สัปดาห์ถัดมามิ้นมาสัมภาษณ์งานที่ร้าน Mao Mine (เมามาย) คนสัมภาษณ์งานชื่อพี่เอ ซึ่งพี่บอลบอกเธอไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าเขาเป็นผู้จัดการร้าน พี่เอเป็นสาวประเภทสองที่สวยมาก ถ้าไม่บอกเธออาจจะเข้าใจผิดว่าเป็นผู้หญิงได้เลย และยังมีคนมาสัมภาษณ์งานในตำแหน่งเด็กเสิร์ฟเช่นเดียวกับเธอชื่อเลิฟ เลิฟอายุมากกว่าเธอหนึ่งปี เธอเป็นสาวห้าวผมสั้น หน้าเก๋ ซึ่งมิ้นมารู้ทีหลังว่าเลิฟไม่ได้เรียนต่อมหาวิทยาลัยแล้วเพราะต้องทำงานส่งเสียทางบ้าน การได้เจอผู้คนมากขึ้นก็เหมือนโลกของเธอเปิดกว้างขึ้น ได้รู้ว่าไม่ใช่เธอคนเดียวที่มีปัญหาในชีวิต มิ้นรู้สึกเหมือนตัวเองได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นไปอีกขั้นเมื่อได้พบความจริงข้อนี้
มิ้นวางแผนสำหรับชีวิตตัวเองโดยตั้งใจว่าเก็บเงินทำธุรกิจส่วนตัวเล็ก ๆ หลังจากนั้นก็เช่าห้องอยู่กับลูกกันสองคน เมื่อเธอพร้อมจะสารภาพเรื่องนี้กับพี่มาร์คและพี่เพลงในวันที่ตัวเองมีความพร้อมมากพอที่จะดูแลชีวิตเล็ก ๆ อีกหนึ่งชีวิตที่กำลังจะเกิดมาได้
การสัมภาษณ์งานผ่านไปด้วยดี เธอไม่รู้ว่าพี่บอลมาฝากฝังอะไรไว้ก่อนหรือเปล่า แต่พี่เอผู้จัดการร้านก็รับเธอเข้าทำงานโดยไม่ได้สอบถามอะไรมาก มิ้นตั้งใจว่าจะทำงานที่ร้านให้ครบสามเดือนตามสัญญาจ้างงาน ตอนกลางคืนทำงานที่ร้าน กลางวันก็คงต้องหางานอื่นทำไปด้วยถึงจะมีเงินมากพอที่จะดูแลสิ่งมีชีวิตที่กำลังจะเกิดขึ้นมานี้ได้
เมื่อไม่กี่วันก่อนเธอเพิ่งตัดใจขายกระเป๋าแบรนด์เนมเพียงใบเดียวของตัวเองไป มิ้นตัดสินใจไม่รบกวนฟ้าเพื่อนที่เธอไปขออาศัยอยู่ด้วย แล้วออกมาหาห้องเช่าอยู่คนเดียว หลังจากจ่ายค่าประกันห้อง ค่าเช่าห้องล่วงหน้าสามเดือนเงินก็แทบไม่เหลือ แต่เธอก็สบายใจกว่าจะรบกวนเพื่อน เพราะเธอสังเกตว่าเพื่อนต้องนัดแฟนออกไปเจอกันข้างนอกแทนด้วยความเกรงใจเธอ
หลังจากจัดของเข้าห้องเล็ก ๆ ของตัวเองเสร็จมิ้นก็เปิดเพจที่ตัวเองตั้งใจว่าจะไลฟ์ขายของโดยเลือกขายจากสิ่งที่เธอชอบที่สุดก่อน
ก่อนที่มิ้นจะท้องเธอชอบดื่มกาแฟมาก ทุกวันจะต้องแวะร้านกาแฟก่อนไปเรียนและจะเปลี่ยนร้านไปเรื่อย ๆ เพื่อลองกาแฟรสชาติใหม่ ๆ เมื่อหกเดือนก่อนเธอเคยไปเที่ยวเชียงใหม่กับเพื่อนและได้รู้จักเจ้าของไร่กาแฟ มิ้นลองทักเข้าไปในเพจของไร่เพื่อขอเป็นตัวแทนขายเม็ดกาแฟ ถ้าให้แนะนำเม็ดกาแฟให้ลูกค้าตามรสนิยมความชอบของแต่ละคน เธอคิดว่าเธอน่าจะพอทำได้
กว่าจะจัดของเสร็จ นั่งเปิดเพจสักพักก็เกือบหนึ่งทุ่ม มิ้นเลือกห้องพักที่ไม่ไกลจากที่ทำงานนักจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องรถติด หญิงสาวเหลือบดูเวลาแล้วก็ปิดโน้ตบุ๊กลงเพื่อไปอาบน้ำแต่งตัว เนื่องจากวันนี้เป็นการทำงานวันแรกเธอเลยอยากไปเข้างานให้เร็วหน่อย เพราะไม่อยากให้ใครครหาได้ว่าเธอใช้เส้นสายพี่บอลแล้วทำตัวมีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่น
เมื่อมาถึงก็พบว่าเลิฟมาถึงก่อนและอยู่ในชุดพนักงานเสิร์ฟแล้ว ชุดพนักงานเป็นเสื้อยืดคอปกแขนสั้นสีชมพูตรงอกมีโลโก้ร้าน กระโปรงสีดำเหนือเข่าที่แทบปิดอะไรไม่มิด พอไปอยู่บนตัวสาวขายาวสูงเพรียวอย่างเลิฟก็ดูดีมากทีเดียว
“มิ้นรีบไปเปลี่ยนชุดเถอะ พี่เอเดินมาบอกว่าวันนี้เจ้าของร้านอยากจะพบพนักงานใหม่”
“จ๊ะ” เธอรับคำพร้อมกับอมยิ้มกับท่าทางกระตือรือร้นของเลิฟ ชุดที่เลิฟใส่พออยู่บนตัวเลิฟก็ดูเก๋ดี แต่พอเธอเอามาใส่มันดูโป๊อย่างไงก็ไม่รู้ เพราะเธอเป็นคนผอมมากแต่ตรงหน้าอกอิ่มกลับใหญ่เกินตัว มิ้นดึงทั้งเสื้อและกระโปรงด้วยความกังวลนึกอยากให้กระโปรงมันยาวกว่านี้หน่อย แต่ก็พอเข้าใจว่าร้านเหล้าไม่ใช่ร้านนม เธอจะทำตัวเรื่องมากก็ไม่ได้
เมื่อวานพี่เอบอกพวกเธอแล้วว่าเจ้าของร้านที่อยากสัมภาษณ์พวกเธอเป็นหุ้นส่วนอีกคนไม่ใช่พี่บอล และเป็นหุ้นส่วนใหญ่ของร้านเสียด้วย
พี่เอเดินนำทั้งคู่ไปจนถึงห้องทำงานของเขา เคาะประตูให้สัญญาณว่าเธอทั้งคู่มาถึงแล้ว จากนั้นก็บอกให้เธอทั้งคู่เปิดประตูเข้าไปได้
ตอนแรกมิ้นเริ่มเอะใจว่าเสียงทุ้มที่เอ่ยอนุญาตนั้นฟังดูแสนคุ้น แต่พอเขาอนุญาตพี่เอก็รีบดันหลังเธอเข้าไปไม่ให้มีเวลาได้คิดอะไรอีก เห็นแค่แผ่นหลังก็ว่าคุ้นแล้วเมื่อเขาหมุนเก้าอี้กลับมามิ้นก็ตัวชาไปหมดเมื่อสบตากัน
ตอนนี้เธอถึงเพิ่งนึกออกว่าพี่พริ้งเคยบอกว่าพี่บอลกับผู้ชายคนนี้จะหุ้นกันทำธุรกิจ ที่แท้ก็เป็นร้านนี้ มิ้นรู้สึกเจ็บใจที่ก่อนจะเซ็นสัญญาไม่ถามให้ดีก่อน
“เชิญนั่งครับ” เจ้าของร้านผายมือให้เธอทั้งคู่นั่งด้วยท่าทางสุภาพ แต่กลับดูยียวนกวนประสาทในความรู้สึกเธอ
เวลสัมภาษณ์พนักงานโดยเริ่มจากเลิฟก่อน ซึ่งเลิฟก็สามารถตอบได้อย่างฉะฉานไม่ติดขัดอะไรเรื่องการทำงานแต่เมื่อสัมภาษณ์เลิฟเสร็จ เขาบอกให้เลิฟออกไปแล้วเหลือแต่เธอ ทิ้งให้มิ้นมองตามหลังเพื่อนใหม่ไปด้วยสายตากังวล
พอเธอหันมาร่างสูงก็ลุกออกจากเก้าอี้ เดินมาหย่อนสะโพกลงโต๊ะทำงานตรงหน้า มิ้นเผลอขยับเก้าอี้ถอยหลังเมื่อรู้สึกว่าเขามาใกล้เกินไป
“ไง?” เป็นคำทักทายสั้น ๆ ที่มิ้นไม่รู้จะตอบอะไรกลับไปเหมือนกัน ขณะที่เธอกำลังจะลุกจากเก้าอี้ที่ตัวเองนั่ง ร่างสูงกลับเอนตัวลงจับพนักเก้าอี้ทั้งสองข้างไว้ ทำให้เธออยู่ตรงกลางระหว่างแขนทั้งสองข้างของเขา
“เอ๊ะ!” มิ้นมองเขาด้วยสายตาไม่พอใจ “ถอยออกไปเลยนะ”
เขาไม่เพียงไม่ถอย กลับเลื่อนเก้าอี้เธอเข้าไปเสียใกล้ ทั้งยังโน้มหน้าลงหาคนที่นั่งอยู่ พออยู่ใกล้กันแบบนี้เธอได้กลิ่นบุหรี่จากเขาจนต้องเอนตัวหนี แต่ก่อนเขาก็สูบบุหรี่แต่ช่วงที่คบกันเธอขอร้องให้เขาลดลงเพราะเธอแพ้กลิ่นบุหรี่
ดังนั้นเวลาอยู่ด้วยกันเธอจึงไม่ได้กลิ่นบุหรี่จากตัวเขาอีก แต่ครั้งนี้กลับได้กลิ่นชัดมากไม่รู้เขาสูบไปมากแค่ไหน
“รังเกียจ?” เวลมองการกระทำของเธออย่างหมั่นไส้ ยิ่งเห็นสายตารังเกียจของเธอเขายิ่งอยากแกล้ง จึงขยับริมฝีปากบางเฉียบเข้าหา มิ้นหันหน้าหนีเพราะตกใจกับความใกล้ชิดนั้น ริมฝีปากบางเจือกลิ่นบุหรี่จึงปัดผ่านแก้มนุ่มของเธอแทน
“พี่เวลหยุดนะ”
“อ่อ ก็ยังจำชื่อกันได้นี่” ร่างสูงกระตุกยิ้มมุมปากด้วยความพอใจ เพราะตั้งแต่เจอกันอีกครั้งหลังจากเลิกรากันไปเจอหน้ากันเธอก็ไม่เคยเรียกชื่อเขาอีกเลย นึกว่าอยากลืมแม้กระทั่งชื่อ
“คนเลว” ปากเธอสั่นด้วยความโมโห น้ำตาที่พยายามเก็บไว้ก็ไหลลงมาอาบแก้มอย่างห้ามไม่อยู่
เวลใช้มือเรียวหยาบกร้านของตัวเองจับใบหน้าเล็กให้หันมาสบตากัน ดวงตาเรียวภายใต้ขนตางอนที่มีน้ำตาไหลออกมาไม่ขาดนั่นมีแต่แววตัดพ้อ ไม่มีแววชื่นชมรักใคร่อย่างที่เธอเคยมองกันเลยสักนิด
“อย่าคิดหนีไปไหนไม่งั้นเธอชดใช้ไม่ไหวแน่”
มิ้นเพิ่งรู้ว่านี่เองสาเหตุที่พี่บอลให้เธอเซ็นสัญญาก่อนที่จะเจอกับหุ้นส่วนของเขาด้วยซ้ำ
“ถอยไปเลยนะ”
ตอนแรกใจเวลอ่อนยวบตั้งแต่เห็นน้ำตาคลอนัยน์ตาสีน้ำตาลสวยของเธอ แต่พอเธอทำเสียงแข็งใส่เขา ทั้งยังยันหน้าอกเขาออกห่างจากตัวจนสุดแขนเหมือนรังเกียจกันนักหนากลับทำให้เขานึกอยากเอาชนะเพราะหมั่นไส้ท่าทางถือเนื้อถือตัวนั่น
“ทำไมแต่ก่อนยังใกล้ชิดกว่านี้ นอนกอดกันแบบไม่ใส่เสื้อผ้ายังเคย”
“ปากชั่ว”
“แต่ก็เคยเป็นผัวเธอป่ะ” คนโดนด่าไม่สำนึกสักนิด ทั้งยังลอยหน้าลอยตายั่วโมโหเธอต่อ
มิ้นโมโหท่าทางลอยหน้าลอยตาของเขาทั้งที่เขาทำให้เธอเสียใจมากขนาดนี้ มือเล็กของมิ้นตวัดไปที่ใบหน้าคมของเขาจนเกิดเสียงดัง
เพี้ยะ
“แน่จริงก็ตบอีกข้างสิ อ่ะ”
มิ้นไม่ทำให้คนที่ยื่นหน้าเข้ามาท้าทายผิดหวัง ตวัดมือเล็กลงไปที่แก้มอีกข้างทันที
คนโดนตบใช้ลิ้นดุนกระพุ้งแก้มเขารับรู้ได้ถึงรสชาติของเลือดเมื่อลิ้นไปแตะโดน สงสัยว่าเธอน่าจะติดภาพลักษณ์แสนดีที่เขาสร้างมากไปหน่อยถึงได้กล้ามากขนาดนี้ มือเรียวแข็งแรงจับหน้าเล็กของเธอด้วยมือเดียว บีบจนแก้มเธอปวดไปหมด
มิ้นน้ำตาไหลพรากด้วยความเจ็บ เจ็บทั้งตัวและใจ
พอเธอร้องไห้คนที่โกรธจนแทบจะพังห้องทั้งห้องได้กลับทำตัวไม่ถูกขึ้นมาอีกครั้ง มิ้นไม่มีทางรู้เลยว่าน้ำตาของเธอใช้ได้ผลกับเขาเสมอ แม้แต่สมัยคบกันเธอร้องไห้ด้วยเรื่องงี่เง่าเพียงแค่หมาข้างถนนที่เธอเคยเอาลูกชิ้นไปให้ทุกวันถูกรถชนตาย เขายังนั่งปลอบได้ทั้งวัน
เธอไม่รู้หรอกว่าเธอร้องไห้สะอึกสะอื้นเพราะสาเหตุจากตัวเขาเองยิ่งทำให้เขาปวดใจได้มากกว่าโดนมือเล็กของเธอตบเสียอีก
จากที่ตอนแรกคิดจะเอาคืนให้เธอได้เจ็บบ้าง สุดท้ายมือแกร่งก็ตกลงข้างตัว นิ้วเรียวยาวของเขากำเข้าหากันแน่นอย่างคนที่พยายามระงับอารมณ์
“ออกไปจากห้อง ก่อนที่พี่จะหมดความอดทน”
ไม่ต้องรอให้เขาบอกซ้ำมิ้นก็รีบลุกจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่วิ่งออกไปจากห้องทันที คนเลวเขาเห็นเธอเป็นตัวอะไร นึกอยากเรียกเข้ามาก็เรียก นึกอยากไล่ก็ไล่
หลังจากมิ้นออกมา พี่เอก็โดนเรียกเข้าไปในห้องของเวล หลังจากนั้นอีกสามสิบนาทีผู้จัดการร้านคนสวยก็เดินมาบอกว่าวันนี้แค่นัดเด็กใหม่มาสัมภาษณ์เพิ่ม แต่ให้เริ่มทำงานจริงเป็นพรุ่งนี้ สร้างความมึนงงให้คนที่ตั้งใจมาทำงานเต็มที่อย่างเลิฟไปหมด
มิ้นกลับมาถึงห้องก็นอนร้องไห้อีกครั้ง เจ็บใจที่ถูกเขารังแก ถ้าไม่เพราะเธอมีอีกหนึ่งชีวิตที่ต้องดูแล ถ้าไม่เพราะเธอมีความฝันของตัวเองที่ยังจะต้องเก็บเงินอีกเยอะถึงจะทำสำเร็จ เธอคงหอบของกลับบ้านแล้วไปฟ้องพี่ชายว่าเขารังแกอะไรเธอบ้าง พี่ชายเธอคงสู้คดีให้เธอเต็มที่ไม่ว่าผู้ชายเลวคนนั้นจะเรียกร้องเงินค่าผิดสัญญาจ้างแค่ไหน
แต่เมื่อเธอสัญญากับตัวเองแล้วว่าจะยืนด้วยลำแข้งของตัวเองและไม่พึ่งพาพี่ชายอีกก็ควรทำให้ได้
วันถัดมาเป็นวันแรกของการทำงานอย่างแท้จริง มิ้นพยายามไม่อยู่กับเวลสองต่อสอง พี่เอบอกเธอก่อนเริ่มงานแล้วว่าพนักงานร้านนี้ต้องแต่งตัวตามที่จัดหาไว้ให้ ซึ่งชุดแต่ละวันก็จะต่างกันออกไปเพื่อไม่ให้จำเจ เธอก็ยอมรับฟังแต่โดยดีเพราะเข้าใจว่าทุกร้านก็ต้องมียูนิฟอร์มของพนักงาน
แต่ไม่รู้ว่าชุดร้านนี้ออกแบบมาเพื่อตอบสนองความต้องการของเจ้าของร้านหรือเปล่าเพราะมันทั้งเว้าและรัดรูปชนิดที่ชุดที่เธอใส่เมื่อวานดูธรรมดาไปเลย เสื้อสายเดี่ยวกับกระโปรงสั้นสีดำเป็นแบบที่มิ้นไม่เคยคิดจะใส่เลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่เธอก็ไม่มีทางเลือกเพราะตกลงไว้แล้ว
เมื่อวานพี่เอให้พวกเธอกลับไปก่อนโดยยังไม่ได้ทำงาน จึงยังไม่ได้พาไปแนะนำตัวกับพนักงานคนอื่น ๆ หลังจากเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จพี่เอก็พาไปแนะนำกับห้องครัว และพนักงานเสิร์ฟคนอื่น ประมาณสี่ทุ่มวงดนตรีของร้านก็มาถึง พี่เอก็พาทั้งสองคนไปทำความรู้จัก
มือกลองชื่อแม็คเขามีใบหน้าเรียวคม แผลเป็นที่คิ้วซ้ายทำให้ใบหน้านั้นดูกระด้างมากขึ้น มือกีตาร์ชื่อเดย์ เขาดูเป็นหนุ่มขี้เล่น ผมยาวสีทองถูกมัดรวบไว้ดูเซอร์ไปอีกแบบ ส่วนคนเล่นเบสชื่อทามคนนี้จะดูดุกว่าคนอื่นหน่อย แขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามนั้นบ่งบอกว่าเจ้าตัวออกกำลังกายมาอย่างหนัก ตรงต้นแขนยังโชว์รอยสักรูปผีเสื้อทำให้สาว ๆ ในร้านหันมามองรอยสักบนกล้ามของเขาเพลินเลยทีเดียว
พวกเขาทั้งสามคนมีสีหน้าตกใจเมื่อพี่เอพามิ้นมาแนะนำ มิ้นมั่นใจว่าตัวเองไม่เคยเจอพวกเขามาก่อน ยิ่งเป็นคนที่มีบุคลิกโดดเด่นแบบนี้ ถ้าเคยเจอสักครั้งเธอต้องจำได้ แต่นี่เธอนึกไม่ออกเลยว่าเคยเจอพวกเขาที่ไหน แต่กลับคุ้นชื่อพวกเขามาก
“มิ้นนี่ มาหาไอ้เวลเหรอ แต่แต่งตัวเหมือนพนักงานร้านเลย” คนผมยาวที่ชื่อเดย์ทักเธอก่อน เธอกำลังจะเอ่ยถามว่ารู้จักเธอเหรอ แต่เจ้าของร้านก็เดินมายังจุดที่พวกเธอยืนอยู่เสียก่อน
“เมียมาคุมเหรอมึง” ทามที่มีรอยสักรูปผีเสื้อที่ต้นแขนซ้ายถามคนที่เดินเข้ามาใหม่
ตอนนี้เธอถึงนึกขึ้นได้ว่าคุ้นชื่อพวกเขาที่ไหน พวกเขาก็คือกลุ่มไลน์ที่เธอแอบอ่านนั่นเอง เวลทำงานเสริมเป็นนักร้องในผับ ที่แท้กลุ่มนั้นก็เป็นกลุ่มเล่นดนตรีของพวกเขา
คนโดนถามไม่ตอบกลับเดินมาบังเธอไว้เสียมิด
“พาเด็กไปทำงานได้แล้วพี่เอ” พอเขาส่งสายตาคมมาให้พี่เอก็ดันหลังสาวทั้งสองให้ไปเริ่มงาน
“มิ้นรู้จักเจ้าของร้านมาก่อนเหรอ” พอโดนพี่เอกันออกมาจากกลุ่มนั้น เลิฟก็หันมาถามสาวตัวเล็กอกตู้มที่เดินข้าง ๆ กัน มิน่าเมื่อวานเขาถึงสัมภาษณ์มิ้นนานกว่าปกติ
“พวกเราไปทำงานกันเถอะ” มิ้นตัดบทไม่อยากจะพูดอะไรถึงเขาอีก แล้วเดินไปรับออเดอร์ที่โต๊ะแทน
ลูกค้าในร้านส่วนใหญ่เป็นวัยมหาวิทยาลัย และวัยทำงานที่มานั่งชิวหลังเลิกงานกับเพื่อน เวลาไปรับออเดอร์โต๊ะหนุ่ม ๆ ก็มีโดนแซวบ้าง ซึ่งโชคดีที่ลูกค้าแค่แซวไม่ได้ล่วงเกินอะไรจึงไม่ทำให้มิ้นลำบากใจนัก ส่วนเลิฟดูเหมือนจะรับมือกับสถานการณ์ได้ดีกว่าเพราะก่อนหน้านี้เคยทำงานร้านอื่นมาก่อน เจ้าตัวจึงสามารถรับมุกคุยเล่นสนุกสนานกับลูกค้าได้
“ออเดอร์โต๊ะ 6 จ๊ะ” มิ้นยื่นออเดอร์ให้แม่ครัวแล้วจะกลับไปรับออร์เดอร์โต๊ะอื่นต่อ แต่กลับถูกแขนแข็งแรงดึงไปที่ซอกหนึ่งหน้าห้องเก็บของ ตอนแรกมิ้นจะกรีดร้องด้วยความตกใจ แต่พอพบว่าคนที่กระทำการอุกอาจนั้นเป็นเจ้าของร้านนั่นเองตาเรียวก็วาวขึ้นด้วยความไม่พอใจ
“ปล่อยนะ”
“ทำไมอยู่ใกล้พี่แค่ไม่กี่นาทีมันจะขาดใจตายเหรอ”
ทั้งที่เขาเป็นคนหาชุดนี้มาให้เธอใส่เองแท้ ๆ เพราะเวลรู้ว่าเธอเป็นคนเรียบร้อยมากจึงอยากแกล้งให้เธอได้อาย แต่ไม่รู้เขาแกล้งเธอหรือแกล้งตัวเองกันแน่พอเห็นสายตาหื่น ๆ ของผู้ชายพวกนั้นมองมาเวลาเธอไปรับออเดอร์ เขากลับรู้สึกร้อนรนทนไม่ได้เสียเอง
“ไปเปลี่ยนชุด”
“ไม่” มิ้นไม่สนใจคำสั่งไร้สาระของเขา ชุดที่แทบปิดอะไรไม่มิดแบบนี้พี่เอแอบมากระซิบว่าเขานั่นแหละเป็นคนหามาให้พนักงานใส่เอง ตอนนี้ยังจะมาออกคำสั่งเอาแต่ใจอีก นอกจากเสื้อยืดกางเกงยีนที่เธอใส่มาจากห้องเธอก็ไม่มีชุดที่ไหนให้เปลี่ยนแล้ว
“หยุดดื้อสักเรื่องได้ไหม เธอไม่เห็นเหรอว่าพวกนั้นมองเธอด้วยสายตาแบบไหน” เพราะสายตาลูกค้าผู้ชายที่มองเธอทำให้เขาแทบไม่มีสมาธิร้องเพลง เวลอยากจะจับคนดื้อช่างต่อล้อต่อเถียงมาตีก้นนัก เห็นเธอเป็นแบบนี้เขาแทบนึกภาพสมัยที่เธอรักเธอหลงเขา พี่เวลคะพี่เวลขาไม่ออกเลย
“จะมองแบบไหนก็ไม่ใช่เรื่องอะไรของนาย” ตั้งแต่ได้เห็นนิสัยแย่ ๆ ของเขา ได้ตาสว่างเธอก็ไม่คิดเรียกเขาด้วยถ้อยคำสุภาพอีกต่อไป คนแบบนี้อยู่ให้ห่างไว้ไม่ต้องมาพูดจาอะไรกันเลยจะดีที่สุด
แต่ขณะที่เธอกำลังจะหมุนตัวกลับ เขากลับยกร่างบางขึ้นพาดบ่าโดยไม่สนใจสายตาที่มองมาอย่างอยากรู้อยากเห็นของพนักงานคนอื่นเลยสักนิด
มิ้นร้องกรี๊ดด้วยความตกใจ แต่ก็ไม่กล้าดิ้นมากเพราะกลัวจะตกลงไป พอเขาพาเธอมาถึงห้องทำงานก็วางเธอลง มิ้นตวัดมือไปที่หน้าคมโดยไม่ออมแรงเลยสักนิดเมื่อยืนได้อย่างมั่นคงแล้ว
คนโดนตบตาวาวขึ้นเมื่อโดนตบซ้ำทั้งที่เมื่อวานยังไม่หายช้ำเลยด้วยซ้ำ เวลยอมรับว่าเขาอาจจะผิดเองที่หาเรื่องอยากแกล้งเธอเลยเอาชุดบ้า ๆ พวกนี้มาให้เธอใส่ ทั้งหมดเพราะเขาอยากเห็นเธอลำบากใจ อยากให้เธอมาขอร้องเขาเพราะไม่อยากใส่ชุดบ้า ๆ พวกนี้ก็เท่านั้น
แต่เธอกลับใส่มันไปเดินยั่วยวนเสียทั่วร้าน เขามองตาพวกนั้นก็รู้ว่าแค่เห็นเธอเดินส่ายสะโพกไปมาพวกมันก็เอาไปจินตนาการถึงไหนต่อไหน
“จะไปเปลี่ยนชุดดี ๆ หรือจะให้พี่เปลี่ยนให้”
“นอกจากเรื่องงาน อย่ามายุ่งอะไรกับฉันอีก อย่ามาทำเป็นรู้จักกันเลยยิ่งดี”
มิ้นหมุนตัวจะเดินออกจากห้อง แต่คนด้านหลังกลับคว้าเอวเธอไว้ ดันเธอจนไปชิดกับผนังห้อง พลิกให้คนตัวเล็กช่างเถียงหันหน้าไปชิดผนัง จากนั้นก็คว้าสะโพกเธอไว้ มือหนาตีไปที่ก้นเด้งนั้นอย่างต้องการจะลงโทษ
แม้เขาจะลงมือแค่เบา ๆ แต่คนโดนตีกลับเจ็บจนน้ำตาไหล ไม่รู้ว่าเจ็บที่ก้นหรือที่ใจมากกว่ากัน
“ฉันจะแจ้งตำรวจว่านายใช้ความรุนแรงกับฉัน” มิ้นโมโหจนน้ำตาซึม น้ำตาร้อน ๆ ไหลออกมาอาบแก้มด้วยความเจ็บใจ เขาคุกคามเธอเขาใช้ความรุนแรงกับเธอ ไม่รู้ที่ผ่านมาเธอเคยหลงกลผู้ชายแบบนี้ไปได้ยังไง
เมื่อเธอเบือนหน้าเปื้อนน้ำตามาต่อกัน เขาก็หยุดมือลงทันที เขาไม่ได้ตั้งใจทำให้เธอเจ็บ ก็แค่หวังดีกับเธอ แม้ว่าเธอจะไม่ต้องการรับความหวังดีจากเขาเลยสักนิด
มือแกร่งของเขาละจากสะโพกเธอ คนตัวสูงงุ่นง่านอย่างไม่รู้จะรับมือกับสถานการณ์นี้อย่างไร สุดท้ายจึงคิดได้ว่าให้เธอหยุดร้องไห้ก่อนนั่นแหละ ใจเขาถึงจะคลายอาการบีบรัดลง มือหนาเช็ดน้ำตาให้เธอแผ่วเบาเพราะกลัวผิวบางของเธอจะช้ำ
“พี่ไม่ได้ตั้งใจ” เวลหลุบตามองใบหน้าเล็กที่เปื้อนไปด้วยน้ำตา ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดบนหน้าเธอ เขาแค่ ทนไม่ไหวเวลาเห็นคนอื่นมองเธอด้วยสายตาแบบนั้น แต่เธอกลับดื้อเหลือเกิน