มิ้นนอนคิดเรื่องที่เกิดขึ้นทั้งคืนหาข้อมูลว่าเด็กสาวอายุ 20 ปีสามารถเลี้ยงลูกคนเดียวได้หรือไม่ ก็พบข้อมูลว่าหากท้องตอนที่ไม่พร้อมสามารถปรึกษาคลินิกวัยใสของโรงพยาบาลรัฐได้
มือบางลูบไปที่ท้องที่ยังไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงของตัวเองเลยสักนิดอีกครั้ง แม้แต่ยุงสักตัวเธอยังไม่เคยฆ่า อย่างมากถ้ายุงมากัดก็ปัด ๆ ให้มันบินไป แล้วเธอจะเอาสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในตัวออกได้เหรอ แต่ถ้าเธอคลอดเด็กคนหนึ่งออกมาทั้งที่ยังไม่พร้อมชีวิตจะเป็นอย่างไรในหัวเล็ก ๆ ของเธอมันตีกันไปหมด
สุดท้ายเธอก็นึกถึงชีวิตของตัวเองและพี่ชาย พอแม่คลอดเธอ พ่อกับแม่ก็เริ่มมีปัญหากันเพราะพ่อเจ้าชู้ สุดท้ายพ่อกับแม่ของเธอก็เลิกกัน เธอและพี่ก็เกิดขึ้นมาโดยที่มีครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์เหมือนกัน แต่ทั้งเธอและพี่ก็ยังเติบโตมาได้อย่างดี ไม่เคยทำตัวเป็นภาระของสังคม
“จะดรอปเรียน?” มาร์คทวนถามเสียงเครียดถึงเรื่องที่น้องสาวเอามาบอกในตอนเช้า ขณะที่เขากำลังเตรียมอาหารเช้าให้ทั้งแฟนและคนเป็นน้อง
พอน้องมานั่งหน้าโต๊ะอาหาร เพลงก็นำอาหารเช้าแบบง่าย ๆ ที่เขาเตรียมไว้ให้มาวางแล้วนั่งลงตาม ตอนนี้ทั้งสามคนจึงเริ่มมื้อเช้าด้วยความเคร่งเครียด
“อือ” คนมาขออนุญาตพี่ชายหยุดเรียนหนังสือก้มหน้างุด มือทั้งสองข้างประสานกันแน่นวางที่หน้าตักแทบจะปกปิดความกังวลของตัวเองไว้ไม่มิดเมื่อถูกสายตาคมของพี่ชายมองมา แม้เมื่อคืนจะแอบซ้อมพูดจนคิดว่ามั่นใจแล้วก็ตาม แต่พอถูกสายตาคมของพี่ชายมองมาอย่างจับผิดมือก็ชื้นเหงื่อไปหมด
“เพราะ?”
“พี่ก็รู้อยู่แล้วว่ามิ้นหัวไม่ค่อยดีอ่ะ”
“ไม่มีใครเก่งมาตั้งแต่เกิดหรอกมิ้น ถ้ามิ้นพยายามก็ทำได้” คนเป็นพี่ชายพูดอย่างเอือมระอา ปกติน้องสาวเขาไม่เคยเครียดเรื่องเรียน ผลการเรียนไม่ได้ดีมากแต่ก็พอผ่านไปได้ทุกเทอม แต่วันนี้กลับมาบอกว่าไม่อยากเรียนแล้วทั้งที่ผ่านมาไม่เคยเกริ่นถึงเรื่องนี้มาก่อน
“ที่ผ่านมาผลการเรียนมิ้นไม่ดีมาตลอดเพราะยิ่งเรียนมิ้นก็ยิ่งรู้สึกเบื่อ”
คนเป็นพี่หรี่ตามองน้องสาวอย่างจับผิด เวลาน้องสาวเขาโกหกดูง่ายจะตาย เธอจะรีบพูดรีบจบ ดูลุกลี้ลุกลน
“หรือเพราะเรื่องไอ้เวลนั่น” เขาคาดเดาสาเหตุที่น่าจะเป็นไปได้มากที่สุด และก็เหมือนว่าเขาจะเดาถูกเมื่อเห็นร่างผอมบางตรงหน้าเขาสะดุ้งเบา ๆ เมื่อเขาพูดถึงชื่อไอ้ผู้ชายสาระเลวคนนั้น เขาดูออกว่าหมอนั่นยังมีผลต่อความรู้สึกของน้องสาวเขาไม่ว่าจะดีใจ หรือเสียใจมักจะมีต้นเหตุมาจากคนคนนั้นเสมอ เมื่อวานเขาไม่รู้ว่าคนทั้งคู่คุยอะไร หรือมีเรื่องอะไรกัน ตอนเช้าน้องสาวเขาถึงมาขอหยุดเรียนแบบนี้
“โธ่ ไม่เกี่ยวเลยค่ะพี่มาร์ค” มิ้นหลับหูหลับตาเถียง นี่ถ้าไม่ติดว่าเธอเพิ่งออกจากโรงพยาบาลคงได้ถูกพี่ชายดุกันบ้าง เธอเห็นหน้าของพี่มาร์คเข้มขึ้นด้วยความโมโหแต่ก็ยังไม่กล้าว่าอะไรเธอมากนัก
หญิงสาวพยายามซ่อนแววตาเสียใจและรู้สึกผิดไว้ให้มิด ทั้งที่ตั้งใจว่าจะไม่ทำให้พี่ชายเสียใจอีกแล้วแท้ ๆ สุดท้ายเขาก็ยังต้องร้อนใจเพราะเรื่องของเธออย่างไม่สิ้นสุด น้องสาวไม่เอาไหนอย่างเธอยิ่งคิดก็ยิ่งละอายใจ
“ถ้าไม่อยากเรียนแล้วมิ้นอยากทำอะไร” มาร์คพยายามถามน้องอย่างใจเย็น ผ่านเรื่องอะไรมามากเขานึกว่าน้องจะเป็นผู้ใหญ่ขึ้น แต่ยัยมิ้นยังคงเป็นน้องสาวตัวน้อยจอมเอาแต่ใจของเขาไม่เปลี่ยน
“มิ้นยังไม่รู้ มิ้นขอดรอปเรียนก่อนสักปีเพื่อไปค้นหาตัวเองได้ไหมคะ”
คราวนี้เธอรวบรวมความกล้าเงยหน้าขึ้นมองคนเป็นพี่ เห็นคนเป็นพี่ชายเงียบไปเหมือนคิดอะไรบางอย่างจึงรีบพูดต่อ
“นะคะพี่มาร์คมิ้นสัญญาแค่ปีเดียว ถ้ามิ้นยังค้นหาสิ่งที่ตัวเองอยากทำไม่เจอมิ้นก็จะกลับมาเรียนต่อ”
เพลงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ กันจับมือคนรักไว้แน่นและพยักหน้าให้เบา ๆ อย่างให้กำลังใจเขา เธอเองก็ดูออกว่าน้องน่าจะมีเรื่องปิดบังอยู่ แต่เมื่อคืนเธอคุยกับแฟนว่าน้องดูซึมมากเหลือเกิน สติดูไม่อยู่กับเนื้อกับตัวตั้งแต่ออกจากโรงพยาบาล เธอกังวลว่ามิ้นจะเจอเรื่องกระทบกระเทือนจิตใจมาก ๆ จนรับไม่ไหวกลายเป็นโรคซึมเศร้าไปก่อน เพราะที่ผ่านมามีเรื่องอะไรก็จะมีพี่ชายคอยตามแก้ปัญหาให้ แต่เรื่องนี้เกินกว่าที่เธอและมาร์คจะช่วยได้จริง ๆ ดังนั้นหากน้องต้องการเวลาพักผ่อน ต้องการเวลาทำใจ เธอคิดว่าถ้าไม่ใช่เรื่องเหลือบ่ากว่าแรงจนเกินไปนักก็ควรให้มิ้นได้พัก เพราะสุดท้ายก็ไม่มีเรื่องอะไรสำคัญไปกว่าความสุขของตัวน้องเอง
“สัญญากับพี่นะ” สุดท้ายมาร์คก็ใจอ่อน ผิดที่เขาเองที่ตามใจน้องมาตั้งแต่เด็กเพราะกลัวว่าน้องจะขาดความอบอุ่น เพราะไม่มีพ่อแม่เหมือนเพื่อนคนอื่น ๆ
“สัญญาค่ะ มิ้นขอบคุณพี่มาร์คนะคะที่เข้าใจมิ้น ขอบคุณสำหรับทุกอย่างที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นมิ้นอยากบอกให้รู้ว่ามิ้นรักพี่มากจริง ๆ”
คนเป็นน้องลุกจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่ แล้วนั่งลงบนพื้นจากนั้นก็พนมมือกราบไปที่ตักของพี่ชาย มาร์คเองก็ยังตกใจกับการกระทำของน้อง พอกราบเสร็จก็กอดคนเป็นพี่ไว้แน่น คงอีกนานเลยกว่าเธอจะได้เจอพี่ชายอีก อย่างน้อยก็จนกว่าจะคลอดเด็กคนนี้ออกมา
“พี่เพลง” มิ้นเข้ามากอดเพลงไว้จากด้านหลังขณะที่หญิงสาวกำลังล้างจานในครัว ส่วนพี่มาร์คออกไปทำงานแล้ว
“สาวน้อยของพี่มาอ้อนขนาดนี้อยากได้อะไรเนี่ย” หญิงสาวล้างมือแล้วเช็ดมือให้สะอาดก่อนจะหันมากอดคนขี้อ้อนบ้าง
“ขอบคุณพี่เพลงมากนะคะที่เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของพี่มาร์คและมิ้น” เธอแอบเห็นตอนที่พี่เพลงส่งสายตาให้พี่มาร์ค ให้พี่ชายยินยอมตามที่เธอขอ ถ้าวันนี้ไม่มีพี่เพลงคงยากที่พี่ชายของเธอจะใจอ่อน
“พี่เชื่อว่ามิ้นเป็นผู้ใหญ่พอที่จะตัดสินใจและดูแลชีวิตของตัวเองได้”
มิ้นน้ำตาไหลพรากเมื่อได้ยินคำนั้น ไม่เคยมีใครพูดกับเธอแบบนี้มาก่อน พี่มาร์คก็ดูแลเธอเหมือนเธอเป็นน้องน้อยตลอดเวลา
ตอนเธอคบกับเวลเขาก็ทำเหมือนเธอเป็นเด็กน้อยคนหนึ่งที่ต้องเชื่อฟังเขาทุกอย่าง เขาชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ พี่เพลงเป็นคนแรกที่เชื่อมั่นในการตัดสินใจของเธอ
“มิ้นรักพี่มากจริง ๆ นะคะ ฝากพี่เพลงดูแลพี่มาร์คของมิ้นด้วยนะ”
“พี่จะดูแลพี่มาร์คของมิ้นให้ดี มิ้นก็ต้องดูแลตัวเองดี ๆ นะ ถ้าค้นหาตัวเองเจอแล้วก็กลับมานะจ๊ะ อย่าลืมว่าพี่กับพี่มาร์ครอมิ้นเสมอ แล้วก็ต้องโทรกลับมาบ่อย ๆ ด้วยเข้าใจไหม”
หญิงสาวพยักหน้ารับคำแฟนพี่ชายที่เธอรักไม่ต่างจากพี่สาวแท้ ๆ ของตัวเอง พี่เพลงเองก็เติบโตมาโดยไม่มีทั้งพ่อและแม่เหมือนกัน พี่เพลงเป็นอีกหนึ่งคนที่แสดงให้เห็นว่าคนเราย่อมเติบโตมาอย่างดีได้แม้ครอบครัวจะไม่สมบูรณ์แบบเหมือนครอบครัวอื่น ๆ และเธอเองก็จะเข้มแข็งเพื่อสิ่งมีชีวิตที่กำลังจะเกิดมา เพื่อให้เด็กคนนี้เติบโตมาอย่างดีไม่ต่างจากเธอและพี่ ๆ