แสงแดดที่สาดส่องเข้ามาเพราะมีคนเปิดม่านทำให้มิ้นต้องยกมือขยี้ตา หลังจากนั้นคนนอนก็ถูกปลุกด้วยจุมพิตแผ่วเบามุมปาก เวลมองคนที่นอนหลับใหล แฟนสาวของเขาเป็นคนที่มีใบหน้าสวยมาก ดวงตากระจ่างใสของเธอมีสีน้ำตาลซึ่งมักจะมีแววซุกซนอยู่เสมอเวลาลืมตาขึ้นมา เปลือกตามีขนตายาวเป็นแพเหมือนตุ๊กตาเวลากะพริบยิ่งดูเย้ายวน เขานั่งลงบนเตียงของเขาเองที่เธอนอนหลับตาพริ้มอย่างสบายอกสบายใจ มุมปากของคนหลับโค้งขึ้นนิด ๆ เหมือนมีความสุขนักหนา เวลก้มลงไปหาปากอิ่มแล้วกดริมฝีปากเข้าหาปากอิ่มน่ากัดนั้นอีกครั้ง
“ตื่นได้แล้วครับเจ้าหญิง”
“มิ้นยังง่วงอยู่เลยนี่คะ” คนโดนก่อกวนโอบแขนเรียวไปรอบเอวสอบทั้งที่ยังไม่ลืมตาตื่นดีด้วยซ้ำ
“เดี๋ยวไปเรียนสายพี่ไม่รู้ด้วยนะ”
“ฮือ วันนี้มิ้นไม่มีเรียนสักหน่อย”
เวลอ้าปากเหวอ ดวงตาเรียวฉายแวววูบไหวรู้สึกผิด เธอมักจะจำทุกอย่างเกี่ยวกับตัวเขาได้เสมอ ไม่ว่าจะเป็นวันเกิด หรือแม้กระทั่งเรื่องเล็กน้อยในชีวิตเขาอย่างตารางเรียน คอยดูแลเขาแม้กระทั่งรีดเสื้อนักศึกษาให้แม้เขาจะบอกเธอหลายต่อหลายครั้งแล้วว่าไม่ต้องทำให้ลำบากจนเขารู้สึกผิด เวลยกมือเรียวหยาบกร้านต่างกับผิวใสของเธอเกลี่ยผมที่มาปรกแก้มใสออกให้
“งั้นนอนต่ออีกสักหน่อยนะครับ ตื่นสาย ๆ หน่อยก็ได้” หลังจากนั้นก็ก้มลงจูบแก้มใสอีกฟอดใหญ่จึงเดินออกไป
มิ้นหลับต่ออีกครั้งอย่างเกียจคร้าน ตื่นมาอีกทีเกือบเที่ยงเพราะความหิว เธอสะบัดผ้าห่ม ลุกขึ้นนั่งด้วยท่าทางเปี่ยมสุข หนึ่งปีที่ผ่านมาชีวิตรักของเธอแสนเรียบง่าย พี่เวลเป็นแฟนคนแรกของเธอ เพราะพี่มาร์คพี่ชายของเธอขี้หวงมาก
เธอเจอพี่เวลครั้งแรกตอนที่แอบพี่ไปเที่ยวผับหลังสอบเสร็จกับเพื่อน เขาเป็นนักร้องในผับแห่งนั้น ด้วยใบหน้าหล่อเหลา ดวงตาเรียว จมูกโด่งรับกับริมฝีปากบางสีแดงสดที่คลี่ยิ้มทีก็ทำเอาใจสาว ๆ แทบละลาย ไม่เพียงใบหน้าของเขาเท่านั้นที่น่าดึงดูด รูปร่างสูงโปร่งของเขาก็ทำให้สาว ๆ กรี๊ดกร๊าดมาก ทำให้มีสาว ๆ มากมายแวะเวียนไปฟังเพลงผับที่เขาร้องเพลงอยู่ ตอนนั้นมิ้นก็ไปด้วยเพราะเพื่อน ๆ ของเธอได้ยินเสียงลือถึงความหล่อเหลาของนักร้องในผับนี้จึงอยากไปดูให้เห็นกับตา และนั่นเป็นครั้งแรกที่เธอได้รู้จักกับเขา
ความจริงมิ้นมีภูมิต้านทานต่อผู้ชายหน้าตาดีสูงมาก เพราะคุ้นชินกับกลุ่มคนหน้าตาดีไปแล้ว พี่ชายเธอเป็นนายแบบดังที่สื่อชื่นชมว่ามีหน้าตาพระเจ้าสร้าง แถมเพื่อนพี่ชายก็หน้าตาดีทั้งแก๊ง แน่นอนเธอย่อมไม่ได้ชอบผู้ชายที่หน้าตา แต่เธอชอบเขาเพราะเขาดีกับเธอมาก ก่อนหน้านี้ได้ยินชื่อเสียงแย่ ๆ ของพี่เวลเยอะ ทั้งจากแก๊งเพื่อนพี่ชายและแก๊งเพื่อนตัวเอง ฟังเรื่องเกี่ยวกับตัวเขามากขึ้น เธอก็ตั้งมั่นไว้ว่าจะไม่พาตัวเองไปยุ่งเกี่ยวอะไรกับตัวเขา แต่อาจเป็นพรหมลิขิตนั่นแหละที่ทำให้หลีกเลี่ยงไม่ได้
มิ้นเดินอมยิ้มอย่างมีความสุขเข้าห้องน้ำ เธอมาค้างคอนโดเขาหลายครั้งเพราะช่วงหลังพี่ชายมีแฟนจึงต้องตามเฝ้าและปล่อยวางเรื่องเธอมากขึ้น หญิงสาวอาบน้ำเสร็จด้วยอารมณ์สดชื่น เมื่อออกมาจากห้องน้ำด้วยผ้าเช็ดตัวผืนเดียว กำลังจะแต่งตัวให้เรียบร้อยสายตากลับเหลือบไปเห็นหน้าจอโน้ตบุ๊กของเวลเปิดค้างไว้ หญิงสาวจะเดินไปปิดหน้าจอลงให้ แต่ข้อความไลน์กลับดังแจ้งเตือนไม่หยุด
ตอนแรกมิ้นจะปิดหน้าจอลงโดยไม่ได้คิดอะไร เธอไม่เคยเช็กมือถือหรือข้อความของแฟนเพราะไว้ใจเขา แต่ขณะมือบางกำลังจะปิดหน้าจอคอมลงกลับมีข้อความเด้งเข้า ตาเรียวเหลือบไปมองเพราะเพื่อนเขาพิมพ์คำว่า ‘น้องมิ้นเป็นไงบ้างวะ’ มันมีชื่อเธออยู่ในนั้น เธอสองจิตสองใจลังเลว่าควรจะละลาบละล้วงเปิดดูไหม แต่จิตใจด้านหนึ่งที่อยากรู้อยากเห็นก็ทำให้เธอตัดสินใจกดเปิดข้อความไลน์ของเขาขึ้นมา ไม่น่าจะผิดอะไรเพื่อน ๆ ของเธอเองก็เช็กข้อความ เช็กโทรศัพท์แฟนเหมือนกัน
เพื่อนของเขาที่เธอรู้จักมีแค่พี่บอลซึ่งเรียนคณะเดียวกับพี่ชายเธอ แต่กลุ่มเพื่อนเขาที่เธอเห็นส่งข้อความมาหาตอนนี้ในกลุ่มมีห้าคนซึ่งทุกคนล้วนเป็นคนที่เธอไม่รู้จัก
Max: น้องไอ้มาร์คเป็นไงบ้างวะ
Day: กูว่าลืมแพนไปแล้วมั้ง ไหนมึงบอกไม่คิดอะไรกับน้องไอ้มาร์คแค่เล่น ๆ วะ
Time: กูว่ามันติดใจ ช่วงหลังเงียบหายเชียว ไหนมึงบอกแค่เจ็บใจที่มันแย่งแพนไปเลยอยากคบน้องมันให้มันเจ็บใจเล่นบ้าง
มิ้นมือสั่นหัวใจเธอหดเกร็งจนปวดหนึบไปหมดหลังอ่านข้อความพวกนั้น เธอทรุดนั่งบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของเขา มือบางเลื่อนเมาส์ไปอ่านข้อความเก่า ๆ ของเขากับเพื่อน ใช้เวลานานพอสมควรกว่าจะปะติดปะต่อเรื่องทั้งหมดได้
แพนที่พวกเขาพูดถึงเธอรู้จัก เป็นนางเอกสาวสวยที่ดังพร้อม ๆ กับพี่ชายเธอ เธอจำได้ว่าพี่แพนเคยตามตื๊อพี่ชายเธอหนักเหมือนกันแต่เขาไม่เล่นด้วย ตอนนี้เธอเพิ่งนึกออกว่าพี่แพนเรียนคณะเดียวกับแฟนเธอ
เธอออกจากบทสนทนาในกลุ่มนั้นแล้วกดไปที่รายชื่อเพื่อน เห็นเขาเมมไว้ว่า PANNY แล้วมีรูปพี่แพนยืนยิ้มแฉ่งจนแทบเห็นฟันครบทุกซี่เป็นโปรไฟล์ มิ้นตัดสินใจเปิดอ่านข้อความของคนทั้งคู่ทันทีโดยไม่ลังเล ข้อความตั้งแต่ที่เวลบอกแพนว่าเขาคิดกับเธอมากกว่าเพื่อน แต่หญิงสาวบอกว่ามีคนที่ชอบอยู่แล้วคือมาร์คนั่นเอง หลังจากนั้นอีกหลายเดือนถัดมาถึงเป็นข้อความว่าเธอถูกมาร์คหักอกไปคบคนอื่น เธออกหัก
มิ้นแทบอยากจะจับโน้ตบุ๊กของเขาทุ่มลงพื้นด้วยความโมโห ผู้หญิงตอแหลถูกพี่ชายเธอหักอกอะไรกัน เธอมั่นใจว่าทั้งชีวิตของพี่ชายเธอมีพี่เพลงเป็นแฟนแค่คนเดียว
ยิ่งย้อนอ่านแชตไปเรื่อย ๆ มือเธอก็ยิ่งสั่นจนยากจะควบคุม มิ้นเจอคำพูดหยาบคายที่เวลบอกเพื่อนว่าเธอยอมเขาแล้ว เธอนอนกับเขาแล้ว และคุยกันเรื่องพี่แพนที่อกหักจากพี่ชายเธอ เธอเห็นเพื่อนเขาถามว่าคิดจะไปจีบพี่แพนใหม่ไหมในเมื่อตอนนี้ผู้หญิงคนนั้นไม่มีใครแล้ว แต่เขาเงียบไปไม่ตอบเรื่องนี้แล้วเปลี่ยนเรื่องไปเสีย
มิ้นใช้เวลาเกือบสองชั่วโมงนั่งอ่านแชตเก่า ๆ ของเขากับเพื่อนเหล่านั้น และเขาจบประโยคการแชตเรื่องเธอด้วยคำว่าเขาจีบน้องสาวมาร์คสำเร็จแล้วอย่าลืมโอนเงินที่พนันกันไว้มาให้ด้วย
ร่างเล็กยกมือขึ้นปิดปากด้วยความตกใจ มันเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง ที่แท้เธอเป็นแค่เครื่องมือให้เขาได้เล่นสนุกเพื่อเอาคืนพี่ชายเธอทั้งที่พี่ชายเธอไม่ได้ผิดอะไรเลย ผู้หญิงคนนั้นเป็นคนมาวิ่งตามพี่ชายเธอเองแท้ ๆ
มิ้นหยิบมือถือตัวเองมาถ่ายภาพข้อความต่าง ๆ ไว้ แม้เรื่องทั้งหมดที่ได้รับรู้จะทำร้ายจิตใจกันแค่ไหน แต่เธอก็ยังคิดว่าควรจะไปคุยกับเขาให้รู้เรื่องก่อน ไม่ควรด่วนสรุปเอาเอง
มิ้นไม่รู้ว่าตัวเองเอาแรงมาจากไหนเพื่อลุกจากเก้าอี้ที่นั่งอยู่แล้วไปเปลี่ยนเสื้อผ้า เมื่อสามเดือนที่แล้วพี่ชายเพิ่งซื้อรถญี่ปุ่นคันเล็กเป็นของขวัญวันเกิดให้ ทำให้เธอไปไหนมาไหนได้สะดวกขึ้น
มิ้นตรงไปหาเขาที่คณะ เธอไม่เคยมาหาเขาที่คณะมาก่อน เพราะแฟนเธอเคยบอกว่าแก๊งเพื่อนเขามีแต่เสือสิงห์กระทิงแรดทั้งนั้น เขาไม่อยากให้พวกนั้นเห็นเธอแล้วตามแซว เขาหวง
ตอนนั้นเธอก็เชื่อเขาจนหมดใจ ใครจะรู้ว่าความจริงเขาอาจแค่ไม่ต้องการให้เธอมาแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของให้ผู้หญิงที่เขาชอบเห็น
กว่าจะมาถึงมหาวิทยาลัยก็เป็นเวลาบ่ายสามโมงซึ่งเขาเรียนวิชาสุดท้ายเสร็จพอดี
มิ้นยืนหันหลังรอเวลที่หน้าตึกคณะมือบางส่งข้อความไปบอกเขาไว้ก่อน
‘มิ้นมารอพี่หน้าตึกนะคะ’
เวลรีบวิ่งออกมาทันทีที่ได้รับข้อความ ร้อนใจว่าจะมีเรื่องอะไรไม่ดีเกิดขึ้นกับเธอ เพราะมิ้นไม่เคยมาหาเขาที่คณะมาก่อน
“มิ้นครับ” เสียงห้าวดังขึ้นด้านหลัง
มิ้นหันหน้ามาช้า ๆ เผชิญหน้ากับคนที่ยืนหอบเหนื่อยเพราะรีบวิ่งมาหาเธอ
พอเธอหันมาสบตากันเขาก็พุ่งเข้าไปจับแขนทั้งสองข้างด้วยความเป็นห่วง สำรวจว่าเธอไม่ได้บาดเจ็บอะไรตรงไหนจึงเบาใจลงได้บ้าง “มิ้นมีอะไรหรือเปล่า”
“ถ้าไม่มีอะไร มิ้นมาหาพี่ไม่ได้เหรอคะ”
“โธ่ ไม่ใช่แบบนั้น มิ้นมีอะไรก็พูดมาเถอะเพื่อน ๆ พี่รออยู่ หรือถ้าไม่ใช่เรื่องด่วนอะไรเราค่อยคุยกันตอนเย็นนะครับ”
เวลโอบเอวบางของคนตัวเล็กเข้าหา เธอตัวเล็กมาก เอวบางมาก ๆ จนเขาสามารถโอบได้ด้วยมือเดียว
“เราจะคุยกันวันนี้เลยค่ะ” ปกติเธอเป็นคนว่าง่าย ไม่ว่าเวลจะพูดอะไรเธอก็ยอมเขาหมด ชี้นกเป็นนก ชี้ไม้เป็นไม้ แต่ตอนนี้มันจะไม่เหมือนเดิมจนกว่าเธอจะพูดกับเขาให้รู้เรื่อง
“คุยกันเรื่อง?” เวลเริ่มมีลางสังหรณ์แปลก ๆ เมื่อเห็นเธอเสียงแข็งขึ้น ต่างจากน้องมิ้นที่ทั้งอ่อนหวานและน่ารักของเขา
มิ้นยื่นโทรศัพท์ของเธอที่ถ่ายรูปข้อความที่เธอเห็นจากหน้าจอให้เวลดู มือหนายื่นมารับไป ดวงตาคมหรี่ลงเมื่อเห็นข้อความทั้งหมดนั้น
“มีอะไรอยากพูดกับมิ้นไหมคะ”
“เธอแอบอ่านข้อความของพี่” เขาไม่ชอบเลยที่เธอมาคาดคั้นเอากับเขาแบบนี้ จากข้อความที่เธอเห็นนั่นเขายังจะแก้ตัวอะไรได้อีก
“ใช่ เพราะถ้ามิ้นไม่ทำแบบนั้น มิ้นก็คงไม่รู้ว่าตัวเองเป็นแค่หมากตัวหนึ่งให้พี่ได้แก้แค้นพี่ชายมิ้น”
ร่างสูงเงียบไปเมื่อเห็นได้ชัดว่าเธอตัดสินเขามาจากบ้าน คิดมาแล้วว่าเรื่องทั้งหมดเป็นแบบไหน ก็แค่ต้องการมาถามเขาเพื่อความมั่นใจเท่านั้น
“จะไม่แก้ตัวอะไรหน่อยเหรอ” มิ้นถามเมื่อเห็นเขาเงียบไป เธอคาดหวังให้เขาพูดอะไรกับเธอก็ได้ โกหกเธอด้วยถ้อยคำหวาน ๆ อะไรสักอย่างก็ได้ หัวใจโง่ ๆ ของเธอก็พร้อมจะยอมเชื่อ
“ก็เห็นแล้วนี่” เขาบอกเสียงเรียบ
“พี่หลอกใช้มิ้น” คนตัวเล็กพูดเสียงเบาอย่างละเมอ แทบไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่ตัวเองเพิ่งได้รับรู้ ตอนที่ได้อ่านข้อความทั้งหมดเธอก็ควรจะตาสว่างได้แล้ว แต่ก็ยังดื้อดึงอยากมาคุยกับเขาให้รู้เรื่อง
ไหล่บางลู่ลงอย่างสิ้นหวัง เธอมันโง่ไม่มีใครเกิน เธอน่าจะเชื่อพี่ชายแต่แรกที่เขาเคยขัดขวางไม่ให้คบกับผู้ชายคนนี้ ตอนนั้นเธอน่าจะเชื่อพี่มาร์ค แต่ก็ยังดื้อดึงอยากเอาชนะ นึกว่าเขาแค่หวงน้องสาว
เธอสะบัดตัวออกจากการโอบกอดของเขา และหันหลังให้ก่อนที่น้ำตาจะกลิ้งลงมาให้เขาได้เห็น พอกันทีกับความรัก ความหลอกลวงทั้งหมดที่เธอได้รับ