CHAPTER3

1451 Words
หลังจากคุณหมอออกไปให้คนไข้ได้มีเวลาพักผ่อน พี่ชายของเธอก็วิ่งกระหืดกระหอบมาด้วยความเป็นห่วงโดยมีพี่เพลงตามหลังมา “หมอว่ายังไงบ้างมิ้น ทำไมเป็นลมเป็นแล้งไปได้” “ไม่มีอะไรค่ะพี่มาร์ค หมอบอกว่ามิ้นแค่พักผ่อนน้อย” มิ้นก้มหน้างุดหลบสายตาพี่ชายเมื่อต้องพูดโกหก ที่ผ่านมาพี่ชายรักเธอมาก เธอสองคนเป็นเด็กกำพร้าพ่อแม่เสียชีวิต พี่ชายจึงเป็นทั้งพ่อและแม่ให้ ซึ่งการมีพี่ชายคอยปกป้องดูแลทำให้เธอไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองขาดอะไรในชีวิตเลยแม้แต่น้อย เธอเคยไม่เชื่อพี่ดึงดันจะคบกับเวลให้ได้ สุดท้ายถึงต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ เธอไม่อยากทำให้พี่มาร์คของเธอผิดหวังในตัวเธออีกเลย “งั้นต่อไปมิ้นต้องนอนให้มากขึ้นนะ” “อือ” “แล้วก็ต้องกินข้าวเยอะ ๆ กินข้าวให้ตรงเวลาด้วยนะ” “อือ” มิ้นยิ้มรับคำพี่ชาย “เดี๋ยววันนี้พี่กับเพลงจะเฝ้ามิ้นเอง” “ไม่ต้องค่ะ หมอไม่ได้ให้มิ้นนอนโรงพยาบาลให้กลับไปพักผ่อนที่บ้าน” มาร์คไม่เชื่อที่คนเป็นน้องพูดเสียทีเดียว เขาให้เพลงอยู่กับมิ้นส่วนตัวเองไปถามคุณหมอว่าน้องสามารถกลับบ้านได้เลยจริงหรือเปล่า มิ้นมองตามหลังพี่ชายด้วยความโล่งใจเพราะเธอบอกคุณหมอไปแล้วว่าต้องการเก็บเรื่องที่เธอท้องไว้เป็นความลับก่อน ซึ่งคุณหมอก็ยินดีจะเก็บความลับของคนไข้ให้เป็นอย่างดี เมื่อพี่ชายไปคุยกับหมอจนได้คำตอบที่พอใจว่าน้องสาวปลอดภัยและสามารถกลับบ้านได้แล้วจึงกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง “เดินไหวไหมเรา ให้พี่ไปขอรถเข็นให้ไหม” มาร์คถามน้องด้วยความเป็นห่วง เมื่อท่าทางยังดูอ่อนเพลียอยู่มาก โดยมีเพลงช่วยถือกระเป๋าข้าวของให้ “ฮือ พี่มาร์คเนี่ยน้องไม่ได้ป่วยสักหน่อย ถึงขนาดต้องนั่งรถเข็นอายเขาตาย พี่ชายมาช่วยพยุงน้องก็พอ” เมื่อคนเป็นน้องว่าแบบนั้น มาร์คจึงเดินเข้ามาพยุงให้น้องเกาะแขนเดิน “พี่ชายของมิ้นน่ารักที่สุด” พอได้รับการดูแลเอาใจใส่จากพี่น้ำตาก็เหมือนจะลื่นขึ้นมาจนเจ้าตัวต้องพยายามกักเก็บไว้ พี่ชายเธอรักเธอมากขนาดนี้เธอไม่อยากให้เขาผิดหวังในตัวเธอเลย มาร์คยกมือขึ้นขยี้ผมน้องสาวเบา ๆ ด้วยความเอ็นดูเมื่อเธอซบหน้ากับแขนเขาอย่างออดอ้อน คนเป็นพี่เปิดประตูห้องพิเศษออกมาโดยมีเพลงเดินถือของมาตามหลัง พอออกมาก็ต้องเจอหน้ากับคนที่ไม่ต้องการจะเห็นหน้าที่สุด เพราะมันคือต้นเหตุที่ทำให้น้องของเขาซึม กินไม่ได้อยู่หลายเดือนจนผอมซูบแบบนี้ มิ้นเองก็ชะงักไปเหมือนกันเมื่อเงยหน้าขึ้นพบว่าใครมายืนพิงผนังรออยู่หน้าห้อง ความจริงมาร์คเจอเวลตั้งแต่ตอนที่เขามาถึง เพลงเล่าให้ฟังว่าหมอนี่เป็นคนช่วยพยุงมิ้นไว้ได้ทันทำให้หัวไม่ฟาดพื้นไปก่อน แต่ท้องก็ยังไปชนกับชั้นวางของ มาร์คไม่สนใจจะขอบคุณด้วยซ้ำ เพราะที่น้องเขาเป็นแบบนี้ก็เพราะมันคนเดียว แล้วเขาก็ไล่มันกลับไปตั้งนานแล้วยังหน้าด้านหน้าทนยืนอยู่ได้ มาร์คตั้งใจจะพยุงน้องเดินผ่านไปโดยไม่สนใจคนหน้านิ่งที่ยืนกอดอกพิงกำแพงรออยู่ แต่พอเขาก้าวผ่านหมอนั่นก็เดินมาขวาง “ขอคุยกับมิ้นหน่อย” “มึงถอยไป” มาร์คเสียงแข็งพร้อมมีเรื่องเต็มที่ แต่คนที่ยืนรออยู่แล้วก็ไม่กลัวเช่นกัน “กูมีเรื่องจะคุยกับมิ้น” มาร์คหางตากระตุกกับท่าทางกวนโมโหนั่น เขาจับร่างคนเป็นน้องให้เพลงช่วยพยุงตั้งใจจะพุ่งเข้าหาโดยไม่สนเลยสักนิดว่าตอนนี้ยังอยู่ในโรงพยาบาล แต่มิ้นดึงแขนพี่ชายไว้เธอไม่อยากให้เขามีเรื่องกัน ไม่จำเป็นที่พี่ชายเธอต้องมาเจ็บตัวเพราะผู้ชายคนนี้เลย “มิ้นอยากคุยกับเขาค่ะ” “มิ้น!” คนเป็นพี่ชายเรียกชื่อน้องอย่างอ่อนอกอ่อนใจ น้องเขาเสียใจเพราะผู้ชายคนนี้ครั้งเดียวก็เกินพอ เขาไม่อยากให้น้องต้องมาเสียน้ำตาให้มันอีก “มิ้นอยากคุยกับเขาให้จบ” “จบแน่นะ” คนเป็นน้องพยักหน้ายืนยัน ดวงตาสีน้ำตาลฉายแววแน่วแน่มั่นคง นั่นแหละมาร์คจึงวางใจ เขาพาเพลงไปยืนรอหน้าลิฟต์เปิดโอกาสให้น้องคุยกับตัวปัญหาด้วยตัวเอง “หมอว่ายังไงบ้าง” เวลถามทั้งมองสำรวจใบหน้าซีดของคนตัวเล็ก ใบหน้าหวานของเธอซีดจนไม่เหลือสีเลือด หลายเดือนที่ไม่ได้เจอกันเขาคอยตามข่าวเธอตลอด ไปหาบอลที่คณะบ่อยขึ้นแค่หวังว่าน้องสาวของบอลจะเล่าอะไรเกี่ยวกับเธอคนนี้ให้พี่ชายฟังบ้าง แต่ก็ไม่มีเลย มิ้นเบือนหน้าหนี ไม่อยากสบตากับแววตาเหมือนห่วงใยกันของเขา เธอควรจะรู้ว่าเขาตีสองหน้าเก่งแค่ไหน ไม่อย่างนั้นเธอจะหลงเขาอยู่เป็นปี ๆ ได้ไง “ต่อไปอย่ามาเจอฉันอีก” เธอพูดกับเขาอย่างห่างเหิน ไม่เหลือพี่เวลกับน้องมิ้นในอดีตอีกต่อไป ดวงตาเรียวของเขาวาบขึ้นเมื่อได้ยินคำพูดห่างเหินของเธอ ปกติเขาเป็นคนใจร้อนมาก แต่รู้ว่าตอนนี้ถ้าใช้อารมณ์กับเธอก็คงไม่ได้คุยกันเสียที “โกรธพี่มากใช่ไหม” “ไม่ได้โกรธ…เกลียด” เธอพูดคำว่าเกลียดออกมาโดยไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย และยังตอบย้ำความเกลียดชังของเธอที่มีต่อเขาด้วยคำพูดถัดมา “และต่อไปก็อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก” เวลหลี่ตาลงพยายามสงบสติอารมณ์ทั้งที่อยากอาละวาดเผาผลาญทุกอย่างที่อยู่ตรงหน้า เขาไม่เคยลงให้ใคร ไม่เคยง้อใครมาก่อน แต่เธอก็ทำแบบนี้กับเขา เห็นว่าเขายอมลงให้เธอก็ชักจะเอาใหญ่ ทั้งที่แต่ก่อนทั้งรักและหลงเขายิ่งกว่าอะไร “เธอคิดดีแล้วใช่ไหมที่พูดแบบนี้” “ฉันไม่เคยคิดว่าตัวเองตัดสินใจถูกเท่าครั้งนี้มาก่อน ไสหัวไปแล้วอย่ามาให้เห็นหน้าอีก” ทั้งที่ต่อหน้าเขาทำเข้มแข็งแต่พอกลับมาถึงห้อง มิ้นก็ปล่อยโฮออกมาอีกครั้งทันทีที่ประตูปิดลง แม้จะยังนึกไม่ออกว่าจะทำอย่างไรต่อแต่สิ่งแรกที่เธอจะทำคือลบเขาออกจากชีวิต ช่วงที่ผ่านมาเธอพยายามอย่างเต็มที่ที่จะลืมเขา ตัดเขาออกไปจากชีวิตแต่ไม่นึกว่าอยู่ดี ๆ ก็มีบางสิ่งบางอย่างมาเชื่อมโยงตัวเธอกับเขาไว้ มือข้างที่ว่างลูบท้องที่ยังแบนราบของตัวเองไม่รู้สึกเลยสักนิดว่ามีสิ่งมีชีวิตอาศัยอยู่ในนี้ แม้จะจบกันไม่ดีกับพ่อเด็ก แต่เธอก็จะรับผิดชอบชีวิตที่เกิดมาให้ดีที่สุด เพราะเธอรู้ดีว่าการเกิดมาท่ามกลางพ่อแม่ที่มีปัญหากันมันน่าเศร้าแค่ไหน เธอจะให้ความรักกับสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในท้องโดยไม่ให้เด็กคนนี้รู้สึกขาดอะไร เหมือนที่พี่ชายเลี้ยงดูเธอมาอย่างดีตั้งแต่เขาอายุยังน้อย แม้ที่ผ่านมาพยายามทำเหมือนตัวเองเด็ดเดี่ยวเข้มแข็งแค่ไหน แต่ก็ยังแอบไปส่องเฟสบุ๊คดูความเคลื่อนไหวของเขาบ่อยครั้ง ร่างบางนอนคว่ำบนเตียงนุ่มยังปล่อยให้น้ำตาไหลรินเหมือนจะไม่มีวันหมดอยู่แบบนั้น มือกดไปยังเฟสบุ๊คของคนที่เธอเพิ่งบอกเขาว่าไม่อยากจะเห็นหน้าที่สุด เขาเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูงไม่ค่อยอัปเดตอะไรในโซเชียล จำได้ว่าเขาเคยบอกเธอว่าที่เขาต้องมีเฟสบุ๊คเพราะเจ้าของร้านบังคับจะได้มีช่องทางไว้ให้แฟนคลับที่ชื่นชอบการร้องเพลงของเขาติดตาม แต่เจ้าของเฟสบุ๊คก็ยังไม่อัปเดตอะไรเช่นเคย มีแต่คนอื่นแทคเขา เธอตัดใจกดบล็อกเฟสเขา ลบการติดต่อกับเขาทุกช่องทาง
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD