CHAPTER 2

1763 Words
คำพูดของเพื่อนยังคงรบกวนจิตใจเธอตลอดบ่ายวันนั้น มิ้นจึงโดดเรียนในคาบสุดท้าย หญิงสาวข่มความอายเดินเข้าไปซื้อที่ตรวจครรภ์ที่ร้านขายยาโดยเลือกห้างที่ไกลจากมหาวิทยาลัยที่สุดเพื่อป้องกันการเจอคนรู้จัก เธอตรงไปตรวจที่ห้องน้ำในห้างด้วยความใจร้อน และผลการตรวจก็ทำเอาเธอแทบล้มทั้งยืนลงไปตอนนั้น เมื่อมันขึ้นสองขีด เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองสามารถรวบรวมสติและขับรถกลับคอนโดมาได้ยังไง มิ้นเดินใจลอยเข้ามาในห้องตอนที่ทั้งพี่มาร์คและพี่เพลงยังไม่กลับมา เธอทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างอ่อนแรง คนเราจะซวยได้สักแค่ไหนกัน นี่เธอถูกผู้ชายทิ้งแล้วยังตั้งท้อง มิ้นล้วงที่ตรวจครรภ์ที่เธอซื้อมายังเหลืออีกสองอันด้วยมืออันสั่นเทา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเธอต้องมีสติและค่อย ๆ แก้ปัญหา หญิงสาวหยิบที่ตรวจครรภ์อันใหม่เดินล่องลอยสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเข้าไปในห้องนอนตัวเองล็อกประตูให้แน่นหนากลัวพี่ชายและพี่เพลงกลับมาก่อนเวลา เธอหยิบที่ตรวจครรภ์หนึ่งอันเข้าไปในห้องน้ำ รอประมาณห้านาทีด้วยใจตุ้ม ๆ ต่อม ๆ คราวนี้มันขึ้นเพียงขีดเดียว เหมือนชีวิตมีแสงสว่างเข้ามาอีกครั้ง มิ้นรีบวิ่งไปหยิบชุดตรวจอีกหนึ่งชุดที่เหลือมาตรวจ ครั้งนี้มันยังคงให้ผลลบ หญิงสาวเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยความโล่งใจ มือเล็กควานเข้าไปในกระเป๋าหยิบมือถือมาหาข้อมูล การตรวจการตั้งครรภ์สามารถเป็นผลบวกลวงได้ในกรณีที่มีกระเพาะปัสสาวะอักเสบและสาเหตุอื่น ๆ อีกมากมาย หญิงสาวทิ้งตัวลงบนเตียงอย่างโล่งใจ นึกขอบคุณพระเจ้าที่ยังมีเมตตากับเธอบ้าง เธอโดนผู้ชายหลอกก็เจ็บช้ำพอแล้วอย่าให้ซวยซ้ำซ้อนขนาดตั้งครรภ์เลย เมื่อเคยพลาดมาหนึ่งครั้งและพระเจ้ายังใจดีขนาดที่ให้เธอไม่ต้องรับผิดชอบชีวิตที่ตัวเธอเองยังไม่พร้อม จึงตั้งใจว่าต่อไปจะใช้ชีวิตด้วยความระมัดระวังมากขึ้น เมื่อทุกคนเริ่มรู้ว่าเธอเป็นโสดก็เริ่มมีผู้ชายมากหน้าหลายตามาจีบ แต่มิ้นก็ยังไม่สนใคร ชีวิตโสดแบบนี้แหละเหมาะกับเธอที่สุดแล้ว และเพราะจิตใจที่เข้มแข็งขึ้นเมื่อต้องเผชิญหน้าอย่างบังเอิญหรือได้ยินเรื่องของเขาอีกครั้งจึงไม่ทำให้ใจเธอเจ็บปวดนัก วันนี้พี่เพลงนัดเพื่อนในกลุ่มทานข้าวและชวนเธอออกมาด้วย เพื่อนในกลุ่มพี่เพลงประกอบด้วยพี่พริ้ง พี่ครีม และพี่เกด ซึ่งเป็นสาวสวยทั้งกลุ่ม พี่รหัสของเธอคือพี่พริ้ง พี่ชายของพี่พริ้งชื่อบอลเป็นเพื่อนของเวล เธอจำได้ว่าเขาเคยเล่าให้ฟังว่ารู้จักกันตอนรับน้องมหาวิทยาลัยหลังจากนั้นก็สนิทกันมาเรื่อย ๆ แม้จะเรียนคนละคณะ พี่บอลเรียนคณะเดียวกับพี่ชายเธอคือคณะบริหาร ส่วนเวลเรียนวิศวกรรมศาสตร์ “พี่บอลกำลังจะหุ้นกับพี่เวลทำร้านเหล้าแหละ” พี่พริ้งพี่รหัสของเธอเล่าให้เพื่อน ๆ ในกลุ่มฟัง เนื่องจากทั้งกลุ่มสนิทกันมากตอนนี้ทุกคนจึงรู้เรื่องที่เธอเลิกกับเวลแล้ว พี่เพลงหันไปสะกิดเพื่อนเมื่อพี่พริ้งเผลอพูดถึงผู้ชายคนนั้นขึ้นมา “มิ้นไม่เป็นไรค่ะ พวกพี่คุยกันได้เลย” เธอส่งสายตาเด็ดเดี่ยวไปให้พี่ ๆ ทั้งกลุ่ม คนเราแค่อกหักครั้งหนึ่งไม่ได้ทำให้ใครถึงตาย ทุกคนต้องผ่านเรื่องพวกนี้ไปได้เธอเองก็เหมือนกัน ดังนั้นตอนนี้ความรู้สึกเจ็บปวดเสียใจของเธอจึงเริ่มเบาบางลงเวลามีใครพูดชื่อเขาขึ้นมา รวมถึงพูดเรื่องที่เขามีสาว ๆ ทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องต่างคณะมาขายขนมจีบด้วย “กินไอศกรีมกันแล้วพวกเราไปช็อปปิ้งกันต่อนะ” พี่พริ้งที่สดใสร่าเริงที่สุดในกลุ่มเอ่ยชวนเพื่อน ๆ “มิ้นเหนื่อยหรือยัง” เพลงหันมาถามน้องสาวแฟนด้วยความเป็นห่วง ช่วงหลัง ๆ เธอและพี่มาร์คคุยกันว่าไม่อยากปล่อยให้มิ้นอยู่คนเดียวเดี๋ยวจะคิดมาก แต่ไม่รู้ว่าลากออกมาแบบนี้ทั้งวันจะทำให้สาวน้อยคนนี้เหนื่อยเกินไปหรือเปล่า แม้ช่วงหลัง ๆ น้องมิ้นจะดูร่าเริงขึ้นมาก แต่ก็ยังคงดูผอมเกินไปอยู่ดีเพราะเจ้าตัวยังกินน้อยเหมือนแมวดม “มิ้นไม่เหนื่อยค่ะ ดีเหมือนกันอยากจะซื้อครีมบำรุงผิวเพิ่ม มิ้นไม่ได้ออกมาช็อปปิ้งนานมากแล้ว” เธอแสดงความร่าเริงออกมาเต็มที่เพื่อให้พี่เพลงสบายใจ เพลงได้ยินน้องสาวแฟนพูดแบบนั้นก็สบายใจขึ้น ทั้งกลุ่มจึงไปช็อปแผนกเครื่องสำอางกันต่อเมื่อกินไอศกรีมเสร็จ ขณะที่ทุกคนกำลังยืนเลือกลิปสติกกันอย่างสนุกสนาน มิ้นจึงขอไปดูครีมบำรุงผิวเพราะครีมของเธอกำลังจะหมดพอดี “เวลรอแพนตรงนี้แป๊บเดียวนะ แพนขอเลือกครีมเพิ่มไม่นานหรอก” “อือ” เสียงห้าวของคนที่มาด้วยตอบเหมือนไม่ใส่ใจ แต่แค่เธอได้ยินคำตอบสั้น ๆ นั้น มิ้นยังจำได้ว่าคือเสียงใคร เธอพยายามควบคุมมือของตัวเองที่กำลังเลือกผลิตภัณฑ์อยู่ไม่ให้สั่น แม้จะคอยบอกตัวเองว่าเธอเก่งขึ้นมากแล้ว เธอเข้มแข็งขึ้นมากแล้ว แต่มันก็ไม่ง่ายเลยจริง ๆ เมื่อเขายังมีผลต่อหัวใจดวงน้อยขนาดนั้น “อ้าวน้องมิ้น” แพนเอ่ยทักเสียงดังเมื่อเห็นคนยืนเลือกครีมอยู่ก่อน ทำให้คนโดนทักต้องหันกลับมาทักทายอย่างเสียไม่ได้ “สวัสดีค่ะพี่แพน” เธอทักคนที่ทักเธอก่อนโดยตั้งใจละเลยคนบางคนแม้จะเห็นว่าเขาหันมามองเธอเหมือนกัน เมื่อผู้หญิงที่มากับเขาเรียกชื่อเธอขึ้น “มากับมาร์คเหรอจ๊ะ” “เปล่าค่ะ มากับพี่เพลง แฟนพี่มาร์ค” พอพูดจบดวงตาสวยแทบจะปกปิดความพอใจไว้ไม่มิดเมื่อเห็นคนที่ได้ฟังมุมปากคว่ำลง ผู้หญิงคนนี้ตามตื๊อพี่ชายเธอนานสองนานแต่พี่ชายเธอไม่เล่นด้วย การได้ยินชื่อพี่เพลงจึงยังคงเป็นหนามที่ทิ่มแทงใจจนหน้าสวยหวานนั่นบิดเบี้ยว “อ่อ พี่มากับเวล เดี๋ยวนี้ไม่ค่อยเห็นน้องมิ้นไปไหนมาไหนกับเวลเลย” คนพูดถอยกลับไปควงแขนคนมาด้วยกัน มิ้นมองการกระทำนั้นด้วยความสงบ ตอนที่คบกับเขา เธอและผู้ชายคนนี้ไม่เคยปิดบังคนอื่นว่าคบกัน เพียงแต่เขาเองก็ไม่เคยพาเธอไปแนะนำกับเพื่อน ๆ นอกจากพี่แพนคนนี้เพราะเห็นว่าเป็นเพื่อนรักเพื่อนสนิทที่สุด เป็นเพื่อนกันตั้งแต่ก่อนเข้ามหาลัย สนิทถึงขั้นที่เธอเคยหาเรื่องทะเลาะกับเขาเพราะความหึงหวงบ่อย ๆ แต่เขาก็ยังยืนยันว่าไม่มีอะไร แค่เพื่อนกัน มิ้นแอบเบ้ปากให้กับความสนิทสนมตรงหน้า พอสีหน้าของเธอเปลี่ยนก็เหมือนว่าคนตัวสูงที่ถูกควงแขนอยู่จะเกร็งตัวขึ้น เขาพยายามดึงแขนตัวเองออกจากการเกาะกุมของผู้หญิงคนนั้น แต่เมื่อเธอตั้งใจอย่างเต็มที่แล้วว่าจะไม่ใส่ใจจึงไม่คิดจะสนใจคนทั้งสองอีก “มิ้นขอตัวนะคะ” เธอกำลังจะเดินหนี แต่เหมือนผู้หญิงที่มากับเขายังไม่พอใจ เป็นเพราะสมัยที่ผู้หญิงคนนี้ตามจีบพี่มาร์ค เธอคอยกีดกันหาเรื่องเอาไว้มาก มีเพื่อนเธอเคยมาเล่าว่าพี่แพนเคยเอาเธอไปเรียกลับหลังว่าเด็กผีด้วยซ้ำ ครั้งนี้คงถึงคราวเอาคืนเธอจึงไม่ยอมปล่อยไปง่าย ๆ “จะรีบไปไหนจ๊ะน้องมิ้น” แพนตามไปดึงแขนคนที่กำลังจะเดินหนีให้หันกลับมา เมื่อกี้เธอเห็นแววตาไหววูบของนังเด็กผีนี่ตอนที่เธอควงแขนเวล ตอนนั้นกีดกันเธอกับมาร์คนักตอนนี้ก็ถึงคราวเธอเอาคืนบ้าง ไม่รู้ว่าเพราะกลิ่นน้ำหอมที่ฉุนเกินไปจากตัวผู้หญิงที่เข้ามาดึงแขน หรือเพราะการดึงด้วยแรงที่มากเกินไปโดยที่เธอไม่ทันได้ตั้งตัว ทำให้มิ้นรู้สึกใจหวิว ๆ ทรงตัวไม่ไหวแล้วภาพตรงหน้าก็ตัดไป เธอได้ยินเสียงกรีดร้องรู้สึกถึงมือที่มาประคองไว้ก่อนที่ภาพจะตัดไป หญิงสาวตื่นขึ้นมาอีกครั้งในโรงพยาบาล ตอนนี้เธอนอนอยู่ในห้องพิเศษ หูแว่วได้ยินเสียงพี่เพลงคุยอะไรสักอย่างกับหมอแต่สติก็ยังไม่กลับมาดีนักต้องใช้เวลาอีกสักพักอาการปวดหัวจึงลดลง “คุณหมอแจ้งว่ามีเรื่องจะคุยกับคนไข้เดี๋ยวพี่ไปบอกคุณหมอให้นะว่ามิ้นตื่นแล้ว” หลังจากพี่เพลงเดินออกไปก็มีคุณหมอผู้หญิงอายุน่าจะประมาณ40ปีท่าทางใจดีเดินเข้ามาและแจ้งข่าวที่เธอไม่อยากได้ยินที่สุด “คุณแม่ต้องพักผ่อนให้มากกว่านี้นะคะ” “คุณแม่?” “หรือคนไข้ยังไม่ทราบคะว่ากำลังตั้งครรภ์อยู่” “ตั้งครรภ์” มิ้นทวนคำคุณหมอเหมือนละเมอ ยังรับมือไม่ทันกับสิ่งที่ได้รู้ “แต่เดือนที่แล้วหนูตรวจการตั้งครรภ์ มันไม่ขึ้นสองขีด” ถ้าไม่นับครั้งแรกที่เธอตรวจแบบรีบ ๆ ที่ห้องน้ำในห้าง หลังจากนั้นเธอกลับมาตรวจซ้ำอีกหลายครั้งก็ยังคงขึ้นขีดเดียว “ในกรณีที่คุณแม่ยังท้องอ่อน ๆ สามารถเกิดผลลบลวงได้ค่ะ บางครั้งสาเหตุเกิดจากตรวจเร็วเกินไปหรือน้ำปัสสาวะเจือจางพวกนี้ทำให้ขึ้นขีดเดียวได้ แต่เมื่อกี้คนไข้เกิดอุบัติเหตุมาแล้วญาติที่มาด้วยบอกว่าล้มลงท้องกระแทกกับชั้นวางของ หมอเลยอัลตราซาวด์ดูให้ว่าอวัยวะในช่องท้องได้รับบาดเจ็บหรือเปล่า แต่ตรวจพบถุงการตั้งครรภ์ในมดลูกค่ะ” มิ้นรู้สึกหูอื้อตาลายไปหมดกับสิ่งที่ได้รับรู้ ใจมันหวิวจนรู้สึกเหมือนจะเป็นลมหมดสติไปอีกรอบ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD