหลีลอบมองเขาเบาๆ และแอบใจเต้น ไม่ได้ดิไอ้หมอนี่มันโรคจิตนะเหม่ย แกจะมาเคลิ้มกับอีแค่หน้าหล่อไม่ได้นะ
“นะ นี่ เอาคืนมานะ” เธอพยายามคว้ากางเกงในจากมือเอเดนแต่ไม่เป็นผลคนตัวโตสูงกว่าเธอมากและยืดแขนขึ้นสุดแขน
“ขอเอาไปเป็นที่ระลึกการได้กันแล้วกันนะครับ” เขาพูดยียวนขึ้นมาคูณสิบเล่นเอาเหม่ยหลีหน้าแดงลมออกหู
“ใครได้กับคุณไอ้เจ้าพ่อเฮงซวย ไอ้โรคจิต”
เธอยังด่าไม่หยุดและยังเขย่งตัวเองเพื่อจะเอา กกน. คืนแต่ไม่เป็นผลเอเดนสนุกกับการแกล้งเธอมากๆ มากยิ่งกว่าอะไรในตอนนี้ยิ่งเห็นหน้าเธอกำลังเขินสุดๆ เพราะกำลังโนแพนยิ่งทำให้เอาอดขำและอดตื่นเต้นไม่ได้
“เมื่อกี้ใครร้องคราง เสียงหวานเพราะผมก็ไม่รู้สินะ”
เขาหยิบยกเรื่องที่ทำให้เหม่ยหลีเสร็จสุขสมไปเมื่อกี้เล่นเอาสาวจ้าวหน้าแดงเขิน และวูบวาบไปพร้อมกัน
“ไอ้…” เหม่ยหลีกำลังจะพ่นคำด่าออกมาแรงๆ แต่เสียงเคาะประตูดังขึ้นมาก่อน
“ผอ.คะ พอดีมีคนไข้ด่วนค่ะ รบกวนที่ห้องฉุกเฉินได้มั้ยคะ” เสียงพยาบาลสาวสวยที่ชื่อว่าเจนนี่เรียกเธออย่างหวานหู ตอนนี้เหม่ยหลีเลิ่กลั่กมากเพราะเธอกำลังโนแพน แถมไม่พอไอ้เจ้าพ่อนี่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะคืนให้เธอเลย เอาไงดีว่ะ เธอคิดในใจแล้วขานรับ
“เดี๋ยวหมอออกไปค่ะ” เธอขานรับไปก่อนแล้วหันมามองหน้ายียวนของไอ้บ้าโรคจิตนี่ เมื่อได้ยินว่าพยาบาลเดินออกไปแล้วเธอก็กลับมาปะทะคารมกับเขาอีกเขา
“นี่เอาคืนมานะฉันมีงานต้องทำ” เธอเริ่มพูดกับเขาดีๆ แต่นั่นก็ไม่ได้เป็นผลอะไรเมื่อเอเดนอยากแกล้งเธอสุดๆ
"ไม่คืน บอกแล้วว่าจะเอาเป็นที่ระลึก เชิญคุณหมอออกไปรักษาคนไข้แบบโนแพนได้เลยครับ" เขายังยียวนไม่เลิก พระเจ้าไม่อยากจะเชื่อ
ป่วยการจะต่อปากต่อคำ เหม่ยหลีรีบเดินออกไปห้องฉุกเฉินเพราะคนไข้สำคัญกว่า ถึงแม้จะเย็นบั้นท้ายสุดๆ ก็ตาม นั่นทำเอาเอเดนสะใจสุดๆ เขาเก็บกางเกงในเธอไว้ในกระเป๋ากางเกงแล้วเดินออกโรงพยาบาลไปทั้งอย่างนั้น
เอเดนเดินออกไปอย่างอารมณ์ดี
ส่วนเหม่ยหลีต้องเย็นบั้นท้ายทั้งวันเลยหรอวันนี้
.
.
งานยุ่งเกินกว่าที่เหม่ยหลีจะมีเวลากลับบ้านไปใส่ชั้นใน ช่วงบ่ายเธอก็ต้องอยู่คุยกับนักศึกษาแพทย์ที่จะมาฝึกงานกับเธออีก แล้วเป็นอะไรต้องมาฝึกงานโรงพยาบาลใต้ดินแบบนี้ว่ะ เธอคิดในใจแล้วสบถ
แต่ก็ได้คำตอบว่า นศ. แพทย์ คนนี้เป็นลูกชายของคุณเอเดรียน พี่ชายคนโตของอุดรวิจิตร เขาวาดหวังให้เข้ามาแบ่งเบาภาระใน รพ. นี้ ด้วยเส้นสายที่มีมากมาย
เด็กน้อยคนนี้เรียนแค่ ปี 2 แต่ก็ได้มาเรียนรู้งานจากเหม่ยหลี โดยการถูกขอร้องผ่านทางพ่อของเหม่ยหลีอีกทาง เอาง่ายๆ คือแค่อยากมาจุ้นจ้านในโรงพยาบาลเล่น มันก็เท่านั้น ถ้าอยู่ในความดูแลของลูกสาวหมอหลี ทุกคนก็ไม่ต้องห่วง
เด็กหนุ่มวัย 21 งั้นหรอ เธอคิดในใจแล้วเดินเข้าห้องที่จัดเตรียมไว้ให้เขาเป็นการส่วนตัว ป้ายหน้าห้องเขียนว่า อดัม งั้นหรอ เป็นลูกคนรวยนี่สบายใจจังนะ
เธอคิดอะไรเพลินๆ แล้วเปิดประตูเข้าไปในห้องเขาอย่างถือวิสาสะ คนตัวใหญ่กำลังเดินออกมาพอดี ร่างเล็กใหญ่เลยชนกันเข้าอย่างจัง ด้วยส้นสูงของหมอมันก็ทำให้เธอล้มเซไปข้างๆ คนตัวโตเห็นว่าเธอจะล้มก็รีบประคองเธอส่งผลให้ล้มลงไปทั้งคู่
ร่างหมอสาวคร่อมอยู่บนตัวนักศึกษาแพทย์ กระโปรงทรงเอสั้นอยู่แล้วเลิกขึ้นมาเผยให้เห็นบั้นท้ายโนแพนที่เธอเองก็ลืมตัว นศ. แพทย์เห็นภาพดังกล่าวเต็มสองตาแล้วเผลอกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่
เหม่ยหลีรีบตาลีตาเหลือกดันดูเองขึ้นมาแล้วถกกระโปรงลงปิดอย่างรวดเร็ว อายก็อาย แถมยังต้องวางมาดอีก จะบ้าตาย เหม่ยหลีหน้าแดงก่ำ ชายหนุ่มก็หน้าแดงก่ำไม่น้อย เขาตื่นตัวกับบั้นท้ายนวลงามโนแพนนั่นอย่างเห็นได้ชัด
เหม่ยหลีต้องรับกลบเกลื่อน
“อะ เอ่อ พอดีหมอมาดู เห็นว่าจะเข้ามาเรียนรู้งานหรอคะ” เธอหน้าแดงก่ำแล้วเขินหนักมาก เหม่ยหลีปากจัดและดุดันก็จริงแต่เธอไม่ได้ประสีประสาเรื่องแบบนี้เลย
“พะ พอ ดีคุณพ่อให้ผมมาเรียนรู้กับคุณหมอไว้น่ะครับเผื่อมีอะไรที่ช่วยได้” เขาพูดตะกุกตะกักหน้าแดงก่ำ ความเขินนั่นมันอะไร อาการของเขาทำให้เหม่ยหลีเขินไปอีกเท่าตัว
“เอ่อ คือ ฮะ ฮะ” เหม่ยหลีเกาหัวแครกๆ แกล้งขำออกมากลบเกลื่อน และไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อ เธอเขินหนักมาก แล้วดูเด็กนี่ก็หน้าแดงเป็นลูกตำลึง
“ไม่เป็นไรครับ ผมไม่บอกใครหรอก” พระเจ้าหมอนี่กำลังเข้าใจผิดว่าเหม่ยหลีเป็นพวกโนแพนสินะ มันไม่ใช่เว้ย เธอประท้วงในใจ
“มันไม่ใช่แบบที่คุณคิดนะคะ มันเป็นอุบัติเหตุ” เหม่ยหลีร้อนรนตอบเขาแบบสุดๆ ลิ้นพันกันไปหมด
“ผอ.จะบอกว่าเป็นอุบัติเหตุทำให้ต้องโนแพนหรอครับ” เขาทำหน้าตาตื่นเต้นและไร้เดียงสาในเวลาเดียวกันถามเธอขึ้นมา
“นี่อย่าพูดเสียงดังสิ” เธอรีบตีที่ไหล่เขาเบาๆ เบื่อบอกว่าไม่ให้พูดเสียงดัง
“ฮ่าๆๆ โอเคครับ ไม่พูดก็ไม่พูด แล้วคุณหมอจะโพแพนแบบนี้ทั้งวันเลยหรอครับ” เขาถามคำถามที่เธอเองก็ยังไม่ได้คิดหาคำตอบ
“อะ เอ่อ ไหนๆ เธอก็มาละ งั้นเฝ้าโรงพยาบาทให้หมอก่อน เดี๋ยวหมอกลับบ้านไป…เอ่อ…” เหม่ยหลีตะกุกตะกักจะพูด
“ไปใส่กางเกงในใช่มั้ยครับ” เขาพูดหน้าทะเล้นขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดไม่อยากจะเชื่อ
นี่ เบาๆ สิ เธอห้ามปรามเขาไม่หยุด แต่ชายหนุ่มกลับหัวเราะชอบใจกับท่าทางของเธออย่างเห็นได้ชัด
แก้มคุณหมอแดงฉ่า
“งั้นผมเฝ้าให้ครับ คุณหมอกลับบ้านไป…”
เขากำลังจะพูดขึ้นมาแต่เหม่ยหลีจ้องเขาตาดุจนทำให้เขาหยุดแต่ไม่หยุดยิ้มอยู่ดี
เธอเดินออกมาจากโรงพยาบาลเพื่อกลับบ้าน บ่ายค่อยเข้าว่ะ เธอคิดในใจแล้วขึ้นรถขับออกมา
ช่วงบ่าย เหม่ยหลีกลับมาที่โรงพยาบาลและเข้าไปที่ห้องของตัวเอง แต่อดัมนั่งรอเธออยู่ภายในห้อง
“อ้าว นศ. แพทย์ มานั่งทำไมในห้องหมอคะ”
เธอถามขึ้นมาอย่างตกใจเมื่อเห็นคนร่างใหญ่ จะว่าไปหน้าตาหล่อเหลาเอาการเหมือนกันแฮะ เจ้าหมอนี่มีศักดิ์เป็นหลานของเจ้าพ่องี่เง่านั่นสินะ เธอคิดในใจแล้วจ้องมองเขาไม่วางตา
“ก็ผมมาเรียนรู้งาน” เขาพูดหน้าตายแล้วยิ้มหน้าระรื่น
“มันยังไม่มีเคสที่ต้องเรียนรู้ค่ะ เพราะงั้นกลับห้องไปก่อน ถ้ามีแล้วหมอจะให้พยาบาลไปเรียกนะคะ” เธอมองหน้าเขาอย่างเหนื่อยหน่าย รู้สึกถึงความเอาแต่ใจในกรรมพันธุ์ขึ้นมาทันที
“แต่ผมอยากเรียนรู้หลายเรื่องกับ ผอ. นะครับ ให้ผมอยู่ช่วยในห้องนี้เถอะ” เขายังไม่ยอมง่ายๆ หน้าตาของเด็กเอาแต่ใจนั่นทำให้เธอแพ้ทาง
“โอเคค่ะ นศ. แพทย์ อยากทำอะไรก็ทำ” เธอขี้เกียจต่อปากต่อคำและเหนื่อย อย่างน้อยหมอนี่ก็ดูเชื่องกว่าอาของเขามาก คงไม่มีปัญหาอะไร
“ผมมีชื่อ เพราะว่าอดัมครับ ถ้า ผอ. จะเรียกชื่อผม ผมก็ยินดีครับ” เขาพูดแบบมีมารยาทแต่เหมือนเป็นการบังคับมากกว่าฟังจากน้ำเสียง พวกเชื้อไม่ทิ้งแถวสินะ เลือดเจ้าพ่อมันแรงนักหรือไง
“จ้า จ้า อดัม” เธอกระแทกเสียงประชดประชันแบบไม่อยากต่อความยาว
“ครับงั้นผมเรียกพี่เหม่ยหลีเลยนะครับ” เขาพูดหน้าทะเล้นแบบมัดมือชกเลยนะนั่น
“ได้ไงคะ ชื่อหมอสงวนไว้ให้คนในครอบครัวเรียกค่ะ” เธอปฏิเสธที่จะให้เขาเรียกชื่อ
“งั้นก็คิดว่าผมเป็นน้องชายนะครับ” เขาพูดขึ้นมาออดอ้อน แล้วเหม่ยหลีก็แพ้คนอ้อนแบบนี้ด้วยสิ
“เฮ้ออ ตามใจเถอะค่ะงั้น” ป่วยการจะต่อความยาวสาวความยืดเธอถอนหายใจใส่หน้าเขาอย่างเหนื่อยหน่าย
.
ทั้งบ่ายหมอนี่ตามติดเธอเหมือนหมาตามเจ้าของ คือเห็นหน้าเขามันแทบจะมีหูงอกออกมาและแปลงร่างเป็นไซบิเรียนตัวขาวๆ ในเสื้อกาวน์ เธอเห็นแบบนั้นแล้วอดขำไม่ได้ น่าเอ็นดูจัง
“พี่เหม่ยหลียิ้มอะไรครับ” เขาถามเมื่อเห็นเหม่ยหลียิ้มให้เขา
“ยิ้มให้หมาไซบิเรียน” เธอพูดขึ้นมานิ่ง หน้าตาย
“ไหนครับไม่เห็นมีเลย” เขากวาดสายตามองไปใน โรงพยาบาลแต่ไม่เห็นไซบิเรียนสักตัว
“ก็นี่ไงไซบิเรียนตัวโตใส่เสื้อกาวน์อยู่”
เธอลูบหัวเขาด้วยความเอ็นดู ถึงแม้เขาจะตัวสูงกว่าเธอมากแต่เธอเอ็นดูเขาเหมือนน้องชาย แล้ววันนี้เขาก็มาออดอ้อนเธอทั้งวัน ด้วยความที่เหม่ยหลีก็มีน้อง เธอทำตัวเป็นพี่สาวได้อย่างสมบูรณ์แบบ
เด็กหนุ่มจับมือเธอที่วางทาบบนศีรษะเอามาทาบที่แก้มแทน หน้าตาของเขาแดงก่ำมากตอนนี้ แดงไปจนถึงหูอย่างเห็นได้ชัด
“ผมยอมเป็นไซบิเรียนให้พี่ก็ได้ครับ” น้ำเสียงบางเบาราวกับสัตว์ขี้อ้อนตัวเล็กๆ เล่นเอาเหม่ยหลีใจเต้น ตุบ ตุบ
บรรยากาศแบบนี้มันอะไรวะ นี่มันโรงพยาบาลนะ แต่ทำไมมันละมุนแบบนี้ สายตาที่เด็กหนุ่มมองเธอมันหวานหยาดเยิ้มจนสาวจ้าวเกิดหน้าแดงขึ้นมาดื้อๆ ไม่ได้ดิ น้องชายๆ เธอท่องในใจแล้วหยิกแก้มเขาเบาๆ
.
.
ประตูบานเลื่อนอัตโนมัติของโรงพยาบาลเลื่อนเปิดให้คนตัวโตผมยาวประบ่าท่าทางสบายๆ เดินเข้ามา เวลาหกโมงเย็นกว่าๆ แล้วแต่เขาเดินเข้ามาในโรงพยาบาล และเห็นฉากหวานกลางโรงพยาบาลเข้าซะงั้น
“อดัม” น้ำเสียงทุ้มต่ำทว่าฟังแล้วดูน่าเกรงขามของคนเป็นเจ้าพ่อเรียกชื่อเด็กหนุ่ม
“คุณอา” เด็กหนุ่มขานรับอย่างตื่นเต้นเพราะพวกเขาสนิทกันพอสมควร
“มาทำอะไรที่นี่” เขาถามเสียงดุหลังจากที่ได้เห็นฉากโรแมนติกของยัยหมอปากแซ่บกับหลานชายตัวเอง
“มาเรียนรู้งานครับ คุณพ่อสั่งให้เข้ามาช่วย” เขาตอบด้วยความกระตือรือร้น
“แล้วมายืนทำอะไรกันตรงนี้” น้ำเสียงเอเดนไม่ค่อยพอใจอย่างเห็นได้ชัด อดัมแอบงงว่าอาของเขาเป็นอะไรแต่เขาก็ไม่กล้าถามเพราะอาไม่ชอบคนพูดมากหรือจุ้นจ้าน
“ฉันเป็น ผอ. จะทำอะไรตรงไหนมันก็เรื่องของฉัน” เหม่ยหลีทำท่าทียโสใส่เอเดน เล่นเอาอดัมทำหน้าตาตื่นงง ปกติอดัมจะมีแต่คนเกรงกลัวแต่เหม่ยหลีกล้าต่อปากต่อคำได้ไง เขามองทั้งสองด้วยความ งุนงง
“งั้นคุณ ผอ. ช่วยทำแผลให้หน่อสิครับเนี่ย หัวแตกมา” เขาก้มลงให้เธอเห็นแผลขนาดประมาณ 3 เข็มบนหัวของเขา ผมดำขลับที่ยาวประบ่าวันนี้ไม่ได้รวบครึ่งหัวช่างเป็นอะไรที่กร้าวใจสาวๆ แต่ไม่ใช่เหม่ยหลี
“ไปให้พยาบาลทำให้ค่ะ หมอจะกลับบ้านแล้ว” เหม่ยหลีรีบชิงพูดก่อนที่เขาจะขออะไรเธอไปมากกว่านี้
“ไม่เอาผมไม่ไว้ใจใคร เมื่อก่อนลุงหลีทำให้ผม เมื่อหมอขึ้นมาแทนลุงหลี หมอก็ต้องทำให้ผม” เขายกพ่อของเธอขึ้นมาอ้าง เล่นเอาเหม่ยหลีไปไม่เป็นต้องจำยอมแต่โดยดี
.
.
"ไปฟัดกับหมาที่ไหนมาล่ะ" เหม่ยหลีถามคนตัวโตที่นั่งอยู่ในห้องเธอโดยที่เธอไม่ได้เต็มใจนัก
"มีหน้าที่ทำแผลก็ทำไปอย่าปากมาก" เขาหงุดหงิดนิดหน่อยที่เห็นเหม่ยที่สนิทสนมกับหลานของเขา
"ปากดีขนาดนี้ไม่ต้องฉีดยาชาแล้วมั้ง" เหม่ยหลียังไม่เลิกต่อปากต่อคำ
"จะฉีดให้ดีๆ หรือจะให้ผมจับหมอฉีดแทน เข็มผมมันใหญ่กว่าหมอเยอะนะ" เขาพูดขู่จนเหม่ยหลีสะอึก
“ไอ้บ้า ไอ้โรคจิต ไอ้เจ้าพ่อ ว้าย…”
เข้าไม่รอให้เธอด่าจบ รีบดึงแขนเธอลงมานั่งตักทันทีแล้วสอดมือเข้าไปใต้กระโปรง แต่ก็ต้องอารมณ์เสียที่ได้สัมผัสกับกางเกงในตัวใหม่
“แอบไปใส่กางเกงในมาหรอ” เขาถามเสียงราบเรียบแล้วเลียมาที่ใบหูเธอเล่นเอาคุณหมอต้องเอียงคอรับอย่างเสียวซ่าน
“อื้อ นี่ อย่าาา∼”
เธอพยายามดูเขาแต่ไม่เป็นผลเมื่อเอเดนที่ได้สัมผัสเนินอูมไปครั้งหนึ่งแล้วรู้ว่าส่วนไหนของเธอที่เป็นจุดเสียวทำให้เขาขึ้นเป็นคนคุมเกมอย่างเป็นต่อ
“อย่าแต่แฉะแล้วเนี่ยนะ ปากไม่ตรงกับใจเลย”
เขากระซิบข้างๆ หูเธออย่างเสียงกระเส่าเล่นเอาหมอสาววาบหวามไปทั้งท้องน้อยเสียวซ่านไปยังร่องแคบและน้ำมันก็เยิ้มออกมาอย่างที่เขาพูดจริงๆ
“นี่ มาทำแผลไม่ใช่หรอ” เธอพยายามดึงสติแล้วร้องบอกเขา
แผลแค่นี้จิบจ๊อย เขายิ้มร้ายให้เธอแล้วคว้านนิ้วใส่ร่องเธอไม่หยุด
“อื้ออ อ๊าาา∼”
เสียงครางหวานพร้อมหน้าเหยเกของเธอปลุกอารมณ์ความเป็นชายให้เอเดนอย่างพลุ่งพล่าน แกนกายใหญ่โตลุกฮือผงาดดุนดันอยู่ตรงบั้นท้ายหมอสาวจนเธอรู้สึกได้ ว่ามีอะไรตุงๆ อยู่ตรงก้น
“เดี๋ยว หยุดก่อน” เธอดึงสติครั้งสุดท้ายแล้วพยายามขัดขืน
“หยุดไม่ไหวแล้วแข็งขนาดนี้ จับทำเมียในโรงพยาบาลแม่ง”